ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 983 เห็น ....................
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 983 เห็น ....................
ตอนที่ 983 เห็น
………………..
เมื่อมองเห็นประตูห้อง 2303 ฟรังก้าก็นึกทุกอย่างออกในทันที
เมื่อคำนึงว่า ถ้าตนยิงซาราธุสตราตาย ก็ย่อมต้องถูกตำรวจสอบปากคำแน่นอน ไม่ว่าเมื่อก่อนตำรวจจะมีผู้วิเศษหรือไม่ แต่เมื่อโจวหมิงรุ่ยได้รับพลังวิเศษแล้ว และแดนฝันเองก็อยู่ในลำดับ 7 พวกตำรวจที่เป็นตัวแทน ‘ทางการ’ ย่อมถูกเสริมพลังทางศาสตร์เร้นลับแน่นอน ดังนั้น ลูเมี่ยนกับพรรคพวกจึงได้คิดหาวิธีหลีกเลี่ยงการสอบปากคำที่จะมีในภายหลัง
อาศัยความจริงที่ว่า ตำรวจในเมืองแดนฝันล้วนมีต้นแบบจากหน่วย ‘เหยี่ยวราตรี’ ของศาสนจักรรัตติกาล ลูเมี่ยนจึงคาดเดาอย่างสมเหตุสมผลว่า วิธีสอบปากคำอันสะดวกที่สุดซึ่งพวกเขาจะใช้ค้นหาเบาะแสต่อหน้าสาธารณชนคือ การลากผู้ต้องสงสัยเข้าสู่แดนฝัน แล้วสอบปากคำในความฝันแทน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงให้อ็องโตนีสะกดจิตฟรังก้าไว้ก่อน เมื่อเธอดื่มยารักษาแล้ว จะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทันที จนกระทั่งกลับถึงสวนเต๋อชวงแล้วเห็นห้องเช่า การสะกดจิตจึงเริ่มคลายออก
อาศัยวิธีนี้ แม้แต่ในแดนฝัน การแสดงออกของฟรังก้าก็จะไร้ช่องโหว่
แม้กระทั่งจิตใต้สำนึกของเธอ ก็ยังไม่ทราบว่าตัวเองเป็นคนยิงซาราธุสตรา แล้วในแดนฝันจะทำตัวผิดปกติได้ยังไง!
ปฏิกิริยาที่โรแซนกับโจวหมิงรุ่ยเห็นจากฟรังก้า ก็ล้วนมาจากสัญชาตญาณ มิใช่การแสดง เพียงแต่สีหน้าแววตาถูกยกระดับโดยผลเสียของ ‘ปืนสั่งได้’ จึงยิ่งแนบเนียนเป็นทวีคูณ
หึ…เรายิงได้เท่จริงๆ ใจเย็น ผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติ สงบนิ่ง นี่แหละนักลอบสังหารตัวจริง! ฟรังก้าที่มีไข้จนสมองตื้อ กล่าวชมเชยตัวเองในใจอย่างภาคภูมิ
ขณะนี้ โรแซนได้กดกริ่ง แล้วเห็นจินนาเปิดประตูให้
เธอเตรียมจะกลั้นเสียงถามว่า ‘การตายของซาราธุสตรา เป็นฝีมือพวกคุณใช่ไหม?’ แต่ก็พลันเหลือบเห็นเด็กชายคนหนึ่ง กำลังนั่งเขียนหนังสืออย่างขะมักเขม้นที่โต๊ะอาหาร
“นั่นใครหรือ” โรแซนกลืนคำถามเมื่อครู่ลงท้อง
ฟรังก้าสลัดให้หลุดจากการพยุงของโรแซน แล้วมองลุดวิกครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินโซเซพลางอมยิ้ม
“ลูกชายทูนหัวของฉันเอง”
ในทางทฤษฎีแล้ว มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ!
เมื่อฟรังก้าพูดจบ แล้วหอบหายใจ ท่าทางเหมือนแค่พูดก็เหนื่อยเต็มที จินนาจึงรีบเข้าไปประคอง
โรแซนเห็นดังนั้นก็โบกมือพลางเอ่ย
“รักษาตัวให้ดีเถอะ พรุ่งนี้คงไม่ต้องทำงานล่วงเวลาแล้ว พักอยู่บ้านได้เลย”
ลูกค้ารายใหญ่ไม่มีลมหายใจแล้ว จะมีงานล่วงเวลาจากไหนอีก!
