ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 974 กระตุ้น
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 974 กระตุ้น
ตอนที่ 974 กระตุ้น
ไม่นานลูเมี่ยนก็พบบทสนทนาระหว่างซาราธุสตรากับเจี่ยยู่ เนื้อหาคร่าวๆ คือ ซาราธุสตราต้องการดึงตัวเจี่ยยู่ให้มาอยู่กับบริษัทภาพยนตร์ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่
บริษัทภาพยนตร์นี้จะได้รับเงินทุนจากกลุ่มอินทิสที่ปรับโครงสร้างแล้ว และจะช่วยจ่ายค่าปรับผิดสัญญาในปีสุดท้ายให้เจี่ยยู่ด้วย
นอกจากนี้ เจี่ยยู่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาก้อนโต เงื่อนไขสัญญาที่ดีกว่า ทรัพยากรที่แข็งแกร่งกว่า รวมถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทสินค้าหรูของกลุ่มอินทิส
ลูเมี่ยนฟังแล้วเลิกคิ้ว
พวกเขากำลังเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจจริงๆ หรือ?
นี่คือสิ่งที่เราอยากฟังหรือเปล่า?
หลังจากที่ซาราธุสตราให้คำมั่นสัญญาซ้ำๆ เจี่ยยู่ก็เริ่มสนใจอย่างเห็นได้ชัด โดยบอกว่าจะพิจารณาสักสองวันก่อน จึงค่อยให้คำตอบสุดท้าย
ลูเมี่ยนมองโทรศัพท์ กดปุ่มพัก นึกทบทวนบทสนทนาเมื่อครู่ในหัวอีกครั้ง
เขามองไปที่ด้านข้างโต๊ะที่อ็องโตนีนั่งอยู่ พูดเหมือนพูดกับตัวเอง
“สองประเด็นสำคัญ”
“หนึ่ง เจี่ยยู่ นักแสดงที่เคยรับบทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ยังมีประโยชน์อยู่ ลูกน้องของราชันสวรรค์ให้ความสำคัญกับเขามาก อยากนำตัวมาอยู่ภายใต้การควบคุม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลักดันบางเรื่องในอนาคต”
“สอง ซาราธุสตราไม่ได้มีเงินมากนัก สิ่งที่มีก็แค่ ตัวตนและบริษัทที่ถูกถักทอขึ้นจากแดนฝัน โดยทั้งหมดอยู่นอกเมือง เป็นเพียงข่าวลือ ต้องอาศัยการควบรวมและปรับโครงสร้างกับกลุ่มอินทิส จึงจะเปลี่ยนเป็นเงินและทรัพยากรที่จับต้องได้ สังเกตได้จากผลประโยชน์ทั้งหมดที่เขาสัญญากับเจี่ยยู่ ล้วนต้องรอให้กลุ่มอินทิสลงทุนสร้างบริษัทภาพยนตร์ก่อนจึงจะเป็นจริง แทนที่จะเซ็นเช็คที่อีกฝ่ายปฏิเสธไม่ได้”
“ในสถานการณ์ที่ความพิเศษถูกจำกัด ความสำคัญของเงินและทรัพยากร ย่อมถูกยกระดับขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ตอนนี้ชักอยากรู้แล้วว่า รางวัลที่หนึ่งก่อนหน้านี้ซึ่งยังไม่ถูกขึ้นเงิน ใครเป็นคนถูก”
พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของลูเมี่ยนเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“จุดหนึ่งที่พวกเราเคยมองข้ามไปคือ เมื่อกลุ่มอินทิสกับบริษัทของซาราธุสตราที่อยู่ในคำอธิบายภูมิหลัง ปรับโครงสร้างเสร็จ ซาราธุสตราจะได้รับทรัพยากรมหาศาลและเงินจำนวนมาก นี่เป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อพวกเรามาก”
“และไม่ว่าประธานฮวงจะถูกโรซายล์ในกระจกควบคุมหรือไม่ เรื่องนี้ก็จะถูกผลักดันต่อไป ความแตกต่างอยู่ที่ ซาราธุสตราจะได้รับผลประโยชน์มหาศาลหรือธรรมดา ขอเพียงเขายินยอมที่จะถอย ตัดผลประโยชน์บางส่วนทิ้งไป การควบรวมปรับโครงสร้างก็มีโอกาสเกิดขึ้นสูง”
