ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 980 ด้วยกัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 980 ด้วยกัน
ตอนที่ 980 ด้วยกัน
เมื่อเผชิญกับงูไฟยักษ์ที่ลูเมี่ยนฟาดฟัน ภาพอดีตของซาราธุสตรายังไม่หลุดพ้นจากหมอกประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ร่างจริงของซาราธุสตราในวังวนมืดมิด ซึ่งเต็มไปด้วยหนอนโปร่งแสงนับไม่ถ้วน กลับเพียงแค่มองดู โดยไม่ได้ดำเนินการใดๆ
งูไฟสีแดงสดที่ถูกบีบอัดอย่างหนาแน่น ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ร่างจริงของซาราธุสตรา ก็พลันหักเหทิศทาง โค้งไปด้านข้าง ราวกับไม่ต้องการปะทะกับสัตว์ในตำนานที่สมบูรณ์แบบนี้
นี่คือพลังแห่ง ‘ปาฏิหาริย์’
ความปรารถนาที่ซาราธุสตราอธิษฐานไว้ก่อนหน้านี้ว่า ‘จะไม่มีใครมารบกวนเขาอีก’ ยังคงอยู่ในช่วงเวลาแสดงผล!
แม้ลูเมี่ยนจะมีเทวบารมีอยู่บ้าง จนพลังแห่งความปรารถนาไม่อาจขัดขวางเขา จากการหลุดออกจาก ‘เขตแดนเร้นลับ’ กลับมายังมิติหลังกระจกนี้ ทว่ามันยังคงป้องกันมิให้เขาลงมือกับร่างจริงของซาราธุสตราโดยตรง ส่งผลให้การโจมตีทั้งหมดต้องอ้อมเป้าหมายไป
ทันใดนั้นเอง ลูเมี่ยนพลันเงยหน้า
แต่เขาไม่ได้มองร่างสัตว์ในตำนานของซาราธุสตรา หากแต่มองไปยังผิวกระจกแก้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากซาราธุสตรานัก
ดวงตาของเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกเลือด อันเกิดจากการพังทลายของหลอดเลือดฝอย บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิท สะท้อนภาพผิวกระจกแก้วที่เป็นทางเข้าออก สะท้อนจุดสีขาวซีดบนนั้น
นี่คือจุดอ่อนของกระจกเอง
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนผู้สวมต่างหูสีเงินตรงหูซ้าย โดยมีเส้นผมสีดำพลิ้วไหวแผ่วเบา ก็พลันคลี่ยิ้ม พร้อมเงื้อดาบเหี้ยมหาญในมือตัวเองขึ้นสูง
งูไฟยักษ์ที่อ้อมผ่านร่างจริงของซาราธุสตรา เริ่มแปรเปลี่ยนทิศทางตาม พุ่งอย่างดุร้ายไปยังจุดสีขาวซีดบนผิวกระจกแก้ว
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่าย ถือว่าสั้นมาก ก่อนที่ร่างจริงของซาราธุสตราจะตอบสนองได้ทัน งูไฟสีแดงสดที่ถูกบีบอัดอย่างหนาแน่น ก็พุ่งเข้าปะทะมิติเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว
ศีรษะวังวนที่ประกอบด้วยหนอนนับไม่ถ้วนของซาราธุสตรา หันขวับตามทันที ดูเหมือนจะตกตะลึงเล็กน้อยกับทางเลือกของลูเมี่ยน
เมื่อกระจกแตกสลาย มิติหลังกระจกที่เกี่ยวข้องก็ย่อมต้องพังทลายตามลงไป หากผู้คนและสิ่งของที่อยู่ในมิติดังกล่าวไม่สามารถหลบหนีผ่านอุโมงค์ในกระจกได้ทันเวลา ทุกคนจะถูกกระแสปั่นป่วนของโลกในกระจกกลืนกิน ถูกลากลงสู่ห้วงลึก สำหรับอันตรายที่นั่น หากเป็นผู้วิเศษที่ไม่มีร่างสัตว์ในตำนานสมบูรณ์ ดังเช่นลูเมี่ยน นี่จะถือเป็นอันตรายระดับคุกคามชีวิต!
