ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 952 สิ่งที่สามารถขายได้
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 952 สิ่งที่สามารถขายได้
ตอนที่ 952 สิ่งที่สามารถขายได้
ลูเมี่ยนเห็นท่าทีดังกล่าว ก็ไม่คิดบังคับสวี่ซินหยาง จะว่าไป เขายังต้องรับผิดชอบจ่ายเงิน ใครจะไปออกแทนให้? เงินเดือนแรกยังไม่ได้ด้วยซ้ำ!
ลูเมี่ยนจึงเรียกเพื่อนร่วมงานที่เมาล้มไปแต่แรกและเพิ่งฟื้น ให้ช่วยส่งคนเมาแต่ละคนกลับบ้าน หากไม่มีใครไปทางเดียวกัน ก็โทรให้ญาติมารับ
จัดการเสร็จ ลูเมี่ยนก็ลากเก้าอี้มานั่ง จิบเหล้ากลั่นสองอึกเหมือนดื่มน้ำ ทำเอาเพื่อนร่วมงานที่ยังมีสติหลงเหลือสะดุ้งเฮือก หน้าผากกระตุกเป็นจังหวะ
นี่มันถังเหล้ากลับชาติมาเกิดชัดๆ!
เหลือบมองห้องโถงใหญ่ที่ยังคึกคัก ลูเมี่ยนหยิบมือถือขึ้นมาด้วยความเบื่อ ตอบข้อความและเลื่อนดูกระแสยอดนิยม
ขณะที่กำลังดู เขาสังเกตว่าเนื้อหาที่แนะนำมีเรื่องเกี่ยวกับ ‘เหล้า’ เพิ่มขึ้นมาก ทั้ง ‘เหล้าขาวยี่ห้อไหนอร่อย’ ‘การชิมเบียร์’ ‘ความรับผิดทางกฎหมายจากการบังคับให้คนดื่ม’ ‘การชดเชยทางแพ่งต่อผู้เสียชีวิตจากเมาเหล้า’ ‘เหล้าเป็นสารก่อมะเร็ง’…
เราถูกสอดส่องหรือไง? ลูเมี่ยนครุ่นคิดขณะปลายนิ้วโป้งเลื่อนไปมาบนหน้าจอภาพ
รอจนคนเมาคนสุดท้ายถูกพาออกไป เขาก็ลุกออกจากร้านหม้อไฟ ค้นหาตำแหน่งคอนโดซินหง พบว่าห่างไปเพียงสองกิโลเมตรกว่า
ลูเมี่ยนตัดสินใจเดินกลับ
บัดนี้เป็นเวลาหลังสองทุ่ม ท้องฟ้ามืดสนิท ลมร้อนพัดพาความสดชื่นมาบ้าง โคมไฟสองข้างทางสว่างไสว ผู้คนสัญจรไปมาคับคั่ง เดินสวนไหล่โดยไม่รบกวนกัน
ลูเมี่ยนซึมซับความรู้สึกที่ทั้งกลมกลืนและแยกตัวจากฝูงชนในเวลาเดียวกัน จิตใจค่อยๆ ผ่อนคลายและสงบ
เขาเดินผ่านร้านที่เปิดเพลงเก่า ผ่านกลุ่มคนเต้นรำตามจังหวะสนุก ผ่านถนนสายบาร์คึกคัก ได้ยินเสียงอึกทึกลอยออกมาจากข้างใน
กลับมาถึงห้องเช่า ลูเมี่ยนเห็นลุดวิกอยู่ในครัว เท้าเหยียบเก้าอี้พับเล็ก กำลังวุ่นทำอาหาร ส่วนอ็องโตนีนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร จดบันทึกผลการสังเกตวันนี้
ภารกิจของเขาคือ สังเกตโจวหมิงรุ่ยและคนใกล้ชิด ดูว่ามีความผิดปกติหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หลังจากติดต่อกับลูเมี่ยน ฟรังก้า หรือจินนา
“เขาทำเองจนได้”
“เขามองว่าการเตรียมมื้อดึกให้ตัวเอง สนุกกว่าอ่านตำราหรือทำการบ้าน”
“มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นแล้วนะ” ลูเมี่ยนหัวเราะเบาๆ
เขาเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ฟรังก้าและจินนาปรากฏหน้าประตู
“มีเรื่องด่วน ต้องการระดมสมอง เสริมจุดแข็งแก้ไขจุดอ่อน” ฟรังก้าอธิบายอย่างกระชับ
การติดต่อของเธอกับโจวหมิงรุ่ยวันนี้ เป็นแบบทิ้งความประทับใจไว้เพียงบางส่วน และมีผลการทดลองแล้วว่าจะไม่ทำให้เธอถูกเตะออกจากแดนฝันหรือถูกจำกัด
ดังนั้น ก่อนดำเนินการขั้นต่อไป จึงสามารถพบกับพวกลูเมี่ยนได้อย่างลับๆ เธอกับจินนาตัดสินใจนั่งแท็กซี่มาลงห่างไปหนึ่งป้าย แล้วแอบย่องมาตามเงามืด
“มีอะไรหรือ?” ลูเมี่ยนนั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อย
“คืนพรุ่งนี้ ฉันต้องไปกินข้าวกับโจวหมิงรุ่ยแล้ว ขอบคุณโรแซนมาก!” ฟรังก้าดึงเก้าอี้มานั่ง ถามลูเมี่ยนด้วยความตื่นเต้นปนประหม่า “นี่จะไม่กระทบการทดลองของคุณใช่ไหม?”
“มีผลบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ การก้าวเท้าใหญ่ทดลองก่อน แล้วค่อยถอยกลับมาคัดทีละความเป็นไปได้ออก ก็ถือเป็นการทดลองเหมือนกัน” ลูเมี่ยนครุ่นคิดสักพักแล้วตอบ
ฟรังก้าถอนหายใจโล่งอก
“งั้นเรามาปรึกษากันว่า ควรส่งสัญญาณให้โจวหมิงรุ่ยยังไง เทียบกับครั้งก่อนต้องมีความคืบหน้าพอควร แต่ก็ไม่ควรมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะตัดตัวเลือกไม่ได้ และต้องเสี่ยงทำการทดลองครั้งที่สองอีก”
ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘อืม’ แล้วให้แนวคิดหลายทางจากมุมมองของ ‘นักวางแผน’ พร้อมประเมินแผนและคำพูดของฟรังก้า ส่วนจินนาที่เป็น ‘นักกระตุ้น’ ก็ช่วยตรวจสอบข้อบกพร่องและเติมเต็มส่วนที่ขาด
อ็องโตนีรับหน้าที่คาดเดาความคิด คาดคะเนปฏิกิริยาตอบโต้ของโจวหมิงรุ่ย ถึงขั้นสวมบทเป็นโจวหมิงรุ่ยในการซ้อมสถานการณ์
หลังอภิปรายราวยี่สิบถึงสามสิบนาที ฟรังก้าก็ได้แผนการที่เข้าท่าสองชุด ซึ่งน่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ของเธอได้
“คิดถูกจริงๆ ที่ระดมสมอง!” เธออุทานด้วยความรู้สึกจากใจจริง
จินนาเปลี่ยนเรื่องมาเล่าประสบการณ์ไปขายภาพที่ร้านขายของชำซิงเมิ่ง โดยไม่ละเว้นรายละเอียดใดๆ
เมื่อฟังจบ ฟรังก้าครุ่นคิด แล้วหยิบตะกอนพลังที่ได้จากพานาเทีย ศพหญิงคืนชีพ ออกมาจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
เธอแสดงให้ดูครู่หนึ่ง แล้วรีบยัดกลับเข้าไป
“สิ่งนี้ขายให้ร้านขายของชำซิงเมิ่งได้ไหม?”