กลับมาถึงห้อง 1502 โรแซนหยิบมือถือออกมา แล้วส่งข้อความ WeChat ไปหาจินนา
“ลั่วฝูมีปัญหาอะไรไหม? ต้องไปโรงพยาบาลไหม?”
เธอเกริ่นเพื่อเปิดประเด็น เพราะอยากถามจินนาว่า ‘การตายของซาราธุสตรา เกี่ยวข้องกับพวกคุณหรือไม่’
จินนาตอบกลับเร็วรี่
“กินยาลดไข้แล้ว คงต้องรอดูอาการก่อน”
“ได้ยินว่า ร้านหม้อไฟที่พวกคุณไปกินข้าวกันมา เกิดเหตุยิงกันหรือ?”
อีกฝ่ายดันชิงถามเรื่องที่ซาราธุสตราถูกยิงก่อน…หมายความว่ายังไง? หรือความจริงแล้วไม่ใช่ฝีมือพวกเขา? โรแซนเริ่มตั้งข้อสงสัยกับการคาดเดาของตัวเอง
เธอเล่าเหตุการณ์ในร้านหม้อไฟให้จินนาฟังอย่างรวบรัด แล้วรอฟังประโยคถัดไปของอีกฝ่าย
จินนาส่งอิโมจิ ‘ตกใจกลัว’ กลับมา
“คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ลั่วฝูป่วยน่ะ เธอเป็นพวกที่จะตกใจมากแล้วจะมีไข้สูง แต่โชคดีที่หายเร็ว อีกสองสามวันก็เป็นปกติแล้ว”
ไม่น่าจะใช่นะ…เธอเป็นผู้วิเศษที่แข็งแกร่ง มาจากอนาคต ณ ขอบแดนวันสิ้นโลก คงเคยเห็นความตายมานับไม่ถ้วน จะไข้ขึ้นแค่เพราะเห็นคนถูกยิงตายศพเดียวได้ยังไง? แต่พอโรแซนเริ่มสงสัย ก็เข้าใจความนัยแฝงของจินนาได้ทันที
อีกสองสามวัน พวกเธอค่อยบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้
ปัจจุบันคือช่วงเวลาสำคัญของการสืบสวน พวกเธอกังวลว่าถ้าเรารู้ว่าคนร้ายตัวจริงคือใคร อาจจะเผลอหลุดปาก หรือหวั่นไหวเวลาโดนตำรวจถามจี้? โรแซนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
แล้วเธอก็รู้สึกดีใจขึ้นมา
หากเป็นแต่ก่อน เธอคงฟังความนัยแบบนี้ไม่ออก บางครั้งเวลาถูกคนอื่นแดกดันแบบไม่ชัดเจน เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว แต่ตอนนี้ตัวเองสามารถจับความนัยแฝงจากประโยคได้แล้ว!
“ก็เราโตขึ้นแล้วนี่นา…” โรแซนพิงพนักโซฟาอย่างพึงพอใจ แล้วเล่นโทรศัพท์ต่อ
ไม่นานนัก เธอก็เห็นประกาศเชิญชวนให้ส่งเบาะแสสำคัญจากตำรวจ เนื้อหาส่วนหนึ่งเขียนว่า
“หญิงสาวคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสเข้ามา…”
ข้างข้อความมีรูปภาพประกอบ เป็นภาพของสตรีที่เดินออกจากหน้าจอมาพร้อมกับซาราธุสตรา
โรแซนดูออกว่าภาพนี้มาจากมือถือของใครสักคนในจุดเกิดเหตุ ไม่ใช่จากกล้องวงจรปิด มันถ่ายใบหน้างามสง่า ดวงตาที่สับสนแต่เย้ายวน และใบหน้าเปื้อนเลือดของหญิงสาวได้ชัดเจน จนดูเหมือนว่าความงามสุดแสนจะอันตรายนั่น อาจมีชีวิตชีวาขึ้นมา
ได้เห็นอีกครั้งก็ยังสวยมาก สวยกว่าลั่วฝูกับจินนาสภาพที่ไม่ได้จงใจแต่งให้ดูแย่ลง…โรแซนคิดพลางเลื่อนอ่านความเห็น
“งามเลิศล้ำถึงเพียงนี้ ไฉนถึงไปเป็นโจร?”
“ก็ไม่ได้อยากตัดสินคนจากหน้าตาหรอกนะ แต่คนเราจะฆ่าใครโดยไม่มีเหตุผลจริงๆ หรือ?”
