ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 972 วิธีของ ‘นางมาร’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 972 วิธีของ ‘นางมาร’
ตอนที่ 972 วิธีของ ‘นางมาร’
“ให้ผู้ได้รับพรจากองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่รักษาอันเสี่ยวเทียนผ่านลูเมี่ยน?” ความคิดของฟรังก้าแตกออกไปเรื่อย จนเริ่มพูดเรื่อยเปื่อย “ถ้ารักษาไม่หาย ก็ให้อันเสี่ยวเทียนท้องเด็กแล้วคลอดออกมา ให้ลูกแทนพ่อ พ่อเป็นลูก แล้วช่วยให้เด็กคนนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งวันเท่ากับคนอื่นสิบปี…”
จินนานิ่งไปสองสามวินาทีแล้วพูด
“ในสถานการณ์ที่ทุกคนถูกกดไว้ลำดับ 7 ผู้ได้รับพรจากองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่คงไม่สามารถทำให้ตัวอ่อนพัฒนาได้เร็วนัก หรือทำให้เด็กโตเร็วได้ พวกเขายังหวังจะอาศัยเทวบารมีของบุตรแห่งเทพ เพื่อให้หลี่เค่อจี่ผ่านกระบวนการตั้งครรภ์และคลอดลูกภายในหนึ่งเดือนเลย”
“ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ฉวยโอกาสสร้างมลทินให้อันเสี่ยวเทียนหรือลูกของเขา ในเชิงสัญลักษณ์แล้ว ความรุนแรงของปัญหาอาจไม่เล็กไปกว่าการตื่นของราชันสวรรค์เลย”
ฟรังก้าถอนหายใจแล้วพูด
“ใช่ แต่ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ถ้าปลุกอันเสี่ยวเทียนให้ตื่นได้ แล้วถ่ายทำโจรสลัดใหญ่ภาค 3 อีกครั้ง อาจจะมีผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดก็ได้”
จินนา ‘อืม’ ออกมาเสียงหนึ่ง
“มาดามจัสติสบอกว่า นับตั้งแต่อันเสี่ยวเทียนกลายเป็นคนป่วยระบบประสาท โจรสลัดใหญ่ภาค 3 ต้องเปลี่ยนตัวพระเอก การถ่ายทำภาพยนตร์ก็กลับมาเป็นปกติ เธอสงสัยว่า นับจากตอนนั้นเป็นต้นมา จุดประสงค์ที่แท้จริงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการบรรลุก็ถูกกำหนดให้ล้มเหลวแล้ว”
“น่าเสียดาย ตอนนี้ไม่เห็นความหวังว่าอันเสี่ยวเทียนจะตื่นขึ้นมา และก็หาคนที่เหมาะสมกว่านี้มาแสดงเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ไม่ได้”
ฟรังก้าอ้าปากเล็กน้อย แสดงสีหน้าครุ่นคิด
“อันที่จริงก็ยังมีตัวเลือกที่ดีกว่า คนที่เหมาะจะแสดงเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์มากกว่าอันเสี่ยวเทียนอีก”
“ใคร?” จินนาถามกลับอย่างตกตะลึง
อาร์คาน่าใหญ่ทั้งหลายไม่เคยพบคนแบบนี้เลยหรือ?
ฟรังก้าตาโค้งเล็กน้อย ยิ้มออกมา
“โจวหมิงรุ่ย”
ยังทำแบบนี้ได้ด้วย?
เรียกว่าอะไร? เรียกว่าให้โจวหมิงรุ่ยแสดงเป็นโจวหมิงรุ่ย ให้โจวหมิงรุ่ยไปปลุกโจวหมิงรุ่ย!
