ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 975 กระจกวิเศษพยายามเต็มที่
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 975 กระจกวิเศษพยายามเต็มที่
ตอนที่ 975 กระจกวิเศษพยายามเต็มที่
ช่วงดึก สวนเต๋อชวง ห้อง 2303
ลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนา นั่งเรียงกันบนโซฟายาว ข้างหน้าวางกระจกเงินที่มีลวดลายโบราณ ขนาบข้างด้วยพลอยสีดำอย่างละเม็ด
อ็องโตนีพาลุดวิกไปทานอาหารรอบดึก เป็นการหลีกทางอย่างสุภาพจากการ ‘ถาม’ ของกระจกวิเศษอาโรเดส
แน่นอนว่า พวกเขาได้ปรึกษาและตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าจะถามสิ่งใดบ้าง ซึ่งมุ่งเน้นสองประเด็นหลัก หนึ่งคือ สถานการณ์ปัจจุบันของซาราธุสตรา สองคือ ประเด็นที่เกี่ยวกับแดนฝัน
พวกเขาเขียนคำถามไว้เกือบยี่สิบข้อ แต่เมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดของจิตใต้สำนึกในแดนฝัน พวกเขาเห็นว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะถามไปเรื่อยๆ จนทุกปริศนาได้รับคำตอบ โดยสงสัยว่ากระจกบานนั้นอาจตอบคำถามได้จำกัดต่อครั้งหรือต่อวัน เหมือนกับการทำนายด้วยกระจกวิเศษปกติ ซึ่งจะถามได้เพียงสามข้อ ดังนั้น ลูเมี่ยนจึงปรับลำดับคำถาม โดยวางข้อที่สำคัญและจำเป็นที่สุดไว้ในช่วงต้นๆ
“เริ่มเลยไหม?” จินนาเอียงหน้ามองลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ พลางพูดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ฉันเอง”
“ไม่…พวกเรามาผลัดกันเถอะ ไม่ควรให้คุณแบกรับคำถามจากกระจกวิเศษคนเดียว” ฟรังก้าเน้นย้ำ “ต้องยุติธรรมสิ!”
เธอรู้สึกว่า ตัวเองก็ควรเสียสละบ้าง ไม่ควรปล่อยให้ลูเมี่ยนต้องเผชิญกับคำถามน่ากลัวจากกระจกวิเศษอาโรเดสตามลำพัง
ลูเมี่ยนชายตามองเธอ
“ตกลง คุณก่อน”
ฟรังก้าสูดหายใจ มองไปที่กระจกวิเศษอาโรเดสแล้วพูด
“อาโรเดสผู้ยิ่งใหญ่ ฉันขอถามคำถามท่านได้ไหม?”
เนื่องจากพวกเขาได้เช่ากระจกวิเศษมาจากร้านซิงเมิ่งแล้ว เธอจึงไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนพิธีกรรมศาสตร์เร้นลับ แต่ถามอีกฝ่ายตรงๆ เลย
ผิวกระจกเงินโบราณพลันมืดลงกะทันหัน ราวกับจมลงสู่ก้นน้ำที่ไร้แสง ตามด้วยคำศัพท์ภาษาฟุซัคโบราณสีเลือด ซึ่งทยอยปรากฏทีละบรรทัด
“ข้ายินดีจะตอบทุกคำถามของเจ้า แต่ทางนั้นต้องตอบคำถามของข้าในปริมาณที่เท่ากัน โดยมีผู้ชมอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นพยาน”
“หากปฏิเสธที่จะตอบ หรือโกหก จะถูกลงทัณฑ์”
ฟรังก้านึกทบทวนรายการคำถาม ชั่งน้ำหนักคำพูดแล้วกล่าว
“คำถามของฉันคือ พลังเหนือธรรมชาติที่ซาราธุสตราในแดนฝันครอบครองในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นอย่างไร?”
