ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 953 ห้องวาดภาพ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 953 ห้องวาดภาพ
ตอนที่ 953 ห้องวาดภาพ
………………..
ถนนสี่แยกอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดังในเมืองหยาง เป็นส่วนหนึ่งของเขตเมืองเก่า หมู่บ้านจิ่นซิ่วตะวันออกก็เก่าพอกัน ไม่มีตึกสูงเกินหกชั้น มีลิฟต์ให้ใช้
ลูเมี่ยนเดินตามแอนเดอร์สัน เลี้ยวเข้าตึกที่ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านที่สุด
ขณะเดินขึ้นบันได เขายกมือขวาบีบจมูก
ที่นี่อบอวลด้วยกลิ่นฉุนหลายชนิด
แอนเดอร์สันหันมายิ้ม
“ทั้งตึกกำลังรีโนเวทน่ะ”
ตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ รูจมูกของเขามีกระดาษขาวยัดอยู่สองก้อน
“ทำไมทุกที่ถึงกำลังรีโนเวทล่ะ?” ลูเมี่ยนไม่ปิดบังความสงสัย
แอนเดอร์สันมองเขาครู่หนึ่ง ยิ้มพลางเอ่ยตอบ
“หมู่บ้านนี้เก่ามาก เจ้าของส่วนใหญ่ย้ายออกหมด เลยปล่อยเช่าห้องที่ว่าง มีคนเช่าห้องของทั้งตึกนี้ไป ตั้งใจจะ…”
พูดถึงตรงนี้ แอนเดอร์สันหยุดชั่วขณะ รอยยิ้มเด่นชัดในโถงมืดสลัว เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลง
“ตั้งใจจะเปิดโรงแรมโฮมสเตย์น่ะ”
‘ไฉ่ฮั่ว’ สินะ? คนคนนั้นก็คือตัวนายเองสินะ? ลูเมี่ยนเตรียมใจไว้บ้างแล้ว จึงขมวดคิ้วพลางพูด
“ตึกนี้ยังเหลือห้องวาดรูปอยู่ไม่ใช่หรือ?”
“จะบอกว่าเช่าทุกห้องได้ยังไง?”
แอนเดอร์สันกระชับก้อนกระดาษขาวในรูจมูก พลางเอ่ยปาก
“เป็นไปได้ไหมว่า…คนที่เปิดห้องวาดรูป ก็คือคนที่เช่าทุกห้องที่เหลือเอง?”
“โรงแรมหรูที่เขาอยากเปิดน่ะ ติดกับแหล่งท่องเที่ยว แทรกซึมอยู่ในหมู่บ้าน มีภาพวาดเป็นธีมหลัก”
ลูเมี่ยนยังบีบจมูกอยู่ แสร้งทำเป็นเพิ่งเข้าใจ
“อ่อ…อย่างนี้นี่เอง”
ด้วยกลิ่นรีโนเวทในโถงทางเดินที่ฉุนเกินไป ทั้งสองไม่ได้ชะลอฝีเท้าขณะคุยกัน ไม่นานก็มาถึงชั้นบนสุด คือชั้น 6
ทั้งสองห้องเปิดประตูอ้าซ่า ผนังตรงข้ามบันไดมีภาพพ่นสีสดใส แก่นของภาพคืออักษรสี่ตัว
‘ห้องวาดภาพคนใบ้’
“ชื่อค่อนข้างพิเศษนะ” ลูเมี่ยนประเมินอย่างจริงใจ
มาถึงตรงนี้ กลิ่นรีโนเวทจางลงมากแล้ว
แอนเดอร์สันนำก้อนกระดาษขาวที่อุดรูจมูกออก แล้วอธิบายจริงจัง
“การวาดรูปใช้มือ ไม่ใช่ปาก ‘คนใบ้’ แทนความคาดหวังของห้องวาดภาพ นั่นคือมีสมาธิ เงียบ และตั้งใจ”
“อธิบายได้ดีมาก” ลูเมี่ยนปรบมือแปะๆๆ
แอนเดอร์สันไม่ได้รู้สึกขัดเคือง ยิ้มพูดว่า
“ผมไม่ได้อธิบายเองนะ เป็นคำพูดเจ้าของห้องวาดภาพน่ะ”
“พี่สาวผมเคยสอนวิธีคิดแบบวิภาษวิธี โดยเธอเชื่อว่า แม้แต่คำที่แย่ที่สุด ก็ยังหาแง่มุมดีๆ ได้เสมอ คุณคิดแบบนั้นเหมือนกันไหม?” ลูเมี่ยนยิ้มถาม