ฟรังก้าพูดอย่างจริงจัง
“ถ้าให้โจวหมิงรุ่ยแสดงเป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ เขาจะได้ย้อนประสบการณ์ชีวิตที่ลืมเลือนไปอีกครั้งระหว่างถ่ายทำ บางทีอาจจะนึกอะไรออกได้จริงๆ สุดท้ายจมดิ่งเข้าไปในตัวละคร รวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละคร นั่นก็เท่ากับ ‘เดอะเวิร์ล’ ตื่นขึ้นมาไม่ใช่หรือ?”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าเม้มริมฝีปาก
“แต่ยากเกินไป พวกเราจะหาเงินถ่ายทำโจรสลัดใหญ่ 3 ใหม่จากไหน? แถมยังไม่สามารถโน้มน้าวบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ได้ด้วย ถ้าพวกเขาจะถ่าย ก็จะเป็นโจรสลัดใหญ่ภาค 4 ไม่ใช่เรื่องราวการผจญภัยในทะเลของเกอร์มัน·สแปร์โรว์”
“ถึงเธอจะเป็นราชินีในวงการบันเทิง และเสนอตัวเองว่าจะถ่ายทำหนังเรื่องนี้ใหม่ อีกทั้งมีคนลงทุน การโน้มน้าวให้โจวหมิงรุ่ยมาถ่ายก็ยังเป็นเรื่องยากมาก ไม่ต้องพูดถึงปัญหาความเต็มใจส่วนตัวของเขา ฉันคาดว่าพอเริ่มส่งคำเชิญ คนที่เกี่ยวข้องก็จะถูกเตะออกจากแดนฝันทันที ใครกล้าคุยเรื่องนี้ก็เตะคนนั้น”
“นี่อาจเป็นแผนสำรองสำหรับปฏิบัติการปลุกในอนาคต…” จินนานึกถึงปัญหาที่ฟรังก้าเสนอมา ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ฟรังก้าพยักหน้าอย่างครุ่นคิดแล้วพูด
“ในทางกลับกัน ความทรงจำของโจวหมิงรุ่ยดูเหมือนจะไม่ถูกลบ ถ้าเขารู้เรื่องที่ถูกทาบทามให้ถ่ายโจรสลัดใหญ่ภาค 3 และเกิดความสนใจ เต็มใจที่จะลอง ราชันสวรรค์ก็ไม่น่าจะหยุดได้โดยตรง เพื่อการนี้ พวกเราอาจต้องเสียสละโอกาสการเข้าแดนฝันหลายครั้งของสมาชิกหลายคน…”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าก็หัวเราะขึ้นมาทันที
“เรียกว่าอะไรล่ะ? เรียกว่า…เชิญมิสเตอร์ฟูลเข้าวงการเพื่อช่วยเดอะเวิร์ล!”
“ราชันสวรรค์ไม่สามารถยับยั้งได้ตรงๆ แต่ต่อมาอาจเกิดเหตุการณ์ผู้กำกับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กองถ่ายเกิดไฟไหม้ นางเอกเสื่อมชื่อเสียง จนโจรสลัดใหญ่ภาค 3 ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำได้เลย” จินนาเตือนอย่างใจเย็น
ฟรังก้า ‘เฮ้อ’ ออกมาเสียงหนึ่ง
“ฉันรู้ แค่เสนอความคิดเอง แล้วค่อยดูว่าพอจะเป็นไปได้ไหม”
………..
บ่ายวันรุ่งขึ้น ตึกเทคโนโลยี ในแผนกบริหาร
ฟรังก้ากำลังวุ่นอยู่กับการทำตาราง ก็พลันเห็นโรแซนที่เพิ่งถูกเรียกไปที่ฝ่ายบุคคล กลับมาด้วยสีหน้าเศร้าเคล้าสับสน
“เป็นอะไรไป?” ฟรังก้าหยุดมือที่กำลังพิมพ์
โรแซนพูดเหมือนละเมอ
“พวกเขาจะไล่ฉันออก”
“ฝ่ายบุคคลบอกว่า ประธานฮวงเดินผ่านมา เห็นฉันเล่นเกม รู้สึกโกรธมาก เลยตัดสินใจไล่ฉันออกเลย…”
“ฉ…ฉันยังผ่อนบ้านไม่หมดเลยนะ…”
ด้วยเหตุผลอะไร? ในแผนกบริหาร คนที่เล่นเกมมากกว่าโรแซน ต่อให้ไม่ถึงยี่สิบ ก็มีสิบเจ็ดสิบแปด ทำไมถึงไล่เธอออกคนเดียว! ปฏิกิริยาแรกของฟรังก้าคือ ไปช่วยโรแซนเรียกร้องความยุติธรรม
ปฏิกิริยาที่สองของเธอคือ
บัดซบ! นี่คือการกำจัดเพื่อนของโจวหมิงรุ่ยโดยประธานฮวงใช่ไหม?
