ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 978 ความปรารถนา
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 978 ความปรารถนา
ตอนที่ 978 ความปรารถนา
โครม!
งูไฟสีแดงเพลิงที่ถูกบีบอัดอย่างหนาแน่น ระเบิดออกในฉับพลัน ก่อนที่จินนาจะสำเร็จคำสาป มันได้ม้วนกวาดซาราธุสตราเข้าไป ฉีกร่างเขาเป็นเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วเผาไหม้พร้อมกัน
ซาราธุสตราหลบเข้าไปในหมอกประวัติศาสตร์อีกครั้ง
เมื่อการระเบิดจากงูไฟสีแดงเพลิงเริ่มสงบลง เขาก็กลับมาสู่ปัจจุบันจากตำแหน่งที่เป็นมุมของพื้นที่หลังกระจก และลากเอาตัวตนในอดีตของเขาออกมาจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ ตัวตนที่เคยเป็น ‘บริวารเร้นลับ’ ลำดับที่ 1
ซาราธุสตราที่สวมเสื้อคลุมสีดำ มีดวงตาสีดำสนิทไร้ประกายแสง พอปรากฏตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นวังวนมหึมาอันประกอบจากหนอนนับไม่ถ้วน
วังวนมหึมานี้ลึกลับมืดมน ยื่นหนวดที่เลื่อมลื่นและเต็มไปด้วยลวดลายประหลาด ออกมาเป็นเส้นๆ
ร่างสัตว์ในตำนาน
ร่างสัตว์ในตำนานจากเส้นทาง ‘นักทำนาย’!
สำหรับเหล่าเทวทูต ร่างสัตว์ในตำนานคือสภาพอันแท้จริงที่สุด ดังนั้น ในเมืองแดนฝันจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาหากจะแสดงร่างนี้ออกมา ไม่ต้องกังวลว่าจะเปลี่ยนกลับได้หรือไม่ แต่แน่นอนว่า มันจะถูกกดไว้ที่ลำดับ 7
เมื่อเห็นวังวนหนอน ลูเมี่ยนแม้จะเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ แม้จะมีเทวบารมี ก็ยังรู้สึกอย่างห้ามไม่ได้ว่าความคิดกำลังสะดุด ข้อต่อแข็งทื่อ จิตใจราวกับกำลังเผชิญกับการโจมตีของพายุอันทรงพลัง
เขาหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว จินนาที่อยู่ใกล้อุโมงค์ในกระจกดูเหมือนร่างกายทั้งหมดจะบิดเบี้ยว
ซาราธุสตราฉวยโอกาสนี้ ตัวจริงของเขาได้สวดอธิษฐานความปรารถนา
“ความปรารถนาของข้าคือ”
“ให้หุ่นเชิดกลับมาอยู่ข้างกายข้า”
พูดจบ ในมิติหลังกระจกก็มีร่างเพิ่มขึ้นอีกสอง
พวกเขาแต่งตัวเหมือนนักธุรกิจ หนึ่งชายหนึ่งหญิง
ส่วนหุ่นเชิดอื่นๆ แน่นอนว่าเป็นของ ‘นักเชิดหุ่น’ คนอื่น ซาราธุสตราสามารถสั่งการได้แค่ผู้ควบคุมพวกมัน ไม่ใช่ตัวพวกมันเอง
ซาราธุสตราไม่ได้อธิษฐานขอออกจากโลกในกระจก เพราะเขาสังเกตเห็นการมีอยู่ของพลัง ‘บิดเบือน’ จากเหตุการณ์ที่ แม้ตัวเองจะหลบเข้าไปในหมอกแห่งประวัติศาสตร์ แต่กลับถูกสลับมาอยู่ในโลกในกระจก เขาจึงไม่เลือกที่จะออกจากมิติปัจจุบันโดยตรง
เขากลัวว่าจะถูก ‘บิดเบือน’ ตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เขาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าย่าเก่อคี ผู้เป็นหมายเลขหนึ่งของกรมตำรวจโดยไม่ทันตั้งตัว
ในขณะนี้ เนื่องจากร่างสัตว์ในตำนานของซาราธุสตราถูกจำกัดอยู่ที่ลำดับ 7 ไม่ว่าจะเป็นการกระทบของเทวบารมีหรือมลทินทางจิต ผลกระทบจึงลดลงอย่างมาก ดังนั้นลูเมี่ยนที่เป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ ซึ่งคอยหลับตาและรักษาระยะห่าง จึงเริ่มผ่อนคลายลง พลางยกมือซ้ายขึ้น แล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ
ในตำแหน่งต่างๆ ของมิติหลังกระจก ภายใต้การปกปิดของ ‘วงกตกระจก’ ที่ประกอบด้วยกระจกหลายบาน ลูกบอลไฟระเบิดหน่วงเวลาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าหลายลูกก็ได้รับคำสั่งให้ระเบิดตอนนี้!
