ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 990 จุดร่วมที่แท้จริง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 990 จุดร่วมที่แท้จริง
ตอนที่ 990 จุดร่วมที่แท้จริง
ตอนแรกลูเมี่ยนรู้สึกว่าหลี่เค่อจี่อาจจะสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่าง ‘ราชินีดวงดาว’ แคทลียากับฮวงเจียเจีย แต่หลังจากคิดทบทวนอย่างละเอียดก็ล้มเลิกข้อสันนิษฐานนี้
เพราะหลี่เค่อจี่บอกว่า เพื่อนร่วมงานคนอื่นของเขาก็ดูเหมือนกลายเป็นคนละคน และพวกนั้นคงไม่ได้ถูกครอบงำหรือถูกใช้งานโดยจิตสำนึกจากภายนอก
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?” เขาถามหลี่เค่อจี่
หลี่เค่อจี่ลูบท้องของตัวเองแล้วพูด
“เมื่อก่อนพวกเขาเคยกินเห็ดที่ผมส่งให้ แต่ปัจจุบันยังไม่เคย!”
ไม่เคยกินหรือ? นี่เท่ากับการเปลี่ยนเป็นคนละคนแล้วหรือ? ความคิดของลูเมี่ยนแล่นปราดเหมือนสายฟ้า แล้วถามอย่างระมัดระวัง
“แล้วฮวงเป่ยเป่ยล่ะ? คุณเจอเธอเมื่อไม่นาน อีกฝ่ายต่างไปจากเมื่อก่อนไหม?”
“เจอกันแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปหรือเปล่า เพราะเธอไม่เคยกินเห็ดที่ผมส่งให้มาก่อน” หลี่เค่อจี่ตอบเถรตรง
นั่นหมายความว่า หลี่เค่อจี่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างจิตสำนึกจากภายนอกกับภาพในแดนฝัน ไม่มีความสามารถในการสังเกตสิ่งนี้ เพียงแต่ยืนยันได้ว่า คนตรงหน้าเคยกินเห็ดที่ตนสร้างหรือไม่…โดยสรุปก็คือ เขาหมายความว่า พวกฮวงเจียเจียในโรงเรียนกวดวิชาซิงซิง เคยกินเห็ดมาก่อน มีร่องรอยหลงเหลืออยู่ แต่ระยะหลังกลับไม่มี? พวกฮวงเจียเจียถูกแทนที่แล้วหรือ? ลูเมี่ยนรู้สึกตกใจมาก่อนแล้ว เมื่อได้ยินหลี่เค่อจี่บอกว่าพวกฮวงเจียเจียดูเหมือนกลายเป็นคนละคน ตอนนี้เขายิ่งหวาดระแวงและสงสัย
ตอนนี้เขาเอนเอียงไปทางเชื่อคำพูดของหลี่เค่อจี่ โดยคิดว่า ‘ราชาเห็ด’ ที่ถูกขังอยู่ในแผนกจิตเวช ซึ่งยังไม่ได้คลอดบุตรออกมา คงยังไม่ปนเปื้อนมลทิน ตอนนี้จึงไม่น่าจะเกิดภาพหลอนหรือมีบุคลิกบิดเบี้ยวชอบโกหก อีกทั้ง ตัวหลี่เค่อจี่เองก็นับว่า ‘พิเศษ’ ในเมืองแดนฝัน โดยความพิเศษนี้อิงจากจิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูล ส่งผลให้เขาอาจค้นพบความผิดปกติได้จริง
ใครกันที่แทนที่พวกฮวงเจียเจีย? แล้วทำไปทำไม? ลูเมี่ยนครุ่นคิดถึงคำถามนี้
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงคนคนหนึ่ง
ซาราธุสตรา!