สำหรับเทวทูตที่มีร่างสัตว์ในตำนานสมบูรณ์ หากไม่ได้อยู่บนเส้นทาง ‘ประตู’ หรือเส้นทาง ‘นางมาร’ ห้วงลึกของโลกในกระจกถือเป็นดินแดนที่พวกเขาไม่อยากจะย่างกรายเข้าไปสักเท่าใด
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ลูเมี่ยนยิ้มอย่างบ้าคลั่งมากขึ้น
ฉันไม่คิดจะโจมตีแกแต่แรกแล้ว!
จุดประสงค์ของฉันคือ ทำลายกระจกที่เชื่อมโยงกับมิติแห่งนี้ ลากแกดิ่งลงสู่ห้วงลึกของโลกในกระจก ดิ่งลงสู่กระแสปั่นป่วนของกาลอวกาศอันแสนน่ากลัว!
เพื่อไม่ให้แกสังเกตเห็นเจตนาแท้จริง ฉันจึงแกล้งทำเป็นโจมตีซึ่งหน้า และการรบกวนแปลกๆ นั่น ช่วยให้ฉันประหยัดพลังวิญญาณไปได้ไม่น้อย หากไม่แล้ว แม้จะเป็น ‘นักวางเพลิง’ และสวมต่างหู ‘คำลวง’ ก็ยากมากที่จะเปลี่ยนทิศทางของงูไฟกลางคัน ทั้งยังจะสิ้นเปลืองพลังเป็นอันมาก!
โครม!
งูยักษ์สีแดงสดที่เสริมพลัง ‘เก็บเกี่ยว’ และ ‘โจมตีเต็มกำลัง’ พลันระเบิดออกอย่างรุนแรงตรงจุดอ่อนด้านในของกระจก ก่อให้เกิดคลื่นลมบ้าคลั่ง
ท่ามกลางคลื่นลม เสียงแตกร้าวถูกกลบหายไป กระจกบานดังกล่าวแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที พร้อมกับการพังทลายของมิติหลังกระจกท่ามกลางเสียงสนั่นหวั่นไหว
โลกมืดมิดว่างเปล่านี้ ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นลูเมี่ยนหรือร่างจริงของซาราธุสตรา ต่างก็ไม่อาจเข้าไปในอุโมงค์ลวงตาที่เหมือนใยแมงมุมนั้นได้ ทุกคนร่วงหล่นอย่างรุนแรง ลงสู่ความมืดมิดลึกล้ำที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง และไม่รู้ว่านำไปสู่ที่ใด
การพังทลายของโลกในกระจกนี้ ยังส่งแรงสั่นสะเทือนต่อหมอกประวัติศาสตร์ที่แผ่ปกคลุมมิติก่อนหน้า ภาพในอดีตของซาราธุสตรายังไม่ทันถูกดึงออกมาอย่างสมบูรณ์ ก็กลับสู่ความว่างเปล่า
ในระหว่างการดิ่งลง ร่างของลูเมี่ยนกลับเบาลง ชะลอความเร็วในการตกลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาสามารถมองเห็นพายุมืดมิด ซึ่งดูเหมือนจะฉีกทุกสรรพสิ่งให้แหลกละเอียด กำลังพัดกระหน่ำอยู่เบื้องล่าง ตัวเขาเองกำลังจะถูกดึงเข้าไปในนั้น
เขากระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา แล้วหายวับไปจากห้วงว่างเปล่าที่ลอยอยู่
ร่างของเขาไม่ได้ปรากฏสู่โลกภายนอก ไม่ได้อาศัยการควบคุมโลกในกระจกของ ‘นางมาร’ รวมถึงพลัง ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ จากพี่ใหญ่แขนด้วน เพื่อหลบหนีออกจากมิติอันตรายนี้ก่อนที่ตนจะถูกกระแสปั่นป่วนของกาลอวกาศดูดเข้าไป แต่ ‘แฟลช’ ไปยังข้างกายซาราธุสตรา
