ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 968 ผู้สวมบทบาท
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 968 ผู้สวมบทบาท
ตอนที่ 968 ผู้สวมบทบาท
บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ แผนกนักแสดง
วันนี้จินนาไม่ได้แต่งหน้าแบบเกินจริง ไม่ได้จงใจทำให้ตัวเองดูน่าเกลียด เพียงแค่รักษา ‘โทนสี’ ของคนท้องถิ่นที่มีผมดำตาสีน้ำตาล เส้นสายอ่อนโยน เรียบง่าย สดชื่น เผยความงามตามธรรมชาติและเสน่ห์ความเป็นสตรีออกมาอย่างเต็มกำลัง ทำเอาพนักงานที่เดินผ่านและคู่แข่งที่มาสัมภาษณ์หลายคนต้องเหลียวมอง
“คนต่อไป เจี่ยนน่า” พนักงานที่หน้าประตูห้องประชุม เรียกชื่อของจินนา
จินนาลุกขึ้นยืน นึกถึงการศึกษาที่ได้รับจากโรงละครกรงพิราบเก่า แล้วเดินเข้าไปอย่างสง่างาม
กรรมการสัมภาษณ์ทั้งสี่คน ชายสองหญิงสอง ที่กำลังจดๆ เขียนๆ ได้ยินเสียงทักทาย ต่างเงยหน้าขึ้นมา ทุกคนดูตาเป็นประกาย แต่อารมณ์ละเอียดอ่อนแตกต่างกันไป
“เจี่ยนน่า จบจากภาควิชาการแสดง ของวิทยาลัยการละครแห่งชาติสินะ?” กรรมการสัมภาษณ์หญิงคนหนึ่งอ่านประวัติการศึกษาของจินนา
นี่คือตัวตนที่มาดามจัสติสสร้างขึ้นให้จินนา และจากที่จินนาทราบ ภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับมาดามจัสติสในแดนฝันคือ ผู้ควบคุมบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์และโปรดิวเซอร์ของ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ฮอลลี่
นั่นหมายความว่า เธอคือเถ้าแก่ของกรรมการสัมภาษณ์พวกนี้
บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์เป็นเพียงธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักภายใต้กลุ่มบริษัทฮอลล์ รากฐานของกลุ่มบริษัทฮอลล์คือ ธนาคารหลากหลายแห่งในเมืองแดนฝัน มีกำลังทางการเงินรองจากกลุ่มบริษัทอินทิสเท่านั้น
“ใช่ค่ะ” จินนาไม่ได้ปิดบังน้ำเสียงอันไพเราะของตัวเอง
หลังจากกรรมการสัมภาษณ์แต่ละคน ถามคำถามต่างๆ แล้ว คนแรกก็หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาส่งให้จินนา
“คุณแสดงตามข้อกำหนดที่เขียนไว้บนนี้นะ”
กรรมการสัมภาษณ์คนนี้เห็นว่าจินนามีหน้าตาสวยสะอาด บุคลิกดูใสซื่อ จึงตั้งใจเลือกการแสดงที่มีธีม ‘ยั่วยวน’ มาทดสอบเธอ
หลังจากจินนารับการ์ดมา ยังไม่ทันได้ดูโจทย์ ก็ได้ยินกรรมการสัมภาษณ์พูดเสริมว่า
“เราไม่อนุญาตให้แต่งหน้าหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่ คุณต้องใช้การแสดงของตัวเองถ่ายทอดเนื้อหาของโจทย์ออกมา”
จินนาไม่รู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกตื่นเต้นเสียอีก
ตอนเป็นเด็กฝึกที่โรงละครกรงพิราบเก่า เธอฝันถึงโอกาสการแสดงแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
เธอก้มลงมองโจทย์ อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
‘ยั่วยวน’ เธอมีประสบการณ์ชีวิตในเรื่องนี้อยู่แล้ว
เมื่อจินนาเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์และความกล้า ราวกับซ่อนพันคำหมื่นคำเอาไว้
‘นางพญา’ กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง!
เมื่อสายตาของเธอกวาดผ่าน ไม่ว่าจะเป็นกรรมการชายหรือกรรมการหญิง ต่างรู้สึกสั่นสะท้านในใจโดยไม่ทราบสาเหตุ
ระหว่างที่จินนาแสดงไปได้ครึ่งทาง ก็มีกรรมการเริ่มดื่มน้ำ
ฉันยังไม่ได้ใช้ ‘เสน่ห์’ เลยนะ…จินนาภูมิใจในการแสดงของตัวเอง
เธอแทบไม่ได้ทำท่าทางลามกเลยด้วยซ้ำ
“ฟู่…” กรรมการสัมภาษณ์คนหนึ่งเห็นจินนาแสดงเสร็จ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
เธอถามว่า
“มีแฟนหรือยัง?”