เดิมที เมื่อครั้งพบว่าซาราธุสตราไปเยี่ยมชมโรงเรียนกวดวิชาซิงซิง ความคิดแรกของลูเมี่ยนคือ เทวทูตรายนี้คิดจะทำบางสิ่งกับภาพสะท้อนแดนฝันของมาดามเฮอร์มิท แต่ต่อมาเหตุการณ์กลับพัฒนาไปเป็นว่า หลี่เค่อจี่ถูกจับและถูกส่งตัวไปยังแผนกจิตเวช ทำให้เขาล้มเลิกข้อสงสัยเดิม และไม่ได้คิดไปในทิศทางนั้นอีก
แต่ตอนนี้ การค้นพบใหม่ทำให้เขากลับมาพิจารณาข้อสันนิษฐานแรกอีกครั้ง
ซาราธุสตราชอบใช้กลยุทธ์สองทางพร้อมกัน โดยภายนอกดูเหมือนช่วย ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ควบคุมหลี่เค่อจี่พร้อมกับกำจัดภัยแฝงอันเกิดจากเห็ด แต่ภายในแอบฉวยโอกาสในการเยี่ยมชมโรงเรียน เพื่อลงมือกับฮวงเจียเจียและคณะครูจากโรงเรียนกวดวิชาซิงซิง แล้วแทนที่ภาพในแดนฝันของพวกเขา? ข้อดีของกลยุทธ์นี้คือ ผู้บุกรุกที่แฝงตัวอยู่จะมุ่งความสนใจไปที่เรื่องของหลี่เค่อจี่ จนมองข้ามประเด็นสำคัญที่ว่า โรงเรียนกวดวิชาซิงซิงเองก็ตกเป็นเป้าหมายด้วย…ลูเมี่ยนเพิ่งจะตระหนักได้ว่า แผนการของซาราธุสตรามีมากกว่าที่ตนและพรรคพวกวิเคราะห์ไว้มากนัก
เขาจึงเชื่อว่า อีกฝ่ายควรจะเลือกเส้นทาง ‘นักวางแผน’ มากกว่าจะเป็น ‘นักทำนาย’
ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ สติปัญญา และลีลาการทำงาน สมกับเป็นเทวทูตตัวจริงเสียงจริง…ลูเมี่ยนรำพึงในใจ แล้วถามหลี่เค่อจี่ต่อ เพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม
แต่หลี่เค่อจี่นอกจากจะรู้ว่าเพื่อนร่วมงานของตนเคยกินเห็ดที่เขาให้หรือไม่ นอกนั้นพอถูกถามก็เอาแต่ส่ายหน้า
สุดท้าย ลูเมี่ยนจึงกำชับว่า
“ในสองวันนี้ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่อย่างนั้น ลูกน้องของเทพมารจะลงมือกับคุณอีก เพื่อเร่งความเร็วในการคลอดบุตร”
ประโยคนี้หมายถึง ข้อตกลงที่เขาเคยรับปากกรีนไว้ก่อนหน้านี้ ว่าอีกหนึ่งสัปดาห์จะลงมืออีกครั้ง เพื่อช่วยให้ทารกในท้องหลี่เค่อจี่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด
“ตกลง” หลี่เค่อจี่ตอบพลางลูบท้องตัวเอง
ลูเมี่ยนมองเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วพลันเกิดความคิดใหม่
รอให้กรีนยืนยันว่า หลี่เค่อจี่ตั้งครรภ์จริง รวมถึงใช้ความช่วยเหลือจากแผนกสูติศาสตร์ของโรงพยาบาลมู่ซูช่วยให้ทารกได้รับ ‘แรงขับเคลื่อน’ ในการเติบโต จากนั้น ตัวเขาจะแอบกลับมาอย่างเงียบเชียบเพื่อทำแท้ง!
………..
ณ อพาร์ตเมนต์เช่า หมู่บ้านซินหง
ทีมของลูเมี่ยนรวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อฟังเขาเล่าเรื่องการตั้งครรภ์ของหลี่เค่อจี่ และเรื่องที่สงสัยว่าพวกฮวงเจียเจียอาจถูกแทนที่ไปแล้ว
“ถ้าสมมติว่าคนร้ายคือซาราธุสตราหรือพวกพ้อง การแทนที่คงไม่จบแค่โรงเรียนกวดวิชาซิงซิง” จินนาเล่าความคิดของตนออกมา “พวกคุณไม่นึกถึงอะไรบ้างหรือ?”
ฟรังก้าพลันเกิดความคิดทันที
“การตายของผู้แจ้งสาร?”
“ถูกต้อง” ลูเมี่ยนเชื่อมโยงเรื่องนี้กับการที่ฮวงเจียเจียและสมาชิกโรงเรียนกวดวิชาซิงซิง ถูกแทนที่ไว้นานแล้ว “ถ้าไม่มีแอนเดอร์สันมาขัดขวาง ถ้าพวกเราไม่ได้พบศพของผู้แจ้งสารทันเวลา เขาคงจะถูกส่งไปที่ห้องเก็บศพชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู และได้รับ ‘ชีวิตใหม่’ หลังจากนั้น ตัวเขาที่เกิดใหม่จะถือว่าแทนที่ตัวตนเดิมไปหรือไม่?”