“พี่สาว ได้โปรดยิงฉัน!”
“พวกคอมเมนต์นี่นะ…จริยธรรมอิงตามความสวยหรือไง?”
“เธอสวยกว่าดารายุคนี้อีกไม่ใช่หรือ? ถ้าเข้าวงการต้องได้อยู่แถวหน้าแน่นอน!”
“นี่แหละคนรักในฝันของผม มีเลือดเปื้อนหน้า ถือปืนจ่อหัวผมไว้ บังคับขู่เข็ญให้ผมมอบหัวใจ”
“แล้วคนตายเป็นใครกัน?”
โรแซนเลื่อนอ่านพลางอมยิ้มอยู่สักพัก แล้วก็พลันฉุกคิดถึงบางสิ่ง
เธอลืมตรวจสอบรายละเอียดของห้อง
ตั้งแต่ลั่วฝูกับจินนาเตือนให้เธอระวังการโจมตีแฝงจากพวกซาราธุสตรา ทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน เธอจะใช้พลังวิเศษตรวจบ้านทุกจุด เพื่อป้องกันการลอบสังหารหรือซุ่มโจมตี
โรแซนลุกขึ้นยืน เดินไปทางภาพสีน้ำมันที่วาดรูปนกแก้ว แล้วยื่นมือออกไป
นกแก้วขนสีสดใสโผล่จมูก รวมถึงส่วนบนของลำตัวออกจากภาพวาด แล้วพูดเสียงใสแจ๋ว
“ไม่มีใครมาเลย”
โรแซนลูบขนนกแก้วแผ่วเบา แล้วหันไปมองหน้าต่าง
เธอมองออกไปข้างนอก ยกมือขวาแล้วบีบหัวตาแผ่วเบา
หญิงสาวอยากใช้พลังของ ‘นักข่าว’ เพื่อสังเกตและขุดค้นความจริงของโลก
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อใจนกแก้วนั่น แต่อาจมีบางคนแอบเข้ามาแล้วนกแก้วตรวจไม่พบ
แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าสังเกตความจริงของโลกนานเกินไป เพราะทุกครั้งที่ใช้พลัง เธอจะรู้สึกถึงอันตราย จึงกล้าคงสภาพไว้แค่ราวสิบวินาทีเท่านั้น
มันใช้ได้แค่แอบมองดู ‘มุม’ ที่นกแก้วสอดส่องไม่ถึง
วินาทีถัดมา แสงเงาตรงหน้าโรแซนเริ่มแปรเปลี่ยน ฉากแล้วฉากเล่าในบริเวณรอบข้าง ซ้อนทับกันในรูปแบบแปลกประหลาด ฉายออกมาอย่างสับสนอลหม่าน
โรแซนเห็นหน้าต่างกระจกที่เชื่อมต่อกับโลกอันมืดมิดในทันที เห็นภาพสีน้ำมันหลายภาพ ทับซ้อนกันบนหน้าต่างกระจก เห็นห้องหับนับไม่ถ้วนซ้อนทับกับเหมือนตัวต่อ เห็นผู้คนที่ทำกิจกรรมต่างกันไปในแต่ละห้อง แต่ปะปนกันไปมา เห็นหมอกสีเทาขาวบางเบา ซึ่งแผ่ซ่านอยู่บนขอบของทุกฉาก
“หมอกพวกนี้คืออะไร…” โรแซนขมวดคิ้วตามสัญชาตญาณ
ทุกครั้งที่เธอใช้พลัง ‘นักข่าว’ สอดส่องความจริง ก็มักจะมีหมอกสีเทาบางเบาเหล่านี้ แต่ไม่เคยรู้ว่ามันคือสัญลักษณ์แทนสิ่งใด หมายถึงอะไร หรือมีที่มาจากอะไร
ขณะที่โรแซนเหลือบเห็นชายคนหนึ่งในห้อง กำลังเคลื่อนไหวอย่างติดขัด นกแก้วขนสีสดใสก็กระพือปีกในระยะการมองเห็นของเธอ
จากนั้น เธอเห็นลั่วฝูนอนอยู่บนโซฟา กำลังใช้ถุงน้ำแข็งลดอุณหภูมิร่างกาย
ถัดมา หญิงสาวได้ยินเสียงอ่อนแรงของลั่วฝู
“หลังจากถูกเตะออกจากแดนฝันในร่างสตรี ก็กลายเป็นแบบนี้เลยหรือ?”