“มีค่ะ” จินนาตอบอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ได้พูดถึงว่ายังมีลูกอีกคน
ในประวัติย่อของเธอก็ไม่ได้ระบุ อย่างไรเสีย ทะเบียนบ้านของลุดวิกก็อยู่กับลูเมี่ยน และเธอกับลูเมี่ยนก็ไม่ได้แต่งงานกัน บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ก็คงไม่ได้จ้างนักสืบเอกชนมาแกะรอยในเชิงลึก แน่นอนว่าพวกเขาคงสืบไม่พบ
กรรมการสัมภาษณ์หลายคนอดไม่ได้ที่จะสบตากัน
ช่างเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอะไรเช่นนี้ อนาคตอาจเป็นดอกไม้ที่บานแล้วทำให้ดอกอื่นหมองไป ทำไมถึงมีแฟนเสียแล้วล่ะ?
เด็กสาวเอ๋ย ตื่นเถอะนะ ยังเด็กนักจะมีแฟนทำไม!
ช่างเถอะๆ แค่เข้าวงการ ได้เห็นว่าอะไรเรียกว่าความหรูหราฟุ่มเฟือย แฟนเก่าก็คงเลิกกันในไม่ช้า ก่อนถึงตอนนั้นก็แค่ทำงาน เก็บเป็นความลับให้ดีก็พอ
กรรมการสัมภาษณ์หญิงคนแรกละสายตาจากเพื่อนร่วมงาน แล้วพูดกับจินนาว่า
“คุณกลับไปรอข่าวนะ เราจะตอบกลับคุณในอีกไม่ช้า อา…และในสามวันนี้ พยายามอย่าออกนอกเมืองเลยนะ”
“ได้ค่ะ” จินนาทำความเคารพ แล้วถอยออกจากห้องประชุม
เนื่องจากอยู่ในแผนกนักแสดง อาจจะเจอดาราชื่อดังได้ตลอดเวลา จึงมีพนักงานคอยนำทางเธอออกไป เพื่อไม่ให้เดินไปมาหรือถ่ายรูปส่งเดช
สาวน้อยที่พาจินนาออกจากแผนกนักแสดงเห็นว่า ผู้เข้าสัมภาษณ์คนนี้ทั้งสวยและมีความงามที่ไม่เหมือนใคร มีศักยภาพที่จะดังในอนาคต จึงอยากสร้างความสัมพันธ์ แนะนำให้เธอรู้ว่าห้องทำงานไหนเป็นของใคร พื้นที่ไหนเป็นเขตเฉพาะของใคร…
จินนาก็สนใจเรื่องนี้เช่นกัน เพราะลูเมี่ยนเคยกำชับเธอว่า “สังเกตนักแสดงที่แสดงเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ดูว่าเขามีอะไรพิเศษหรือไม่”
ทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน พลางค่อยๆ เดินออกไปนอกแผนกนักแสดง
ในตอนนั้น มีคนหลายคนเดินเข้ามาจากข้างนอก คนที่นำหน้าสวมแว่นตากันแดด สูงประมาณหนึ่งเมตรแปด
เนื่องจากเข้ามาในแผนกนักแสดงแล้ว คนผู้นี้จึงถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้จินนารู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง
เขาดูคล้ายโจวหมิงรุ่ยราวสามส่วน ศีรษะเล็กกว่า หน้าตาประณีตกว่า เส้นสายของโครงหน้าชัดเจนกว่า หากไม่ใช่เพราะจินนาตั้งใจมองหาร่องรอยของโจวหมิงรุ่ยบนใบหน้าเขา ก็คงแทบจะมองไม่ออก
นี่คือผู้สวมบทบาทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ลูกครึ่งคนหนึ่ง เจี่ยยู่
จินนาละสายตากลับด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
ถ้าเจี่ยยู่มีหน้าตาคล้ายเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่เขาสวมบทบาทสักหกเจ็ดส่วน หรือคล้ายโจวหมิงรุ่ยอย่างมาก แล้วใช้การแต่งหน้าเปลี่ยนเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ จินนาคงคิดว่าเขาอาจมีความพิเศษบางอย่าง เป็นสัญลักษณ์ของปัญหาสำคัญบางอย่างในแดนฝัน แต่ตอนนี้ จินนาคิดว่านั่นเป็นไปได้ยาก
“ไม่แปลกใจที่ฟรังก้าบอกว่า ไม่จำเป็นต้องมาสังเกตหรือติดต่อกับผู้สวมบทบาทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ มาดามจัสติสก็ไม่ได้กล่าวถึงเจี่ยยู่ในข้อมูล…”
“แต่เหตุผลของฟรังก้าช่างแปลกประหลาด บอกว่าเจี่ยยู่ก็คือเจี่ยยู่ (หยกปลอม) เป็นตัวแทนของคนปลอม ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ แต่ตัว ‘เจี่ย’ (贾) กับ ‘เจี่ย’ (假) มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิงนี่นา…นึกแล้วเชียว ต้องมีไกด์อย่างฟรังก้า บางสิ่งถึงจะเห็นได้ชัดเจน บางสัญลักษณ์ถึงจะอ่านออกได้โดยง่าย…” จินนาครุ่นคิดในใจ ขณะเดินสวนกับเจี่ยยู่และคนอื่นๆ
พวกเขาทุกคนต่างหันมามองแผ่นหลังของจินนาโดยสัญชาตญาณ ราวกับว่าเพิ่งจะตกตะลึงในความงามของเธอ
เมื่อออกจากแผนกศิลปินแล้ว จินนาถามอย่างใคร่รู้
“คนเมื่อกี้คือเจี่ยยู่หรือ?”
