ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 989 สายเลือด
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 989 สายเลือด
ตอนที่ 989 สายเลือด
ตั้งครรภ์? เมื่อได้ยินคำนี้ ลูเมี่ยนรู้สึกขนลุกซู่ทันที
หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์?
ตื่นเถอะ! นายเป็นผู้ชายนะ!
ท้องได้ยังไง? ใครทำ? เมื่อไร?
ลูเมี่ยนอาศัยความอดทนของ ‘นักพรต’ เพื่อรักษาความสงบภายนอก แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“คุณแน่ใจหรือ?”
“ตั้งครรภ์ไม่ผิดแน่” เสียงของหลี่เค่อจี่ดังมาจากจุดที่ห่างจากประตูเหล็ก “ผมเคยเป็นหมอ ต่อมากลายเป็นนักชีววิทยา ผมจะแยกไม่ออกเลยหรือว่านี่คือการตั้งครรภ์?”
ท้องจริงหรือเนี่ย…ลูเมี่ยนรู้สึกชาไปทั้งตัว
การทำให้ผู้ชายตั้งครรภ์ได้ ในบรรดาเส้นทางเหนือธรรมชาติทั้งหมดที่เขารู้จัก ก็มีเพียง ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ เท่านั้น!
เป็นไปได้ไหมว่า กรีนกับพรรคพวกปิดบังตน แอบไปที่โรงพยาบาลหงเยว่เพื่อหว่านเมล็ดให้หลี่เค่อจี่? ไม่น่าใช่นะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะไม่รายงานต่อบุตรแห่งเทพ… อีกอย่าง เขาบอกว่าในเมืองแดนฝันตอนนี้ มีเพียงบุตรแห่งเทพอย่างเราที่มีเทวบารมี สามารถทำให้หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์และเร่งการเติบโตของทารกในครรภ์ได้ แต่นั่นยังต้องอาศัยกำลังจากแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลมู่ซูด้วย…ปฏิกิริยาแรกของลูเมี่ยนคือ สงสัยในตัวกรีนกับเหล่าผู้ได้รับพรจาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ คนอื่น แต่ข้อมูลที่เขามีอยู่ก่อนหน้านี้ ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการสมมติฐานข้างต้น
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง
โจวหมิงรุ่ยได้ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จนแดนฝันเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็น ส่งผลให้ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ สามารถมอบเทวบารมีให้แก่ผู้ได้รับพรคนอื่น
เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว ปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงก็ปะทุขึ้นมาแล้ว…เร็วขนาดนี้เชียว?
อีกอย่าง กรีนเชื่อว่าเรา ‘ลงมือ’ ทำให้หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ…
เราทำให้หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์แล้ว…
ในระหว่างที่สมองกำลังประมวลผล ลูเมี่ยนก็ผุดข้อสันนิษฐานอันน่าเหลือเชื่อ
เด็กในท้องของหลี่เค่อจี่…คงไม่ใช่ลูกของเราใช่ไหม?
ท่ามกลางความตะลึงงัน ลูเมี่ยนเริ่มคิดตามแนวทางนี้ต่อไป
เมื่อสัปดาห์ก่อน เรากับหลี่เค่อจี่ได้จับมือกันที่แผนกจิตเวชของโรงพยาบาลมู่ซู โดยเราอาศัยเรื่องนี้อ้างว่า ตัวเองทำให้หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์ เพื่อหลอกให้กรีนตายใจ ให้เขาเลิกสงสัยในสถานะบุตรแห่งเทพของเรา…
อย่าบอกนะว่าเพราะการสัมผัสครั้งนั้น หลี่เค่อจี่ถึงได้ตั้งครรภ์น่ะ?
