ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 993 บุคคลสำคัญ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 993 บุคคลสำคัญ
ตอนที่ 993 บุคคลสำคัญ
ในห้องเช่า หมู่บ้านซินหง
ฟรังก้าเล่าผลการสังเกต รวมถึงทุกปัญหาที่โรแซนพบมา แล้วพูดทิ้งท้ายว่า
“ยิ่งฉันคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก…ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ระบุไว้ชัดเจนในเอกสารว่า มิสเตอร์ฟูลหลับใหลเพื่อต่อต้านจิตสำนึกของราชันสวรรค์ แต่ทำไมทุกคนถึงมุ่งแต่จะปลุกมิสเตอร์ฟูล ไม่ใช่ช่วยลดทอนพลังของราชันสวรรค์? พวกเราก็เหมือนกัน มีข้อมูลพร้อมขนาดนี้แล้ว แต่ก่อนหน้านี้กลับไม่เคยคิดไปในทิศทางนั้นเลย ราวกับโดนคาถาสะกด ไม่สิ ราวกับโดนใช้เวทมนตร์บั่นทอนสติปัญญา…”
พูดถึงตรงนี้ ฟรังก้าก็ชะงักไปทันที
ทุกคนที่นี่พร้อมใจกันนึกถึงคำคำหนึ่งทันที
ปั่นหัว!
ท่ามกลางความเงียบอันยากจะบรรยาย มีเพียงลุดวิกที่ไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงงับข้าวโพดต้มอย่างเอร็ดอร่อย
จินนาครุ่นคิดอย่างจริงจังแล้วเอ่ยปาก
“แต่บางที การปลุกมิสเตอร์ฟูลอาจเป็นการบั่นทอนพลังของราชันสวรรค์ในตัวเอง เป็นการเพิ่มความได้เปรียบให้พวกเรา”
ลูเมี่ยนส่ายหน้า
“ต่อให้มันเป็นความจริง แต่ก่อนหน้านี้ พวกเราก็ไม่ควรจะไม่นึกถึงแนวทางการ ‘บั่นทอนพลังของราชันสวรรค์’ เพื่อปลุกมิสเตอร์ฟูล”
“หมายความว่าแนวทางนี้ถูกต้อง? แดนฝันจึงปั่นหัวพวกเรา ไม่ให้คิดไปในทิศทางดังกล่าว” ฟรังก้ารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ไม่แน่เสมอไป” คนแรกที่ตอบเธอคืออ็องโตนี “ราชันสวรรค์อยู่บนจุดสูงสุดของ ‘นักต้มตุ๋น’ การที่พระองค์ปั่นหัวพวกเราแต่แรก ไม่ให้คิดถึงกลยุทธ์ในการบั่นทอนพลังของพระองค์ บางทีอาจทำไปเพื่อ…หลังจากพวกเราค้นพบบางสิ่งแล้ว จะปักใจเชื่อว่านี่คือเส้นทางที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว แล้วพุ่งทะยานต่อไปอย่างบ้าคลั่ง”
“เมื่อศัตรูคัดค้าน แสดงว่าเราทำถูก แต่ถ้าศัตรูแกล้งคัดค้านล่ะ…มีความสามารถแต่แสร้งทำเป็นไม่มี…” ฟรังก้าเข้าใจความนัยของอ็องโตนี เธอพูดอย่างหนักใจ “แล้วเราควรเลือกแบบไหนดี?”
