ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 981 ขั้นตอนสุดท้าย ....................
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 981 ขั้นตอนสุดท้าย ....................
ตอนที่ 981 ขั้นตอนสุดท้าย
………………..
ณ โต๊ะใกล้เวที โจวหมิงรุ่ยเห็นซาราธุสตราและสาวงามที่ไม่ทราบชื่อ เดินออกมาจากหน้าจอ แล้วก็จับตาดูพวกเขาตลอด
ต่างจากคนส่วนใหญ่ ซึ่งถูกดึงดูดความสนใจโดยหญิงสาวที่มีเลือดเปื้อนใบหน้า แววตาเลื่อนลอย และงดงามอย่างประหลาด เขากลับให้ความสำคัญกับสภาพและการกระทำของซาราธุสตรามากกว่า
แน่นอนว่าในระหว่างนี้ เขาก็ยังใช้หางตาช้อนมองสตรีผู้นั้นอยู่บ้าง เพื่อดูสถานการณ์ของเธอและสิ่งที่เธอจะทำต่อไป
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เห็นเด็กคนหนึ่ง ซึ่งไม่คุ้นหน้าสักเท่าไร เดินออกมาจากด้านหลังของซาราธุสตรา จูงมือหญิงสาวที่มีเลือดเปื้อนใบหน้า เดินลงจากเวทีมุ่งหน้าไปยังที่พักของนักแสดงเปลี่ยนหน้ากาก ส่วนซาราธุสตรามีสีหน้าเหม่อลอยเช่นกัน เดินตามออกจากเวทีอย่างเชื่องช้า ตรงไปยังบันไดที่นำไปสู่ชั้น 2
โจวหมิงรุ่ยสังเกตเห็นว่า ซาราธุสตราเดินเร็วขึ้นตามลำดับ สีหน้าค่อยๆ ผ่อนคลายลง เผยรอยยิ้มแห่งความปีติยินดี
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียง ‘ปัง’ แล้วเห็นศีรษะของซาราธุสตราระเบิดออกเหมือนแตงโมที่ตกจากที่สูงลงมากระแทกพื้น
ขณะที่สิ่งของสีแดงปนขาวกระเซ็นไปทั่ว เสียงปรบมือ เสียงเชียร์ และเสียงสนทนาในร้านหม้อไฟพลันอันตรธานหาย ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง
ทุกสิ่งหยุดนิ่งหรือแข็งค้างอยู่กับที่ มีเพียงเศษชิ้นส่วนศีรษะของซาราธุสตราและของเหลวสีแดงขาว ที่กระจายออกเหมือนดอกไม้ไฟ
ตุบ!
ร่างไร้ชีวิตของซาราธุสตรา ล้มลงไม่ไกลจากบันได
“ซาราธุสตราตายแล้ว…ถูกยิง…” ในชั่วขณะนั้น โจวหมิงรุ่ยรู้สึกสับสนระคนมึนงง เหมือนกับฉากเอฟเฟกต์พิเศษในหนัง แต่มาเกิดในชีวิตจริง มอบความรู้สึกเหมือนไม่จริงสักเท่าใด
ตลอดชีวิตที่เติบโตมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา
ปกติแล้ว เขามักจะมั่นใจในความปลอดภัย ทั้งยังรู้สึกปลอดภัยอยู่เสมอ
วินาทีถัดมา โจวหมิงรุ่ยนึกถึงกลุ่มของหลี่หมิง ลั่วฝู และโรแซนที่คอยเตือนให้เขาระวังซาราธุสตรา และนึกถึงลั่วฝูที่เพิ่งกินหม้อไฟร้านเดียวกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แล้วเดินไปห้องน้ำ
“บังเอิญจริงๆ ที่เธอไม่อยู่ในห้องโถงพอดี…”
โจวหมิงรุ่ยเพิ่งจะคิดแบบนั้น ก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง รู้สึกว่าทั้งร้านหม้อไฟวุ่นวายไปหมด
ทุกคนเพิ่งจะตั้งสติได้
เหตุฆาตกรรมสยองด้วยปืน เพิ่งจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกตน!
