ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ตอนที่ 994 ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ลูเมี่ยนนึกถึงพนักงานโรงพยาบาลมู่ซูที่เคยพบ นึกถึงสิ่งที่สังเกตเห็นจากหลายครั้งที่แวะไป ในใจรู้สึกว่าพวกที่เข้าออกใต้ดินของโรงพยาบาลบ่อยๆ อาจจะไม่ใช่มนุษย์แล้วจริงๆ
เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องที่เขากังวลคือ ส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูใกล้จะ ‘ปรับปรุง’ เสร็จแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบใดขึ้น?
มันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอะไร?
ท่ามกลางความคิดอันสับสนว้าวุ่น ลูเมี่ยนแทบอยากจะไประเบิดใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูเสียประเดี๋ยวนี้ เพื่อจบปัญหาทั้งหมด
น่าเสียดาย ลำพังเรื่องที่เขาเก่งกาจพอจะบุกชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูพร้อมกับระเบิดมันทิ้งได้หรือไม่ ก็ยังไม่ต้องพูดไปถึง เพียงแค่ความจริงที่ว่า ส่วนเหนือดินของโรงพยาบาลยังคงดำเนินงานเป็นปกติ มีคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์เข้าขวักไขว่ ก็ทำให้เขาไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะระเบิดส่วนใต้ดินโดยไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนเหนือดิน!
นั่นจะกลายเป็นการก่อการร้ายอย่างเต็มรูปแบบ จนลูเมี่ยนถูกจิตสำนึกหลักของแดนฝันปฏิเสธอย่างรุนแรง และหลังจากนั้นก็คงหมดโอกาสได้กลับเข้ามา
ลองหาทางให้โรงพยาบาลมู่ซูหยุดให้บริการสักสองสามวัน แล้วย้ายคนไข้ในออกไปก่อน? แต่มันก็ยาก…ลูเมี่ยนมองหลู่หย่งอัน แล้วพูดอย่างระวังคำ
“ในห้องเก็บศพใต้ดิน ยังมีศพที่รอการ ‘เกิดใหม่’ อยู่ไหม?”
“ตอนนี้ไม่มี สองสามวันนี้ไม่มีใครส่งศพที่ต้องการ ‘เกิดใหม่’ มาเลย” หลู่หย่งอันตอบตามตรง
หลังจากซาราธุสตรากับมิสเตอร์ชุยถูกเตะออกจากแดนฝัน เรื่องนี้ก็หยุดลงทันที? นั่นแสดงว่าพวกเรามาถูกทาง…ในทางทฤษฎี ราชันสวรรค์ควรจะมีลูกน้องมากกว่านี้ และคงหาวิธีหรือสื่อกลางให้ลูกน้องเข้ามาในเมืองแห่งความฝันได้นานแล้ว…คนอื่นๆ อาจถูกเตะออกไปแล้วก่อนหน้านี้ เหมือนกับที่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่และผู้ถือเหรียญทองนำโชคในอดีตเคยประสบ? ก็จริง ไม่มีเหตุผลที่ราชันสวรรค์จะเพิ่งพาลูกน้องเข้ามาสำเร็จ และไม่มีเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ มีแค่ราชันสวรรค์เท่านั้นที่สามารถเตะคนออกได้ แต่มิสเตอร์ฟูลทำไม่ได้…ลูเมี่ยนพยักหน้ารับแล้วเปลี่ยนคำถาม
“ตอนนี้ใครคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลมู่ซู?”
เขาไม่กลัวว่าการถามเรื่องนี้จะทำให้หลู่หย่งอันสงสัย เพราะก่อนหน้านี้เคยถามสวี่ซินหยางแล้ว และยังเคยถามกรีนในที่ลับด้วย แต่กระทั่งกรีนผู้เป็น ‘ลูก’ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่ทราบ
“ท่านไม่ทราบหรือ?” หลู่หย่งอันมองหน้าลูเมี่ยนด้วยท่าทีประหลาดใจ
เธอหันไปพูดกับกรีนทันที
“คุณไม่ได้บอกบุตรแห่งเทพหรือ?”