ใยแมงมุมล่องหนปรากฏขึ้นทีละเส้นสองเส้น พันธนาการวังวนหนอนที่สวมชุดทางการสีดำนั่นชั้นแล้วชั้นเล่า
หลังจากที่ลูเมี่ยนหลุดออกจาก ‘เขตแดนเร้นลับ’ ก็แอบสร้างใยแมงมุมอย่างลับๆ ให้พวกมันล้อมรอบร่างจริงของซาราธุสตรา เมื่อมิติหลังกระจกพังทลายไปแล้ว บรรดาใยแมงมุมโปร่งแสงเหล่านี้ก็พันรัดเป้าหมายทันที โดยไม่สนใจมลทินและอิทธิพลจากร่างสัตว์ในตำนานที่มีต่อตัวมันเอง จนได้สัมผัสกับร่างจริงของซาราธุสตรา
ด้วยการสัมผัสดังกล่าว ด้วยใยแมงมุมของนางมาที่ใช้ระบุตำแหน่ง ลูเมี่ยนจึงสามารถค้นหาร่างจริงของซาราธุสตราในห้วงกาลอวกาศอันวุ่นวายและแสนอันตรายนี้ได้ จากนั้นก็ ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังข้างกายของพระองค์
บรรดาใยแมงมุมพันรัดซาราธุสตราอย่างเชื่องช้าติดขัด ส่วนลูเมี่ยนด้านข้างหลับตาลง แล้วฟาดดาบเหี้ยมหาญใส่วังวนหนอนที่สวมชุดทางการสีดำ โดยอาศัยแรงดึงของใยแมงมุม
เปลวไฟสีแดงสดบนดาบตรงสีดำเหล็กกล้า แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างเงียบงัน กักขังความดุร้ายและความบ้าคลั่งเอาไว้
ไฟประลัยกัลป์!
ขณะที่ลูเมี่ยนลดระยะห่างระหว่างตนกับร่างจริงของซาราธุสตรา แม้เขาจะหลับตาอยู่ แต่ความคิดก็เริ่มติดขัด ดาบเหี้ยมหาญในมือที่ฟาดออกไป ก็ชัดเจนว่าช้าลงอย่างมาก
นี่คือมลทินอันเกิดจากร่างสัตว์ในตำนาน ทั้งยังเป็นการแปรสภาพให้เป็นหุ่นเชิดรูปแบบหนึ่ง
สำหรับตอนนี้ เบื้องต้น ซาราธุสตราต้องใช้เวลา 20 วินาทีในการควบคุม ‘ด้ายวิญญาณ’ ของเป้าหมายหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับการโจมตีและมลทินจากร่างสัตว์ในตำนานแล้ว ก็จะใช้เวลาเพียง 7 วินาทีเท่านั้น!
และนับตั้งแต่ลูเมี่ยนหลุดออกจาก ‘เขตแดนเร้นลับ’ พระองค์ก็แอบควบคุม ‘ด้ายวิญญาณ’ ของอีกฝ่ายอย่างลับๆ!
“สมแล้ว…อย่างนี้นี่เอง…” ใบหน้าสดใสของลูเมี่ยน รวมถึงรอยยิ้มบ้าคลั่ง ยังคงไม่จางหายไปไหน
เขากระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาอีกครั้ง
และตอนนี้เขาถูกมัดติดกับร่างจริงของซาราธุสตราด้วยใยแมงมุมล่องหน
นั่นหมายความว่า การ ‘เทเลพอร์ต’ ของเขาจะนำพาซาราธุสตรา ‘เทเลพอร์ต’ ไปด้วยกัน!
เขาต้องการไป ‘ที่ใดสักแห่ง’ พร้อมกับซาราธุสตรา!
