ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 970 การเชื่อมโยง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 970 การเชื่อมโยง
ตอนที่ 970 การเชื่อมโยง
ในห้องผู้ป่วยอันมืดมิด ซึ่งมีเพียงแสงจันทร์ส่องเข้ามาเลือนราง ลูเมี่ยนเห็นนิ้วของอันเสี่ยวเทียนที่อยู่ในสภาพผู้ป่วยเจ้าชายนิทรามากว่าปี ขยับเล็กน้อยอย่างแทบไม่เห็น
เขาประหลาดใจ แต่ไม่ได้รู้สึกกลัว กลับยิ้มออกมา
มีความผิดปกติดี มีความผิดปกติจึงจะแสดงข้อมูลมากขึ้น!
ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ใครมันจะไปตีความปริศนาออก?
ลูเมี่ยนยืนพิงหน้าต่าง จ้องมองอันเสี่ยวเทียนบนเตียง รอคอยความผิดปกติเพิ่มเติม
นิ้วของอันเสี่ยวเทียนขยับอีกครั้ง
ความมืดในห้องดูเหมือนจะลึกลับยิ่งขึ้น
สายตาของลูเมี่ยนพลันมองไปที่ประตูห้องผู้ป่วย
ประตูถูกเปิดอย่างไร้เสียง พยาบาลสวมหมวกสีขาวเดินเข้ามา
ลูเมี่ยนไม่ได้เทเลพอร์ตออกไปทันที แต่ซ่อนตัวในเงามืดอันเกิดจากผ้าม่าน
เขาเห็นพยาบาลคนนั้นมีสีหน้าเรียบเฉยขณะวุ่นวายอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย บางครั้งปรับเครื่องมือ บางครั้งเปลี่ยนถุงน้ำเกลือ แต่มือของเธอว่างเปล่าตลอด และขณะนี้บนราวแขวนน้ำเกลือก็ไม่ได้แขวนอะไรเลย
ลูเมี่ยนมองผ่านประตูที่เปิดอยู่ พบว่าในโถงทางเดินที่มีแสงสลัวมีคนสิบกว่าคนปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ
มีทั้งพยาบาลที่เข็นรถเข็นว่างเปล่า สตรีในชุดคนไข้เดินไปมา ผู้ชายที่เดินพลางขยับแขนทั้งสองข้าง คึกคักราวกับเป็นช่วงเที่ยงวัน
แต่ตอนนี้เป็นเวลาดึก พวกเขาไม่ได้ส่งเสียงใด และบนใบหน้าก็ไม่มีการแสดงอารมณ์ใด
ลูเมี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วเดินออกมาจากเงามืดอย่างเต็มใจ
พยาบาลที่กำลังวุ่นวายอยู่ข้างเตียงของอันเสี่ยวเทียน ไม่แม้แต่จะมองเขาสักแวบเดียว ราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ
ลูเมี่ยนเดินออกจากห้องผู้ป่วยอย่างไม่เร่งรีบ ท่ามกลางพยาบาลและคนไข้ที่เดินขวักไขว่ไปมา
ชายที่กำลังขยับแขนคนนั้น เกือบจะชนเขา แต่กลับเดินอ้อมไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยตลอดทางไม่ได้มองเขาเลย
ลูเมี่ยนล้วงมือทั้งสองข้างในกระเป๋า มองดูพวกเขา ราวกับว่าทุกคนไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน
พยาบาลที่กำลังเข็นรถว่างเปล่าหันกลับมา แล้วเดินตรงมาที่ลูเมี่ยนอย่างแข็งทื่อ
เมื่อทั้งสองกำลังจะชนกัน พยาบาลคนนั้นหยุดกะทันหัน อ้าปาก พูดออกมาหนึ่งคำ
“ระ…”
เสียงของเธอหยุดลงทันที แล้วเดินอ้อมลูเมี่ยนไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ด้านหลังเธอคือคนไข้หญิงที่กำลังเดินเล่น เธอมาถึงตรงหน้าลูเมี่ยน เปิดปากพูด
“วัง…”
ระ…วัง? ระวังอะไร? ลูเมี่ยนรู้สึกกระชุ่มกระชวยทันที คิดว่าการมาครั้งนี้ไม่เสียเปล่า
คนไข้หญิงคนนั้นพูดเพียงคำเดียวแล้วก็เดินอ้อมลูเมี่ยนไป ด้านหลังเธอเป็นพยาบาลอีกคน
พยาบาลคนนั้นเพิ่งจะอ้าปาก ลูเมี่ยนก็ได้ยินเสียงพรึ่บๆๆ
ไฟที่ส่วนปลายของโถงทางเดินซึ่งหรี่แสงอยู่แล้ว เริ่มกะพริบ สว่างบ้างมืดบ้าง สลับกันอย่างรวดเร็ว
เกือบจะพร้อมกันนั้น ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนถูกสภาพแวดล้อมรอบตัวผลักไส ราวกับกำลังจะถูกบีบออกไป เป็นความรู้สึกทรมาน
เขาเห็นพยาบาลตรงหน้าถอยหลังอย่างรวดเร็วทีละก้าว คนไข้หญิงที่เพิ่งเดินอ้อมเขาไป กลับถอยมาอยู่ตรงหน้าเขา แล้วยังคงถอยหลังต่อไป
ด้วยวิธีนี้ ภาพและเหตุการณ์ที่ลูเมี่ยนเห็นก่อนหน้านี้ เริ่มย้อนกลับด้วยความเร็วสูง ราวกับกำลังดูวิดีโอวงจรปิดแล้วกดปุ่มผิดโดยไม่ตั้งใจ
ในใจของลูเมี่ยนพลันระเบิดความหวาดกลัวอย่างแรงกล้า แม้แต่ความอดทนระดับนักพรตก็ไม่อาจกดข่มมันเอาไว้ได้
เขารู้สึกว่าถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไป ตนจะพบกับเหตุการณ์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง อาจถูกราชันสวรรค์ล็อกเป้าหมายโดยตรง หลังจากนั้นอาจไม่มีโอกาสมายังแดนฝันอีก!