“พวกฮวงเจียเจียก็ประสบเหตุแบบเดียวกัน? ซาราธุสตราไม่ได้มุ่งเป้าแค่โรงเรียนกวดวิชาซิงซิง แต่ยังรวมถึงโรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยงด้วย?” ฟรังก้าพูดด้วยท่าทีตะลึง “ภายนอกเขาดูเหมือนเยี่ยมชมโรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยงเพื่อหาโอกาสติดต่อกับโจวหมิงรุ่ย แต่แท้จริงแล้วกลับแอบแทนที่คณะครูของโรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยง? เจ้าเล่ห์ชะมัด!”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้ากล่าวอย่างสะท้อนใจ
“ไม่รู้เลยว่าซาราธุสตราแอบทำอะไรไว้อีกบ้าง คงไม่ใช่แค่เรื่องเดียวแน่…โชคดีที่พวกเราเลือกกำจัดภัยแฝงล่วงหน้า ขับไล่ซาราธุสตราออกจากแดนฝัน สังหารภาพสะท้อนในแดนฝันของพระองค์ ไม่อย่างนั้น หากแผนการของพระองค์เริ่มเปิดฉากและประสบความสำเร็จพร้อมกัน สถานการณ์คงเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ!”
“บางที ทุกอย่างอาจจบลงตรงนั้นเลย โดยที่พวกเราพ่ายแพ้ยับเยิน”
“ตอนนี้ เมื่อไม่มีซาราธุสตราและมิสเตอร์ชุยคอยนำทัพแล้ว ลูกน้องพวกเขาคงยากที่จะดูแลภาพรวมตามลำพัง เป็นโอกาสให้พวกเราได้เก็บกู้ระเบิดทีละลูก จัดการปัญหาซ่อนเร้น” อ็องโตนีเห็นด้วยกับความรู้สึกของฟรังก้า
ลูเมี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย แล้วตักเตือนเสียงขรึม
“นี่เป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นเรื่องร้ายด้วย”
“เชื่อว่าพวกคุณคงได้เห็นกันไปแล้วว่า นักทำนายเหมาะกับการซ่อนตัวในเงามืด คอยกำกับละคร แทนการก้าวขึ้นเวที เปิดเผยตัวเองต่อสายตาผู้ชม”
“ซาราธุสตราอยากผลักดันเรื่องราวต่อหน้าผู้คน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองและทรัพยากร ติดต่อกับโจวหมิงรุ่ยอย่างเปิดเผย จึงไม่อาจเอาแต่ซ่อนตัวและหลบอยู่ในเงามืด มิสเตอร์ชุยเองก็เช่นกัน นั่นจึงเปิดโอกาสให้พวกเราวางกับดัก ใช้ประโยชน์จากกฎของแดนฝัน”
“แต่เมื่อซาราธุสตรากับมิสเตอร์ชุยได้อัตลักษณ์ใหม่ แล้วหวนกลับมาอีกครั้ง พวกเขาจะต้องซ่อนตัวอยู่หลังฉาก ผลักดันเป้าหมายอย่างลับๆ เมื่อถึงตอนนั้น บทบาทของนักล่าและเหยื่อจะสลับกัน ขอเพียงพวกเราแสดงจุดอ่อนแค่เล็กน้อย ก็จะถูกค้นพบความจริงในทันที เผชิญกับการลอบสังหาร และเมื่อถูกโจมตี ถ้าโชคดีหน่อยก็แค่ถูกขับออกจากแดนฝัน ภาพสะท้อนในแดนฝันถูกทำลาย…”
“ใช่เลย ตอนนั้นศัตรูจะอยู่ในเงามืด ส่วนเราอยู่กลางแสง ระดับความเสี่ยงพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดด” ฟรังก้า ‘อืม’ ในลำคอ
เพราะเธอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโรแซน เมื่อซาราธุสตรากลับมา และมุ่งสืบสวนว่า ทำไมวันนั้นโจวหมิงรุ่ยจึงไปที่ร้านหม้อไฟตำรับเสฉวน เธอจะถูกตรวจพบปัญหาได้ง่าย เป็นเหตุผลที่พูดว่า ‘เราอยู่กลางแสง’
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“แน่นอน นี่ก็ถือเป็นโอกาสเช่นกัน คุณยังสามารถทำงานต่อที่แผนกบริหารของกลุ่มบริษัทอินทิสได้ รอจนกว่าซาราธุสตราจะกลับมา ดูว่าเราจะใช้โอกาสนี้วางกับดักพระองค์ได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ คุณก็รีบลาออก เปลี่ยนตัวตนแล้วหลบอยู่ในเงามืด”
“ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่ซาราธุสตรายังไม่กลับมา พวกเราก็ต้องฉวยโอกาสมาให้ได้”
ระหว่างที่พูดคุยกัน ลูเมี่ยนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความ WeChat ถึง ‘ชื่อที่ทำให้คุณประทับใจ’
“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง เรียนสนุกไหม?”
ไม่นาน ‘ชื่อที่ทำให้คุณประทับใจ’ ก็ตอบกลับมา
“ช่วยดูเวลาสักหน่อยได้ไหม?”
