ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 971 เรื่องราวในอดีต
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 971 เรื่องราวในอดีต
ตอนที่ 971 เรื่องราวในอดีต
“เดอะเวิลด์ตื่น เดอะฟูลกลับมา…”
จินนาเคยเห็นประโยคนี้ในข้อมูลที่อาร์คาน่าใหญ่มอบให้ มันถูกพิจารณาว่าเป็นวิวรณ์ที่สำคัญที่สุด ซึ่งมิสเตอร์ฟูลทิ้งไว้ก่อนจมสู่การหลับใหล ซ่อนทิศทางที่จะปลุกเขาให้ลืมตาตื่น
มีการกล่าวว่าลำดับ 0 ของเส้นทางนักทำนาย ‘เดอะฟูล’ คือผู้ครอบครองอำนาจแห่งโชคชะตา!
จินนามองมาดามจัสติสโดยไม่เอ่ยถามคำใด รอให้อีกฝ่ายเล่าต่อ
มาดามจัสติสชี้ไปทางโซฟา
“นั่งลงคุยกันดีกว่า”
หลังจากต่างคนต่างเลือกโซฟาตัวหนึ่งแล้ว มาดามจัสติสก็เริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“หลังจากที่พวกเราเก็บข้อมูลเบื้องต้นในแดนฝัน ก็เริ่มค้นพบปัญหาหนึ่ง”
“ไม่มีภาพสะท้อนแดนฝันที่ตรงกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์”
“ส่วนในบรรดาร่างจำแลงของมิสเตอร์ฟูล ภาพสะท้อนแดนฝันของไคลน์·โมเร็ตติ ถูกหลอมรวมอยู่บนร่างของโจวหมิงรุ่ย สังเกตได้จากพี่ชายของโจวหมิงรุ่ยชื่อโจวปันเซิน น้องสาวชื่อโจวซาซา ซึ่งตรงกับพี่ชายเบ็นสัน และน้องสาวเมลิสซาของไคลน์·โมเร็ตติในโลกแห่งความจริง
“ส่วนร่างจำแลงอื่นๆ อย่างนักสืบเอกชน หรือนักมายากลเร่ร่อน ล้วนสามารถหาภาพสะท้อนที่ตรงกันในแดนฝันได้ แต่พวกมันกระจายอยู่บนร่างของคนหลายคน บ้างก็ใช้ครึ่งหนึ่งของชื่อ บ้างก็แสดงเพียงลักษณะเฉพาะที่ตรงกัน”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ จินนาก็พยักหน้ารับ
สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกกล่าวถึงในข้อมูล ทีมของพวกเธอก็เคยแอบสังเกตภาพสะท้อนที่ตรงกัน หลังจากนี้จะทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลึกซึ้งทีละคน
มาดามจัสติสหัวเราะคล้ายกับถอนหายใจ
“ภาพสะท้อนแดนฝันส่วนนั้น พวกเราล้วนยืนยันแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ไม่มีส่วนใดที่พวกเราสามารถใช้ประโยชน์ได้”
“แต่เกอร์มัน·สแปร์โรว์ซึ่งเป็นร่างอวตารสุดแสนสำคัญ หนึ่งในสองร่างของมิสเตอร์ฟูล หรือก็คือ ‘เดอะเวิลด์’ ที่ถูกกล่าวถึงในวิวรณ์ กลับไม่มีภาพสะท้อนที่ตรงกันในแดนฝัน”
“ข้อมูลนี้เคยทำให้พวกเรารู้สึกสงสัยอย่างแรงกล้า แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นด้วย”
“เราไม่กลัวปัญหา กลัวแต่ว่าทุกอย่างจะเป็นปกติต่างหาก”
“ผลลัพธ์หลังจากที่พวกเราหารือกันคือ ลองพยายามสร้างตัวละครเกอร์มัน·สแปร์โรว์ขึ้นในแดนฝัน เพราะเมื่อมีเกอร์มัน·สแปร์โรว์แล้ว ถึงจะพูดถึงการปลุก ‘เดอะเวิลด์’ ให้ตื่นขึ้นได้”
จินนาฟังแล้วรู้สึกทั้งประหลาดใจระคนตื่นเต้น
แนวคิดนี้เป็นสิ่งที่พวกเธอไม่เคยนึกถึงมาก่อน
แน่นอน นี่ส่วนใหญ่เป็นเพราะพวกเธอเพิ่งจะสิ้นสุดกระบวนการสังเกตตัวละครสำคัญ และยังอยู่ในช่วงทดลองว่า การติดต่อกับตัวละครต่างๆ ในระดับที่แตกต่างกัน จะให้ผลลัพธ์อย่างไรบ้าง ยังไม่ได้รวบรวมข้อมูล หรือค้นหาวิธีการปลุกมิสเตอร์ฟูล
ลูเมี่ยนมีการเชื่อมโยงบางอย่างจากประโยค ‘เดอะเวิลด์ตื่น เดอะฟูลกลับมา’ จึงให้จินนาสมัครงานที่บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ และสังเกตนักแสดงที่สวมบทบาทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ให้มากขึ้น
สิ่งที่พวกเธอไม่คาดคิดก็คือ การถ่ายทำภาพยนตร์ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ นอกจากจะหวังกระตุ้นโจวหมิงรุ่ย พร้อมปลุกความทรงจำของเขาแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในแดนฝันขึ้นมาจากความว่างเปล่าอีกด้วย!