แอนเดอร์สันพยักหน้ารับ
“ถ้าคุณว่าใช่ ก็คือใช่นั่นแหละ”
เขาพาลูเมี่ยนเดินไปยังประตูทางซ้าย
ลูเมี่ยนไม่รีบเข้าไป ยังคงยืนอยู่ตรงประตู สำรวจห้องนั่งเล่นที่ค่อนข้างกว้าง
ด้านในเห็นชัดว่ามีการปรับปรุง บนผนังแขวนภาพสีน้ำมันหลายภาพ
ภาพหนึ่งเต็มไปด้วยความมืด ในจุดไกลๆ มีสีทองอมแดงของ ‘รุ่งอรุณ’ รวมถึงคลื่นทะเลสีน้ำเงินเข้มอันปั่นป่วนของ ‘พายุ’ มีเงาคนมากมายไม่ชัดเจน เป็นคณะแสวงบุญที่กำลังเดินบนทุ่งร้าง มี ‘สัตว์ประหลาด’ ดุร้ายโผล่จากใต้ทะเลและมี ‘โจรสลัด’ กำลังรักษาเรือของตัวเอง
ภาพ ‘โจรสลัด’ ทำให้ลูเมี่ยนนึกถึง ‘นักผจญภัยใหญ่’ เล่มล่าสุด เขาเห็นหัวของเงาคนเหล่านั้นมีเถาวัลย์งอกเงย ออกผลเป็นแตงโม บนดาดฟ้าเรือมีของเหลวสีขาวนวลพ่นอยู่ทั่ว
นี่ภาพจำลองประสบการณ์ของเกอร์มัน·สแปร์โรว์? ลูเมี่ยนครุ่นคิด จดจ้องสัตว์ประหลาดทะเลที่เหมือนปลิงยักษ์ ในปากเต็มไปด้วยฟันแหลมอยู่สองวินาที
แอนเดอร์สันเดินไปทางขาตั้งรูปกลางห้อง แล้วหมุนตัวกลับมา
ลูเมี่ยนมองไปรอบตัว เดินตามเข้าไปด้วยฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้า แล้วถามด้วยความสงสัย
“ตอนนี้เจ้าของห้องวาดภาพอยู่ไหน?”
แอนเดอร์สันยกมือขวาชี้ตัวเอง
“คุณเองหรือ?” ลูเมี่ยนยืนยันด้วยความ ‘ประหลาดใจ’
แอนเดอร์สันพยักหน้ารับ
ลูเมี่ยนคลี่ยิ้มทันที
“ทำไมถึงไม่พูดล่ะ? คอแห้งกะทันหันหรือ? กลายเป็นคนใบ้ไปแล้ว?”
แอนเดอร์สันในเสื้อยืดดำ เริ่มใช้ภาษามือในการสื่อสาร
ลูเมี่ยนมองอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจ ครุ่นคิดสักพักจึงเปรยกับตัวเอง
“มีแอปแปลภาษามือบ้างไหมนะ…”
แอนเดอร์สันหยิบพู่กัน นำกระดาษขาวมาแผ่นหนึ่งจากด้านข้าง เขียนข้อความสีแดงคล้ำ
เขาแตกต่างจากพวกลูเมี่ยน สามารถเขียนอักษรสากลของแดนฝันได้
ลูเมี่ยนเพ่งมอง เห็นบนกระดาษเขียนว่า
“ในห้องวาดภาพไม่ควรพูด ให้ทำตัวเป็นคนใบ้”
ลูเมี่ยนเลิกคิ้ว ยังไม่ทันอ้าปาก ก็เห็นแอนเดอร์สันหน้าเคร่ง ใช้สีแดงคล้ำเขียนเพิ่มเติม
“เมื่อกี้คุณพูด”
ลูเมี่ยนรู้สึกเย็นวาบตรงท้ายทอยทันที กับราวมีสายลมพัดผ่าน
เขาไม่หันกลับไปมอง ทำราวกับไม่รู้สึกรู้สา
แอนเดอร์สันเขียนข้อความอีก สีแดงคล้ำดูสดขึ้นไม่น้อย
“คุณรู้จักคนนี้ไหม?”
เขียนเสร็จ เขาหมุนกระดานวาดรูป ให้ภาพปรากฏต่อหน้าลูเมี่ยน
ภาพดังกล่าวเป็นสตรี รูปร่างสูงโปร่ง หน้าค่อนข้างผอม ตาสีฟ้าอ่อนใสกระจ่าง หน้าตาสะสวยสง่างาม มีความคมเฉียบแปลกประหลาด
ไม่ใช่ใครนอกจากลูเมี่ยนเอง
เป็นรูปลักษณ์สตรีของเขา!