“ถึงยังไง ตอนนี้พวกเราก็ใช้มันไม่ได้ ไม่สู้เอามาแลกเป็นเงินดีกว่า หาทางเช่าของที่มีประโยชน์ หลังจากนั้นไม่ว่าภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ อาร์คาน่าใหญ่ก็น่าจะชดเชยหรือช่วยไถ่คืน”
“ลองดูก็ได้ แต่ฉันคิดว่า คนคนนั้นคงไม่รับ” ลูเมี่ยนก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เช่นกัน
มันคือเทียนน้ำมันศพที่ได้จากเรือ ‘โทสะสีคราม’
มองดูเทียนกึ่งแข็งตัวสีเหลืองอมแดงเล่มนี้ ลูเมี่ยนคิดไปพลางพูด
“พวกเราเคยคุยกันว่า ‘นางมาร’ ในเมืองฝันอาจมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และบทบาทพิเศษ ตอนนี้ฉันอยากบอกว่า ‘นักล่า’ ก็อาจมีเช่นกัน…ฉันก็เป็น ‘นักล่า’…คนแรกที่ถูกฆ่าคือผู้แจ้งสาร เขาก็เป็น ‘นักล่า’ และแอนเดอร์สันที่ผิดปกติก็เป็น ‘นักล่า’ เช่นกัน”
“ดังนั้น วัตถุที่เกี่ยวกับ ‘นางมาร’ และ ‘นักล่า’ อาจมีประโยชน์ภายหลัง ซึ่งเราคาดเดาไม่ได้ว่าจะเป็นชิ้นไหน มีโอกาสสูงที่คนผู้นั้นจะไม่รับ โดยจะให้พวกเราเก็บไว้แทน รอโอกาสที่เหมาะสม”
“อา…ลองดูก็ได้ ถ้าพระองค์ไม่รับ ก็ถือว่าสมมติฐานของฉันถูกในเบื้องต้น”
จินนา ฟรังก้า และอ็องโตนี พยักหน้าครุ่นคิด
ทั้งสี่นำของที่ใช้ไม่ได้ แต่มีองค์ประกอบในทางเร้นลับออกมาหลายชิ้น ตั้งใจให้จินนานำไปขายที่ร้านชำซิงเมิ่งพรุ่งนี้
มองดูของพวกนั้น จินนาครุ่นคิดก่อนพูด
“ท่านเป็นเทพแท้จริงเชียวนะ…ส่งของกองใหญ่มีค่าบ้างไม่มีบ้าง จะเป็นการไม่เคารพพระองค์ไปหรือเปล่า?”
อ็องโตนีพยักหน้าเห็นด้วย
ฟรังก้าพูดเสริม
“จริงด้วย ทำเหมือนพระองค์เป็นร้านรับซื้อของเก่า…”
พูดไปพูดมา ฟรังก้าก็เงียบลง พวกลูเมี่ยนก็เช่นกัน
สุดท้าย พวกเขาเลือกเพียงสามชิ้นที่มีค่าสูง
หลังหารือทุกอย่างเสร็จ ฟรังก้าก็ลุกขึ้น ยืดแขนพลางพูด
“นึกถึงพรุ่งนี้เย็น ต้องชี้นำภาพสะท้อนในแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลแล้ว ประหม่าอยู่นิดๆ แฮะ…”
“คุณนัดไว้กี่โมง?” ลูเมี่ยนถาม
“หนึ่งทุ่ม โรแซนบอกว่า ทีมเทคนิคเลิกงานไม่ตรงเวลา ต้องเผื่อไว้หน่อย” ฟรังก้าบอกสถานที่นัดไปด้วย
หนึ่งทุ่มเหมือนกันหรือ…ลูเมี่ยนยกมือขวาลูบคาง
ขณะเดียวกัน จินนาใคร่ครวญแล้วกล่าว
“ไม่ต้องประหม่าเกินไป พวกคุณอาจไม่ได้นัดสำเร็จ ฉันเห็นในแอปฯ บ่อยๆ ว่าถึงจะตกลงเวลาสถานที่แล้ว แฟนที่งานยุ่งพวกนั้น มักทำงานล่วงเวลากะทันหัน ทำให้ต้องยกเลิกนัดไป”
“มีโอกาสเป็นแบบนั้นจริงๆ…” ฟรังก้าอึ้งไปชั่วขณะ
…………
เช้าวันรุ่งขึ้น จินนามาที่ร้านชำซิงเมิ่งอีกครั้ง
เธอยังนั่งรถที่เรียกผ่านแอป แต่ครั้งนี้ไม่พบอุปสรรคใดๆ รวมทั้งไม่มีความผิดปกติ
เดินไปถึงแคชเชียร์ในร้านชำซิงเมิ่ง จินนาถามอย่างสุภาพ
“สิ่งของชิ้นนี้ ทางร้านรับซื้อไหมคะ?”