ซาราธุสตราพลันเกิดลางสังหรณ์อันตราย จึงละทิ้งการควบคุม ‘ด้ายวิญญาณ’ ของลูเมี่ยน เตรียมจะใช้ ‘กระดาษคนตัวแทน’ หลุดพ้นจากพันธนาการของใยแมงมุม และอาศัยสมบัติปิดผนึก ‘จอมเวท’ ที่พกติดตัว หนีออกจากมิติที่กำลังจะถูกกระแสปั่นป่วนของกาลอวกาศกลืนกิน
ในเวลาเดียวกัน ณ อุโมงค์เสมือนแห่งหนึ่งในโลกกระจก แบร์นาแดตนั่งอยู่บนเถาถั่วลันเตาสีเขียวอมฟ้า พลางคุยโทรศัพท์ไปด้วย มองกระจกไปด้วย
กระจกดังกล่าวคือร่างแทน ที่ลูเมี่ยนสร้างไว้สำหรับตัวเอง มันมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเขา แบร์นาแดตจึงอาศัยความเชื่อมโยงนี้ ร่วมกับพลังของเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ เพื่อเฝ้าดูทุกความเคลื่อนไหวในสนามรบ
เธอผลุดยื่นมือขวาออกไป ลูบผ่านมงกุฎสลัวที่หยิบออกมาอีกครั้ง
อัญมณีจำนวนมากบนมงกุฎ สว่างขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน โดยอาศัยกระจกของลูเมี่ยน สร้างความปั่นป่วนให้กับกาลอวกาศที่เกี่ยวข้อง
ซาราธุสตรากลายเป็นกระดาษคนก่อน จากนั้นร่างจริงก็ปรากฏขึ้นในตำแหน่งเดียวกัน ยังคงถูกพันธนาการด้วยใยแมงมุมอยู่
นี่คือความช่วยเหลือสุดท้ายที่แบร์นาแดตมอบให้ได้
ร่างของลูเมี่ยนหายไปในความว่างเปล่าสลัว ซึ่งกำลังจะถูกกระแสปั่นป่วนของกาลอวกาศกลืนกิน โดยพัดพาซาราธุสตราไปด้วย
ทั้งสองปรากฏตัวที่ผิวหน้าของจอใหญ่บนเวทีร้านหม้อไฟ แล้วทะลุออกมา
ซาราธุสตราพลันเห็นห้องส่วนตัวของพวกตน เห็นลูกค้าที่กำลังกินหม้อไฟอยู่หลายโต๊ะ
โชคยังดี ไม่ใช่สถานีตำรวจ…ซาราธุสตรารีบหดวังวนหนอนกลับเข้าไปทันที กลับร่างเป็นชายชราผมขาวโพลนในพริบตา
พระองค์กังวลว่า ร่างสัตว์ในตำนานของตนจะสร้างความสูญเสียและบ้าคลั่งเป็นจำนวนมากในร้านหม้อไฟ ซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะ เพราะหากเป็นเช่นนั้น พระองค์จะถูกจิตสำนึกหลักของแดนฝันตรวจพบ จนถูกบังคับให้ออกไป หรือกลายเป็นหุ่นเชิด ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการฉายภาพประวัติศาสตร์
ซาราธุสตราเพิ่งกลับคืนร่างมนุษย์ ก็เห็นดวงตาคู่หนึ่งทันที
เป็นดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
ดวงตาของโจวหมิงรุ่ย
โจวหมิงรุ่ยนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ไกลจากเวที มองด้วยสายตาตะลึงไปยังซาราธุสตรา รวมถึงหญิงสาวที่มีเลือดติดอยู่บนใบหน้า สะสวยจนโดดเด่นเจิดจ้า กำลังเดินออกมาจากหน้าจอ เขารู้สึกว่าชายคนแรกยังมีกลิ่นอายอันตรายหลงเหลืออยู่ ราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากสภาวะที่สามารถฆ่าทุกคนในร้านหม้อไฟได้
สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเขาอย่างแรงกล้า ไส้ห่านที่กำลังคีบด้วยตะเกียบ ซึ่งยังไม่ได้ใส่ลงในหม้อ ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
นอกร้านหม้อไฟ ท้องฟ้าเวลาหนึ่งทุ่มยังคงสว่างไสว
สายตาของซาราธุสตราแข็งค้างทันที
วินาทีถัดมา เขาหันไปมองลูเมี่ยน
ดวงตาทั้งสองข้างของลูเมี่ยน ข้างหนึ่งไร้จุดโฟกัส เลื่อนลอย อีกข้างหนึ่งมีหมอกสีเลือดแทรกออกมาจากสีน้ำเงิน
เขาเก็บ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ พลางมุมปากเผยรอยยิ้มที่ทั้งอันตรายและงดงามแก่ซาราธุสตรา
ทั้งสองรู้สึกเป็นทุกข์พร้อมกัน ราวกับถูกหนวดไร้ตัวตนรัดแน่น เตรียมฉุดออกจากโลกที่พวกตนดำรงอยู่
ความคิดของทั้งสองเริ่มสะดุดและติดขัดในทันที
ลูเมี่ยนที่แน่ใจว่า สถานการณ์เป็นไปตามที่ตนคาดการณ์ไว้ แสยะยิ้มอย่างมีความสุขยิ่งขึ้น
ซาราธุสตราไม่พยายามต่อต้าน เพราะมันจะทำให้พระองค์ไม่สามารถเข้าสู่แดนฝันได้อีกต่อไปในภายหลัง
พระองค์จ้องมอง ‘นางมารสิ้นหวัง’ อย่างจดจ่อหนึ่งครั้ง แล้วออกจากโลกนี้ตามแรงที่เตะพระองค์ออกจากแดนฝัน
ลูเมี่ยนก็เช่นกัน
แปะๆๆ! เสียงปรบมืออย่างกึกก้องดังมาจากทุกสารทิศในร้านหม้อไฟ
ไม่ว่าภาพที่สาวสวยและชายชราเดินออกมาจากหน้าจอเมื่อครู่จะเป็นมายากล หรือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง ก็สมควรได้รับเสียงเชียร์จากคนรอบข้าง!