นี่คือหนึ่งในคำถามที่ทีมของพวกตน ต้องการคำตอบมากที่สุด ณ เวลานี้
เมื่อคืนลูเมี่ยนดูวิดีโอวงจรปิด พร้อมทั้งฟังบทสนทนาที่แอบบันทึกไว้ แต่ก็ยืนยันได้เพียงประเด็นเดียว
การที่ซาราธุสตราจะเรียกภาพจากช่องว่างประวัติศาสตร์ ย่อมต้องติดข้อจำกัดอย่างมาก เป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้ใช้ภาพสะท้อนจากอดีต แทนตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยปล่อยให้ตัวจริงซ่อนอยู่ในหมอกประวัติศาสตร์ ก่อนที่เขาจะไปเปิดประตูให้เจี่ยยู่ ซาราธุสตราได้ดึงตัวเองในอดีตออกจากช่องว่างประวัติศาสตร์ แล้วใช้มันสนทนากับเจี่ยยู่ตลอดสิบห้านาทีเต็ม
ลูเมี่ยนคาดการณ์จากข้อมูลนี้ว่า ซาราธุสตราจะใช้ภาพจากประวัติศาสตร์แทนตัวเองเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าอันตราย หรือต้องเผชิญหน้ากับบางคนที่มีปัญหา ส่วนการปลอมแปลงหุ่นเชิดให้เป็นตัวจริงนั้น ลูเมี่ยนคิดว่าพลังของ ‘ผู้ไร้หน้า’ ในลำดับ 7 คงทำไม่ได้ แต่ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นพลังคล้ายคลึงกัน ซึ่งลดจากลำดับ 2 เหลือลำดับ 7
คำศัพท์ภาษาฟุซัคโบราณสีเลือดบนผิวกระจกวิเศษอาโรเดส บรรจงบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูป แล้วทยอยปรากฏทีละแถว
“ปัจจุบันซาราธุสตราสามารถควบคุมหุ่นเชิดได้สองตัว การควบคุมเป้าหมายในขั้นต้นผ่าน ‘ด้ายวิญญาณ’ ใช้เวลา 20 วินาที การเปลี่ยนให้เป็นหุ่นเชิดอย่างสมบูรณ์ใช้เวลา 1 นาที 30 วินาที”
“พระองค์ควบคุมหุ่นเชิดได้ในระยะ 50 เมตร สามารถสลับตำแหน่งกับหุ่นเชิดได้ หุ่นเชิดนอกจากจะใช้พลังของตัวเองแล้ว ยังยืมพลังทั้งหมดของพระองค์ได้ แต่อยู่ในลำดับ 7 เท่านั้น”
“พระองค์รักษาภาพจากช่องว่างประวัติศาสตร์ได้เพียงหนึ่งร่าง ซึ่งรวมถึงคน วัตถุ ฉาก และพลังวิญญาณ”
“ปัจจุบัน พระองค์สามารถเรียกภาพจากช่องว่างประวัติศาสตร์ด้วยศักดิ์เทวทูตได้นาน 30 วินาทีถึง 1 นาที ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิดหรือความเข้าใจที่พระองค์มีต่อเป้าหมายดังกล่าว หากพระองค์เรียกตัวเองในอดีตที่อยู่ในลำดับ 1 จะรักษาได้นาน 1 นาที 30 วินาที หากเรียกตัวเองที่เหลือเพียงระดับลำดับ 2 จะได้ 3 นาที ส่วนตัวเองที่ต่ำกว่าเทวทูต จะได้นานที่สุด 15 นาที ส่วนคน วัตถุ หรือฉากอื่นๆ ที่ต่ำกว่าเทวทูต จะได้ตั้งแต่ 2 นาทีถึง 10 นาที”
“พลัง ‘แปลงโฉม’ ของพระองค์ ช่วยให้หุ่นเชิดปลอมตัวเป็นพระองค์ได้ดีกว่าการแต่งหน้าใดๆ แต่หากสังเกตอย่างละเอียด ก็ยังสามารถมองออกถึงความแตกต่างและระบุของจริงของปลอมได้”
“พระองค์ยังสามารถ ‘วิงวอน’ ปาฏิหาริย์บางอย่างได้ โดยผลของปาฏิหาริย์ยังคงถูกจำกัดอยู่ในลำดับ 7”
“พระองค์ในอดีตที่อยู่ในลำดับ 1 สามารถทำให้ ‘ด้ายวิญญาณ’ ที่คนตายหรือวัตถุบางอย่างเคยมี ปรากฏอีกครั้ง ทำให้พวกมันกลายเป็นหุ่นเชิด หากใครเผลอกินอาหารที่ถูกทำให้เป็นหุ่นเชิด ผู้กินจะได้รับมลทินและค่อยๆ กลายเป็นหุ่นเชิด”