แต่ในตัวเรา มีสายเลือดโอมีเบล่าแค่เพียงเล็กน้อย ทั้งยังไม่มีพลังเกี่ยวข้องกับ ‘ผู้หว่านเมล็ด’ เลย…
ไม่สิ…ที่ไม่มีคือบนโลกความจริง เงื่อนไขทางกายภาพไม่เอื้ออำนวย แต่ที่นี่คือแดนฝัน…
ขอเพียงจิตใต้สำนึกของแดนฝันเชื่อ เรื่องเหลือเชื่อและเหลวไหลแค่ไหนก็อาจเกิดขึ้นได้…
ตอนนั้น ตัวเราที่กำลังจับมือกับหลี่เค่อจี่ สำหรับกรีนแล้วถือเป็น ‘บุตรแห่งเทพ’ โอมีเบล่าตัวจริง…ซึ่งในตัวเราก็มีสายเลือดโอมีเบล่าอยู่จริง นั่นส่งผลให้จิตใต้สำนึกแดนฝันรับรู้ว่า เรากับบุตรแห่งเทพโอมีเบล่าตัวจริงสามารถเทียบเท่ากันได้? ซึ่ง ‘บุตรแห่งเทพ’ โอมีเบล่า ย่อมมีพลังวิเศษที่จะทำให้หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์…
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ สถานที่ที่เราจับมือกับหลี่เค่อจี่และพูดว่า ‘เขาตั้งครรภ์แล้ว’ คือโรงพยาบาลมู่ซู ซึ่งเป็นสถานที่ที่ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ สามารถแผ่อิทธิพลได้มาก จิตใต้สำนึกของแดนฝันซึ่งถูกสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลชักจูงจนเกิดความสับสน จนอาจเข้าใจว่าเรากับ ‘บุตรแห่งเทพ’ โอมีเบล่าเป็นคนเดียวกัน…
ใช่แล้ว ยังมีอีกหนึ่งความเป็นไปได้!
ม่านตาของลูเมี่ยนเบิกกว้างในบัดดล
พวกตนเคยมองข้ามเรื่องหนึ่งไป โดยเข้าใจไปเองว่า จิตใต้สำนึกของแดนฝันจะต้องเหมือนกับจิตใต้สำนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’
แต่ความจริงแล้ว จิตใต้สำนึกของแดนฝันควรเป็นการผสมผสานระหว่างจิตใต้สำนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ และจิตใต้สำนึกของ ‘ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค’ ต่างหาก
ในสถานการณ์ดังกล่าว ตัวละครที่ถูกสร้างจากจิตใต้สำนึกของแดนฝัน ผสานกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในความฝัน จะไม่ได้มาจากความรู้ของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เพียงอย่างเดียว และจะไม่เป็นประโยชน์กับพวกลูเมี่ยนเสมอไป
ด้วยเหตุนี้ ตัวละครในเมืองแดนฝัน รวมถึงโรแซน เอย์นานา และพวกเติ้งเอิน จึงไม่อาจนิยามได้ง่ายๆ ว่าเป็นตัวละครที่ถูกถักทอขึ้นจากจิตใต้สำนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ผสานกับสถานการณ์ในเมืองแดนฝัน
ในที่นี้ เราจำเป็นต้องแทนที่จิตใต้สำนึกของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ด้วยจิตใต้สำนึกของแดนฝันเสียก่อน
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เติ้งเอิน, เอย์นานา, โรแซนก่อนดื่มโอสถ ‘ชาแมน’ รวมถึงตัวละครอีกมาก บางคนอาจมาจากความรู้ของมิสเตอร์ฟูล บางคนอาจมาจากความรู้ของราชันสวรรค์ บางคนอาจมีพื้นฐานมาจากความรู้ของมิสเตอร์ฟูลเป็นหลัก แต่ก็ถูกราชันสวรรค์แอบเติมแต่งบางอย่างเข้าไป เราไม่สามารถสรุปเอาเองว่า พวกเขาเป็นประเภทเดียวกันแล้วนำบทวิเคราะห์มาวางแผนรับมือ
สภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลมู่ซู กอปรกับการรับรู้ของกรีน รวมถึงความจริงที่ว่า ในตัวเรามีสายเลือดของโอมีเบล่าอยู่จริง ส่งผลให้จิตสำนึกของแดนฝันในเวลานั้น ถูกชักนำโดยราชันสวรรค์ จนเลือกที่จะ ‘เชื่อ’ ว่าเราคือบุตรแห่งเทพโอมีเบล่า ดังนั้น หลี่เค่อจี่จึงตั้งครรภ์หลังจากที่จับมือกับเรา? บุตรของโอมีเบล่าก็เท่ากับเป็นทายาทโดยตรงของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ พอคลอดออกมา หลี่เค่อจี่ก็จะถูก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ปนเปื้อนมลทินอย่างสมบูรณ์? ลูเมี่ยนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสยองขวัญ
เขายังนึกถึงพัฒนาการที่น่ากลัวกว่านั้น
หาก ‘มิสเตอร์ฟูล’ ตกอยู่ในจุดที่อ่อนแอโดยสิ้นเชิง และราชันสวรรค์กลายเป็นผู้ปกครองเหนือเมืองแดนฝัน พระองค์ก็สามารถปลอมแปลงความจริง ทำให้ตัวตนของ ‘บุตรแห่งเทพโอมีเบล่า’ ในเมืองแดนฝันถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์ในร่างของลูเมี่ยนบนโลกความเป็นจริง จนกลายเป็นความจริงขึ้นมา
เมื่อถึงตอนนั้น โอมีเบล่าตัวจริงก็จะฟื้นคืนชีพกลับมาโดยใช้ร่างของลูเมี่ยน
เกือบจะถูกหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวแล้วสิ…เหงื่อเย็นผุดซึมบนแผ่นหลังของลูเมี่ยน
เขานึกถึงมุกตลกที่เคยเห็นในอินเทอร์เน็ตช่วงนี้ จึงอดขำตัวเองไม่ได้ พลางเอ่ยออกไปว่า
“แค่จับมือก็ท้องได้จริงๆ…”
“คุณว่าอะไรนะ?” หลี่เค่อจี่ถามอย่างสงสัยจากในห้องผู้ป่วย
ลูเมี่ยนพลันตกใจ หลังจากอารมณ์ปั่นป่วนอยู่สักพัก เขาก็เริ่มสงบลง แล้วถามอย่างใจเย็น
“คุณตั้งครรภ์ตั้งแต่เมื่อไร?”
เขายังอยากดิ้นรนต่อสู้อีกสักหน่อย
หลี่เค่อจี่ตอบอย่างเถรตรง
“ทีแรกผมคิดว่า เป็นเพราะผมใช้เนื้อและพลังวิญญาณของตัวเองสร้างเห็ดชนิดใหม่ จนสปอร์หรือเส้นใยเห็ดเข้าไปในร่างกาย แล้วฝังตัวในท้อง อา…นี่เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองใหม่ที่ผมทำตามคำแนะนำของคุณ”
“แต่ผมตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ชัดเจนว่า จุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์เกิดก่อนหน้านั้น”
ลูเมี่ยนเงียบไปสองวินาทีแล้วเอ่ยปาก
“ผมขอเข้าไปตรวจสอบได้ไหม?”
“ได้” หลี่เค่อจี่ไม่ปฏิเสธ
ลูเมี่ยนเพียงก้าวไปข้างหน้า ร่างก็หายวับไปจากโถงทางเดิน แล้วปรากฏในห้องผู้ป่วยของหลี่เค่อจี่
เมื่อมองไปรอบตัว เขามองไม่เห็นเห็ดแม้แต่ดอกเดียว
นี่ทำให้ลูเมี่ยนรู้สึกประหลาดใจมาก
ตามหลักแล้ว ที่พักของหลี่เค่อจี่ ไม่ว่าจะใต้เตียง มุมกำแพง หรือหลังประตู ก็น่าจะเต็มไปด้วยเห็ดหลากหลายชนิด
แต่ตอนนี้ ห้องกลับสะอาดเหมือนเป็นบ้านคนอื่น
ลูเมี่ยนหันไปมองหลี่เค่อจี่ซึ่งนั่งอยู่บนเตียง พบว่าท้องของอีกฝ่ายนูนขึ้นมาเล็กน้อย
วินาทีถัดมา ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ช่วยให้เขามั่นใจว่า เด็กในท้องของหลี่เค่อจี่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกับตน
แต่มันไม่ใช่สายเลือดของลูเมี่ยน และไม่ใช่ของลูเมียนนา แต่เป็นของโอมีเบล่า!