เขาไม่ลังเล กระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา แล้วหายตัวไปจากโถงทางเดินของพื้นที่ผู้ป่วย
จุดหมายในการเทเลพอร์ตของลูเมี่ยนไม่ใช่ห้องเช่าในอพาร์ตเมนต์ซินหง แต่เป็นหน้าร้านขายของชำซิงเมิ่ง
ขณะนี้ ร้านขายของชำซิงเมิ่งปิดแล้ว แต่ไม่ไกลนักคือสถานีตำรวจแดนฝัน ในตัวอาคารยังมีห้องที่เปิดไฟอยู่หลายห้อง
ลูเมี่ยนพิจารณาความรู้สึกของตัวเองอย่างใจเย็น พบว่าความกลัวกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกถูกสภาพแวดล้อมรอบตัวผลักไสก็หายไปแล้ว
“เกิดจากความผิดปกติ หรือไม่ก็สายตาที่จับจ้องบริเวณนั้น พอออกมาก็ไม่มีปัญหาแล้ว?”
“พวกพยาบาลและคนไข้นั่น ถูกอันเสี่ยวเทียนที่อยู่ในสภาพผู้ป่วยเจ้าชายนิทราควบคุม พยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเรา ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในแดนฝัน?”
“สิ่งที่เขาต้องการจะบอกเรา คงจะสำคัญมากสินะ ถึงกับกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงได้ขนาดนี้ ไม่เปิดโอกาสให้พูดต่อเลย…ถ้าฟรังก้าไปหาโจวหมิงรุ่ยในตอนกลางคืน พยายามจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา ก็น่าจะเป็นเหมือนเมื่อสักครู่ พูดได้แค่เริ่มต้น ก็ถูกบังคับให้ย้อนกลับ หรือถูกเตะออกจากแดนฝันไปแล้ว…”
“อันเสี่ยวเทียนต้องการเตือนเราเรื่องอะไรกันแน่…ให้ระวังใคร?”
เป้าหมายที่คาดเดาได้มีมากเกินไป ลูเมี่ยนไม่สามารถหาแนวทางความคิดได้ในตอนนี้
เขารู้สึกว่าจำเป็นต้อง ‘ติดต่อ’ กับอันเสี่ยวเทียนอีกครั้ง แต่ต้องคิดหาวิธีหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเสียก่อน ให้อีกฝ่ายพูดได้อย่างน้อยอีกสองคำ
หากข้อมูลที่อันเสี่ยวเทียนต้องการส่งมา มีความสำคัญอย่างแท้จริง ลูเมี่ยนก็ไม่เสียดายที่จะถูกเตะออกจากแดนฝันอีกหลายครั้ง แม้โอกาสต่อๆ ไปจะถูกใช้ไปครั้งละหนึ่งหน เขาก็เต็มใจทำ
เราถูกเตะออกไปอย่างสมบูรณ์ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะยังมีเพื่อนร่วมทีมอยู่
แค่สามารถรับข้อมูลสำคัญมาได้ การเสียสละตัวเราก็นับว่าคุ้มค่ามาก
ต้องเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีม!