บางคนรีบแจ้งตำรวจ บางคนพยายามออกจากร้านหม้อไฟด้วยความกลัวว่าอาจจะมีการยิงกันอีก บางคนรู้สึกคลื่นไส้และหวาดกลัว ขณะพยายามเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้า…
“เกิดอะไรขึ้น?” โจวหมิงรุ่ยได้ยินเสียงของลั่วฝู
สาวสวยในเสื้อยืดสีดำประดับเลื่อม สวมแว่นตากรอบดำคนนี้ กลับมายังที่นั่งเดิมของเธอ
โรแซนลุกพรวดขึ้น ชี้ไปยังจุดที่ซาราธุสตราล้มลง แล้วพูดอย่างตกใจติดอ่าง
“ม…มีคนตาย!”
“ซาราธุสตราถูกยิงตาย!”
เมื่อเห็นท่าทีของโรแซน โจวหมิงรุ่ยเริ่มสงสัยในการตัดสินใจของตัวเองเมื่อครู่
กับเรื่องที่ซาราธุสตราถูกยิงตาย ดูเหมือนโรแซนจะไม่มีการเตรียมใจมาก่อน…
“หา?” ฟรังก้าอาศัยความได้เปรียบที่มีร่างสูง เขย่งปลายเท้า มองไปยังจุดที่มีคนตาย
เมื่อเห็นศพที่มีศีรษะระเบิดออก สีหน้าของเธอค่อยๆ ซีดลง รีบเบือนสายตาหนี
“เป็นซาราธุสตราจริงหรือ?” เธอถามโรแซน
ตอนนี้โรแซนเองก็สงสัยว่า นี่อาจเป็นฝีมือของลั่วฝู เพราะการนัดโจวหมิงรุ่ยมากินที่ร้านหม้อไฟ รวมถึงการเลือกที่นั่งใกล้เวที ล้วนเป็นคำสั่งจากลั่วฝู และก่อนที่ซาราธุสตราจะถูกยิงไม่กี่นาที ลั่วฝูได้ไปห้องน้ำ ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ
แต่ท่าทางของลั่วฝู รวมถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอชักไม่แน่ใจ
โรแซนพยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งเครียด
“ใช่”
เธอกำลังตกตะลึงอย่างแท้จริง หลังจากกลายเป็นผู้วิเศษ อย่างมากที่สุดเธอก็แค่เคยฆ่าสัตว์ประหลาดในโลกของชาแมน หรือใช้ภาพวาดแอบสร้างอิทธิพลต่อผู้คนในโลกจริง แต่ไม่เคยต่อสู้กับมนุษย์คนไหนมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงการฆ่าใครเลย
เธอรู้จุดประสงค์และเป้าหมายของพวกลั่วฝู แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีการรุนแรงแบบนี้
ระหว่างที่คุยกันอยู่ โรแซนขยับเข้าใกล้ฟรังก้า พยายามทำเหมือนในละครทีวี นั่นคืออาศัยการดมกลิ่นเพื่อตรวจหาดินปืนที่อาจติดตัวอีกฝ่าย แต่เธอกลับได้กลิ่นเพียงความหอมที่ชวนให้หลงใหล
สีหน้าของฟรังก้าดูซีดลงอีก เธอพึมพำว่า
“ทำไมถึงตายล่ะ…”
ท่ามกลางความวุ่นวายในร้านหม้อไฟ โจวหมิงรุ่ยละสายตาจากใบหน้าของโรแซนและลั่วฝู หันไปมองยังที่พักของนักแสดงเปลี่ยนหน้ากาก
เขาไม่ได้ลืมว่านอกจากซาราธุสตราแล้ว ยังมีหญิงสาวที่ทั้งสวยงามและอันตรายอีกคน ซึ่งเดินออกมาจากหน้าจอพร้อมกัน
ในห้องพักของร้านหม้อไฟ
ลูเมียนนาถูกลุดวิกจูงมือพามาตรงมุมห้อง แล้วดึงผ้าม่านปิด ราวกับกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า
บรรดานักแสดงเปลี่ยนหน้ากากที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ต่างพากันหลงใหลในความงาม บุคลิก และแววตาเหม่อลอยของลูเมียนนา ไม่มีใครสงสัยเลยว่าทำไมเธอถึงเข้ามา
หลังจากปิดกั้นสายตาจากรอบข้างแล้ว ลุดวิกก็หยิบกระจกบานหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ
ในกระจก จินนารออยู่ที่นั่นแล้ว
จินนายื่นสองมือออกมา คว้าตัวลูเมียนนาและลุดวิกไว้ แล้วลากพวกเขาเข้าไปในโลกกระจก
ลูเมียนนาไม่ได้ขัดขืน เพราะจำได้ว่านี่คือแม่ของหลี่ลู่
สิ่งที่เธอสงสัยคือ ในเมื่อตนคือแม่ของหลี่ลู่ แล้วทำไมหลี่ลู่ถึงยังมีแม่อีกคนหนึ่ง แต่ทั้งความทรงจำและจิตสำนึกของเธอกำลังบอกว่า ทั้งหมดนี้คือความจริง
เพล้ง!