“ถ้าคุณไม่มีอะไรทำ ผมแนะนำให้ออกไปวิ่งรอบสนาม”
ลูเมี่ยนตอบกลับอย่างสงบ
“ช่วงนี้คุณยังรู้สึกว่าโลกนี้เป็นของปลอม รู้สึกว่าคนรอบข้างมีรายละเอียดปลอมๆ ที่น่ากลัวอยู่หรือเปล่า?”
หลังจากผ่านไปสิบกว่าวินาที แอนเดอร์สัน·ฮู้ดตอบกลับมา
“ปลอมยิ่งกว่าเดิมอีก”
“ยกตัวอย่างเช่น?” ลูเมี่ยนถามต่อ
แอนเดอร์สัน·ฮู้ดส่งอิโมจิ ‘ดูแคลน’ กลับมา
“เช่น พวกครูโรงเรียนกวดวิชาอย่างเอย์นานา, แผ่นเหล็ก และหูกระต่ายบุปผา ทุกคนดูปลอมกว่าเดิม แทบไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”
อย่างที่คิด…ลูเมี่ยนยืนยันการคาดเดาของทีมตน
เขาส่งอิโมจิ ‘ขำขัน’ ถามว่า
“แล้วคุณล่ะ กลายเป็นของปลอมด้วยหรือเปล่า?”
แอนเดอร์สัน·ฮู้ดส่ง ‘รูปสุนัขกำลังกัดหางตัวเอง’ กลับมา
“คนต่อไปอาจจะเป็นผม”
“แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมเห็นข่าวว่ามีแขกต่างชาติถูกยิงเสียชีวิต”
‘นักล่า’ ที่ดีต้องรู้จักรวบรวมข้อมูลจากรายงานสาธารณะสินะ…ลูเมี่ยนวางโทรศัพท์ลง พูดกับพวกฟรังก้าและจินนา
“ครูส่วนใหญ่ในโรงเรียนกวดวิชาเมิ่งเสี่ยงก็ถูกแทนที่แล้วเหมือนกัน”
“การแทนที่แบบนี้มีความหมายยังไง? เพื่อให้ทุกภาพสะท้อนในแดนฝันถูกควบคุมโดยราชันสวรรค์ และใช้มันเพื่อเอาชนะในการต่อสู้ทางจิตสำนึกหรือ?” ฟรังก้าตั้งคำถาม
ลูเมี่ยนไม่ได้ตอบ แต่ใช้น้ำแข็งสร้างกระดานขาว แล้วเริ่มติดกระดาษโน้ตลงไป
กระดาษโน้ตแต่ละใบเขียนถึงรูปลักษณ์ในแดนฝันซึ่งต้องสงสัยว่าถูกแทนที่ โดยจับคู่ตัวตนบนโลกจริงที่เกี่ยวข้อง
ลูเมี่ยนยืนอยู่หน้ากระดาน พิจารณาอย่างตั้งใจสักครู่ แล้วหันไปถามฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี
“เห็นจุดร่วมอะไรบ้างไหม?”
“ทุกคนเป็นหรือเคยเป็นโจรสลัด?” จินนาตอบอย่างลังเล
ลูเมี่ยนส่ายหน้า
“นั่นเป็นแค่จุดร่วมภายนอก”
“ยังมีอีกหนึ่งจุดร่วมที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ”
พูดจบ เขาหันตัวไปพูดกับผองเพื่อน
“พวกนี้ล้วนเป็นตัวละครที่ปรากฏในนวนิยายชุด ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’”
“นั่นหมายความว่า พวกเขาทั้งหมดคือผู้มีส่วนร่วมและเป็นพยานในชีวิตของเกอร์มัน·สแปร์โรว์!”
เมื่อได้ยินข้อสรุปนี้ ฟรังก้าฉุกคิดถึงภาพยนตร์เรื่อง ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ นึกถึงเจี่ยยู่ที่ถูกซาราธุสตราดึงตัวไปเพราะได้สวมบทบาทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ รวมถึงอันเสี่ยวเทียนที่เดิมทีถูกกำหนดให้เป็นผู้สวมบทบาทเกอร์มัน·สแปร์โรว์ แต่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าชายนิทรา
“จุดสำคัญของการช่วงชิงคือ อัตลักษณ์ของเกอร์มัน·สแปร์โรว์หรือ? นี่สอดคล้องกับคำทำนาย ‘เดอะเวิร์ลตื่น เดอะฟูลกลับมา’…” ฟรังก้าพึมพำ
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น ส่งผลให้คนที่เกี่ยวข้องกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ถูกแทนที่ทั้งหมด”
“การตายของผู้แจ้งสารคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ”
……………………………………………………..