“ทำไมต้องเลือกด้วยล่ะ?” ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ “การปลุกมิสเตอร์ฟูลกับการลดทอนพลังของราชันสวรรค์ สองอย่างนี้สามารถกระทำพร้อมกันได้”
เขาลุกขึ้นยืน เดินวนไปมาในห้องรับแขกเล็ก พลางเอ่ยปากไปด้วย
“ตอนนี้พวกเรามาวิเคราะห์กันใหม่ เป้าหมายที่ซาราธุสตรามุ่งหวังจากการกระทำต่างๆ…”
“การติดต่อกับโจวหมิงรุ่ย…น่าจะเพื่อหาวิธีให้โจวหมิงรุ่ยดื่มโอสถลำดับต่อไป จนกลายเป็น ‘แม่มด’ ทำให้เกิด ‘คนในกระจก’ ที่แน่นอนและถาวร เพื่อสั่นคลอนการรับรู้ตัวตนของโจวหมิงรุ่ยเบื้องต้น”
“การเจรจาควบรวมกิจการกับกลุ่มบริษัทอินทิส ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทุนและทรัพยากรเพิ่มเติม การใช้โรซายล์ในกระจกเพื่อกัดกร่อนและมีอิทธิพลต่อฮวงเทา มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นไปเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน”
“การลบและแทนที่ภาพสะท้อนแดนฝันของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ อาจเป็นไปเพื่อลดทอนพลังของ ‘เดอะเวิร์ล’ ซึ่งเป็นการลดทอนพลังของมิสเตอร์ฟูลทางอ้อม…”
“จากสิ่งเหล่านี้ ยังมองไม่เห็นว่ามีเจตนาที่จะปลุกราชันสวรรค์แฝงอยู่ การสะสมเงินทุนและทรัพยากรอาจพอจะนับได้ว่า…”
ขณะที่จินนา ฟรังก้า และอ็องโตนีพยักหน้ารับ ลูเมี่ยนก็เริ่มปฏิเสธความคิดของตัวเอง
“ไม่สิ…การทำให้โจวหมิงรุ่ยมี ‘คนในกระจก’ ที่แน่นอน อาจเป็นไปเพื่อให้ราชันสวรรค์อาศัยประโยชน์จาก ‘คนในกระจก’ เพื่อสร้างความได้เปรียบ ค่อยๆ ครองความเหนือกว่า จนกระทั่งตื่นขึ้น…ส่วนการลบภาพสะท้อนแดนฝันของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ คงทำไปเพื่อบั่นทอนพลังของมิสเตอร์ฟูล แต่การแทนที่ด้วยคนของตัวเอง…รวมถึงการขุดเจี่ยยู่ออกไป เป็นการปูทางเพื่อสับเปลี่ยนของจริงกับของปลอม ทำให้ตำแหน่ง ‘เดอะเวิร์ล’ ชี้ไปที่ราชันสวรรค์แทนที่จะเป็นมิสเตอร์ฟูล? นี่ก็เป็นวิธีการปลุกอีกแบบหนึ่ง…”
“แต่การปลุกเหล่านี้ ย่อมมาพร้อมกับการลดทอนพลังของมิสเตอร์ฟูล ทั้งสองอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้”
ความหมายของลูเมี่ยนคือ การลดทอนพลังของราชันสวรรค์ กับการปลุกมิสเตอร์ฟูล คือสองสิ่งที่ต้องกระทำ ซึ่งบางครั้ง มันก็คือสองสิ่งที่เป็นคนละด้านของเรื่องเดียวกัน
ฟรังก้าส่งเสียง ‘อืม’ ในลำคอ
“แล้วจะลดทอนพลังของราชันสวรรค์ยังไง?”
ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ไม่มีใครรู้สถานการณ์ในอดีตของราชันสวรรค์ ทั้งยังไม่ได้กล่าวถึงว่า ตัวละครใดในเมืองแดนฝันมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับราชันสวรรค์ ฟรังก้าอยากลดทอนพลังของราชันสวรรค์ แต่หาเป้าหมายไม่ได้ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
“ตอนนี้มีเพียงเผิงเติงที่สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับราชันสวรรค์ แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้” อ็องโตนีกล่าว
“สิ่งที่แน่นอนคือ เผิงเติงมีความพิเศษอย่างยิ่งในเมืองแดนฝัน” ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
นี่คือข้อสรุปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอ็องโตนี รวมถึงการที่เผิงเติงเช่ากระจกวิเศษอาโรเดส
ลูเมี่ยนกล่าวต่อทันที
“ความจริงแล้ว มีสถานที่หนึ่งซึ่งสามารถยืนยันได้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับราชันสวรรค์”
เมื่อเห็นฟรังก้าและจินนาทำหน้าครุ่นคิด ลูเมี่ยนก็เฉลยคำตอบ
“โรงพยาบาลมู่ซู!”
“ถ้าไม่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ไม่มีการตกลงร่วมมือกันล่วงหน้า ราชันสวรรค์คงไม่ส่งศพของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ไปยังห้องเก็บศพใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู เพื่อมอบ ‘ชีวิตใหม่’ ให้พวกเขาที่นั่น…ต้องไม่ลืมว่าชีวิตใหม่เหล่านั้น จะกลายเป็นหุ่นเชิดที่ราชันสวรรค์สามารถควบคุมแต่เพียงผู้เดียว”
“ส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู…” ฟรังก้าพูดไปพลางก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเฉียบ
สถานที่ดังกล่าวเต็มไปด้วย ‘เงาในใจ’ ของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ เป็นจุดสำคัญที่บรรดาผู้ยิ่งใหญ่แทรกซึมพลังเข้ามา ทั้งยังเป็นสถานที่สร้างหุ่นเชิดของราชันสวรรค์ แม้แต่เทพแท้จริงลำดับ 0 ก็ไม่กล้าบุกรุกเข้าไปโดยง่าย!