ขณะที่กระจกบานนั้นตกลงสู่พื้น มันได้ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีดำอันเงียบงันแลพิสดาร ก่อนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
จินนาที่ย้ายไปยังกระจกบานหนึ่งใกล้กับสวนเต๋อชวงแล้ว เริ่มทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้าตัวเองและลุดวิก พร้อมกับถอดต่างหู ‘คำลวง’ ออกจากหูของลูเมียนนา
แผนปฏิบัติการครั้งนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน
ส่วนแรกคือ พยายามลอบสังหาร
ส่วนที่สองคือ หากลอบสังหารไม่สำเร็จ ให้เปลี่ยนเป็นการล้อมโจมตีทันที
ส่วนที่สามคือ หากการล้อมโจมตีก็ยังไม่สามารถสังหารซาราธุสตราได้ ก็จะ ‘พา’ ศัตรูไปพบโจวหมิงรุ่ย โดยอาศัยยุทธวิธีทางศาสตร์เร้นลับและพลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้ซาราธุสตรากับคนที่ ‘พา’ พระองค์มา ถูกเตะออกจากแดนฝันในทันที จากนั้น ฟรังก้าที่ไม่ได้ปรากฏตัวหรือเข้าร่วมการต่อสู้เลย จะฉวยโอกาสลอบสังหารภาพสะท้อนแดนฝันของซาราธุสตราที่ปราศจากศักดิ์เทวทูต ทั้งยังไม่มีบอดี้การ์ดคุ้มกันเพื่อให้ตัวละครนี้ออกไปจากเวที ไม่ให้ถูกซาราธตัวจริงใช้ประโยชน์ในการเข้าใกล้ฮวงเทา เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองและทรัพยากรผ่านการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท!
ซึ่งนี่อาจทำให้ซาราธต้องรออีกระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าจะมีอัตลักษณ์ใหม่ จึงจะสามารถเข้าสู่เมืองแดนฝันได้อีกครั้ง ลูเมี่ยนและคณะจะใช้ช่วงเวลานี้ ทดลองทำสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม
เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้ชม รวมถึงแผนอาจล้มเหลว หรือซาราธุสตราอาจหลบหนีไปได้ ดังนั้น นอกจากลูเมี่ยนที่สามารถแปลงกายเป็นสตรี กับฟรังก้าผู้มีหน้าที่ลอบสังหาร ในช่วงสุดท้ายของปฏิบัติการ จินนา อ็องโตนี และลุดวิกล้วนต้องใช้ต่างหู ‘คำลวง’ ปรับเปลี่ยนใบหน้าไปพอสมควร แต่งหน้าแบบเกือบจัดเต็ม ทั้งยังต้องใช้ ‘แว่นส่องความลับ’ ของลูเมี่ยนเพื่อเพิ่มพลังในการปลอมตัว ทำให้ทุกคนที่มองเห็นเชื่อว่า นี่คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของพวกเขา
ระดับของ ‘แว่นส่องความลับ’ เองก็ไม่เกินลำดับ 7 ดังนั้น ผลทางศาสตร์เร้นลับที่มันสร้างขึ้น จึงไม่ถูกลดทอนประสิทธิภาพ
ภายในร้านหม้อไฟ ประธานฮวงที่กำลังคุยโทรศัพท์กับลูกสาว ได้ยินเสียงปืนและความวุ่นวายในห้องโถง จึงเดินอ้อมไปทางบันไดเพื่อก้มมองลงไป
เมื่อเห็นร่างไร้ศีรษะของซาราธุสตรา ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มแผ่วบางของเขา ก็เปลี่ยนเป็นหม่นหมองในทันที
เขาเลื่อนโทรศัพท์จากหูมาดูที่หน้าจอ จ้องมองที่หน้าจอการโทรที่แสดงคำว่า ‘เป่ยเป่ย’