บึ้มบึ้ม!
พวกมันระเบิดพร้อมกัน เกี่ยวพันกันไปมา จนพายุเพลิงสีแดงเพลิงอันดุดัน ปกคลุมทั่วมิติหลังกระจก ท่วมทับภาพของซาราธุสตราจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ ท่วมทับหุ่นเชิดสองตัว รวมถึงจินนาและลูเมี่ยนไว้อย่างสมบูรณ์
ที่นี่คือสนามของ ‘นักล่า’ เป็นสังเวียนลูเมี่ยนวางแผนไว้อย่างพิถีพิถัน!
ส่วนตัวจริงของซาราธุสตรา ได้หลบเข้าไปในม่านหมอกแห่งประวัติศาสตร์อีกครั้ง
บึ้มบึ้ม!
หุ่นเชิดสองตัวของซาราธุสตราใช้ ‘กระดาษคนตัวแทน’ พวกมันถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยท่ามกลางคลื่นกระแทกอันบ้าคลั่ง พร้อมกับถูกเพลิงสีแดงเผาไหม้
ภาพจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของซาราธุสตรายังคงอยู่ในร่างสัตว์ในตำนาน หนวดหลายเส้นยื่นออกมา พันรัดพายุเพลิงที่ซัดเข้าใส่
เขา ‘ปลูกถ่าย’ ตัวเองเข้ากับเปลวไฟ จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแค่ล่องลอยไปอีกด้านหนึ่งตามพายุ
โดยปกติแล้ว ‘การปลูกถ่าย’ ซึ่งถูกกดไว้ที่ลำดับ 7 จะไม่สามารถทำให้ภาพจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของซาราธุสตรา รวมเข้ากับแนวคิดของไฟได้ แต่ ‘นักมายากล’ ลำดับ 7 จากเส้นทาง ‘นักทำนาย’ สามารถควบคุมเปลวไฟ ทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับไฟ ด้วยเหตุนี้ ภาพจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของซาราธุสตรา จึงสามารถจำแลงกายเป็นเปลวไฟพิเศษ แวบวาบอยู่ในพายุไม่หยุดหย่อน
ทันใดนั้น เขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังบริเวณใกล้กับหุ่นเชิดสตรีที่เพิ่งปรากฏตัว ใช้กระจกในมือฉายภาพของอีกฝ่าย แล้วป้ายไฟประลัยกัลป์ที่อัดแน่นด้วยพลัง ‘เก็บเกี่ยว’ ลงบนผิวกระจก
ภายใต้อิทธิพลซ้อนทับสองชั้น คือตัวจริงของซาราธุสตราที่เข้าไปในม่านหมอกแห่งประวัติศาสตร์ และภาพฉายในอดีตของซาราธุสตราที่กำลังกลายเป็น ‘เปลวไฟ’ ล่องลอยไปกับพายุ หุ่นเชิดสตรีไม่มีเวลาตอบสนอง ไม่มีเวลาหลบเข้าไปในม่านหมอกแห่งประวัติศาสตร์ ในร่างของเธอก็ระเบิดออกมาเป็นเปลวไฟสีดำ ซึ่งกดทับความพินาศอย่างสุดขีด
เธอเสื่อมสภาพกลายเป็นกระดาษคนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเธอปรากฏตัวอีกครั้งในตำแหน่งอื่นของพื้นที่หลังกระจก ‘เพลิงแห่งการทำลาย’ บนร่างกายก็ยังไม่ดับ
หลังจากใช้ ‘กระดาษคนตัวแทน’ สองครั้งติดต่อกัน ร่างจริงของหุ่นเชิดก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
ในขณะนี้ ภาพอันน่าสะพรึงกลัวอันเกิดจากลูกบอลไฟระเบิดหน่วงเวลา ก็ถึงคราวสงบลงได้ ภาพจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ของซาราธุสตรายื่นมือขวาออกมาแล้วกำแผ่วเบา
กาลอวกาศโดยรอบบิดเบี้ยวตามไปด้วย ทำให้มิติหลังกระจกทั้งหมด ราวกับถูกคลุมด้วยผ้าม่านผืนใหญ่ กลายเป็นอาณาเขตซ่อนเร้นที่แยกออกจากบริเวณโดยรอบ
เขตแดนเร้นลับ!