อ็องโตนีพยักหน้ารับพลางพูด
“ติดต่อโจวหมิงรุ่ย แอบกระทำบางสิ่ง แล้วกำจัดตัวละครในแดนฝันบางส่วน; ใช้โรซายล์ในกระจกครอบงำประธานฮวง ควบคุมการกระทำของมหาเศรษฐีรายนี้; รวมทั้งผลักดันการควบรวม ปรับโครงสร้างของสองบริษัท นี่คือสามสิ่งหลักที่ซาราธุสตราทำหลังจากมาถึงเมืองหยาง มีโจ่งแจ้งและในทางลับ ทำให้พวกเราหันเหความสนใจไปที่เรื่องแรก จนมองข้ามสองเรื่องหลังไป พอรู้ตัวอีกที เขาก็อาจจะสร้างสถานการณ์ที่ตัวเองต้องการไว้แล้ว มีอำนาจมหาศาลในมืออย่างไม่อาจยับยั้ง”
“นี่น่ะหรือ เทวทูตที่ดำรงอยู่มากว่าสองพันปี?”
“มิหนำซ้ำ พระองค์ยังรู้จักซื้อกิจการของบริษัทในเมืองแดนฝัน เพื่อเปลี่ยนความมั่งคั่งจากสิ่งลวงให้เป็นจริง วิธีคิดไม่เหมือนพวกคนหัวโบราณเลยสักนิด”
เขากับลูเมี่ยนและจินนา ไม่เคยคิดไปในทางนี้มาก่อน ฟรังก้าก็เช่นกัน ถึงอย่างไร ก่อนข้ามมิติ เธอก็เป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ยังเรียนไม่จบ แทบไม่เคยเกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจ
“คุณลืมไปแล้วหรือ…ร่างกายของเขาตอนนี้ เป็นของผู้ข้ามมิติอีกคน?” ลูเมี่ยนหัวเราะทันที “ปฏิบัติการกำจัดซาราธุสตรา ต้องเริ่มโดยเร็วที่สุด”
“แต่ต้องระวังว่า นั่นอาจเป็นกับดักที่ล่อให้พวกเรากระโดดเข้าไป” อ็องโตนีเตือนลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนพยักหน้า ลุกขึ้นยืน
“ผมจะไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง”
หลังจากให้อาหารจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ กับลุดวิกไปบางส่วน เขาใช้ ‘เทเลพอร์ต’ และ ‘ข้ามกระจก’ มาถึงแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลหงเยว่
หลี่เค่อจี่ยังคงถูกกักขังอยู่ที่นี่
ลูเมี่ยนเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตที่ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น กับกางเกงขายาวหลวมๆ ทำให้ตัวเองกลับไปมีลักษณะเหมือน ‘นางมารสิ้นหวัง’
เขารวบผมดำไว้ด้านหลัง ปล่อยให้มันสยายลงตามธรรมชาติ แล้วก้าวออกจากวัตถุคล้ายกระจก บรรจงลงมายังหน้าประตูห้องผู้ป่วยของหลี่เค่อจี่
ปึงปึงปึง! ลูเมี่ยนเคาะประตูเหล็กเบาๆ
เขากับหลี่เค่อจี่อยู่คนละฝั่งของประตู ไม่สามารถใช้ ‘ขวดเสกสรร’ แยกสภาพแวดล้อมออกมาได้
ผ่านไปสองสามวินาที ลูเมี่ยนเห็นเห็ดสีขาวนุ่มๆ อวบๆ ค่อยๆ โผล่หมวกเห็ดออกมาจากด้านหลังลูกกรงเหล็ก ซึ่งอยู่ค่อนไปทางด้านบนของประตูโลหะ แล้วรีบหดกลับไปอย่างรวดเร็ว
อยากโยน ‘ไฟประลัยกัลป์’ เข้าไปจังเลย…ขณะที่ลูเมี่ยนพึมพำ ใบหน้าที่มีขนดกของหลี่เค่อจี่ ก็ปรากฏบนหน้าต่างซึ่งมีลูกกรงเหล็กกั้นอยู่
“คุณคือ?” ตาของหลี่เค่อจี่สว่างวาบ แล้วถามอย่างสงสัย
“ผมคือคนที่มาช่วยคุณ” ลูเมี่ยนตอบพร้อมรอยยิ้ม
หลี่เค่อจี่ส่ายหน้า
“ไม่ต้องๆ ผมเชื่อมั่นในกฎหมาย!”