สิ่งที่ผู้ชมไม่ทันสังเกตเห็นคือ ด้านหลังของซาราธุสตรา ประตูเสมือนบานหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างแนบเนียน ลุดวิกในชุดทางการสำหรับเด็กเดินออกมา
คนและสิ่งของที่ถูกเนรเทศด้วยพลังของ ‘จอมเวท’ เมื่อเวลาหมดลง จะไม่กลับไปยังตำแหน่งเดิม แต่จะไปอยู่ข้างกายผู้ที่ใช้พลัง ‘เนรเทศ’
ลุดวิกมอง ‘ลูเมียนนา’ กับซาราธุสตราตรงหน้าหนึ่งครั้ง แล้วรีบเปลี่ยนปากให้กลับมาเป็นรูปร่างเดิม
เขาอ้อมไปด้านหน้า จับมือของลูเมียนนา
ลูเมียนนาจำได้ว่านี่คือลูกของเธอ ภายใต้การนำของลุดวิก เธอออกจากเวที เดินไปยังด้านหลังของร้านหม้อไฟ ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับนักแสดงเปลี่ยนหน้ากาก
ซาราธุสตรามองดูตำแหน่งของตัวเองอย่างสงสัย แล้วเดินลงจากเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชม มุ่งหน้าไปยังชั้นสอง
เดินไปได้เจ็ดแปดก้าว เขาก็เห็นบันได อารมณ์พลันเปลี่ยนเป็นรื่นเริงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ทันใดนั้นเอง เขาได้ยินเสียง ‘ปัง’
กระสุนสีเขียวอมฟ้าอันหม่นมัวนัดหนึ่ง พุ่งมาจากที่ไหนสักแห่งด้านบน ฝังเข้าที่ด้านข้างศีรษะของเขา
บนพื้นผิวกระจกหน้าต่างตรงมุมชั้น 2 ร่างของฟรังก้าปรากฏอย่างเลือนราง
เธอที่อยู่ในจุดอับกล้องวงจรปิด ได้ยื่น ‘ปืนสั่งได้’ ออกมาจากผิวกระจกเล็กน้อย
‘สั่งตาย’!
พร้อมกันกับเสียงปืน รูม่านตาของซาราธุสตราขยายกว้างฉับพลัน ศีรษะระเบิดออก สีแดงปนขาวสาดกระจายไปทั่ว
ฟรังก้ารีบเก็บ ‘ปืนสั่งได้’ กลับคืน แล้วใช้พลังที่เหลือของ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ออกไปจากหน้าต่างกระจกอย่างใจเย็น
ฆ่าร่างจริงของแกไม่ได้ แต่คิดว่าจะฆ่าภาพสะท้อนแดนฝันของแกไม่ได้หรือ?
เมื่อไม่มีตัวตนนี้แล้ว ดูสิว่าแกจะหาเงินและทรัพยากรได้อย่างไร ดูสิว่าแกต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ตัวตนใหม่ แล้วหวนกลับสู่เมืองแดนฝัน!
……………………………………………………..