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“คืนนี้ฉันจะติดต่อกับบุคคลสำคัญคนหนึ่งของโรงพยาบาลมู่ซู ดูว่าจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์บ้างไหม”
……………
กลางดึกสงัด
โรแซนยังคงเลือกที่จะนอนลงบนเตียง พยายามเข้าสู่ห้วงนิทรา
“โลกไม่ระเบิด ฉันก็ไม่ได้หยุด ถึงแม้นี่จะเป็นความฝัน แต่ก่อนความฝันจะแตกสลาย งานที่ต้องทำก็ยังต้องทำอยู่ดี…” โรแซนรำพันแผ่วเบา กึ่งล้อเลียนตัวเอง กึ่งปลอบประโลมตัวเอง
จากนั้น เธอหลับตาลง ใช้เวลาสักพักกว่าจะกดทับความคิดและอารมณ์ที่วุ่นวายลงได้ แล้วก็หลับสนิท
ครั้งนี้ หลังจากเธอหลับ กลับไม่ได้เข้าสู่โลกของ ‘ชาแมน’ ทันทีเพื่อปกป้องบาเรียโปร่งแสง แต่รู้สึกสะลึมสะลือแทน เหมือนตอนที่ยังไม่ได้เป็นผู้วิเศษ
เธอได้ยินเสียงอันเลือนรางดังก้องอยู่ข้างหู
“จริงอาจกลายเป็นเท็จ เท็จอาจกลายเป็นจริง ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค…”
“จริงอาจกลายเป็นเท็จ เท็จอาจกลายเป็นจริง ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค…”
…………
ณ ริมขอบด้านหนึ่ง โรงพยาบาลหงเยว่ ในมุมอับที่มีเห็ดขึ้นอยู่ไม่น้อย
ลูเมี่ยนที่แปลงกลายเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสตรี รอคอยอย่างอดทน จนเห็นกรีนพาบุคคลหนึ่งโผล่มาจากตำแหน่งไม่ไกลนัก ราวกับเดินออกมาจากอีกโลกหนึ่งเข้าสู่โลกความจริง
“บุตรแห่งเทพผู้ทรงเกียรติ นี่คือหลู่หย่งอัน หัวหน้าแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลมู่ซู” กรีนแนะนำพวกพ้องของตน “เธอก็เป็นบุตรของพระมารดาเช่นกัน”
หลู่หย่งอันอายุราว 40 กว่า ผิวขาว หน้าตาดี ใบหน้ากลมเหมือนพระจันทร์เต็มดวง ดูอ่อนโยนน่าคบหา มีความเป็นมารดาอย่างโดดเด่น
เธอถือกล่องอุปกรณ์การแพทย์ในมือ ก้มตัวให้ลูเมี่ยนเล็กน้อยแล้วเอ่ยปาก
“พระมารดาจงเจริญ ท่านบุตรแห่งเทพจงเจริญ”
บุคคลสำคัญของโรงพยาบาลมู่ซูที่ลูเมี่ยนบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะพบ ไม่ใช่ใครนอกจากหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชหลู่หย่งอันรายนี้นี่เอง กรีนรักษาสัญญาอย่างดี พอครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์ก็ส่งข้อความเตือนลูเมี่ยนว่าคืนนี้ต้องไปช่วยเรื่องการสืบพันธุ์ให้หลี่เค่อจี่ ทั้งทางศาสตร์เร้นลับและทางวิทยาศาสตร์
ที่ลูเมี่ยนไม่รีบทำแท้งลูกในท้องของหลี่เค่อจี่ ก็เพราะต้องการหลอกกรีนไปก่อน ไม่ต้องถึงกับแสดงละครเพื่อปิดบัง โดยหลังจากนั้น เขาจะมีเวลาอย่างน้อยสองสามสัปดาห์สำหรับการทำแท้ง
เมื่อได้ยินคำทักทายของหลู่หย่งอัน ลูเมี่ยนที่ปล่อยผมยาวสีดำ พยักหน้ารับแล้วกล่าว
“เข้าไปกันเถอะ จัดการธุระหลักก่อน”
เขาไม่รีบร้อนที่จะสอบถามเรื่องภายในของโรงพยาบาลมู่ซูจากหลู่หย่งอัน
เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องมีการปูพื้น ต้องคิดให้ดีว่าอะไรที่บุตรแห่งเทพควรรู้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องถาม
“ครับ/ค่ะ ท่านบุตรแห่งเทพ” กรีนและหลู่หย่งอันทำหน้าเคร่งขรึม เอ่ยตอบพร้อมกัน
ลูเมี่ยนเดินเข้าไปหาพวกเขา แล้วจับไหล่ของทั้งสอง