หลังจากแน่ใจว่าลูเมี่ยนและจินนาถูกเงาประวัติศาสตร์ของตัวเองดึงเข้าไปใน ‘เขตแดนเร้นลับ’ จนไม่สามารถขัดขวางตนได้ในเวลาอันสั้น ซาราธุสตราก็กลับมาจากหมอกแห่งประวัติศาสตร์ ลงมายังขอบของมิติหลังกระจกอันมืดมิดว่างเปล่า
เขาไม่สนใจเงาประวัติศาสตร์ของตัวเอง ไม่สนใจหุ่นเชิดที่เหลือซึ่งติดอยู่ใน ‘เขตแดนเร้นลับ’ เช่นกัน เดินตรงไปยังกระจกที่เชื่อมต่อกับห้องส่วนตัวของร้านหม้อไฟ
ตอนนี้ เขามีพลังพอที่จะระวังและหลีกเลี่ยงอิทธิพลของพลัง ‘บิดเบี้ยว’ แล้ว
ทันทีที่ซาราธุสตราเข้าใกล้กระจก ก็ได้ยินเสียงปืน ‘ปัง’ ดังขึ้นหนึ่งนัด
กระสุนสีเหลืองทองพุ่งออกจากหนึ่งในอุโมงค์ที่เหมือนใยแมงมุม พร้อมความรู้สึกเสื่อมโทรมที่บรรยายไม่ถูก มุ่งตรงมายังหน้าอกของเขา
อ็องโตนีที่สวมเสื้อยืดสีดำราคาถูก ตัดผมสั้นติดหนังศีรษะ แฟลชตามกระสุนออกมาจากอุโมงค์
เขาใช้พลังของ ‘ยันต์กระจกน้ำแข็ง’ ซุ่มอยู่ที่นั่นมาตลอด โดยไม่ได้ก้าวเข้าไปในมิติหลังกระจก จึงไม่ถูกรวมเข้าไปใน ‘เขตแดนเร้นลับ’ ที่เงาประวัติศาสตร์ของซาราธุสตราสร้างขึ้น
ในขณะที่ร่างจริงของซาราธุสตราหลบกระสุนนัดดังกล่าว อ็องโตนีอาศัยพลัง ‘ข้ามกระจก’ ที่เหลืออยู่ ปรากฏข้างชายชราผมขาวผู้นี้ในพริบตา
เขาชูภาพวาดที่เตรียมไว้ล่วงหน้า พร้อมกับทำให้ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองและเบิกกว้าง
ก่อโรคประสาท!