กรีนส่ายหัว
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่มีใครเคยบอกผม”
หลู่หย่งอันชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วแสดงสีหน้าเข้าใจ
“…ก็ไม่แปลกที่คุณจะไม่ทราบ ช่างเถิด ผู้อำนวยการคนก่อนได้จากไปแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใครก็ไม่กระทบอะไร ผู้อำนวยการคนใหม่จะมาในอีกไม่กี่วัน”
“ผู้อำนวยการคนใหม่เป็นใคร?” กรีนช่วยถามแทนลูเมี่ยน
หลู่หย่งอันส่ายหัว
“ตอนนี้ยังไม่ทราบ รอให้มาถึงก็จะรู้เอง บางทีอาจจะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจก็ได้”
น่าประหลาดใจ? สำหรับพวกเรา น่าจะเป็นเรื่องน่าตกใจมากกว่า…ลูเมี่ยนออกเสียง ‘อืม’ แล้วถามต่อ
“คุณเคยลงใต้ดินส่วนอื่นนอกจากห้องเก็บศพไหม?”
เขาไม่ได้อยากถามหลู่หย่งอันเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของพื้นที่ใต้ดินในโรงพยาบาลมู่ซู เพียงแต่ต้องการใช้คำตอบของอีกฝ่ายมาตัดสินว่า ผู้วิเศษที่ได้รับพรจากองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ สามารถเข้าออกพื้นที่ใต้ดินส่วนที่ไม่ใช่ห้องเก็บศพได้หรือไม่
“เคยค่ะ แต่ก็ไม่ลึกนัก ฉันไม่สามารถลงไปยังชั้นใต้ดิน 2” หลู่หย่งอันไม่คิดว่าคำถามของบุตรแห่งเทพฟังดูผิดวิสัย เพราะส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูไม่ได้เป็นของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ แต่เพียงผู้เดียว ยังมีสิ่งยิ่งใหญ่อื่นๆ ครอบงำที่นั่นอยู่ด้วย
ชั้นใต้ดิน 2 ที่แม้แต่ ‘ลูก’ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ยังไปไม่ได้? ที่นั่นมีอะไรอยู่? ลูเมี่ยนพยักหน้าครุ่นคิดแล้วเอ่ยถาม
“สาวกของมารดาต้นไม้ก็กำลังทำบางสิ่งอยู่เหมือนกันหรือ?”
บุตรแห่งเทพขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขา ต้องแสดงออกว่าไม่ค่อยให้ความเคารพกับสิ่งมีชีวิตยิ่งใหญ่อื่นๆ สักหน่อย
“ใช่ค่ะ แต่ดิฉันก็ไม่ทราบรายละเอียด” หลู่หย่งอันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านบุตรแห่งเทพ เรามาแอด WeChat กันไหม? ถ้าภายหลังดิฉันพบอะไรผิดปกติในพื้นที่ใต้ดินส่วนอื่น จะรีบแจ้งให้ท่านทราบทันที”
อยู่เป็นนี่…ลูเมี่ยนให้หลู่หย่งอันสแกน QR โค้ด WeChat ของเขา
ชื่อ WeChat ของอีกฝ่ายคือ ชื่อจริงของเธอเอง
ลูเมี่ยนไม่ได้รีบเปิดดูโพสต์ในวงเพื่อนของหลู่หย่งอัน เพียงพูดขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
“หาจีดาสเจอแล้วหรือยัง?”
