ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 986 วันของสาวๆ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 986 วันของสาวๆ
ตอนที่ 986 วันของสาวๆ
“ใช่” จินนาแสดงความสงสัยเช่นกัน “ตอนนั้นฉันนึกว่าจะถูกเตะออกจากแดนฝันแล้ว แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”
ฟรังก้าครุ่นคิดแล้วเอ่ยปาก
“มันเป็นเพราะว่า…การบอกความจริงของโลกแดนฝันกับใครก็ตามที่ไม่ใช่โจวหมิงรุ่ยหรืออีกสองสามคน จะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาผิดปกติ…หรือว่าความจริงแล้วโรแซนเป็นคนพิเศษ ถูกปนเปื้อนเล็กๆ โดยเทพมารของชุมนุมวาดฝัน จึงไม่ได้เชื่อมโยงกับจิตสำนึกหลักของแดนฝันอย่างแน่นแฟ้นอีก?”
จินนาส่ายหน้า พลางตอบอย่างจริงใจ
“ไม่รู้เหมือนกัน”
เธอหยุดชั่วครู่ กลอกตาแผ่วเบาแล้วกล่าว
“ถ้าคราวนี้เราปลอบโยนโรแซนสำเร็จ ในอนาคตอาจลองหาโอกาสพูดเรื่องมิสเตอร์ฟูลให้เธอฟัง หยั่งเชิงดูว่าจะเกิดปฏิกิริยาพิเศษหรือไม่ จะทำให้ถูกเตะออกจากแดนฝันหรือไม่”
“เรายังสามารถทดสอบเล่าเรื่องเดียวกันให้ตัวละครอื่นๆ ในแดนฝันฟังได้เหมือนกัน เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ฟรังก้าอืมในลำคอ พลางยื่นสองมือช่วยพยุงจินนาลุกจากโถส้วม
เมื่อล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เธอเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น แลเห็นลูเมียนนากำลังดูทีวีอยู่
หญิงสาวพลันบังเกิดความคิดหนึ่ง จึงเอ่ยปากถามจินนา
“จะชวนโรแซนมาเล่นไพ่ป๊อกไหม? สี่คนเล่นเกมอัปเกรดได้พอดี”
“ฉันจะถามให้ว่าเธอยอมมาไหม” จินนาเข้าใจดี ว่าฟรังก้าต้องการหากิจกรรมและความบันเทิงให้โรแซนทำ เพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะอารมณ์ของฝ่ายหลัง อีกทั้ง พวกตนยังสามารถอาศัยการเล่นไพ่ ฝังการชี้นำทางจิตได้อย่างแนบเนียนด้วย
จินนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความหาโรแซนทันที
ผ่านไปเจ็ดแปดนาที โรแซนตอบกลับมาว่า
“ตกลง รอฉันกินข้าวก่อนนะ พอดีเพิ่งตื่นนอน”
“เธอยินดีจะมา” จินนาแจ้งกับฟรังก้าและลูเมียนนา
ลูเมียนนารู้จักโรแซน ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมงานของตน จึงรีบลุกแล้วเอ่ยถาม
“ฉันต้องเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าผู้ชายไหม?”
“ไม่ต้องหรอก คุณแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเธอก็พอ บอกไปว่าเป็นเพื่อนอีกคนของเราเอง” ฟรังก้ารีบส่ายหน้า
ถ้าเปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าบุรุษ จะไม่ทำให้โรแซนนึกถึงหลี่หมิงเอาหรือ?
ถึงจะคล้ายกันมากแล้วก็เถอะ!