เธอวางตะกอนพลังของพานาเทียลงบนแคชเชียร์
ในบรรยากาศที่มืดสลัวลง เจ้าของร้านเงยหน้า มองดูแล้วส่ายหน้า
“อันนี้ไม่รับนะ”
ไม่รับจริงๆ…ต้องแปรรูปก่อน หรือเป็นอย่างที่ลูเมี่ยนคาดไว้ ของในเส้นทาง ‘นางมาร’ และ ‘นักล่า’ จะมีบทบาทสำคัญภายหลัง? หลังเก็บตะกอนพลังคืน จินนาหยิบเทียนน้ำมันศพในขวดแก้วเล็กออกมา
“อันนี้รับไหมคะ?”
“อันนี้ก็ไม่รับ” ใบหน้างดงามของเจ้าของร้านไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย
นี่ก็ไม่รับ…จินนาเก็บเทียนน้ำมันศพอย่างครุ่นคิด
จากนั้น เธอหยิบบางสิ่งออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
มันคือชุดเกราะเต็มตัวสีเงินขาว
ชุดเกราะอหังการ!
จินนาไม่ปิดบังลักษณะพิเศษของกระเป๋า วาง ‘ชุดเกราะอหังการ’ เอียงๆ ลงหน้าแคชเชียร์
วินาทีถัดมา เธอเห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเจ้าของร้าน
แทบจะในเวลาเดียวกัน ‘ชุดเกราะอหังการ’ เริ่มขยับ
มันเหมือนปูที่เดินในแนวขวาง ท่ามกลางเสียงกระทบของแผ่นเกราะ มันเคลื่อนตัวเคร้งๆ ไปทางประตูร้านซิงเมิ่ง
แต่ชุดเกราะสีเงินขาวตัวนี้ ยิ่งวิ่งก็ยิ่งช้า จนกระทั่งหมุนกลับมาตั้งตรง
เมื่อเหลืออีกสองสามก้าวจะออก มันก็หยุดนิ่งสนิท ไม่ขยับอีกเลย
คล้ายกับกลายเป็นชุดเกราะธรรมดาไปแล้ว
ตอนนี้จินนากับเจ้าของร้านอยู่ด้านหลังมัน กำลังเผชิญหน้ากัน
มันยังคงไม่แสดงปฏิกิริยาใด
ท่ามกลางความตกตะลึง จินนาได้ยินเจ้าของร้านพูดด้วยน้ำเสียงแฝงรอยยิ้ม
“ชิ้นนี้รับนะ”
“สามหมื่นเหมือนเดิม”
ของแบบ ‘ชุดเกราะอหังการ’ ขายได้จริงๆ…แต่ทำไมเมื่อสักครู่ มันมีปฏิกิริยารุนแรง แต่ตอนนี้กลับไม่ต่อต้านมนุษย์ด้านหลัง? จินนาสงสัยแต่ไม่กล้าถาม
………
ลูเมี่ยนที่รู้ว่าสัปดาห์หน้าต้องสลับมาเข้ากะกลางวัน เดินทางกลับมาถึงห้องเช่า
เขาออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเย็น ไปยังหน้าหมู่บ้านจิ่นซิ่วตะวันออกก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง
เขาต้องสำรวจสถานที่ก่อน เพราะอาจต้องใช้ประโยชน์ในภายหลัง
ขณะกวาดตามอง ลูเมี่ยนพลันเห็นเงาร่างคุ้นเคย
นั่นคือแอนเดอร์สัน·ฮู้ด สวมเสื้อยืดสีดำลายนามธรรม
แอนเดอร์สันเห็นลูเมี่ยนเช่นกัน จึงเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มพลางพูด
“ผมชอบมาถึงก่อนเวลา”
ลูเมี่ยนตอบด้วยรอยยิ้ม
“ผมก็เหมือนกัน”
แอนเดอร์สันพยักหน้ารับ
“ในเมื่อมาก่อนเวลากันทั้งคู่ ก็ไปเที่ยวชมให้เร็วขึ้นเถอะ”
“เพื่อนที่คุณพูดถึง…สรุปว่าเป็นคุณเองจริงๆ”
“ถ้าคุณจะคิดแบบนั้น ผมก็ทำอะไรไม่ได้” ลูเมี่ยนไม่โต้แย้ง ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม
แอนเดอร์สันไม่ได้สนใจ หมุนตัวนำเขาเดินเข้าไปในหมู่บ้านจิ่นซิ่วตะวันออก
……………………………………………………..