ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 979 สัตว์ในตำนาน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 979 สัตว์ในตำนาน
ตอนที่ 979 สัตว์ในตำนาน
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของลุดวิก รวมถึงจินนาเวอร์ชันผู้ชาย และอ็องโตนีเวอร์ชันผู้หญิง ซาราธุสตรากลับไม่ได้แสดงความประหลาดใจแต่อย่างใด
ร่างกายใต้ชุดทางการสีดำของเขาพลันแตกสลาย พร้อมกับใบหน้าที่ยุบตัวกลายเป็นวังวนมืดมิด
หากมองอย่างละเอียด จะรู้สึกเหมือนมีแมลงใสๆ นับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง แต่ละตัวดูเหมือนจะคลานเข้าไปในสมองและร่างกายของผู้พบเห็น กัดกินความคิดและเส้นประสาท
จากแขนเสื้อและขากางเกงของชุดทางการสีดำ หนวดเลื้อยลื่นที่เต็มไปด้วยลวดลายประหลาดได้ยื่นออกมา
ซาราธุสตรากำลังเผยร่างสัตว์ในตำนานของตน!
แต่ต่างจากภาพลวงตาในประวัติศาสตร์ของพระองค์ อาภรณ์ของพระองค์ล้วนจริงทั้งหมด ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการฉายภาพจากอดีต จึงไม่ได้เปลี่ยนเป็นสัตว์ในตำนานไปด้วย ยังคงสวมอยู่บนพื้นผิวของวังวนหนอน
นี่ทำให้พระองค์ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
เมื่อซาราธุสตราเผยร่างสัตว์ในตำนาน ไม่ว่าจะเป็นจินนาเวอร์ชันผู้ชาย หรืออ็องโตนีเวอร์ชันผู้หญิง ต่างก็กระตุกค้างไปชั่วขณะ
ฝ่ายหนึ่งมีผมที่ยาวหยาบขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวไม่เปล่งปลั่งอีกต่อไป อีกฝ่ายมีใบหน้าที่ปรากฏเกล็ดมังกรสีเงินผสมดำเป็นหย่อมๆ
อย่างเงียบงัน ร่างของพวกเขาทั้งสองทรุดลงพร้อมกัน คนแรกกลายเป็นก้อนเนื้อยุบพอง เต็มไปด้วยเส้นผมสีดำลื่นประหลาด หนาเท่างูตัวเล็ก ปลายเส้นผมเหล่านี้พยายามเบิกตาดำขาวหรือแลบลิ้นคล้ายงู ส่วนคนหลังแตกสลายกลายเป็นกิ้งก่า ปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีเงินผสมดำ
พวกเขาคลุ้มคลั่งแล้ว
แม้ว่าร่างสัตว์ในตำนานของซาราธุสตราจะถูกกดให้อยู่ทัดเทียมลำดับ 7 แต่ในฐานะคนในกระจกระดับลึก สภาพจิตใจของพวกเขาย่อมไม่มั่นคงเป็นทุนเดิม อารมณ์ก็โน้มเอียงไปทางสุดโต่ง จึงไม่อาจยับยั้งผลลัพธ์ที่นำไปสู่ความคลุ้มคลั่งได้
พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การเคลื่อนไหวของลุดวิกเริ่มช้าลง จิตใจก็กำลังทนรับแรงกระแทกจาก ‘ก่อโรคประสาท’ แบบไม่เลือกเป้าหมายของอ็องโตนีร่างสตรี
ในขณะที่เขาต้านทาน ‘เสน่ห์’ ของจินนาร่างผู้ชายไม่ไหว เตรียมจะหันตัวไปกินก้อนเนื้อนั่น คนในกระจกระดับลึกที่คลุ้มคลั่งทั้งสองก็เริ่มจางลง โปร่งแสง แล้วอันตรธานไปในพริบตา
ลุดวิกจำต้องอ้าปากกว้าง ให้มุมปากแยกไปถึงท้ายทอย
จากนั้น เขากระโดดไปหาร่างสัตว์ในตำนานของซาราธุสตราที่สวมชุดทางการสีดำ กัดหนวดประหลาดที่ยื่นมาเข้าไปในคำเดียว
เขาต้องการใช้วิธีนี้ ‘พรากเอา’ ความสามารถ ‘กระดาษคนตัวแทน’ จากซาราธุสตรา
กร๊อบ!