แน่นอน ตราบใดที่ลูเมียนนาไม่ใส่เสื้อผ้าบุรุษ หรือแต่งตัวเป็นชาย ก็จะไม่มีใครจับเธอมาเชื่อมโยงกับยามนามว่าหลี่หมิง นอกจากจุดแตกต่างใหญ่เรื่องเพศแล้ว กระทั่งในแง่หน้าตา หากมองผิวเผินก็ยังถือว่าต่างกันอยู่ เพราะตอนลูเมี่ยนสวมบทบาทเป็นหลี่หมิง เขาใช้ต่างหูคำลวงเพื่อลดทอนความหล่อเหลา ทั้งยังปรับแต่งรายละเอียดบนใบหน้าหลายจุด
เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า จินนาช่วยคิดแทนฟรังก้าที่สมองยังค่อนข้างสับสน เกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดในกรณีที่โรแซนกับลูเมียนนาได้พบกัน จากนั้นก็ใช้ WeChat ส่งข้อความถามอ็องโตนี ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่โรแซนรู้ความจริงของโลกแล้ว ทั้งยังขอแนวทางในการโน้มน้าวทางจิตวิทยา
ไม่นานนัก โรแซนก็มาถึงห้อง 23 แล้วกดกริ่งประตู
ขณะเดียวกัน จินนาก็ได้รับข้อความตอบกลับจาก ‘อันเรย์’
“คุยกับเธอเกี่ยวกับอดีต”
อาศัยอดีตอันแน่นอนที่เธอเคยประสบมาแล้ว ซึ่งเธอเชื่อมั่นว่าเป็นความจริง มาลดทอนความรู้สึกผิดหวังในปัจจุบัน? จินนาเข้าใจเจตนาเบื้องต้นของอ็องโตนีได้
เธอรีบทำตามคำบอกของฟรังก้า ควานหาไพ่ป๊อกสองสำรับออกมา
ทั้งสี่คนนั่งรอบโต๊ะกลาง เล่นเกม ‘อัปเกรด’ โดยมีลูเมียนนากับจินนาเป็นทีมหนึ่ง ฟรังก้ากับโรแซนเป็นอีกทีมหนึ่ง
พวกเธอไม่ได้เล่นกินเงิน เพราะจินนา ฟรังก้า และลูเมียนนาต่างก็ไม่มีเงินเหลือสำหรับพนัน สิ่งที่พวกเธอเดิมพันกันก็คือ ทีมไหนอัปเกรดถึง A ก่อน จะได้ติดกระดาษแผ่นเล็กห้าแผ่นบนใบหน้าของฝ่ายแพ้ หรือวาดลวดลายตลกๆ ด้วยสีที่ล้างออก
หลังจากอัปเกรดถึง ‘3’ อย่างราบรื่น จินนามองหน้าโรแซนแล้วชวนคุยเหมือนไม่ได้ใส่ใจ
“คุณเคยบอกว่า พ่อของคุณเป็นตำรวจใช่ไหม?”
“อื้อ…” อารมณ์ของโรแซนยังไม่ค่อยร่าเริงนัก เพียงนำไพ่วางลงกลางโต๊ะแล้วเอ่ยปาก “เขาถูก…ทำร้ายจนบาดเจ็บหนัก ระหว่างการไล่ล่าผู้นำลัทธินอกกฎหมายที่ก่อคดีเป็นหางว่าว จนกระทั่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาล”
“ได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษไหม?” ฟรังก้าถาม
“ได้” โรแซนยิ้มเยาะทันที “ตอนที่ฉันเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ความจริงถูกเสนอให้ไปทำงานธุรการที่กรมตำรวจ แต่ในเวลาเดียวกันก็ได้รับข้อเสนอจากแผนกบริหารของกลุ่มอินทิส…ฉันลังเลอยู่นาน คิดว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ สุดท้ายก็เลยเลือกกลุ่มบริษัทอินทิส”
เหตุผลไม่น่าจะมีแค่นี้กระมัง? ฟรังก้าไม่ซักไซ้ต่อ
เธอเพียงแค่คิดง่ายๆ ว่า คนธรรมดาที่ไม่ได้มีความทะเยอทะยานมากนัก คงไม่ปฏิเสธตำแหน่งงานในหน่วยราชการ แถมยังเป็นแค่ตำแหน่งธุรการที่ไม่ต้องออกไปจับคนร้าย
ระหว่างรอแจกไพ่ โรแซนอืมในลำคอ
“อันที่จริง มันก็เป็นความต้องการของแม่ฉันด้วย เพราะทุกครั้งที่แม่เห็นตำรวจ ก็มักจะนึกถึงพ่อเสมอ”
“แม่ของคุณยังอยู่ที่บ้านเกิด ไม่ได้มาอยู่ด้วยกันสินะ?” จินนาถามทั้งที่รู้คำตอบ
โรแซนมองไพ่ตรงหน้า เสียงค่อยๆ เลือนหาย
“ระหว่างที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัย แม่ก็ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว…อาการทรุดๆ ทรงๆ…ทรมานอยู่สองปี สุดท้ายก็สู้ไม่ไหว…”
ฟรังก้าและจินนายังไม่ทันได้ปลอบใจโรแซน ลูเมียนนาก็พูดขึ้นว่า