พนักงานหญิงที่พาเธอออกมา พยักหน้ารับ
“ใช่ เขาดังเปรี้ยงปร้างจาก ‘โจรสลัดใหญ่ 3’”
“เขามีชื่อภาษาอังกฤษไหม? ฉันว่าเขาดูเหมือนชาวต่างชาติมาก” จินนาถามอย่างไม่ใส่ใจ
ถ้าเจี่ยยู่มีชื่อภาษาอังกฤษว่าไคลน์·โมเร็ตติ ก็คงมีค่าพอที่จะสังเกตและติดต่ออย่างลึกซึ้งต่อไป
พนักงานหญิงคนนั้นนึกทบทวนแล้วตอบ
“ไม่มี เขาแค่มีเชื้อสายต่างชาติจากบรรพบุรุษ”
ขณะที่จินนารู้สึกผิดหวัง พนักงานหญิงคนนั้นลดเสียงลงพูดว่า
“อันที่จริง ตอนแรกเราไม่ได้ให้เขาแสดงเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ เราจองนักแสดงอีกคนไว้ ตอนนั้นเขาดังกว่ามาก เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับนานาชาติเลย”
“ตกลงราคากันไม่ได้หรือ?” จินนาถาม
พนักงานหญิงคนนั้นส่ายหัว
“ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กลายเป็นผักไปแล้ว”
“หา?” จินนาตกใจในใจก่อน จากนั้นความคิดก็แวบผ่านคำต่างๆ ที่เคยเห็นตอนดูวิดีโอเมื่อไม่นานมานี้
แสงดาบเงากระบี่ ลมโชยกลิ่นคาวเลือด การต่อสู้ดุเดือด…
“น่าเสียดายจริงๆ” พนักงานหญิงคนนั้นถอนหายใจ
จินนาขยับดวงตาเล็กน้อยแล้วพูด
“ดาราคนนั้นชื่ออะไรหรือ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินเรื่องอุบัติเหตุที่ต้องเปลี่ยนนักแสดงเลย…”
พนักงานหญิงทำหน้าเหมือนกำลังนึกย้อนความทรงจำ
“ฉันก็จำชื่อเขาไม่ได้เหมือนกัน เรื่องอุบัติเหตุจำได้แม่นมาก แต่กลับนึกชื่อไม่ออกเลย…มันติดอยู่ที่ปลายลิ้น…”
“งั้นฉันจะกลับไปหาข้อมูลเอง” จินนายิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล
เธอยิ้มโบกมือลา แล้วออกจากบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์
……………
หมู่บ้านซินหง ในห้องเช่า
ลูเมี่ยนได้รับข้อความจากจินนา ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับนักแสดงที่รับบทเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์
เขาบอกเรื่องนี้กับอ็องโตนี ทั้งสองช่วยกันค้นหาข่าวคราวตามแพลตฟอร์มต่างๆ
ข่าวอุบัติเหตุที่ทำให้ดาราคนหนึ่งกลายเป็นคนเฝ้าผักมีจริง แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวข่าวเอง หรือความเห็นด้านล่าง ล้วนพูดถึงชื่อและเวลาที่แน่ชัดอย่างคลุมเครือ ราวกับกำลังหลีกเลี่ยงอะไรบางอย่าง
“แม้แต่อินเทอร์เน็ตที่ทรงพลังก็หาไม่ได้ว่าเป็นใคร…” ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน เดินวนไปมาในห้องที่เป็นทั้งห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร
เขานึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วค้นหา ‘ชื่อที่ทำให้คุณประทับใจ’
“เคยได้ยินข่าวนี้ไหม รู้ไหมว่าเป็นใคร?”