ลุดวิกกัดลงไปทีเดียว แต่กลับกัดได้แค่กระดาษคนแผ่นหนึ่ง
ซาราธุสตราที่กลายเป็นสัตว์ในตำนานกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ภายในวังวนอันมืดมิดบนใบหน้าที่ประกอบด้วยหนอนนับไม่ถ้วน คล้ายกับมีอัญมณีหลากสีสันสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน
รอบตัวลุดวิกที่ยังคาบกระดาษคนอยู่ พลันปรากฏประตูลวงตาบานแล้วบานเล่า
ประตูลวงตาเหล่านี้มีรูปทรงต่างกัน บางบานเปิดออกทั้งสองฝั่ง บางบานเปิดได้ทางเดียว บางบานมีช่องแคบๆ โผล่ให้เห็น บางบานเต็มไปด้วยลวดลายลึกลับ…พวกมันมีจำนวนมากมายหนาแน่น ห่อหุ้มลุดวิกไว้อย่างสมบูรณ์
พร้อมกันกับการสะบัดหนวดเลื้อยลื่นของซาราธุสตรา หนึ่งในประตูลวงตาได้เปิดออก ต้อนรับลุดวิกที่ถูกโยนเข้าไปหา
ร่างของลุดวิกหายวับไปในความมืดลึกล้ำหลังประตูทันที
เนรเทศ!
นี่คือพลังของ ‘ผู้ชี้นำปาฏิหาริย์’ ที่ซาราธุสตราใช้ผ่านสมบัติปิดผนึกบางชิ้น พลังชนิดนี้สามารถโยนเป้าหมายเข้าไปในกระแสปั่นป่วนของกาลอวกาศ จะกลับมาได้หลังจากผ่านไป 5 วินาที แน่นอนว่าเงื่อนไขสำหรับการกลับมาอย่างสมบูรณ์คือ คนหรือสิ่งที่ถูกโยนเข้าไป ต้องทนต่อแรงกระแทกของกระแสปั่นป่วนของกาลอวกาศได้
และเมื่อผนวกรวมกับอิทธิพลต่อโชคชะตาของ ‘ผู้ชี้นำปาฏิหาริย์’ ก็สามารถทำให้ลุดวิกถูกเนรเทศไป 10 วินาทีเต็ม
เพียงแค่สองสามวินาที ซาราธุสตราก็จัดการกับศัตรูชุดสามที่บุกเข้ามาได้ ทั้งแบบถาวรและชั่วคราว
พระองค์เปล่งวาจาด้วยภาษามังกรอีกครั้ง
“ความปรารถนาของข้าคือ”
“ต่อจากนี้จะไม่มีใครมารบกวนข้าอีก”
ทันทีที่พูดจบ ซาราธุสตราก็ทำให้ความปรารถนาของตัวเองเป็นจริง
เนื่องจากพลังด้านนี้ถูกกดให้อยู่แค่ลำดับ 7 การทำให้ความปรารถนาเป็นจริงของพระองค์จึงมีขอบเขตที่ชัดเจน มีผลเพียง 30 วินาทีนับตั้งแต่ประกาศ มีประสิทธิภาพต่ำกับศัตรูที่มีเทวบารมี ยิ่งเทวบารมีแข็งแกร่งเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสทะลุข้อจำกัด และรบกวนพระองค์ได้มากขึ้นเท่านั้น
ในเวลานี้ จินนาที่ซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์แห่งหนึ่งพบอย่างตกใจว่า ตัวเองไม่สามารถ ‘แฟลช’ ไปยังมิติหลังกระจกที่สอดคล้องกันได้แล้ว
ซาราธุสตรายังคงรักษาร่างสัตว์ในตำนาน ลอยลงมาจากกลางอากาศ เคลื่อนตัวไปยังกระจกที่นำไปสู่ห้องส่วนตัวของร้านหม้อไฟ
ตึง ตึง ตึง!