…………
ยามดึกสงัด สวนเต๋อชวง ห้อง 2303
ฟรังก้าถูกปลุกด้วยเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือ
เธอหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นคำขอสนทนาทางเสียงจาก ‘คนโง่’
อืม…ฟรังก้ายังไม่ทันรับสาย ลูเมี่ยนก็วางสายไปแล้ว จากนั้นส่งข้อความมาแทน
เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ เพราะข้อความและประวัติการโทรสามารถลบได้ด้วย ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ แต่เนื้อหาการสนทนาทางเสียง ไม่สามารถลบได้ อาจถูกดักฟัง
หลังจากมองจินนาที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ฟรังก้าจึงอ่านข้อความจากลูเมี่ยนอย่างจริงจัง
ขณะที่อ่าน สีหน้าของฟรังก้าก็เปลี่ยนไป
เธอกดเสียงลงพลางเอ่ยปาก
“ประธานฮวงอาจมีปัญหา…”
“ซาราธุสตรา ช่วงนี้ภายนอกดูเหมือนพยายามติดต่อโจวหมิงรุ่ย แต่ที่จริงกำลังใช้โรซายล์ในกระจกไปกัดกร่อนและโน้มน้าวประธานฮวง…บัดซบ! นี่มันเล่ห์เหลี่ยมชั่วช้าเกินไปแล้ว!”
จินนาขยับเข้ามาใกล้ อ่านข้อความจากลูเมี่ยนจนจบ
เธอก็ขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่อยู่
“ถ้าประธานฮวงไปอยู่ฝั่งราชันสวรรค์ เรื่องก็จะยุ่งยากแล้ว…”
“ไม่ใช่แค่ยุ่งยาก อีกฝ่ายมีทั้งคน มีทั้งเงิน ทั้งอิทธิพล แล้วเราจะเดินหมากต่อยังไง? พาโจวหมิงรุ่ยไปเช่าห้องแถวๆ สถานีตำรวจ หางานที่ประธานฮวงไม่มีอิทธิพลหรือ?” ฟรังก้ายิ่งคิดยิ่งปวดหัว “ให้เรายืนยันว่าประธานฮวงมีความผิดปกติหรือไม่ แล้วจะยืนยันยังไง? ถ้าเขาประกาศปุบปับว่าตัวเองทำศัลยกรรมแปลงเพศ แสดงว่าถูกโรซายล์ในกระจกควบคุมเต็มตัวแล้วงั้นสินะ?”
จินนาคิดสักครู่แล้วพูด
“ถ้าประธานฮวงถูกควบคุมจริง และช่วยเหลือกลับมาไม่ได้ เราอาจจะต้องสละคนหนึ่ง สังหารประธานฮวง แล้วให้ฮวงเป่ยเป่ยขึ้นเป็นประธานบริษัทอินทิส”
“ความคิดดี…” มุมปากของฟรังก้าขยับเล็กน้อย “ถ้าประธานฮวงถูกควบคุมจริง ก็แปลว่าเขาคือโรซายล์ในกระจก เป็นผู้วิเศษที่มีศักดิ์เทวทูต และเขายังมีซาราธุสตราช่วยเหลือ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝีมือดีคุ้มครอง พวกเราสี่คนร่วมมือกัน ยังไม่แน่ว่าจะลอบสังหารเขาได้ แล้วจะให้แค่คนเดียวแยกไปทำ…”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าทำเป็นขำขันท่ามกลางความยากลำบาก
“อีกอย่าง ฮวงเป่ยเป่ยยังมีน้องชายอีกสองคน ไม่แน่ว่าตำแหน่งประธานจะตกถึงเธอ…”
พูดไปพูดมา ฟรังก้าก็ชะงักไปทันที
เธอสบตากับจินนา ทั้งคู่ตาเป็นประกาย พร้อมใจกันเปล่งวาจา
“ฮวงเป่ยเป่ย!”
คนที่เหมาะสมที่สุดในการยืนยันว่า ประธานฮวงมีความผิดปกติหรือไม่ ก็คือฮวงเป่ยเป่ย!
หากพึ่งแค่ฟรังก้ากับจินนาเอง นอกจากจะบุกรุกเข้าไปแอบดู โอกาสที่จะได้เจอประธานฮวงก็ขึ้นอยู่กับดวง แล้วจะพูดถึงการหยั่งเชิงได้อย่างไร
“จะติดต่อฮวงเป่ยเป่ยแล้วโน้มน้าวเธอยังไงดี?” ปฏิกิริยาแรกของฟรังก้าคือหาโรแซน ถามเธอว่ามีเบอร์โทรหรือไอดีแชตของฮวงเป่ยเป่ยไหม
ขณะที่ดวงตากำลังเคลื่อนไหว รอยยิ้มของฟรังก้าก็ผลิบาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ
“ฉันมีวิธีแล้ว!”