มาดามจัสติสกล่าวต่อไป
“การทดลองครั้งแรกของพวกเรา ฉันใช้พลังของ ‘นักสานฝัน’ และทรัพยากรของกลุ่มฮอลล์ สร้างภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในแดนฝันขึ้นมาโดยตรง พร้อมทั้งมอบเอกสารยืนยันตัวตนและประสบการณ์ในอดีตที่เสมือนจริงให้เขา ผลก็คือ อา…ฉันถูกเตะออกจากแดนฝัน”
“เหรียญทองของฉันได้มาจากมาดามไรเน็ตต์ และต่อมาก็คืนให้พระองค์ ซึ่งพระองค์เคยถูกเตะออกจากแดนฝันครบสามครั้งแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะเข้าไป”
“การถูกเตะออกจากแดนฝันไม่ได้ทำให้ฉันท้อแท้ กลับรู้สึกตื่นเต้นยินดี คิดว่านี่อาจเป็นทิศทางที่มีความหมาย หากไม่แล้ว ราชันสวรรค์คงไม่หันเหสายตามายังสถานที่ซึ่งห่างไกลจากโจวหมิงรุ่ย”
“พวกเราเริ่มการทดลองครั้งที่สอง โดยมาดามเมจิกเชี่ยนอาศัย ‘ปลาเค็ม…’ เอ่อ…อาศัยตัวตนของนักเขียนนิยายขายดี แต่ง ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ขึ้นมา”
“‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ก็เป็นเรื่องที่พวกคุณจงใจแต่งขึ้นมาเองเหมือนกัน?” จินนาถามกลับด้วยท่าทีครุ่นคิด
มาดามจัสติสยิ้มอย่างเป็นประกายต่อหน้าจินนา
“พวกคุณไม่เคยดู ‘โจรสลัดใหญ่ 1’ และ ‘โจรสลัดใหญ่ 2’ หรือ? พวกมันเล่าเรื่องราวของโจรสลัด แต่ไม่มีตัวละครเกอร์มัน·สแปร์โรว์ปรากฏ นั่นหมายความว่า ก่อนที่มาดามเมจิกเชี่ยนจะเขียน ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ด้วยตัวเอง แม้แต่ในเรื่องราวก็ยังไม่มีภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์อยู่เลย”
“เมื่อเขียนเสร็จและ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ เริ่มตีพิมพ์ ก็ทำให้มาดามเมจิกเชี่ยนถูกเตะออกจากแดนฝันเช่นกัน”
“พวกเรารู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ฉันซื้อลิขสิทธิ์การสร้างภาพยนตร์และโทรทัศน์ของ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ผ่านบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ และเริ่มระดมทุนถ่ายทำ”
มีเงินนี่ดีจริงๆ…จินนาอดรู้สึกทึ่งไม่ได้
สำหรับทีมเล็กๆ ของพวกเธอ อย่าว่าแต่ถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์เลย แค่ซื้อลิขสิทธิ์ของ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ก็ยังต้องถูกรางวัลที่หนึ่งอีกไม่รู้กี่ครั้ง
มาดามจัสติสเล่าด้วยความระลึกถึง
“ฉันรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ด้วยตัวเอง เลือกนักแสดงที่จะมาสวมบทบาทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ด้วยตัวเอง”
“และแล้ว ฉันได้พบกับอันเสี่ยวเทียน เขาเป็นนักแสดงและเป็นดารา มันเป็นความบังเอิญที่น่าประหลาดใจ ราวกับว่ามิสเตอร์ฟูลได้วางแผนไว้ล่วงหน้าในที่ลับ รอให้พวกเราไปเปิดใช้งาน”
“ตัวละครของอันเสี่ยวเทียนในแดนฝันคือคนที่เสียพ่อแม่ไป ได้รับการเลี้ยงดูจากพี่สาว จนเรียนจบมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียน เข้าสู่วงการบันเทิง”
“พี่สาวของเขาป่วยหนัก ตอนนี้ก็เป็นเหมือนเจ้าหญิงนิทรา เขาพยายามเป็นดาราดังเพื่อหาเงินมากมาย เพื่อรักษาความหวังที่ว่าพี่สาวจะฟื้นขึ้นมา”
“ฉันส่งคำเชิญไปหาเขา เสนอค่าตัวที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้”