จีดาสน่าจะเป็นชื่อจริงของ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’
เศษวิญญาณในร่างของโอมีเบล่าเคยตะโกนชื่อนี้ใส่ลูเมี่ยนมาก่อน
ลูเมี่ยนต้องการลองหยั่งเชิงว่า ‘ลูก’ ขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่เคยได้ยินเกี่ยวกับจีดาสหรือไม่
“ยังไม่พบค่ะ” หลู่หย่งอันก้มหน้าลง “พระมารดาผิดหวังมาก”
จีดาสเกี่ยวข้องกับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ อย่างใกล้ชิดจริงๆ…ลูเมี่ยนรู้จักพอ ไม่ได้ซักถามต่อ
กรีนเห็นท่าทีแล้ว จึงถามอย่างนอบน้อมว่า
“ท่านบุตรแห่งเทพ พรุ่งนี้ท่านต้องเริ่มเข้ากะกลางคืน ถ้าไม่อยาก ผมหาเหตุผลช่วยเปลี่ยนไปเข้ากะเช้าได้นะครับ”
“กะกลางคืนดีแล้ว” ลูเมี่ยนไม่เลือกที่จะเปลี่ยน
การทำเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มเวลาลงมือตอนกลางวันและตอนเย็นของเขาได้มาก
จากนั้น เขาแหงนมองพระจันทร์สว่างบนท้องฟ้า แล้วพูดกับกรีนและหลู่หย่งอัน
“กลับกันเถอะ”
“ครับ/ค่ะ ท่านบุตรแห่งเทพ!” หลู่หย่งอันและกรีนตอบพร้อมกัน
ลูเมี่ยนไม่ได้มองส่งพวกเขา เพียงเทเลพอร์ตออกไปก่อน
ผ่านไปราวสิบห้านาที ร่างของเขาปรากฏอีกครั้งในมุมลับเดิม แต่กรีนกับหลู่หย่งอันหายไปแล้ว
ลูเมี่ยนจึงหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดดูโซเชียลมีเดียของหลู่หย่งอัน
โปรไฟล์ของหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชโรงพยาบาลมู่ซูรายนี้ ส่วนใหญ่แบ่งปันความรู้ด้านสูตินรีเวช เรื่องราวการได้รับธงขอบคุณ ผลงานของโรงพยาบาลมู่ซู และสถานการณ์ของลูกๆ ตัวเอง ไม่มีอะไรที่ทำให้ลูเมี่ยนสนใจเป็นพิเศษ
เนื่องจากอีกฝ่ายตั้งค่าให้เห็นโพสต์ได้เฉพาะเดือนล่าสุด ลูเมี่ยนจึงต้องกลับไปที่ส่วนบนของโปรไฟล์ ดูการตั้งค่าพื้นหลังและข้อความส่วนตัว
ภาพพื้นหลังเป็นร่างคนอุ้มทารก ข้อความส่วนตัวคือ
“เทพผู้คุ้มครองสตรีและเด็ก”
ทุกอย่างสอดคล้องกับตัวตนและแก่นแท้…ลูเมี่ยนเก็บโทรศัพท์ แล้วเทเลพอร์ตกลับไปยังห้องพักของหลี่เค่อจี่
หลี่เค่อจี่ไม่แปลกใจที่หญิงงามผู้นี้กลับมา เพียงมองเธอแล้วถามอย่างลังเล
“ต้องทำแท้งจริงหรือ?”
พร้อมกับทารกที่เจริญเติบโต ความเป็นแม่ในตัวเขาดูเข้มข้นขึ้น
ลูเมี่ยนพูดยิ้มๆ
“คุณคงสัมผัสได้ว่า ลูกของเทพมารกำลังสูบเลือดเนื้อและพลังวิญญาณของคุณอย่างบ้าคลั่ง”
“ใช่” หลี่เค่อจี่พยักหน้าอย่างจริงใจ
ลูเมี่ยนพูดต่อ
“แล้วคุณไม่อยากรู้หรือว่า ลูกของเทพมารผสมกับเห็ด จะเกิดคุณสมบัติแปลกใหม่อะไรบ้างน่ะ?”
ตอนนี้เขาจับจุดอ่อนและความหมกมุ่นของหลี่เค่อจี่ได้แม่นยำแล้ว
นี่คือ ‘นักกระตุ้น’
ดวงตาของหลี่เค่อจี่เปล่งประกายทันที
“ตกลง มาเริ่มเลย!”’