ลูเมี่ยนยิ้มพลางเอ่ยตอบแอนเดอร์สัน
“ไม่รู้จัก”
พร้อมกับเสียงกังวาน ด้านหลังของเขามีบางสิ่งที่เย็นเฉียบชุ่มชื้น ใกล้ชิดเข้ามา
ลูเมี่ยนพลันคว้ามือไปด้านหลัง ฝ่ามือมีเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชน
ระหว่างที่เปลวไฟถูกบีบอัด เขาเห็นสิ่งที่กำลังโจมตีตน
มันคือ ‘ปลิง’ ยักษ์จากภาพสีน้ำมัน
‘สัตว์ประหลาด’ ร่างชมพูใสตัวนี้ยื่นออกจากภาพ ปากอ้ากว้างพอจะงับศีรษะผู้ใหญ่ในคำเดียว
เมื่อเห็นฟันขาวซีดติดเลือดตรงโคน เรียงตัวกันหนาแน่น ลูเมี่ยนกระแทกลูกไฟสีแดงจัดจนเกือบขาวลงไปทันที
บึ้ม!
ลูกไฟระเบิดในพริบตา ห่อหุ้ม ‘สัตว์ประหลาดทะเล’ ที่ไต่ออกมาจากภาพเอาไว้
คลื่นกระแทกพาเปลวเพลิงกระจายไปทุกสารทิศ เตรียมเผาทุกภาพ ทุกกระดานวาด และทุกคนที่นี่!
ทันใดนั้นเอง จากภาพ ‘พายุ’ น้ำทะเลสีครามไหลทะลักออกมา ถาโถมเข้าสู่ห้อง ท่วมดับเปลวไฟทั้งหมด
ร่างลูเมี่ยนหายวับไปจากตำแหน่ง ปรากฏอีกครั้งด้านหลังคนใบ้แอนเดอร์สัน
ดวงตาของเขากลายเป็นสีดำสนิทดุจเหล็กกล้า สะท้อนประกายขาวซีด
ลูเมี่ยนกำหมัดขวาแล้วซัดออกไป ชกเข้าที่แผ่นหลังของแอนเดอร์สัน
หมัดมาพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ฉีกกระชากเนื้อหนังแอนเดอร์สัน ทะลุผ่านร่างเขาไปถึงภาพสีน้ำมัน ไปถึงกระดานที่มีภาพวาดสตรีของลูเมี่ยน
ร่างคนใบ้แอนเดอร์สันแตกร้าวฉับพลัน บางเบาลง กลายเป็นภาพคนที่มีรูโหว่มหึมา
ภาพนี้พร้อมด้วยภาพสีน้ำมันของลูเมี่ยนในร่างสตรี ถูกเปลวเพลิงแดงฉานเผาไหม้ เพียงไม่กี่วินาทีกลายเป็นเถ้าถ่านดำเมี่ยม
พร้อมกันกับที่แอนเดอร์สันกลับเป็นภาพวาด ทั้งน้ำทะเลสีคราม ทั้งสัตว์ประหลาดทะเลนับไม่ถ้วน ต่างก็ล้วนหายวับไป เหลือเพียงภาพสีน้ำมันแน่นิ่งไม่ไหวติง
ลูเมี่ยนกวาดตามอง พบว่าภาพ ‘สัตว์ประหลาด’ ขาด ‘ปลิง’ ยักษ์ไปหนึ่งตัว พื้นห้องเต็มไปด้วยรอยน้ำและเศษกระดาษที่ยังไหม้ไม่ทั่ว
บรรยากาศเงียบสงัดผิดวิสัย นอกจากลูเมี่ยน ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่เลย
ลูเมี่ยนสำรวจห้องวาดรูปทั้งสองอีกรอบ ไม่พบความผิดปกติอื่นใดอีก
ภาพต่างๆ ไม่น่าพิศวงอีกต่อไป ไร้ความลึกลับเหมือนเคย
เขาออกจากจุดเกิดเหตุ เดินลงบันได เห็นผู้เช่าอพาร์ตเมนต์จับกลุ่มมองไปรอบๆ
พวกเขาได้ยินเสียงระเบิด แต่หาต้นตอไม่พบ ไม่เห็นความเสียหายที่ตึกใด จึงคิดว่าเป็นเครื่องบินรบความเร็วสูงบินผ่าน
ลูเมี่ยนเดินผ่านพวกเขา กลับมายังทางเข้าออกอพาร์ตเมนต์
ดวงตาของเขาสะท้อนร่างหนึ่งในบัดดล
ร่างดังกล่าวผมทองตาฟ้า สวมเชิ้ตขาว กางเกงยาวดำ สองมือล้วงกระเป๋า ดูเหมือนหนึ่งในผู้ชมเหตุการณ์
แอนเดอร์สัน!