“ตอนนั้นฉันรู้สึกกังวลอยู่บ้าง ว่าการให้อันเสี่ยวเทียนแสดงเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า คุณก็รู้ว่าอันเสี่ยวเทียนในความเป็นจริงคืออันทีโกนัส ซึ่งเป็น ‘ฮาล์ฟฟูล’ แห่งยุคที่สี่ และยังไม่ได้ร่วงหล่นไป หากนำตราประทับวิญญาณของพระองค์มาเชื่อมโยงกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในภาพยนตร์ อาจส่งผลต่อการรับรู้ตัวตนของมิสเตอร์ฟูล หรืออาจทำให้อันทีโกนัสและราชันสวรรค์ได้รับผลประโยชน์”
“เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหา พวกเราได้ติดต่อกับอันทีโกนัสผ่านทางศาสนจักรเทพธิดารัตติกาล พระองค์บอกกับพวกเราว่าสามารถลองดูได้”
“อันทีโกนัสมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับศาสนจักรเทพธิดารัตติกาล? พระองค์เชื่อถือได้หรือ?” จินนาถามโดยสัญชาตญาณ
มาดามจัสติสยิ้มอย่างซับซ้อน
“การถูกจับกุมและคุมขัง ก็นับเป็นความเชื่อมโยงอย่างหนึ่งเช่นกัน…”
“แต่หลังจากที่เทพธิดาได้ประทานคำทำนาย และให้คำมั่นสัญญากับอันทีโกนัสในเรื่องหนึ่ง พระองค์ก็เริ่มทำงานให้กับศาสนจักรเทพธิดารัตติกาล สิ่งที่พระองค์พูดจึงมีความน่าเชื่อถือสูง”
“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันตัดสินใจเชิญอันเสี่ยวเทียนมารับบทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในที่สุด”
“แต่ในวันที่เริ่มถ่ายทำ อันเสี่ยวเทียนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ร้ายแรงมาก และกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว”
ให้ตายเถอะ…ทั้งเขาและพี่สาว ต่างก็กลายเป็นผักไปแล้ว…จินนาคิดว่าช่างน่าสงสารเหลือเกิน
“และนั่นก็ทำให้ฉันถูกเตะออกจากแดนฝันเป็นครั้งที่สอง” มาดามจัสติสพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสีตัวเอง “หลังจากนั้น ฉันก็ถูกจำกัดไม่น้อย พอเข้าแดนฝันเป็นครั้งที่สาม ฮอลลี่ก็ได้เลือกนักแสดงที่จะมารับบทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ไปแล้ว สิ่งที่ถือว่าไม่เลวก็คือ เธอตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวก่อตั้งมูลนิธิขึ้นมา เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้กับอันเสี่ยวเทียนและพี่สาว”
จินนารู้สึกรางๆ ว่ามาดามจัสติสกำลังชมว่าฮอลลี่ ซึ่งเป็นตัวตนของเธอในแดนฝัน เป็นคนที่ไม่เลวเลย สมกับเป็นตัวตนในฝันของเธอ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาให้ชัดเจน
มาดามจัสติสข้ามประเด็นนี้ไป และเอ่ยตามตรง
“ฉันไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมกว่านี้มารับบทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ได้ แม้แต่ยาที่มิสเตอร์มูนมอบให้ ก็ไม่สามารถปลุกอันเสี่ยวเทียนให้ตื่นขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องให้เจี่ยยู่ลองดู น่าเสียดายที่หลังจากเจี่ยยู่ถ่ายทำเสร็จแล้ว เขาก็ไม่สามารถหลอมรวมกับตัวละครเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ภาพยนตร์ก็ไม่สามารถทำให้โจวหมิงรุ่ยนึกอะไรออก ทำได้แค่สร้างผู้เลียนแบบตัวละครเกอร์มัน·สแปร์โรว์เท่านั้น”
“บางที ในช่วงเวลาที่อันเสี่ยวเทียนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป้าหมายที่ภาพยนตร์ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ต้องการบรรลุ อาจถูกกำหนดให้ล้มเหลวไปแล้ว”