โรซายล์ในกระจกได้ควบคุมประธานฮวงเบื้องต้นแล้ว?
โรแซนถูกซาราธุสตราจับตามองเพราะเรื่องที่เตือนโจวหมิงรุ่ยก่อนหน้านี้?
ถ้าโรแซนไม่ได้เดินทางไปกลับที่ทำงานพร้อมกับเรา กระจกตัวแทนก็จะไม่ทำงาน เว้นแต่จินนาจะอยู่กับเธอตลอด แต่จินนาอาจจะได้รับสัญญาจากบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ในอนาคตอันใกล้…
แบบนี้โรแซนก็จะตกอยู่ในอันตราย…
ฟรังก้ายังไม่ทันได้ปลอบโรแซนและคิดหาทางแก้ไข ก็ได้ยินเสียงสั่นจากโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
เธอหยิบขึ้นมาดู เป็นคำขอเป็นเพื่อนจาก WeChat
ผู้ขอคือ
แบร์นาแดต
‘ราชินีเงื่อนงำ’ มาแล้ว? เจอหมอนตอนง่วงนอนพอดี! ฟรังก้ารีบกดยอมรับทันที แล้วพูดกับโรแซน
“ไม่ต้องกลัว คนที่ทำงานจริงๆ ในแผนกบริหารก็ไม่มีเท่าไร รอให้ประธานเอย์มา คุณไปร้องไห้บอกเขาหน่อย เขาก็น่าจะช่วยพูดกับประธานฮวงได้”
“ถ้าทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็พยายามต่อรองค่าชดเชยการออกจากงานให้สูงขึ้น”
ส่วนฉัน จะช่วยหาความยุติธรรมให้คุณโดยติดต่อมิสฮวง!
“อา…” โรแซนเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง รอประธานเอย์ปรากฏตัวอย่างหดหู่
ฟรังก้าได้รับข้อความจาก ‘แบร์นาแดต’
“มาที่ชั้น 8 ห้อง 101”
ชั้น 8? มันไม่ได้เป็นของบริษัทใดในเครืออินทิสเลยนี่…แต่ถ้าตามการตีความของลูเมี่ยน บริษัทในชั้นต่างๆ เปรียบเสมือนองค์กรลับและนิกายเทพมารที่แทรกซึมและมีอิทธิพลต่ออินทิส ‘แก่นรุ่งอรุณ’ ของ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ก็เป็นหนึ่งในนั้น…ฟรังก้าลุกขึ้นยืน ไม่ได้บอกรองผู้อำนวยการจางชิ่งแม้แต่คำเดียว แต่ใช้ข้ออ้างว่าจะไปห้องน้ำ ออกจากแผนกบริหาร แล้วนั่งลิฟต์ลงไปชั้น 8
ครึ่งหนึ่งของชั้น 8 เป็นของ ‘บริษัทสำนักพิมพ์เด็กรุ่งอรุณ’ พนักงานต้อนรับไม่ได้มองฟรังก้าแม้แต่แวบเดียว ปล่อยให้เธอเข้าไปข้างใน
ฟรังก้าพบว่าประตูที่ใช้ระบบสแกนใบหน้าไม่ได้เปิดใช้งาน และตลอดทางก็ไม่มีพนักงานคนไหนออกมา ทำให้เธอไปถึงห้อง 101 ได้อย่างง่ายดาย
ฮวงเป่ยเป่ยสวมเสื้อสายเดี่ยวชาย กางเกงยีนขายาว นั่งอยู่ตรงบริเวณโซฟา ความสดใสแบบวัยรุ่นแผ่ซ่านออกมา
นี่คือ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ เวอร์ชั่นนักศึกษามหาวิทยาลัย…ฟรังก้าเดินเข้าไปทักทายและนั่งลง
“เกิดอะไรขึ้น?” ท่าทีและบุคลิกของฮวงเป่ยเป่ยแตกต่างจากนักศึกษาทั่วไป