แอนเดอร์สัน·ฮู้ด!
เมื่อเห็นลูเมี่ยน แอนเดอร์สันถามด้วยสีหน้าตกตะลึง
“คุณมาถึงแล้ว และเข้าไปในอพาร์ตเมนต์แล้ว?”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ผมชอบมาก่อนเวลา”
แอนเดอร์สันยิ้มตาม
“ผมก็เหมือนกัน”
เมื่อลูเมี่ยนเดินมาใกล้ เขาก็ยิ้มถาม
“เมื่อกี้สนุกไหม?”
“สนุกมาก” ลูเมี่ยนยังคงยิ้ม พูดอย่างมีนัย “อยากลองอีกสักรอบเลย”
แอนเดอร์สัน·ฮู้ดพยักหน้ารับ
เขาเตรียมจะพูด ก็พลันมองซ้ายมองขวา
“ไว้คราวหน้าแล้วกัน” แอนเดอร์สันเลิกมอง ยิ้มแล้วพูด “ติดต่อกันทางวีแชตนะ”
เขายกมือขวาที่ถือโทรศัพท์ขึ้น
แอนเดอร์สันไม่พูดถึงการเยี่ยมชมห้องวาด ไม่ถามว่าเพื่อนของลูเมี่ยนสนใจเรียนหรือไม่
ลูเมี่ยนก็ไม่เริ่มประเด็นนี้ เพียงโบกมือลา
“งั้นผมขอตัว”
“ไว้เจอกัน” แอนเดอร์สันโบกมือตอบ
ลูเมี่ยนเดินผ่านครูสอนพิเศษคนนี้ไป มุ่งหน้าไปถึงริมถนน
รถเก๋งสีเทาขับมาจอดตรงหน้า
ลูเมี่ยนเปิดประตู นั่งเข้าไป บอกอ็องโตนีในตำแหน่งคนขับ
“ไปถนนกงเหริน”
อ็องโตนีพยักหน้ารับ ขับรถเข้ากระแสจราจร
ฟรังก้า โรแซน และโจวหมิงรุ่ย มีนัดกินอาหารที่ถนนกงเหรินคืนนี้ เป็นร้านไก่ตุ๋นเผือกหม้อไฟ
ระหว่างรถแล่น เสียงกรุบกรับดังจากเบาะหลังไม่หยุด
……………
ถนนกงเหริน ในร้านไก่ตุ๋นเผือกหม้อไฟ ‘ไก่ย่างอี้โจว’
ฟรังก้าและโรแซนมาถึงก่อน เลือกนั่งริมหน้าต่าง สั่งไก่กับเผือกแล้ว แต่ยังไม่ได้สั่งอาหารอื่น
ทั้งคู่สั่งนมถั่วเหลืองเย็นคนละขวด โดยไม่มองว่าร้านที่โจวหมิงรุ่ยเลือกเป็นมื้อเย็นนั้นไม่มีปัญหา แม้มันจะไม่หรูหรา แถมยังอึกทึกคึกคักไปบ้างก็ตาม
สิ่งสำคัญคือ อร่อยหรือไม่!
เกือบหกโมงห้าสิบ โจวหมิงรุ่ยสวมเชิ้ตดำเดินเข้ามา
“ทางนี้ๆ!” โรแซนโบกมือเรียกอย่างร่าเริง
โจวหมิงรุ่ยเดินอ้อมโต๊ะอื่น เข้ามานั่งแล้วเอ่ยปาก
“พอดีว่าใกล้เลิกงาน ดันมีเรื่องเพิ่มอีกนิด”
“พวกเรานัดกันตอนหนึ่งทุ่ม” โรแซนไม่ได้สนใจ ชี้ไปทางฟรังก้า “นี่ลั่วฝู เพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมงานฉัน”
โจวหมิงรุ่ยมองฟรังก้าแวบหนึ่ง ยิ้มแล้วพูด
“พวกเราเคยเจอกันแล้ว สั่งอาหารกันก่อนเถอะ”
ฟรังก้ามองท้องฟ้าข้างนอกที่มืดลงบ้าง ในใจรู้สึกกระสับกระส่าย
……………………………………………………..