กฎหมายไม่เชื่อมั่นในคุณหรอก…ลูเมี่ยนแดกดันในใจ
แล้วก็พูดต่อไปว่า
“อันที่จริง ผมอยากขอความช่วยเหลือจากคุณ”
“คุณอยากได้เห็ดหรือ?” หลี่เค่อจี่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ผมมีเห็ดหลายชนิดมาก…”
เขากำลังจะเริ่มแนะนำอย่างไม่หยุดหย่อน
ลูเมี่ยนชิงขัดจังหวะเสียก่อน
“ผมเคยได้ยินคนพูดถึงแนวคิดของคุณ แต่รู้สึกว่ามันอาจจะแคบไปสักหน่อย”
“แคบเกินไป?” หลี่เค่อจี่ชะงักไปครู่หนึ่ง
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง
“สำหรับมนุษย์ อาหารสำคัญมากจริงๆ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของการอยู่รอด”
“โรคภัยไข้เจ็บก็ทำให้มนุษย์สูญเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรเช่นกัน คุณไม่เคยคิดถึงการสร้างเห็ดที่มหัศจรรย์กว่าเดิมบ้างหรือ? เห็ดที่แต่ละสายพันธุ์สามารถใช้รักษาโรคได้หนึ่งประเภท หรือหลายประเภทน่ะ?”
“มันยากเกินไป” หลี่เค่อจี่จมอยู่ในห้วงความคิด “การผสมพันธุ์วัว ปลา ข้าวสาลี หรือเห็ดไม่สามารถรักษาโรคได้ จะให้ผสมกับสิ่งอื่น…เอาชิ้นส่วนยีนของผมใส่เข้าไปในเห็ด ให้ยีนที่สร้างพลังในการรักษาโรค ผสานเข้ากับเห็ด? แต่ว่า แค่ชิ้นส่วนยีนกับเทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมคงยังไม่พอ…”
ลูเมี่ยนรู้สึกเปลือกตากระตุก พูดอย่างจริงใจว่า
“ผมมีเพื่อนอยู่คนนึง ตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าชายนิทราเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ผมรู้สึกว่าเขายังมีสติอยู่บ้าง”
“ช่วยคิดหาวิธีใช้เห็ดของคุณ รักษาเขาให้หายดี ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา แต่ยังคงมีสติครบถ้วนได้ไหม?”