เป็นลูกเราจริงๆ…ลูเมี่ยนเตรียมจะอ้าปากพูด ก็พลันรู้สึกว่ารอบตัวมีเส้นใยเล็กๆ แทบมองไม่เห็นกำลังแกว่งไกว
เส้นใยเห็ด? เขายกศีรษะขึ้นโดยอัตโนมัติ แหงนมองไปบนอากาศ จนกระทั่งเห็นเห็ดดอกหนึ่ง
เห็ดดอกนั้นโปร่งแสง ติดอยู่ตรงตำแหน่งโคมไฟ มีเส้นใยเห็ดห้อยระโยงระยาง เมื่อมองผ่านๆ จะดูเหมือนแมงกะพรุนทั่วไป
“นี่คือผลงานที่สำเร็จครึ่งๆ กลางๆ ที่คุณบอกหรือ?” ลูเมี่ยนถามอย่างระแวดระวัง
หลี่เค่อจี่เจ้าของหนวดเคราเฟิ้มพยักหน้า
“ใช่”
“แล้วพวกที่ล้มเหลวล่ะ?” ลูเมี่ยนถามต่อ
หลี่เค่อจี่ตอบอย่างจริงจัง
“มันเขมือบไปหมดแล้ว”
ขณะพูด เขาก็โบกมือแผ่วเบา เห็ดที่ดูเหมือนแมงกะพรุนนั่นเริ่มลอยลงมา เสียดสีกับฝ่ามือของเขา
ด้วยเหตุผลบางประการ ลูเมี่ยนนึกถึงภาพลูกหมีสีน้ำตาลที่เข้ามาเสียดสีผู้เลี้ยง
“แล้วพวกเห็ดที่เคยอยู่ในห้องล่ะ?” ลูเมี่ยนถามเพื่อยืนยัน
“ก็ถูกมันเขมือบไปหมดแล้ว” เสียงของหลี่เค่อจี่แฝงความคาดหวังอยู่บ้าง
ลูเมี่ยนเงียบไปชั่วครู่แล้วเอ่ยปาก
“ผมช่วยคุณทำแท้งได้นะ”
“แต่…นั่นก็เป็นลูกในไส้ของผมเหมือนกัน” หลี่เค่อจี่ตอบอย่างลังเล
คล้ายกับว่า เขาจะมีความเป็นแม่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
มุมปากของลูเมี่ยนขยับเล็กน้อย พร้อมกับเริ่มใช้ ‘กระตุ้น’
“ผิดแล้ว เขาไม่ใช่ลูกของคุณ แต่เป็นลูกของเทพมาร”
“คุณเคยนึกสงสัยมาตลอดไม่ใช่หรือ ว่าทำไมตัวเองถึงถูกจับ? นั่นเป็นเพราะเทพมารเล็งเห็นคุณ จึงสั่งให้สาวกสร้างข้อกล่าวหา แล้วส่งคุณเข้าแผนกจิตเวช”
“ลองคิดดู คุณเป็นผู้ชาย จะตั้งครรภ์ได้อย่างไร?”
“ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ ทำไมผู้ชายจะทำไม่ได้? เห็ดก็ทำได้!” หลี่เค่อจี่โต้กลับลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนไม่ท้อแท้ ยังคงพูดต่อไป
“แต่คุณไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วก็ตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัวเนี่ยนะ?”