พระองค์ได้ยินเสียงระเบิดแผ่วเบา เห็นม่านลวงตาอันเกิดจากมิติบางแห่งในโลกหลังกระจก แต่ก็ยังไม่ได้เปิดออกอย่างสมบูรณ์
ภายใน ‘เขตแดนเร้นลับ’
ลูเมี่ยนขว้าง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ พร้อมกับใช้ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ส่วนภาพจากอดีตของซาราธุสตรารีบสลับตำแหน่งกับหุ่นเชิดของตัวเอง
หุ่นเชิดที่ถูกลำแสงขาวสองสายพุ่งเข้าใส่ แสดงอาการเพียงแค่โงนเงนเล็กน้อย
จิตวิญญาณของเขาได้ตายไปแล้วในความเป็นจริง
โครม โครม โครม!
‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ฟาดเข้าที่จุดอ่อนของ ‘เขตแดนเร้นลับ’ สร้างการระเบิดอันน่าสะพรึงกลัว แต่ก็ยังไม่สามารถทะลุผ่านออกไปได้
ท่ามกลางความโกลาหลนี้ ร่างของลูเมี่ยนหายวับไป ‘แฟลช’ ไปปรากฏที่ด้านข้างของภาพจากอดีตของซาราธุสตรา
มือซ้ายของเขายกขึ้นแล้ว สร้อยข้อมือเงินที่สวมอยู่เปล่งแสงสีเงินผสมดำ
‘คนในวง’!
ลูเมี่ยนใช้ ‘คนในวง’ อีกครั้ง
อาศัย ‘คนในวง’ พุ่งเป้าไปยังตำแหน่งของภาพจากอดีตของซาราธุสตรา!
แน่นอนว่า ความพยายามเช่นนี้ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับร่างสัตว์ในตำนานของอีกฝ่ายโดยตรง ความคิดและข้อต่อราวกับถูกเทกาวเข้าใส่ สภาพจิตใจเริ่มแสดงอาการสับสนอยู่บ้าง
นั่นก็เพราะ เขาพึ่งพาเทวบารมีของตัวเอง จนสัตว์ในตำนานของอีกฝ่ายถูกจำกัดอยู่แค่ลำดับ 7 หากไม่แล้ว แม้เขาจะไม่คลุ้มคลั่งทันที ก็คงอยู่ในสภาพที่จิตใจถูกพายุกวาดไป ยากจะคอมโบการเคลื่อนไหวต่อไปได้
ภาพจากอดีตของซาราธุสตรากำลังจะสลับตำแหน่งกับหุ่นเชิดอีกครั้ง แต่แล้วก็พลันพบว่า ความพยายามมีอันต้องล้มเหลว
พระองค์ยังคงอยู่ที่เดิม
ฉวยโอกาสนี้ ลูเมี่ยนที่ดวงตาเป็นสีเงินปนดำผลักฝ่ามือขวาไปข้างหน้าอย่างแรง
พลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขา พุ่งเข้าใส่สายธารแห่งชะตาของภาพในอดีตของซาราธุสตรา
กระตุ้นชะตา!
เขากำลังกระตุ้นชะตากรรมของภาพในอดีตของซาราธุสตรา ให้ไหลพุ่งไปสู่ธารสายย่อยที่เล็งไว้!