“พระองค์ในอดีตที่อยู่ในลำดับ 1 ยังสามารถ ‘ปลูกถ่าย’ สิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือแนวคิดนามธรรม ซึ่งไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้โดยตรงในสภาวะปกติ โดยนำพวกมันมารวมกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อันน่าเหลือเชื่อ แต่ความเหลือเชื่อนี้ก็ยังมีเพียงลำดับ 7”
“พระองค์ในอดีตที่อยู่ในลำดับ 1 สามารถบิดเบือนกาลอวกาศ สร้าง ‘แดนปกปิด’ ที่เหนือกว่า ‘ขวดเสกสรร’ และมีคุณสมบัติลึกลับ”
“…”
“หลอดดูดอากาศของพระองค์ยาวยี่สิบเมตร อาจช่วยให้พระองค์หลีกเลี่ยงบริเวณที่เต็มไปด้วยจุลชีพก่อโรคได้”
กระจกวิเศษอาโรเดสได้บรรยายพลังทั้งหมดของซาราธุสตรา รวมถึงลักษณะของพวกมันในปัจจุบัน จนกระทั่งอักษรเลือดสดบนผิวกระจกเปลี่ยนไปหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม มันอธิบายพลังของลำดับ 2 และลำดับ 1 ไม่ละเอียดพอ เพียงแค่กล่าวถึงอย่างคร่าวๆ เท่านั้น
เพื่อปลุกมิสเตอร์ฟูล กระจกวิเศษนี่ทุ่มเทจริงๆ…ฟรังก้าอ่านจบอย่างตั้งใจ อดไม่ได้ที่จะรำพันกับตัวเอง
ลูเมี่ยนนึกถึงภาพจำลองประวัติศาสตร์ของซาราธุสตรา ที่อีกฝ่ายใช้พูดคุยกับเจี่ยยู่
ตลอดบทสนทนานานสิบห้านาทีเต็ม ลูเมี่ยนคาดเดาว่า นั่นคือภาพจากช่องว่างประวัติศาสตร์ก่อนที่ซาราธุสตราจะกลายเป็นเทวทูต
นี่ยังบ่งชี้ว่า ซาราธุสตราไม่ได้เป็นสัตว์ในตำนานโดยกำเนิด แต่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาจากลำดับต่ำ
หลังจากบรรยายพลังปัจจุบันของซาราธุสตราเสร็จ อักษรสีเลือดบนผิวกระจกโบราณสีเงินก็เริ่มแปรเปลี่ยน
“ตามหลักความเท่าเทียม ถึงตาข้าถามบ้างแล้ว”
“ถ้าเจ้าตอบผิด หรือโกหก หรือปฏิเสธที่จะตอบ ก็จะถูกลงทัณฑ์”
ฟรังก้ากัดฟันกรอด พลางพยักหน้ารับแผ่วเบา
เรื่องส่วนตัวของเรา มีอะไรที่พวกเขายังไม่รู้อีก?
ไม่มีอะไรต้องกลัวสักหน่อย!
บนกระจกวิเศษ คำศัพท์ใหม่เริ่มก่อตัวขึ้น ประกอบกันเป็นประโยค
“หลังจากเข้าสู่เมืองแดนฝัน เคยคิดไหมว่าจะฉวยโอกาสตอนที่จินนาไม่อยู่ ทำอะไรบางอย่างกับลูเมี่ยน?”
บัดซบ! เล่นถามแทงใจดำแบบนี้…ฟรังก้าไม่กล้ามองจินนา เค้นคำพูดออกมาจากซอกฟัน
“เคย…”
เธอรีบแก้ต่างทันที
“แค่นึกเล่นๆ เป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่เคยลงมือทำจริง! นี่เป็นแดนฝันของมิสเตอร์ฟูล ฉันจะกล้าทำอะไรที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กได้ยังไง ถ้าจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลจดจำได้ ฉันก็ตายทางสังคมเลยนะ!”
ลูเมี่ยนมองฟรังก้าที่พูดเร็วปรี๊ด สลับกับจินนาที่เงียบอยู่ พลางสงสัยว่านอกจากทำให้ฟรังก้าอับอายและเขินแล้ว กระจกวิเศษอาโรเดสอาจมีเจตนาแฝง ช่วยให้จินนาย่อยโอสถ ‘ทุกข์ระทม’ ด้วย
เพื่อปลุกมิสเตอร์ฟูล มันพยายามอย่างมากจริงๆ…
ในที่สุดฟรังก้าก็พูดจบ รวบรวมความกล้ามองไปที่จินนา และได้รับรอยยิ้มให้กำลังใจและการพยักหน้าเบาๆ จากอีกฝ่าย
ลูเมี่ยนเอ่ยปากแทนฟรังก้า
“คำถามที่สองคือ ซาราธุสตรารู้ตัวหรือไม่ว่า ฉันกำลังสอดแนม?”