ถูกเตะออกจากแดนฝัน…โรแซนชะงักไปทันที
ภาพตรงหน้าเธอแตกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
หญิงสาวยุติการสังเกต ‘ความจริง’ โดยปริยาย
โรแซนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ใบหน้าเลื่อนลอยขณะนึกถึงประโยคที่เพิ่งได้ยิน
ถูกเตะออกจากแดนฝัน? ลั่วฝูกำลังจะสื่อว่า ที่นี่คือแดนฝันหรือ? การที่เธอทำตัวแปลกๆ เมื่อคราวก่อน ก็เพราะถูกเตะออกจากแดนฝัน? แววตาของโรแซนเริ่มว่างเปล่า
ผ่านไปสองสามวินาที เธอพึมพำเสียงแผ่วเบา
“ถ้านี่คือแดนฝัน แล้วเราคืออะไร…”
…………
กลางดึกสงัด ประตูห้องนอนที่ฟรังก้าและลูเมียนนาหลับอยู่ เปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง โดยมีร่างหนึ่งเดินออกมาอย่างเงียบเชียบ
ไม่ใช่ใครนอกจากลูเมียนนาในชุดนอน ดวงตาสีทะเลสาบบนที่ราบสูงของเธอ ทั้งสับสนปนกระวนกระวาย
ลูเมียนนาเดินแอบไปตามเงามืด จนถึงประตูแล้วปลดล็อก
หญิงสาววางมือบนที่จับ พยายามเปิดประตูใหญ่ออกไป
แต่ที่จับประตูกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
กลอนประตูเสีย? ลูเมียนนาเพิ่งจะเผยสีหน้าประหลาดใจ ก็ได้ยินเสียงของจินนาดังมาจากด้านหลัง
“คุณจะไปไหน?”
ลูเมียนนาหันกลับทันควัน ตามองจินนา
“ไหนว่าพาหลี่ลู่ไปหาอันเรย์แล้ว?”
“พาไปแล้ว กลับมาแล้ว แต่เห็นหลับอยู่ คิดว่าไม่รบกวนจะดีกว่า เลยมานอนที่โซฟาแทน” จินนาลุกขึ้นจากโซฟา พลางถามด้วยความฉงน “คุณจะออกไปข้างนอกหรือ? นี่มันดึกมากแล้วนะ”
“ฉ…ฉันรู้สึกอึดอัด…กดดัน…อยากออกไปเดินเล่นสักหน่อย” ลูเมียนนาอธิบาย “แต่กลอนประตูเสีย…”
เธอหัวเราะเยาะตัวเองทันที
“ฉันไม่โชคร้ายไปหน่อยหรือ?”
“คดีร้านหม้อไฟยังไม่จบเลย ร่างกายของคุณก็ยังไม่หายดี ถ้าออกไปเดินเล่นตอนนี้แล้วมีคนเห็น จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอานะ”
“ก็ได้” ลูเมียนนาเม้มริมฝีปาก “ฉันรู้สึกว่า ภายในใจมีเสียง…มีแรงกระตุ้นให้ฉันออกไปอยู่ตลอด”
“เสียง?” จินนาขมวดคิ้ว ยิ่งระแวดระวังเป็นเท่าตัว “ไปไหน?”
ลูเมียนนาไม่ปิดบัง
“ฝั่งหนึ่งอยากให้ฉันไปบนดาดฟ้า ไปรับลม ดูว่ามีดาวไหม แล้วก็นั่งเหม่ออยู่ตรงนั้นสักพัก อีกฝั่งอยากให้ฉันไปบางแห่ง ที่นั่นกำลังเรียกหาฉันอยู่”
“ที่ไหน?” จินนาซักไซ้
ลูเมียนนาพยายามนึกทบทวน
“เหมือนจะเป็น…เหมือนจะเป็น…”
เธอเว้นวรรคชั่วครู่ จนในที่สุดก็นึกได้
“โรงพยาบาลมู่ซู”
โรงพยาบาลมู่ซู…รูม่านตาของจินนาขยายเล็กน้อยทันที
เธอพลันนึกได้ว่า ลูเมี่ยน ซึ่งก็คือลูเมียนนา มีสายเลือดของโอมีเบล่า บุตรแห่งเทพขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่
นี่ไม่ใช่ข้อมูลปลอมที่กุขึ้นมาเพื่อหลอกพวกกรีน!
……………………………………………………..