“แม่ของฉันก็เคยป่วยหนัก ต้องแวะไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก ยืนมองจากประตูโรงพยาบาล เห็นแม่ถูกเข็นเข้าไป ส่วนพ่อของฉันก็เดินหลังค่อมอยู่ข้างๆ…จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นใครเป็นคนดูแลฉัน จำได้แค่ตัวเองเป็นเด็กเงียบมาก ไม่ร้องไห้ ไม่งอแงเลย…”
“ฉันโชคดีกว่าคุณตรงที่ สุดท้ายแม่ของฉันก็หายดี”
พูดถึงตรงนี้ ดวงตาลูเมียนนาพลันพร่ามัว น้ำเสียงทุ้มลงทันที
“คิดถึงแม่จัง…”
ฟรังก้ากับจินนาพลันหันมาสบตากัน สีหน้าของทั้งคู่เผยความประหลาดใจไม่เบา
นี่ไม่ใช่การตั้งค่าของหลี่หมิง และไม่ใช่ข้อมูลที่พวกเธอป้อนเข้าไป
หรือว่าจะเป็น…ฟรังก้าคาดเดาได้ทันที
“ฉันก็คิดถึงแม่เหมือนกัน…” โรแซนตอบรับลูเมียนนา
เธอดูเหมือนนึกถึงชีวิตในอดีต นึกถึงวันเวลาที่อาศัยอยู่กับแม่ อารมณ์แม้จะเศร้า แต่ก็ช่วยให้ความรู้สึกหดหู่ไร้ชีวิตชีวา จางลงไปหลายส่วนแล้ว
ในเวลาต่อมา สภาพของโรแซนดีขึ้นเล็กน้อย จินนาและฟรังก้าเล่นไพ่ไปพลาง ชวนคุยเกี่ยวกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยไปพลาง โดยโรแซนเล่าเรื่องที่ตัวเองจำได้ออกมาอย่างแม่นยำ
ฟรังก้ากับจินนาเห็นอย่างชัดเจนว่า พอโรแซนเล่าถึงตอนท้าย ท่าทีกลับดูกระตือรือร้นยิ่ง ราวกับต้องการจะพิสูจน์บางสิ่ง
“เล่นจบแล้ว นี่ก็เที่ยงแล้ว ฉันจะไปทำอาหารให้พวกคุณเอง” จินนาลุกขึ้นยืน พูดพลางยิ้ม
ผู้แพ้ในวันนี้คือฟรังก้ากับโรแซน ใบหน้าของทั้งสองถูกแปะด้วยกระดาษโน้ตที่เขียนคำตลกๆ ทั้งยังถูกถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
“ฉันไม่ยอม! พวกคุณนี่ซ้ำเติมคนป่วยจริงๆ…กะจะเอาถึงตายเลยหรือไง…” ฟรังก้ายังป่วยอยู่ สมองไม่ค่อยแล่น จึงค่อนข้างเป็นตัวถ่วงโรแซนในเกมไพ่ “พวกเด็กใต้นี่…รุมรังแกคนป่วยไม่มีแรงอย่างฉัน!”
จินนาหัวเราะกับคำพูดของเธอ
“รอให้หายป่วยค่อยมาแก้มือนะ…แต่ตอนไม่ป่วยเธอก็แพ้ฉันบ่อยๆ”
นี่หมายถึงช่วงที่เธอเคยเป็น ‘นางพญา’ ซึ่งมักถูกอันธพาลเขตตลาดอย่าง ‘บูตแดง’ ฟรังก้าลากตัวไปเล่นไพ่
ที่แพ้นั่นเพราะฉันยอมอ่อนให้เธอหรอก…หากไม่แล้ว ด้วยพลังของแม่มด แค่ฉันใช้พลังศาสตร์เร้นลับโกงนิดโกงหน่อย ก็ชนะเธอได้ไม่ยากเลย…ฟรังก้ารำพันอยู่ในใจ
ขณะเดียวกัน ลูเมียนนาลุกขึ้นตาม แล้วกล่าวกับจินนา
“ฉันช่วยหั่นผัก”
“ฉันก็ช่วยด้วย!” โรแซนยกมือขึ้น “คนป่วยมีหน้าที่ต้องไปพักผ่อนนะ!”
เธอฉวยโอกาสดึงกระดาษโน้ตทุกแผ่นออกจากใบหน้า แล้วเดินตัวเบาเข้าครัวไป
มองพวกเธอทั้งสามทำงานวุ่นอยู่ในครัว บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะสนุกสนานดังออกมา ฟรังก้าเอนหลังพิงพนักโซฟา แล้วนำมือดึงกระดาษโน้ตออกพลางครุ่นคิด
“ถ้านี่ไม่ใช่แดนฝันก็คงดี…”
หลังจากกินมื้อเที่ยงอย่างมีความสุข ล้างจานชามขัดกระทะเสร็จเรียบร้อย โรแซนก็ลาจากไป
เธอมีนัดกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยในตอนบ่าย
จินนากับฟรังก้าที่ยังเดินเซ มาส่งเธอถึงหน้าประตู
โรแซนเอียงตัว อ้าปากราวกับต้องการกล่าวบางสิ่ง แต่สุดท้ายก็หันสายตากลับพร้อมกับโบกมือ
“บ๊ายบาย”
เธอเร่งฝีเท้า ตรงไปทางลิฟต์
ฟรังก้ากับจินนามองเธอเข้าลิฟต์ไป แล้วจึงหันหน้ากลับ ต่างคนต่างหยิบโทรศัพท์ของตัวเอง
เห็นท่าทางของคนทั้งสอง ลูเมียนนาก็นึกขึ้นได้ว่าตนทำของสำคัญหาย
“โทรศัพท์ฉันอยู่ไหน?”