กระจกโบราณสีเงินที่มีอัญมณีสีดำสองเม็ดดั่งดวงตา แสดงคำสีเลือดใหม่ขึ้นมา
“หลังจากพบวัตถุคล้ายกระจก ซาราธุสตรารู้ว่ามีคนแอบดู เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร พระองค์ยังรู้ถึงการมีอยู่ของกล้องรูเข็มและอุปกรณ์ดักฟัง เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาของพระองค์ มีนักทำนายระดับนักบุญอยู่เคียงข้าง สามารถทำให้ยุงกลายเป็นหุ่นเชิด แล้วซ่อนพวกมันไว้ในห้องเพื่อคอยสังเกตการณ์”
หรือก็คือ ตอนที่เราใช้ ‘ไฟประลัยกัลป์’ เผาทุกสิ่งที่มีพลังวิญญาณในห้องของซาราธุสตราเพื่อลบร่องรอย อีกฝ่ายเริ่มเอะใจว่า มีคนแอบเข้าห้องของตนมา จึงลงมือตรวจค้นอย่างลับๆ ภายหลัง จนพบกล้องรูเข็มและอุปกรณ์ดักฟัง? แต่เพราะหุ่นเชิดใต้บังคับบัญชาตายไปแล้ว เขาจึงรู้แค่ว่า มีคนแอบเข้าห้องตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร…ลูเมี่ยนวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญที่ซ่อนอยู่ในคำตอบของกระจกวิเศษอาโรเดส
ขณะเดียวกัน เขาสงสัยว่า ซาราธุสตรารู้ว่าประธานฮวงปิดบังเรื่องที่มีคนแอบดูหลังวัตถุคล้ายกระจก เพียงแต่ไม่ได้เปิดโปงต่อหน้า
นอกจากนี้ ซาราธุสตรายังรู้ด้วยว่ามีการสอดแนม แต่ยังให้เจี่ยยู่เข้ามาพูดคุยความลับในห้อง เพื่อชักจูงเราให้คิดว่าเจี่ยยู่สำคัญมาก จะได้เบนความสนใจไปทางนั้นแทน? แต่เรื่องที่เขาสืบหาเจี่ยยู่ ไม่ใช่เรื่องที่คิดขึ้นอย่างกะทันหัน น่าจะเริ่มก่อนที่เราแอบเข้าไปในห้องของเขา…ทางนั้นคงรู้สึกว่า การติดต่อกับเจี่ยยู่อย่างลึกซึ้ง อาจแฝงไว้ด้วยอันตราย ถ้าไม่รู้รายละเอียดบางอย่าง ก็อาจทำให้ตัวเองถูกเตะออกจากแดนฝัน จึงตั้งใจเปิดเผยจุดประสงค์ของตัวเอง เพื่อให้เราไปเจอกับดัก? ลูเมี่ยนเต็มไปด้วยความคิด โดยรู้สึกว่านักทำนายอย่างซาราธุสตรา ไม่ต่างอะไรกับนักวางแผน ในหัวเต็มไปด้วยการวางแผนและกลลวง
และเมื่อรู้ว่าซาราธุสตราตระหนักถึงการสอดแนมของตน แต่กลับแสดงละครตบตามาตลอด ลูเมี่ยนก็สามารถออกแบบแผนการเพื่อรับมือได้อย่างเฉพาะเจาะจง
‘นางมาร’ มีวิธีและพลังในการหลบเลี่ยงลางสังหรณ์อันตรายของ ‘นักทำนาย’ ได้!
หลังจากตอบคำถามเสร็จ กระจกวิเศษอาโรเดสแสดงข้อความตามขั้นตอน ก่อนจะย้อนถามลูเมี่ยน
“ความรู้สึกที่เจ้ามีต่อฟรังก้าและจินนา มันคือความรัก หรือแค่ให้ความสำคัญ?”
ลูเมี่ยนเงียบไปหนึ่งวินาทีก่อนตอบว่า
“ให้ความสำคัญ”
บริเวณโซฟาเงียบไปสองสามวินาที จินนาขยับตัวเข้ามาข้างหน้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยปาก
“ถึงตาฉันถามแล้ว”
ลูเมี่ยนกับฟรังก้าพยักหน้ารับ
จินนานึกถึงรายการคำถามที่เตรียมไว้ จ้องมองกระจกโบราณสีเงินแล้วเอ่ยปาก
“คำถามที่สามคือ ใครเช่าคุณไปก่อนหน้านี้?”
อักษรเปื้อนเลือดบนผิวกระจกวิเศษหายวับไป เหลือเพียงแสงระยิบระยับที่กำลังเคลื่อนไหวแผ่วเบา
ผ่านไปหลายวินาที ผิวกระจกสีดำลึกลับจึงปรากฏอักษรขึ้นมา เป็นอักษรพิเศษของเมืองแดนฝัน สีของพวกมันซีดขาวทั้งหมด
“เผิงเติง”
เผิงเติง? คนที่จ่าย 220,000 เพื่อเช่ากระจกวิเศษอาโรเดสหนึ่งวันคือเผิงเติง? ลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนาต่างพากันตะลึงงัน
……………………………………………………..