ด้วยอิทธิพลจากสถานะของภาพในอดีตของซาราธุสตราเอง โอกาสสำเร็จจึงไม่สูงเป็นทุนเดิม แต่ในฐานะภาพจากอดีต ทั้งจุดอ่อน ทั้งปัญหา และจุดบกพร่องโดยธรรมชาติในแง่ของโชคชะตาก็คือ พวกเขามีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการดำรงอยู่
หากลูเมี่ยนต้องการกระตุ้นชะตา ให้ภาพในอดีตของซาราธุสตราตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน จนถูกกำจัดด้วยการโจมตีคอมโบของตน ก็ต้องดูว่ามิสเตอร์ฟูลจะมอบพรคุ้มครองหรือไม่ แต่ถ้าเขาเลือกชะตากรรมแบบ ‘ภาพในอดีตได้รับอิทธิพลจากเหตุไม่คาดฝัน จนสิ้นสุดก่อนเวลา’ ก็มีความหวังไม่น้อยที่จะบรรลุเป้าหมาย!
ในชั่วพริบตา พลังวิญญาณของลูเมี่ยนถูกดึงออกไปจนหมดสิ้น บังคับให้เขาปลดปล่อยส่วนที่สั่งสมไว้ล่วงหน้าออกมา เพื่อประคองตัวเองไว้
ร่างกายของเขาเอนหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ บนใบหน้าอันแสนเปล่งประกาย สายโลหิตไหลออกมาจากดวงตา จมูก และมุมปาก ผมสีดำยาวพลิ้วลอยขึ้นเหมือนมีชีวิตในตัวเอง ทั้งยังหนาขึ้นเล็กน้อย
นี่คือผลสะท้อนกลับจากการจ้องมองโชคชะตาของสัตว์ในตำนานโดยตรง
ไม่เพียงแค่ตาข้างหนึ่งบอดไปทันที แต่ทั้งร่างยังเหมือนกลายเป็นหุ่นเชิด ไม่อาจคิดหรือขยับได้ชั่วขณะ
เกือบจะพร้อมกันนั้น ภาพจากอดีตของซาราธุสตราก็กลายเป็นโปร่งแสง มีระลอกคลื่นปรากฏบนพื้นผิวร่างกาย
ราวกับว่า มีเหตุไม่คาดฝันบางอย่าง ทำให้พลังวิญญาณที่ร่างจริงของซาราธุสตราใช้รักษาการคงอยู่ของภาพจากอดีต ไม่สามารถทะลุผ่าน ‘เขตแดนเร้นลับ’ เข้ามาได้อีก
เพียงชั่วพริบตา ภาพจากอดีตของซาราธุสตราก็จางหายจนมองไม่เห็น สลายไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อไม่มีพระองค์อีกต่อไป ลูเมี่ยนจึงฟื้นตัวกลับมาในที่สุด
ดวงตาสีน้ำเงินข้างเดียวที่มีหมอกเลือดปกคลุม มองเห็นม่านสีดำที่ห้อมล้อมมิติ ซึ่งกำลังแตกสลายอย่างรวดเร็ว มองเห็นหุ่นเชิดชายที่ปราศจากการควบคุมโดยภาพในอดีตของซาราธุสตรา จนถูก ‘เขตแดนเร้นลับ’ แยกออกจากร่างจริงของซาราธุสตรา ยืนแน่นิ่งไม่ไหวติง
ลูเมี่ยนถือโอกาสในขณะที่ ‘เขตแดนเร้นลับ’ ยังไม่แตกสลายจนหมด หยิบกระจกขึ้นมาบานหนึ่ง ส่องไปยังหุ่นเชิดตัวนั้น แล้วสาปด้วย ‘ไฟประลัยกัลป์’
จากภายในสู่ภายนอก หุ่นเชิดชายพลันพ่นเปลวไฟสีดำที่กดความบ้าคลั่งและหายนะ ร่างกายเริ่มละลายราวกับเหล็กกล้า
ลูเมี่ยนไม่ได้มองเขาอีก หลังจาก ‘เขตแดนเร้นลับ’ พังทลายลงไป เขาใช้พลัง ‘ข้ามกระจก’ กลับไปยังมิติหลังกระจก