หลี่เค่อจี่เงียบไปสองสามวินาทีแล้วตอบ
“ขอคิดดูก่อน ไม่รับรองว่าจะได้ผล”
“ตกลง อีกสองสามวันผมจะมาฟังคำตอบ” ลูเมี่ยนถอยหลังสองก้าว แล้วหายไปในเงามืดข้างกำแพง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาใช้ ‘การกระตุ้น’ และแฝงไว้ด้วย ‘เสน่ห์’ เล็กน้อย
…………
เช้าวันรุ่งขึ้น บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ แผนกศิลปิน
จินนาเข้าไปในห้องทำงานหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามคือกรรมการที่เคยสัมภาษณ์เธอก่อนหน้านี้
“นั่งลงสิ” กรรมการสตรีชี้ไปทางโซฟา “ขอแนะนำตัวเอง ฉันคือหัวหน้าแผนกศิลปินของบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ ชื่อเหมยซิน ชื่อภาษาอังกฤษคือคริสติน”
เธอนั่งลง แล้วพูดกับจินนา
“ก่อนที่ฝ่ายกฎหมายจะมาถึง ฉันจะอธิบายเงื่อนไขสัญญาคร่าวๆ ให้คุณฟังก่อน”
“ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา หรือระดับการแสดง คุณตรงตามความต้องการของเราทั้งหมด และในวงการนี้ บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ของเราดีที่สุดสำหรับนักแสดงหน้าใหม่ สัญญามีกำหนดเพียงสามปี ให้ค่าจ้างพื้นฐานสี่พันต่อเดือน รายได้ทั้งหมดของคุณ รวมถึงค่าตัวจากหนัง ค่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ ฯลฯ คุณจะได้รับห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เรายังจะจัดการฝึกอบรมต่างๆ ให้คุณ จัดหาช่างแต่งหน้ามืออาชีพ และอื่นๆ อีกมากมาย”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทรัพยากรของบริษัทจะเอนเอียงอย่างชัดเจนไปทางคนของเราเอง”
“เมื่อคุณมีชื่อเสียง มีผลงานเด่น สัญญาก็สามารถเจรจาใหม่ได้ตลอด เพิ่มสัดส่วนส่วนแบ่ง ได้รับอิสระบางอย่าง และถ้าสัญญานี้หมดอายุ เราก็ขอเพียงสิทธิ์ในการทำสัญญาใหม่ก่อน ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน…”
จินนาฟังอย่างตั้งใจ แม้ว่าเธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะอยู่ในแดนฝันนี้นานถึงปีครึ่ง แต่นี่อาจเป็นครั้งเดียวที่เธอได้เซ็นสัญญานักแสดง
เหมยซินพูดในตอนท้ายว่า
“หลังจากเซ็นสัญญา เรายังจะจ่ายเงินล่วงหน้าให้คุณสามหมื่น เพื่อให้คุณตั้งตัวและซื้อเสื้อผ้า เงินก้อนนี้จะถูกหักจากรายได้ของคุณในภายหลังเป็นงวดๆ โดยไม่มีดอกเบี้ย”
เซ็นสัญญาแล้วจะได้เงินสามหมื่นเลยหรือ? จินนาไม่ได้ปิดบังการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของตน
เร็ว! ฉันอยากเซ็นตอนนี้เลย!
มีเงินก้อนนี้ รวมกับค่าตอบแทนสามหมื่นที่ฮวงเป่ยเป่ยให้ฟรังก้าเมื่อวาน เงินสะสมของทีมจะมีถึงสองแสนสี่หมื่นกว่าบาท สามารถไปเช่ากระจกวิเศษอาโรเดสจากร้านชำซิงเมิ่งได้แล้ว!
ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการต่อซาราธุสตรา การมีกระจกวิเศษแบบนี้คอยช่วยเหลือ จะถือเป็นประโยชน์อย่างมาก!