เหมือนจะหายไปตั้งแต่เมื่อคืน…
“อยู่ที่ฉัน” ฟรังก้าหยิบโทรศัพท์ของลูเมี่ยนออกจากกระเป๋านักเดินทางของเธอ
ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการเมื่อคืน พวกเขาได้วางแผนสำรองไว้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ
ยกเว้นฟรังก้า ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการถูกเตะออกจากแดนฝันแล้ว จึงไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัว บางคนฝากให้ฟรังก้าเก็บแทน หรือไม่ก็ทิ้งไว้ที่บ้าน อาศัยวิธีนี้ เมื่อถูกเตะออกจากแดนฝัน ราชันสวรรค์ก็ยากที่จะตามหาพรรคพวกของตนผ่านรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ และไม่จำเป็นต้องคอยลบสมุดโทรศัพท์ใหม่ เพราะการเพิ่มกันทีหลังนับว่ายุ่งยากอยู่ไม่น้อย
ลูเมียนนารับโทรศัพท์มา แล้วปลดล็อกหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ
“กรีนแห่งกลุ่มอินทิสส่งข้อความมา…ทำไมผู้อำนวยการถึงส่งข้อความมาหาฉันส่วนตัวล่ะ?” ลูเมียนนาทำตางุนงง
ฟรังก้าชะโงกมอง แล้วเห็นอิโมจิ ‘นิ้วโป้ง’ พร้อมกับข้อความ
“สมแล้วที่เป็นท่าน!”
เห็นได้ชัดว่า กรีนมั่นใจว่าสตรีที่เดินออกมาจากหน้าจอพร้อมซาราธุสตราคือลูเมียนนา เขาจึงเชื่อว่าความตายของซาราธุสตรา คือฝีมือของบุตรแห่งเทพนี้เอง
เธอไตร่ตรองสักครู่แล้วแต่งเรื่อง
“กรีนเคยเห็นคุณแต่งหญิง จึงหลงรักคุณมาก แถมยังเป็นพวกชอบความเจ็บปวด จึงมองคุณเป็นเจ้านาย ส่วนตัวเองเป็นทาส ยิ่งคุณเย่อหยิ่งเย็นชาใส่เขามากแค่ไหน อีกฝ่ายก็จะยิ่งพึงพอใจ ดังนั้นไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ปล่อยให้เขาจินตนาการไปเองเถอะ”
“อี๋…วิปริต” ลูเมียนนาทำหน้ารังเกียจ
แล้วก็ตามด้วยคำถาม
“ที่เขาบอกว่า สมแล้วที่เป็นท่าน มันหมายถึงอะไร?”
“เขาอาจจะเห็นวิดีโอหรือภาพที่คุณปรากฏตัวพร้อมกับซาราธุสตรา แล้วคิดว่าฝ่ายหลังถูกสังหารโดยคุณ” จินนาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า คล้ายกับสมองทำงานหนักเกินไป “สบายใจได้ เขาจะไม่ทรยศคุณแน่นอน ตรงกันข้ามเลย ทางนั้นจะเก็บความลับนี้ไปจนวันตาย แถมยังปลื้มใจเป็นอย่างมากด้วย”
“…” ฟรังก้าฟังแล้วก็พูดไม่ออก พลางรู้สึกว่า พักนี้จินนาถูกอินเทอร์เน็ตทำให้มีมลทินไปไม่น้อย
“อย่างนี้นี่เอง” ลูเมียนนาถอนหายใจโล่งอก
ทั้งสามต่างจับจองพื้นที่ของตัวเอง ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ไป พลางย่อยอาหารกลางวันที่เพิ่งกิน
ทันใดนั้น ฟรังก้าก็เห็นข่าวท้องถิ่น
“เมื่อวานนี้ ร้านอาหารในเครือโรงพยาบาลหงเยว่เปิดตัวเมนูเห็ดหลายจาน ทั้งยังได้รับคำชมอย่างล้นหลาม”
เมนูนรก ไม่สิ เมนูเห็ด? ฟรังก้าซึ่งเคยฟังลูเมี่ยนเล่าเกี่ยวกับหลี่เค่อจี่ รวมถึงได้ดูตอนล่าสุดของ ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’ แล้ว ถึงกับเปลือกตากระตุก
เธอยังไม่ลืมว่า เมื่อไม่นานมานี้ ลูเมี่ยนได้ไปกระตุ้นให้หลี่เค่อจี่สร้างเห็ดชนิดใหม่ที่สามารถรักษาอันเสี่ยวเทียน ผู้กำลังนอนเป็นเจ้าชายนิทรา
……………………………………………………..