ฟรังก้าเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ทั้งเรื่องที่ประธานฮวงดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงการสอดแนมจากในกระจก เรื่องที่โรซายล์ในกระจกจากโลกความจริงดูเหมือนจะหายไป และเรื่องที่ซาราธุสตราใช้เวลาอยู่กับประธานฮวงหลายชั่วโมง ทุกวันในระยะหลัง
สุดท้ายเธอพูดถึงปัญหาที่โรแซนกำลังเผชิญอยู่
ฮวงเป่ยเป่ยเงียบฟังจนจบ แล้วพยักหน้ารับพลางเอ่ย
“ฝั่งคุณพ่อของฉัน ทางนี้จะเฝ้าจับตาดูให้ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร อาจจะเป็นไม่กี่วันหรือหนึ่งถึงสองสัปดาห์”
“ส่วนปัญหาของโรแซน พวกคุณต้องจัดการเอง ถ้าฉันไปช่วยวิงวอนให้โรแซน ก็อาจจะเปิดเผยเรื่องที่ฉันมีความเกี่ยวข้องกับพวกคุณได้ง่ายๆ”
“ถ้าคุณสามารถแก้ปัญหาของโรแซนได้ ทำให้โรแซนไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการส่งมอบงานภายในหนึ่งสัปดาห์ ฉันจะให้ค่าตอบแทนคุณ”
นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเราหรอกหรือ ทำไมคุณยังให้เงินฉันเป็นค่าตอบแทน? ฉันมาขอความช่วยเหลือจากคุณ ไม่ใช่คุณมาขอความช่วยเหลือจากฉัน…ฟรังก้านึกถึงเรื่องร้านชำซิงเมิ่งขึ้นมาทันที พอจะเข้าใจว่า ‘ราชินีเงื่อนงำ’ กำลังหาเหตุผลและข้ออ้างในการให้เงินพวกเธอ
“ได้” ฟรังก้าตอบตกลงทันที
หลังออกมาจากห้อง 101 ระหว่างทางกลับขึ้นไปชั้นบน เธอครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไรให้โรแซนไม่ถูกไล่ออก
“กระตุ้นให้ประธานเอย์ไปขอร้อง? คงได้ผลในระดับหนึ่ง…”
“ทำให้เรื่องที่ประธานฮวงไล่โรแซนออกเป็นโมฆะ เราทำไม่ได้ แต่ทำให้เรื่องนี้ถูกเลื่อนออกไปสักไม่กี่วัน ยังพอมีทาง…”
“คงต้องลองทำไปพร้อมกันทั้งสองแนวทาง…”
ฟรังก้ามีความคิดที่กว้างไกลเสมอ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา บอกความคิดและปัญหาที่ต้องจัดการกับลูเมี่ยน
ไม่นานนัก เธอได้รับข้อความตอบกลับจาก ‘คนโง่’
“ลงมือเลย”
ฟรังก้ารีบใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบประวัติการแชตทันที แล้วกลับเข้าไปในแผนกบริหาร
พอประธานเอย์เข้ามาในสำนักงาน เธอก็ลุกขึ้นยืน พาโรแซนไปร้องทุกข์ ระหว่างทางก็แอบปล่อยจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับ
ใช่แล้ว เธอกำลังแพร่เชื้อโรค
เธอเลือกจุลชีพก่อโรคทางศาสตร์เร้นลับที่ทำให้คนมีโอกาสลาป่วย และหลังจากกลับบ้านก็จะฟื้นตัวเป็นปกติอย่างรวดเร็ว!