จากนั้น เขากระตุ้นรอยประทับสีดำที่ไหล่ขวา ใช้ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ย้ายเข้าไปในห้องพักของหลี่เค่อจี่ทันที
หลี่เค่อจี่ที่กำลังลูบท้อง ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ รีบพรวดพราดลุกขึ้นนั่งตัวตรง โดยที่เห็ดรูปแมงกะพรุนบนเพดานเริ่มลอยลงต่ำ
เมื่อเห็นหลี่เค่อจี่มองมาทางตนด้วยสายตาประหลาดใจไม่เบา ลูเมี่ยนจึงขยิบตาซ้ายให้ เป็นสัญญาณว่าทำไปเพราะมีเหตุผล ให้ร่วมมือไปก่อน
หลี่เค่อจี่เผยสีหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ
“พวกคุณมาช่วยผมหรือ?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ กรีนอดไม่ได้ที่จะเอียงหน้ามองใบหน้าอันเลอโฉมของบุตรแห่งเทพ
นี่ท่านหลอกหลี่เค่อจี่ไว้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ในแผนที่กรีนและหลู่หย่งอันคิดไว้ พวกเขาจะต้องใช้พลังควบคุมเป้าหมาย
หลู่หย่งอันถือกล่องอุปกรณ์การแพทย์ นั่งลงข้างเตียงของหลี่เค่อจี่ แล้วเริ่มตรวจอย่างจริงจัง
หลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งนาที เธอเอียงศีรษะพูด
“ทารกสุขภาพดีมาก พัฒนาการดีและเร็วด้วย”
กรีนชูนิ้วโป้งให้บุตรแห่งเทพทันที แล้วกล่าวชื่นชมอีกครั้ง
“สมแล้วที่เป็นท่าน!”
ลูเมี่ยนรู้สึกชาชินแล้ว เพียงพยักหน้ารับ มองอย่างตั้งใจขณะที่หลู่หย่งอันหยิบเข็มฉีดยาออกมา ดูดยาบางชนิด แล้วฉีดใส่ท้องของหลี่เค่อจี่
ต่อจากนั้น รัศมีความเป็นแม่ของหลู่หย่งอันเด่นชัดขึ้น สองมือลูบไปบนผิวท้องของหลี่เค่อจี่แผ่วเบา
ลูเมี่ยนเห็นท้องของหลี่เค่อจี่เริ่มพองขยาย ความเร็วมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ใช้เวลาเพียงหนึ่งสองนาที ก็เหมือนกับท้องที่ตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว
“ผมรู้สึกถึงเสียงหัวใจของลูกแล้ว” หลี่เค่อจี่ลูบท้องของตัวเองอีกครั้ง
หลู่หย่งอันเก็บอุปกรณ์และยา ยิ้มให้ลูเมี่ยนพลางเอ่ยปาก
“ท่านบุตรแห่งเทพ อีกสองสัปดาห์มาใหม่ ก็จะเข้าสู่สภาวะใกล้คลอดแล้วค่ะ”
“ทำได้ดี” ลูเมี่ยนพยักหน้าเล็กน้อยพลางพูดอย่างไม่จริงใจ
ต้องรีบทำแท้ง! ยิ่งทำแท้งเร็วยิ่งปลอดภัย!
“พวกเราไปก่อนนะ” ลูเมี่ยนส่งสัญญาณทางสายตาให้หลี่เค่อจี่อีกครั้ง
จากนั้น เขาพาหลู่หย่งอันที่เดินกลับมา รวมถึงกรีนที่อยู่ด้านข้าง ‘เทเลพอร์ต’ กลับไปยังมุมลับก่อนหน้านี้
ลูเมี่ยนไม่เปิดโอกาสให้กรีนและหลู่หย่งอันได้บอกลา ชิงมองไปยังรายหลัง ยกคางขึ้นแล้วเอ่ยปาก
“สถานการณ์ภายในโรงพยาบาลมู่ซูเป็นยังไงบ้าง?”
เขาวางแผนจะถามกว้างๆ ก่อน ด้วยน้ำเสียงของบุตรแห่งเทพที่ต้องการรับฟังข้อมูลจากผู้ใต้บังคับบัญชา จากนั้นจึงเลือกถามเจาะลึกตามคำตอบของหลู่หย่งอัน
หลู่หย่งอันตอบด้วยท่าทีอ่อนโยนแต่แฝงความเคารพชัดเจน
“พื้นที่ใต้ดินใกล้จะปรับปรุงเสร็จแล้ว ส่วนพื้นที่เหนือดินตอนนี้ ยังมีแค่พวกเราไม่กี่คนกับพวกที่เข้าออกใต้ดินบ่อยๆ”
ใต้ดินใกล้ ‘ปรับปรุง’ เสร็จแล้ว? ‘พวกที่เข้าออกใต้ดินบ่อยๆ’ ไม่นับเป็นคนหรือ? ลูเมี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย
……………………………………………………..