ใต้ข้อความที่แปลงมาจากระบบป้อนเสียง เป็นเนื้อหาข่าวที่ลูเมี่ยนคัดลอกมาวาง
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง แอนเดอร์สัน·ฮู้ดตอบกลับมา
“เห็นไหม ถ้าผมไปมอบตัว ใครจะให้ข้อมูลกับคุณล่ะ?”
ยังไม่ลืมเรื่องครั้งที่แล้วอีกหรือ? ใจน้อยไปหน่อยหรือเปล่า? ลูเมี่ยนรำพันเงียบงันสองประโยค แล้วยิ้มพลางยกโทรศัพท์มาใกล้ปาก
“ผมก็จะช่วยคุณแหกคุก”
หลังจากผ่านไปยี่สิบสามสิบวินาที แอนเดอร์สันตอบกลับมา
“แต่ผมไม่อยากแหกคุก คุณไม่จำเป็นต้องช่วยผมแล้วเป็นศัตรูกับเมืองนี้”
“ดาราที่ประสบอุบัติเหตุทางรถคนนั้นชื่ออันเสี่ยวเทียน ตอนนี้ยังนอนอยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลหงเยว่”
“อันเสี่ยวเทียน?” ลูเมี่ยนมองไปทางอ็องโตนี
ตามที่ฟรังก้าเคยพูด ทุกคนนามสกุลอัน อาจจะเป็นญาติกันเมื่อห้าร้อยปีที่แล้วก็ได้
อ็องโตนีคิดอยู่ไม่กี่วินาที เพิ่งจะมีแรงบันดาลใจ ลูเมี่ยนก็พูดกับตัวเองไปแล้ว
“อันทีโกนัส?”
หนึ่งในห้าดยุกของจักรวรรดิทูดอร์ อดีตผู้ครองเอกลักษณ์ของมิสเตอร์ฟูล
นึกถึงดยุกทั้งห้าของจักรวรรดิทูดอร์ ตัวเองได้เจอมาแล้วสามคนในแดนฝัน ลูเมี่ยนที่มีออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตหลงเหลืออยู่ รู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“การที่อวตารของมิสเตอร์ฟูลไปหาอดีตมิสเตอร์ฟูลมาแสดง ก็สอดคล้องกับตรรกะของแดนฝันดีนะ…” ลูเมี่ยนพยักหน้าช้าๆ
“แต่การประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ดูยังไงก็ไม่ปกติ มันเป็นสัญลักษณ์ของอะไร?” อ็องโตนีครุ่นคิดพลางพูด
“เป็นสัญลักษณ์ว่า ตราประทับทางวิญญาณที่อันทีโกนัสทิ้งไว้ในเอกลักษณ์ของเดอะฟูล อยู่ในสภาพมนุษย์ผักแล้วหรือเปล่า?” ลูเมี่ยนลองตีความดู
เขาเสริมทันที
“ในเรื่องนี้ สิ่งที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือ มาดามจัสติสไม่ได้พูดถึงในข้อมูล”
“ไม่ว่าอันเสี่ยวเทียนจะเป็นภาพในแดนฝันที่สอดคล้องกับอันทีโกนัสหรือไม่ก็ตาม การที่นักแสดงอย่างเขา ซึ่งถูกจองตัวไว้ให้รับบทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเป็นมนุษย์ผัก มาดามจัสติสก็ควรจะต้องกล่าวถึงในข้อมูลสักหน่อย ทั้งในแง่ความรู้สึกและเหตุผล”
“ถ้าเป็นอันทีโกนัส เธอก็ควรจะกำชับให้เราขุดคุ้ยปัญหาให้ลึก แต่ถ้าไม่ใช่ ทำไมไม่อธิบายง่ายๆ สักหน่อย เพื่อไม่ให้เราเสียเวลากับเรื่องนี้ล่ะ?”
อ็องโตนีครุ่นคิดสักพักแล้วพูด
“อาจจะลืมไปก็ได้”
และสำหรับเหล่าอาร์คาน่าใหญ่แล้ว ‘ลืม’ ในตัวมันเองก็บ่งบอกได้ว่า เรื่องของอันเสี่ยวเทียนมีปัญหา
ลูเมี่ยนที่ยืนอยู่มองอ็องโตนี พูดอย่างครุ่นคิด
“เดี๋ยวคุณไปรับจดหมายที่ร้านขายของชำซิงเมิ่ง เขียนเรื่องของอันเสี่ยวเทียนเป็นจดหมายแล้วส่งออกไป”
“ผมจะหาเวลาไปโรงพยาบาลหงเยว่ เพื่อ ‘เยี่ยม’ อันเสี่ยวเทียนสักหน่อย”
……………………………………………………..