จุลชีพก่อโรคที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะและหวัด!
ผ่านไปเกือบสิบนาที ฟรังก้า ‘กระตุ้น’ ประธานเอย์อย่างแนบเนียนจนเสร็จ จนอีกฝ่ายรับปากว่าจะช่วยวิงวอนให้โรแซน
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ พวกเธอเห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนหน้าซีด กำลังอาเจียนลงถังขยะข้างลำตัว บางคนถึงกับวิ่งไปห้องน้ำตามชั้นต่างๆ
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” โรแซนถามเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอย่างห่วงใย
เพื่อนร่วมงานชายคนนั้นกุมท้องพลางตอบ
“ไม่รู้สิ ทุกคนอาเจียนและท้องเสียกันไปหมด”
“อาหารเป็นพิษหรือเปล่านะ?”
ฟรังก้าเห็นสถานการณ์แล้ว รีบโทรแจ้งตำรวจอย่างร้อนรน และโทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินจากโรงพยาบาลหงเยว่
ระหว่างที่พนักงานแผนกบริหารรอรถพยาบาล ส่วนพนักงานแผนกอื่นมาช่วยเหลือ ฟรังก้าเอามือปิดปาก แล้วเริ่มแสดงอาการอาเจียนแห้ง
“ฉันก็ติดเชื้อด้วย…” เธอบอกโรแซน
โรแซนลองสำรวจสภาพร่างกายตัวเอง
“ฉันก็มีอาการนิดหน่อย แต่ยังโอเค”
ไม่นานนัก รถพยาบาลจากโรงพยาบาลหงเยว่ก็มาถึง และนำพนักงานแผนกบริหารเหล่านี้ส่งโรงพยาบาล
เพียงพริบตาเดียว ทั้งแผนกบริหารก็เหลืออยู่เพียงสี่คน หนึ่งในนั้นคือโรแซน
ประธานเอย์มองโรแซนแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ช่วงนี้คุณรับช่วงไปก่อน เรื่องไล่ออกไม่ต้องสนใจมัน”
“ค่ะ” โรแซนตอบอย่างงุนงงและสับสน
ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ลูเมี่ยนที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยได้วิ่งวุ่นขึ้นลง ช่วยเหลือพนักงานแผนกบริหารไปโรงพยาบาลหงเยว่
ระหว่างกระบวนการ เขาหาโอกาสเข้าใกล้ฟรังก้า ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง
ตามที่ตกลงกันไว้ ลูเมี่ยนแพร่จุลชีพก่อโรคที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะและหวัดให้ฟรังก้า เพื่อที่เธอจะไม่ถูกสงสัยเมื่อไปถึงโรงพยาบาลแล้วตรวจไม่พบอะไร
“อาหารเป็นพิษได้ยังไงกัน?” ลุงเซียมองรถที่กำลังแล่นออกไป กล่าวด้วยความฉงน “ทุกคนก็กินที่โรงอาหารนี่นา พวกเขาสั่งอาหารจากข้างนอกที่ไม่สะอาดมาหรือยังไง?”
“ใครจะรู้ล่ะ” ลูเมี่ยนพูดขณะที่หมุนตัวเดินกลับ พลางได้รับข้อความจากฟรังก้า
ข้อความนั้นเขียนว่า
“คุณลองไปเดินดูที่แผนกบริหารสิ คนที่ยังมีสุขภาพดีพอและทำงานต่อได้ มีโอกาสเป็นผู้วิเศษไม่น้อยเลย เหมือนกับโรแซน”
……………………………………………………..