ช่วงเวลานี้ ทุกครั้งที่พวกลูเมี่ยนไปร้านชำซิงเมิ่ง พวกเขาพยายามไม่เช่ากระจกวิเศษ แต่ถามคำถามกับมันที่ร้านเลย เพื่อรับคำตอบ แต่ก็ไม่สำเร็จเลยสักครั้ง ครั้งแรกที่ถามแล้วได้คำตอบนั้น ดูเหมือนจะเป็นเพียงความบังเอิญ หรืออาจต้องเว้นระยะเวลานานมาก กว่าจะได้รับประโยชน์แบบนั้นอีก ในทำนองเดียวกัน เมื่อฟรังก้าจัดพิธี ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ที่มุ่งไปหาอาโรเดส ก็ไม่ได้รับการตอบสนองเช่นกัน
ไม่นานนัก พนักงานแผนกกฎหมายของบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ก็นำสัญญามาถึง
จินนาอ่านเงื่อนไขทั้งหมดอย่างตั้งใจแต่ยากลำบาก หลังจากย้อนถามกลับไปสักสองสามข้อ เธอก็เซ็นสัญญาโดยไม่รีรอ
ก่อนที่เธอจะออกจากบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ เงินช่วยเหลือล่วงหน้าสำหรับการตั้งตัวก็ถูกโอนเข้าบัญชีแล้ว
น่าเสียดาย ดูเหมือนวันนี้เจี่ยยู่จะไม่ได้มาบริษัท เธอไม่ได้พบเขา จึงไม่สามารถแกล้งทำเป็นแฟนคลับ ใช้วิธีขอลายเซ็นเพื่อสร้างการติดต่อเบื้องต้น
…………
บ่ายสองโมง
จินนามาถึงร้านชำซิงเมิ่ง
หลังจากเข้าไปในร้าน เธอจึงส่งข้อความถึงฟรังก้าและพวกลูเมี่ยน
“โอนเงินให้ฉันได้เลย”
เธอไม่ทำมันล่วงหน้า ด้วยเกรงว่าจะเจออุปสรรคระหว่างทาง
ถ้าสูญเสียเงินทั้งหมดไป ความพยายามที่ผ่านมาก็จะสูญเปล่า!
พวกลูเมี่ยนที่รออยู่ตามจุดต่างๆ ตั้งแต่เช้า รีบโอนเงินเร็วรี่ แต่ละคนเก็บไว้เพียงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสำหรับสัปดาห์ถัดไปเท่านั้น
จินนาเดินไปทางเคาน์เตอร์ชำระเงิน แล้วพูดกับเจ้าของร้านชำ
“สวัสดีค่ะ ฉันขอเช่ากระจกบานนั้นได้ไหม?”
เธอชี้ไปทางกระจกวิเศษอาโรเดส
ก่อนหน้านี้ ภายในทีมได้ปรึกษากันแล้วว่า ควรเช่าสิ่งใดเป็นอย่างแรก พิจารณาจากการที่กระจกวิเศษอาโรเดสเป็นสิ่งเดียวที่มิสเตอร์ฟูลพกติดตัวตอนหลับใหล รวมทั้งราคาเช่าที่แน่นอน และความหมายเชิงสัญลักษณ์ของ ‘นางมาร’ ในโลกแห่งความฝัน ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจเช่ากระจกบานนี้
“สองแสนสองหมื่นต่อวัน” เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้น ยิ้มใต้ท้องฟ้าที่พลันมืดลง
“ค่ะ” จินนาไม่ได้ต่อรองราคา
หลังจากที่เธอชำระเงินผ่านเครื่อง POS ในร้าน และเซ็นสัญญาเช่าที่เรียบง่ายเหลือเกิน เจ้าของร้านพูดพลางก้มหน้าลง
“คุณนำกระจกบานนั้นไปได้เลย อย่าลืมคืนก่อนบ่ายสามโมงพรุ่งนี้”
จินนากลืนน้ำลายโดยอัตโนมัติ เดินไปทางชั้นวางสินค้า หยิบกระจกเงินที่มีลูกตาสีดำสองดวงลอยอยู่ขึ้นมา
หลังจากใส่กระจกวิเศษอาโรเดสลงใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ จินนาก็ถอนหายใจแผ่วเบา
ยากเย็นเหลือเกิน!
การเก็บเงินนี่ยากเย็นเหลือเกิน
……………………………………………………..