ซาราธุสตราเพิ่งจะเข้าใกล้ผิวกระจก ก็รู้สึกว่ามีความเคลื่อนไหวด้านหลัง
วังวนหนอนที่สวมชุดทางการสีดำ พลางยื่นหนวดประหลาดออกมานับไม่ถ้วน รีบหมุนตัวเร็วรี่ จนเห็นลูเมี่ยนที่ตาข้างหนึ่งมีหมอกเลือดปกคลุม อีกข้างสูญเสียจุดโฟกัส และมีเลือดไหลออกมา
แม้ลูเมี่ยนจะไม่ได้จ้องร่างสัตว์ในตำนานที่สมบูรณ์นี้โดยตรง เพียงแค่ก้มมองรองเท้าหนังสีดำ ซึ่งมีบางสิ่งกำลังคลานออกมาอย่างรางๆ แต่เขาก็ยังตกอยู่ในภาวะความคิดสะดุดเป็นช่วงๆ จิตใจก็ยังสับสนไม่เบา
แนวโน้มการคลุ้มคลั่งของเขา บัดนี้รุนแรงขึ้นอย่างมาก
ในขณะนี้ เขาได้ใช้ใยแมงมุมที่มองไม่เห็นดึง ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ กลับมาแล้ว สองมือกำลังถือดาบตรงสีดำเหล็กที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีแดงสด เตรียมจะฟันเข้าใส่ซาราธุสตราจากระยะไกล
หลังผ่านความยากลำบาก อาศัยการโจมตีหลายระลอก ในที่สุดเขากับพวกพ้องก็สามารถกำจัดหุ่นเชิดและภาพจากอดีตของซาราธุสตราได้สำเร็จ
บัดนี้สามารถท้าทายร่างจริงของพระองค์ได้แล้ว!
ภายในวังวนมืด ซึ่งประกอบกันเป็นศีรษะของซาราธุสตรา หนอนทุกตัวต่างเปล่งเสียงอันแก่ชรา
คำพูดของพวกมันรวมตัวกัน ใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาทีก็กลายเป็นถ้อยคำก้องกังวาน
“ถึงกับทำให้ภาพจากอดีตของข้าสิ้นสุดลงได้ในเวลาอันสั้น…น่าทึ่งไม่เบาเลย”
“แต่ไม่เป็นไร ข้าก็แค่เรียกออกมาใหม่”
ขณะที่พูด ซาราธุสตราก็ยื่นหนวดลื่นประหลาดออกไปหนึ่งเส้น ลากอีกตัวตนหนึ่งของตัวเองออกมาจากหมอกประวัติศาสตร์
นี่ยังคงเป็นพระองค์ในร่าง ‘บริวารเร้นลับ’ ลำดับ 1
หากไม่ใช่เพราะกังวลถึงศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ผู้ที่ใช้พลัง ‘บิดเบือน’ ย้ายตนไปยังโลกในกระจก ซาราธุสตราเชื่อว่าตนสามารถสังหารคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด แทนที่จะคิดแต่เรื่องหนี
ณ บัดนี้ ลูเมี่ยนรู้สึกสิ้นหวังอย่างห้ามไม่อยู่
ซาราธุสตรายังมีพลังวิญญาณเหลือเฟือเพียงพอที่จะเรียกภาพจากอดีตอีกหรือ?
นี่ก็เทวทูต? แม้จะถูกกดไว้ลำดับ 7 พวกเราตั้งหลายคนกลับทำได้แค่กำจัดหุ่นเชิดของพระองค์ แม้แต่ผิวของร่างหลักก็ยังไม่มีรอยขีดข่วนเลยด้วยซ้ำ!
ความกล้าหาญและความบ้าคลั่งกำลังครอบงำร่างของลูเมี่ยน เขาไม่หวาดกลัว ยังคงฟันฟาดใส่ซาราธุสตราและภาพจากอดีตของพระองค์จากระยะไกล พร้อมกับปล่อยงูไฟสีแดงสดที่ถูกบีบอัดอย่างหนาแน่นออกไป
……………………………………………………..