“วิธีอะไร?” จินนาถามอย่างตื่นเต้น
ฟรังก้ากระแอมเบาๆ แล้วพูด
“คนที่เราควรหาไม่ใช่ฮวงเป่ยเป่ย แต่เป็นแบร์นาแดต”
“พรุ่งนี้เราจะเขียนจดหมายถึงไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ให้พวกเขาไปติดต่อ ‘ราชินีเงื่อนงำ’…ถ้าแบร์นาแดตยังมีโอกาสเข้าสู่แดนฝัน เธอก็จะมาจัดการเอง โดยที่เราไม่ต้องไปโน้มน้าว หรือกระตุ้นเธอ”
“ในฝันและนอกฝัน ออนไลน์และออฟไลน์ สามารถเชื่อมโยงกันได้!”
จินนาพยักหน้าช้าๆ
“ถ้า ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ไม่สามารถเข้ามาได้แล้ว เราค่อยพิจารณาว่าจะติดต่อและ ‘กระตุ้น’ ฮวงเป่ยเป่ยอย่างไร”
“ตอนนี้เราสามารถวางแผนได้เลย” ฟรังก้าไม่มีอาการง่วงนอนแล้ว
จินนาคิดอย่างจริงจังสักครู่
“เรื่องนี้สำคัญมาก ฉันว่าไม่ควรรอถึงพรุ่งนี้ค่อยเขียนจดหมาย ฉันจะออกจากแดนฝันเดี๋ยวนี้ บอกเรื่องปัญหาของประธานฮวงให้ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ที่เฝ้าอยู่ในคฤหาสน์รู้”
ฟรังก้าครุ่นคิดสักครู่แล้วพูด
“ก็ดี…ไม่ใช่การเข้าออกแดนฝันบ่อยๆ…แค่ครั้งเดียว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ไม่กระทบจำนวนครั้งที่จะถูกเตะออกจากแดนฝัน”
จินนาปรับท่านั่งพิงทันที
ในสถานการณ์ปัจจุบัน เธอไม่สามารถอาศัยการผลักออกของแดนฝันเพื่อออกไปเองได้ ทำได้แค่ใช้วิธีเข้าฌาน เข้าสู่สภาวะที่จิตใจว่างเปล่า แล้วจินตนาการว่าตัวเองกระโดดลงมาจากที่สูง
ท่ามกลางความรู้สึกดิ่งลงอย่างรวดเร็วโดยปราศจากน้ำหนัก จินนาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา
เธอลืมตากว้าง พลิกตัวลงจากเตียง ตรวจสอบว่าตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความจริงหรือไม่
จากนั้น เธอเปิดประตูออกไป เดินลงบันได
ค่ำคืนนี้ ผู้ที่คอยปกป้องพวกเขาในห้องนั่งเล่นคือมาดามจัสติส ผู้สวมชุดกระโปรงสีขาวประดับทอง
“มีเหตุฉุกเฉินหรือ?” มาดามจัสติสลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยถาม
โดยที่จินนาไม่ต้องเน้นย้ำ เธอก็รู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาแล้ว
จินนาพยักหน้า แล้วเล่าทั้งข้อสงสัยของลูเมี่ยน รวมถึงข่าวกรองของฟรังก้า และการติดต่อระหว่างซาราธุสตรากับฮวงเทาล่าสุด
มาดามจัสติสพยักหน้ารับ
“พวกเราจะติดต่อ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ทันที”
เธอยกมือขวาขึ้น วาดรูปนกตัวเล็กในอากาศ
นกตัวเล็กตัวนั้นโปร่งแสงชวนฝัน มันส่งเสียงจิ๊บๆ จ๊อกๆ บินวนแล้วบินลงมาหามาดามจัสติส ก่อนจะเข้าไปในร่างของเธอ แล้วหายไปไร้ร่องรอย
“นี่คือผู้ส่งสารแห่งฝันที่ฉันถักทอขึ้น มันสามารถอาศัยมหาสมุทรจิตใต้สำนึกรวม เดินทางไปหาบุคคลเป้าหมายได้” มาดามจัสติสอธิบายสั้นๆ
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ
“เมื่อเธอกลับมาสู่โลกความจริง ฉันจะเล่าเรื่องของอันเสี่ยวเทียนให้เธอฟังเอง”
“ตอนนั้น ฉันถูกเตะออกจากแดนฝันไปแล้วหนึ่งครั้ง เริ่มระดมทุนถ่ายทำ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ นี่ไม่ใช่แค่เพราะอยากตอกย้ำประสบการณ์ของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ให้ภาพสะท้อนแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลได้เห็น เพื่อปลุกความทรงจำของเขากลับมา แต่ยังเป็นการค้นหาวิธี ซึ่งจะทำให้คำพูดที่มิสเตอร์ฟูลเคยบอกพวกเรา กลายเป็นความจริง”
“เดอะเวิลด์ตื่น เดอะฟูลกลับมา”
……………………………………………………..