อ็องโตนีคิดว่าซาราธุสตราฟื้นคืนชีพโดยการยึดร่างของ ‘โลกิ’ บางทีทั้งสองอาจยังมีการต่อสู้แย่งชิงกันอยู่บ้าง ดังนั้นการใช้ ‘ก่อโรคประสาท’ โจมตีสภาพจิตใจของซาราธุสตราอาจได้ผลประหลาด
ภาพในมือเขาวาดลงบนสมุดวาดภาพเปล่า บนนั้นเป็นรูปประตู กุญแจ และแถบไม้ที่ตรึงประตูไว้อย่างแน่นหนา
ภาพวาดนั้นลุกไหม้ขึ้นเอง กลายเป็นเงา แล้วติดลงบนกระจกที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก ทำให้กระจกถูกตรึงด้วยแถบไม้หลายอัน พร้อมกับมีกุญแจล็อกอีกหนึ่งดอก
ซาราธุสตราที่ถูก ‘ก่อโรคประสาท’ โจมตีโดยตรง ก็พลันจางหายไปอย่างกะทันหัน กลายเป็นเงาร่าง
นี่คือพลังสร้างภาพลวงตาของ ‘นักมายากล’
สิ่งแรกที่ซาราธุสตราทำหลังจากกลับมาจากม่านหมอกแห่งประวัติศาสตร์ คือการสร้างภาพลวงตา ไม่ใช่เข้าใกล้ทางออกโดยตรง
เขาใช้วิธีนี้ทำให้อ็องโตนีประเมินตำแหน่งของตนผิด และโจมตีโดนแค่ภาพลวงตา
ร่างจริงของซาราธุสตราปรากฏอย่างรวดเร็วไม่ไกลออกไป พูดเสียงราบเรียบด้วยภาษามังกร
“ข้าปรารถนา”
“ขับไล่ศัตรูไปจากที่นี่”
อ็องโตนียังไม่ทันได้ใช้ ‘ข่มขวัญ’ ที่ครอบคลุมวงกว้าง ก็รู้สึกมืดไปทั้งตา ราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นยกตัวขึ้น แล้วโยนขึ้นไปในอากาศ
เมื่อเขาฟื้นสติกลับมา ก็พบว่าตนอยู่ในคุกแห่งหนึ่ง โดยรอบไม่มีวัตถุคล้ายกระจกให้ใช้ประโยชน์ ซี่กรงเหล็กทั้งหมดถูกหุ้มด้วยผ้าฝ้าย
ที่ซาราธุสตราเลือกขับไล่อ็องโตนี แทนการสวดอธิษฐานให้เขาตาย ก็เพราะเทวทูตผู้นี้เชื่อว่า ศัตรูที่คลุกคลีกับ ‘นางมาร’ ย่อมมีโอกาสพกพา ‘กระจกตัวแทน’ หนึ่งถึงสองบาน ซึ่งจะทำให้คำอธิษฐานล้มเหลวและเสียเวลา
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ลูเมี่ยนที่อยู่ใน ‘เขตแดนเร้นลับ’ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปาฏิหาริย์ และยังคงอยู่ข้างใน
คำอธิษฐานของซาราธุสตราคือขับไล่ศัตรูจาก ‘ที่นี่’ แต่ ‘เขตแดนเร้นลับ’ ไม่ได้นับเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่แล้ว!
ซาราธุสตราที่ไม่ถูกอ็องโตนีรบกวนอีกต่อไป หันเหความสนใจกลับไปยังกระจกอีกครั้ง
เขาได้ทำให้คำอธิษฐานสองข้อเป็นจริงแล้ว สร้างปาฏิหาริย์สองครั้ง ซึ่งทำให้ตัวเองสูญเสียพลังไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงเพียงอ้าปาก เตรียมใช้ ‘ปืนใหญ่อัดอากาศ’ เพื่อทำลายแถบไม้และกุญแจ เพื่อเปิดทางออก
ภายใน ‘เขตแดนเร้นลับ’
จินนาหายตัวไปแล้ว ส่วนลูเมี่ยนเมื่อสงบลง ก็ ‘เทเลพอร์ต’ ไปอยู่ด้านหลังเงาประวัติศาสตร์ของซาราธุสตรา
เขาเงยหน้ามองไปยังที่สูง ปล่อยให้ดวงตาที่เส้นเลือดฝอยแตกแขนง จากการจ้องมองร่างสัตว์ในตำนานโดยตรง เปลี่ยนเป็นสีดำเหล็ก พร้อมกับส่งเสียง ‘ฮึ่ม’ ออกมา
ขณะที่ลำแสงสีขาวสองสายพุ่งออกจากปลายจมูก ตรงไปยังวังวนมืดทึมที่ประกอบขึ้นจากหนอน เขาขว้าง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ในมือออกไป พุ่งไปยังจุดหนึ่งบนท้องฟ้า
จุดดังกล่าวปรากฏเป็นสีขาวซีดในดวงตาของเขา
ตรงนั้นคือจุดอ่อนของ ‘เขตแดนเร้นลับ’!