ผ่านไปสองสามวินาที ประธานฮวงก็ยกโทรศัพท์กลับไปแนบหู พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“ที่นี่เกิดเรื่องนิดหน่อย พ่อต้องจัดการก่อน เดี๋ยวจะโทรกลับไปใหม่”
เขาเพิ่งวางสาย ผู้ติดตามของซาราธุสตราก็วิ่งผ่านเขาลงไปข้างล่างด้วยอาการตกใจ หวาดกลัว และโกรธแค้น โดยทุกคนล้อมร่างนั้นเอาไว้
รองประธานกลุ่มอินทิส เอ็ดเวิร์ด ตามหลังพวกเขามาไม่ห่าง จนกระทั่งเข้าใกล้ประธานฮวงแล้วกล่าวเสียงเบา
“นอกจากซาราธุสตราแล้ว ยังมีบอดี้การ์ดอีกคนและนักเจรจาอีกคนหายไป”
ประธานฮวงพยักหน้ารับ มองดูความวุ่นวายในห้องโถงพลางถอนหายใจพูด
“แจ้งตำรวจเถอะ รอให้ตำรวจมาจัดการ”
…………
เมื่อเมืองแดนฝันกลับสู่สภาพปกติ จินนาก็พาลูเมียนนาและลุดวิกกลับไปยังห้อง 2303 ในสวนเต๋อชวง
‘ยันต์กระจกน้ำแข็ง’ ของเธอถูกใช้ไปอีกหนึ่งครั้ง ตอนนี้เหลืออีกแค่ครั้งสุดท้ายแล้ว
จากนั้น หญิงสาวก็วาง ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของฟรังก้าลงบนโต๊ะกลาง
ฟรังก้าเดินผ่านกล้องวงจรปิดเข้าไปในห้องน้ำสตรี ซ่อนตัวในมุมอับของกล้องผ่านกระจกที่วางอยู่บนถังน้ำ ยิงซาราธุสตราจนเสียชีวิต แล้วรีบดื่ม ‘ยารักษา’ ที่ได้รับจาก ‘ชุมนุมทาโรต์’ เพื่อชะลอผลข้างเคียงด้านลบจากการใช้พลังพิเศษของ ‘ปืนสั่งได้’ ช่วยให้อาการป่วยหนักเลื่อนออกไป จะออกฤทธิ์หลังจากตอบคำถามตำรวจเสร็จแล้ว
แต่แน่นอน ก่อนถึงเวลานั้น สีหน้าของเธอก็คงจะเปลี่ยนไปบ้าง
หลังทำภารกิจเสร็จ เธอรีบมอบ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ และวัตถุเหนือธรรมชาติทุกชิ้นให้กับจินนา เพื่อให้ฝ่ายหลังนำออกจากจุดเกิดเหตุ ป้องกันไม่ให้ตำรวจสังเกตเห็นความผิดปกติ
จินนาหยิบขวดยารักษาออกมา ยื่นให้ลูเมียนนาที่มีสีหน้างุนงง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“รักษาบาดแผลก่อน”
ลูเมียนนารับขวดยาไป เปิดฝาอย่างไว้วางใจ เงยหน้าเล็กน้อยแล้วดื่มลงคอ
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า จินนารู้สึกกังวลอยู่ในใจ
เธอพบปัญหาหนึ่ง ซึ่งตนไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน
ลูเมี่ยนออกจากแดนฝันในร่างผู้หญิง ทำให้เหลือลูเมียนนาอยู่ แต่อัตลักษณ์ที่มาดามจัสติสสร้างไว้คือหลี่หมิง ซึ่งเป็นผู้ชาย
โดยปกติแล้ว เมื่อผู้มาเยือนถูกเตะออกจากแดนฝัน ภาพสะท้อนที่ถูกทิ้งไว้จะดำรงชีวิตประจำวันตามอัตลักษณ์และความทรงจำที่ถูกสร้าง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติ เฉกเช่นเดียวกับ ‘ลั่วฝู’ แต่ตอนนี้ลูเมียนนากับอัตลักษณ์ของหลี่หมิงนั้น เรียกได้ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้แต่เพศก็ยังไม่เหมือน
สิ่งนี้จะทำให้การรับรู้ตัวตนของลูเมียนนา ขัดแย้งกับสถานการณ์อัตลักษณ์ในความเป็นจริง!
นี่นับเป็นการจงใจสร้างช่องโหว่ในแดนฝันไหม? จินนาเห็นว่าลูเมียนนาฟื้นตัวได้เร็วมาก จึงถามอย่างระวังคำพูด
“คุณยังเปลี่ยนเป็นผู้ชายได้ไหม?”
……………………………………………………..