“ในระหว่างการถ่ายทำ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ฉันพบว่าผู้คนกำลังค่อยๆ ลืมอันเสี่ยวเทียน ไม่จดจำคนคนนี้อีกต่อไป และสามารถระลึกได้เพียงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น”
“ฉันไม่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ได้ทำการสะกดจิตตัวเองเพื่อไม่ให้ลืมอันเสี่ยวเทียน”
“ตอนอยู่ในเมืองแดนฝัน ฉันยังจำได้จริงๆ จนกระทั่งถูกเตะออกมาครั้งที่สาม…”
รู้สึกเหมือนถูกปั่นหัว…จินนาคิดอยู่สองสามวินาทีแล้วพูดว่า
“อาจจะมีความลับที่สำคัญมากซ่อนอยู่กับอันเสี่ยวเทียน นั่นคงเป็นเหตุผลที่ราชันสวรรค์ปั่นหัวทุกคน ทำให้ทุกคนลืมเขา”
“นั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเราคาดเดาเช่นกัน” มาดามจัสติสพยักหน้าเบาๆ
จินนาเปลี่ยนเรื่องพูดว่า
“อันเสี่ยวเทียนในสภาพเจ้านายนิทรา ดูเหมือนจะพยายามเตือนลูเมี่ยนให้ระวังใครสักคน ขอรบกวนพวกคุณติดต่อกับอันทีโกนัสอีกครั้ง ดูว่าพระองค์ในโลกความเป็นจริงฝันถึงอะไรหรือเปล่า หรือรู้อะไรบ้าง”
“นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราควรทำ” มาดามจัสติสมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยปาก “คุณไม่ต้องรีบกลับไปหรอก รอฟังผลตอบรับจากศาสนจักรเทพธิดารัตติกาลก่อน ซึ่งอาจมาถึงในไม่ช้า และคุณยังสามารถใช้โอกาสนี้เพิ่มความเข้าใจทางจิตวิทยาต่อความเป็นจริง เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างความเป็นจริงกับแดนฝันในท้ายที่สุด”
“ค่ะ” จินนาพยักหน้าอย่างสุภาพ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปยังสวนด้านหลังคฤหาสน์
เธอต้องการไปเดินเล่น
…………
ตีสาม
ฟรังก้าเห็น ‘เจี่ยนน่า’ ที่หลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ ตื่นขึ้นมากะทันหัน เธอก็รู้ว่าจินนาตัวจริงกลับมาแล้ว
จินนากลั้นเสียง เล่ารายละเอียดเรื่องที่มาดามจัสติสพูด แล้วกล่าวทิ้งท้ายว่า
“อันทีโกนัสบอกว่า พระองค์สามารถรับรู้ถึงแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลได้ แต่ไม่เคยเข้าไป และไม่ต้องการเข้าไป จึงไม่รู้ว่าอันเสี่ยวเทียนที่เป็นเจ้าชายนิทรา ต้องการเตือนลูเมี่ยนเรื่องอะไรกันแน่”
“มีความเป็นไปได้ไหมที่จะขอให้อันทีโกนัสเข้ามาสักครั้ง ผ่านทางเจ้าชายนิทราอันเสี่ยวเทียน? ถ้าทำแบบนี้ พระองค์อาจจะรู้ว่าอันเสี่ยวเทียนต้องการเตือนอะไร” ฟรังก้าพูดอย่างไตร่ตรอง
จินนาส่ายหน้า
“หลังจากที่อันเสี่ยวเทียนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ต่อให้อันทีโกนัสต้องการจะเข้าไป ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางแล้ว”
“งั้นก็ต้องหาวิธีรักษาอันเสี่ยวเทียนสินะ?” ฟรังก้าพึมพำกับตัวเองอย่างครุ่นคิด “ถ้ารักษาเขาให้หาย จนตื่นขึ้นมาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องให้อันทีโกนัสเข้ามาแล้ว…”
“จะรักษายังไงล่ะ? ดูเหมือนยาจะไม่ได้ผล…”
หยุดคิดครู่หนึ่ง ฟรังก้าและจินนานึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งพร้อมกัน
“องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่!”
และลูเมี่ยนในตอนนี้ กำลังสวมรอยเป็นบุตรแห่งเทพขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่
……………………………………………………..