แม้ ‘เขตแดนเร้นลับ’ จะเป็นพลังที่ใช้ได้เฉพาะลำดับ 1 แต่ตอนนี้มันมีพลังแค่ลำดับ 7 เท่านั้น!
ภายนอก ‘เขตแดนเร้นลับ’
ซาราธุสตรายิงปืนใหญ่อัดอากาศออกไปดังปัง จนแถบไม้และกุญแจเหล็กที่วาดอยู่บนกระจกแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ในขณะนั้น มีเงาร่างหลายร่างเคลื่อนผ่านมาจากอุโมงค์อีกเส้นหนึ่ง
ด้านในมีลุดวิกที่สวมชุดทางการสำหรับเด็ก มีอ็องโตนีเวอร์ชันผู้หญิงที่รูปร่างค่อนข้างอวบอิ่ม บุคลิกดูเป็นผู้ใหญ่ หน้าตายังถือว่าสวยงาม และจินนาเวอร์ชันผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลา ผมสีเชือกป่านที่ถูกจัดทรงอย่างดูดี
จินนาตัวจริงยังคงซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ ไม่ได้เข้ามาในมิติหลังกระจกแห่งนี้
เธอที่ปรากฏก่อนหน้า เป็นเพียงคนในกระจกระดับตื้นที่เธอสร้างขึ้นเอง ด้วยเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ ซึ่งสามารถดำรงอยู่ได้นานกว่า ใช้เพื่อลวงซาราธุสตรา แต่ภายใต้อิทธิพลของการระเบิดในมิติที่ลูเมี่ยนสร้าง กอปรกับอิทธิพลจาก ‘เขตแดนเร้นลับ’ คนในกระจกระดับตื้นที่อ่อนแอจึงถูกทำลายไปแล้ว
จินนาเวอร์ชันผู้ชายและอ็องโตนีเวอร์ชันผู้หญิงที่ปรากฏตอนนี้คือ คนในกระจกระดับลึกที่ถูกสร้างขึ้นล่วงหน้าโดยใช้เศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ ซึ่งฟรังก้าและลูเมี่ยนครอบครองอยู่ พวกมันดำรงอยู่ได้เพียงสามนาที ในแง่ความสามารถจะเหมือนกับร่างจริงเกือบทั้งหมด ขณะเดียวกันยังสามารถยืมพลังของโลกในกระจกพิเศษได้ในระดับหนึ่ง
หลังจากต่อสู้กับศพหญิงคืนชีพ พวกลูเมี่ยนก็เริ่มให้ความสำคัญกับพลังที่มาพร้อมเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ
ในโลกความจริง ผลลัพธ์อาจยังไม่ชัดเจนนัก แต่ในเมืองแดนฝันที่ทุกคนถูกจำกัดพลังให้อยู่ลำดับ 7 ผู้ช่วยจากกระจกยิ่งมากยิ่งดีแน่นอน!
ก่อนหน้านี้ จินนาไม่ได้ให้ตัวเองเวอร์ชันผู้ชาย อ็องโตนีเวอร์ชันผู้หญิง และลุดวิกตามอ็องโตนีไปโจมตีซาราธุสตรา เพราะจำคำกำชับของลูเมี่ยนก่อนหน้านี้ได้
“ถ้าลอบสังหารไม่สำเร็จ การโจมตีครั้งต่อไปต้องแบ่งเป็นชุดๆ ห้ามเข้าไปพร้อมกันรวดเดียว เพื่อไม่ให้ถูกพลังพิเศษของซาราธุสตรากำจัดไปหมดในคราวเดียว และยังช่วยให้เขาสูญเสียพลังวิญญาณกับจำนวนครั้งที่ใช้พลังพิเศษ…”
ในสนามของ ‘นักล่า’ แม้จะไม่สามารถพูดได้ว่าจะจัดแจงศัตรูได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่อย่างน้อยการโจมตีไม่กี่ชุดแรกก็ยังสามารถสะท้อนจุดแข็งออกมาได้!
……………………………………………………..