“จริงด้วย…” หลี่เค่อจี่เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบา
“นี่เป็นการตั้งครรภ์ที่เทพมารสร้างผ่านความฝันของคุณ”
ลูเมี่ยนคิดว่า หากตนยังย่อย ‘โอสถนักกระตุ้น’ ไม่เสร็จ เพียงอาศัยการ ‘กระตุ้น’ หลี่เค่อจี่ให้ทำแท้ง ก็มากพอจะทำให้การสวมบทบาทสำเร็จลุล่วงแล้ว น่าเสียดายที่เขาไม่จำเป็นต้องย่อย ‘โอสถนักกระตุ้น’ เพิ่มเติมอีก
ในฐานะผู้ร่วมปฏิบัติการลอบสังหารซาราธุสตรา ในฐานะคนที่ลอบสังหารมิสเตอร์ชุย โอสถ ‘นักลอบสังหาร’ ของลูเมี่ยนย่อมถูกย่อยสมบูรณ์แล้ว ปัจจุบันเหลือเพียง ‘แม่มด’ ที่ยังต้องสวมบทบาทอยู่ โดยเขาตัดสินใจว่า หากเดี๋ยวหลี่เค่อจี่เลือกทำแท้ง ตนจะพยายามทำให้เรื่องราวดูลึกลับน่าขนลุกและหวือหวาสักหน่อย โดยใช้บทบาท ‘แม่มด’ มาขับไล่ลูกของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’
“ถ้าคุณไม่เอาเด็กในท้องออก เด็กจะดูดซับเลือดเนื้อและพลังวิญญาณของคุณ เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในสองสามสัปดาห์ พอเขาคลอดออกมา คุณจะกลายเป็นมัมมี่แห้ง ไม่อาจทำการทดลองเห็ดได้อีก ไม่อาจทำให้ความฝันเป็นจริง” ลูเมี่ยนกดเสียงต่ำลง บรรยายถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อได้ยินว่า จะไม่สามารถทำการทดลองเห็ดเพิ่มเติมได้ หลี่เค่อจี่ก็ตัดสินใจ
“ตกลง ช่วยผมด้วย”
โดยไม่รอให้ลูเมี่ยนตอบกลับ เขาพูดตามความคิดตัวเอง
“ถ้าลูกของเทพมารผสมพันธุ์กับเห็ด บางทีอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงพิเศษบางอย่าง…”
ลูกของเทพมาร…ผสมพันธุ์…ลืมเห็ดของคุณไปเถอะ…ลูเมี่ยนไม่อยากถูกเห็ดดอกหนึ่งวิ่งไล่เรียกแม่ในอนาคต
ตอนนี้ ดวงตาของหลี่เค่อจี่เป็นประกายขึ้นมา
“รอให้ผมคิดแผนให้รอบคอบก่อน คุณค่อยช่วยเอาเด็กออก คงต้องใช้เวลาสักหนึ่งถึงสองวัน”
ลูเมี่ยนไม่กล้าบังคับหลี่เค่อจี่ เพราะอิงจากจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพิสดารพันลึกเพียงใด อาจารย์ชีววิทยาคนนี้ก็สามารถสร้างผ่านเห็ดได้ ถ้าเป็นศัตรูกับเขา ไปบังคับทำแท้ง อาจเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้นเอาได้
“ไม่มีปัญหา” ลูเมี่ยนตอบ
เขาตัดสินใจกับตัวเองเป็นมั่นเหมาะแล้วว่า จักต้องทำให้ทายาทของเทพมารในท้องของหลี่เค่อจี่ สูญสิ้นจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ไม่มีทางผสมพันธุ์กับเห็ดได้
ลูเมี่ยนหันไปกำชับต่อ
“เรื่องของเทพมารอย่าเพิ่งบอกกับใครนะ ไม่งั้นจะมีหายนะเกิดขึ้น”
“ไม่บอกหรอก” หลี่เค่อจี่ส่ายหัว “ช่วงนี้ผมยังไม่กล้าเล่าเรื่องเห็ดให้ครูใหญ่เจียเจียกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นฟังเลย พวกเขาดูเหมือนกลายเป็นคนละคน”
“กลายเป็นคนละคน?” ดวงตาของลูเมี่ยนหยุดนิ่งทันที
……………………………………………………..