จะลังเลสักหน่อย ให้ฉันเชื่อว่า ‘ออร่ามารดา’ ของคุณคือของจริงไม่ได้หรือ? ลูเมี่ยนบ่นในใจ พลางเดินไปข้างเตียงของหลี่เค่อจี่ ยื่นฝ่ามือขวาออกไป แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“เจ็บหน่อยนะ อดทนเอาไว้ล่ะ”
“ตกลง” หลี่เค่อจี่ยื่นแขนออกมา ปล่อยให้ลอยค้างกลางอากาศ
เส้นใยเห็ดคล้ายแมงกะพรุนลอยมาอย่างรวดเร็ว พันรอบแขนของหลี่เค่อจี่ แล้วแทงปลายแหลมเข้าไปในเนื้อ
“มันมีฤทธิ์ชาระดับหนึ่ง” หลี่เค่อจี่บอกลูเมี่ยนอย่างร่าเริง
ลูเมี่ยนไม่ตอบ ปล่อยให้ฝ่ามือลุกเป็นเปลวไฟสีดำอันเงียบงันและผิดธรรมชาติ
เขากดฝ่ามือขวาลงบนท้องของหลี่เค่อจี่ เพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ ทะลวงเข้าไปในทันที
ท้องที่บวมป่องของหลี่เค่อจี่เริ่มบิดเบี้ยวฉับพลัน ราวกับมีบางสิ่งกำลังดิ้นรนสุดชีวิต
พร้อมกับการดิ้นรนดังกล่าว ใบหน้าของหลี่เค่อจี่เริ่มบิดเบี้ยวไม่เบา แม้จะได้รับยาชา แต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอันยากจะบรรยาย
เพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ เริ่มหม่นลง เริ่มจางลง แม้ลูเมี่ยนจะเติมพลังต่อ ก็ไม่อาจเผาสิ่งชั่วร้ายในท้องของหลี่เค่อจี่ได้จริง
ยังโชคดี ลูเมี่ยนไม่ได้คิดตั้งแต่แรกแล้วว่า เพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ จะทำสำเร็จ เพราะเป้าหมายบางอย่างของเขานั้น เพลิงทมิฬที่เผาไหม้เพียงพลังวิญญาณและชีวิตไม่อาจบรรลุได้
การใช้เพลิงทมิฬของ ‘นางมาร’ เปิดหัว ส่วนใหญ่เป็นการหยั่งเชิงมากกว่า
ทันใดนั้น เพลิงดำที่เงียบสงบในฝ่ามือของลูเมี่ยนพลันปั่นป่วน ราวกับมีความบ้าคลั่ง ดุร้าย และพังพินาศกำลังก่อตัวขึ้น!
เพลิงประลัยกัลป์!
พร้อมกับการไหลบ่าของ ‘เพลิงประลัยกัลป์’ เสื้อผ้าบนท้องของหลี่เค่อจี่พลันลุกไหม้ ผิวหนังและเนื้อก็เช่นกัน
ทารกในท้องของเขาดันตัวขึ้น ราวกับพยายามหนีจากการเผาไหม้ของ ‘เพลิงประลัยกัลป์’ แต่ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของรากเหง้า สุดท้ายจึงยุบตัวกลับลงไป
แทบจะพร้อมกัน ลูเมี่ยนได้ยินเสียงร่ำไห้ ได้ยินเสียงกรีดร้องอันคล้ายคลึงหูแว่ว รู้สึกราวกับรอบตัวปรากฏทุ่งร้างเขียวขจี ทุกดอกไม้ใบหญ้าเริ่มเติบโตอย่างแข็งแรงในทีแรก เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ก่อนจะถูกกลืนกินด้วยเปลวไฟสีดำที่ลุกลามไปทั่ว
“อ๊าก!”
หลี่เค่อจี่เองก็กรีดร้องเช่นกัน ความเจ็บปวดจากท้องที่ถูกแผดเผานั้น คนส่วนใหญ่ไม่มีทางทนได้
อย่างไรก็ตาม ลูเมี่ยนใช้ ‘ขวดเสกสรร’ ปิดกั้นห้องพยาบาลไว้แล้ว ทำให้เสียงของหลี่เค่อจี่ลอดได้เพียงแผ่วเบา
ไม่มีใครในแผนกจิตเวชสนใจเสียงแบบนี้อยู่แล้ว
ในท้ายที่สุด ทารกในท้องของหลี่เค่อจี่ถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน ซึ่งเถ้าถ่านดังกล่าวถูกกระแสลมร้อนจากเปลวไฟพัดวนลอยสู่อากาศ ก่อนฟุ้งกระจายไปทั่ว
“เรียบร้อย” ลูเมี่ยนถอยหนึ่งก้าว เตรียมนำยารักษาออกมาให้หลี่เค่อจี่กิน
หลี่เค่อจี่มองท้องที่ไหม้เกรียม กัดฟันทนความเจ็บปวด แล้วพูดด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง
“ถูกเผาเกลี้ยงเลยหรือ? ไม่เหลืออะไรแล้ว?”
“ตอนแรกฉันตั้งใจจะเผาเฉพาะชีวิตและพลังวิญญาณของมัน เหลือร่างไว้ แต่คุณก็เห็นแล้ว มันไม่ได้ผล” ลูเมี่ยนอธิบายอย่างจริงใจ
“ฮึก…” หลี่เค่อจี่โบกมือ สั่งให้เส้นใยเห็ดคล้ายแมงกะพรุนเคลื่อนมาตรงท้อง ดูดซับส่วนที่ไหม้เกรียม สลับกับกระตุ้นการเจริญของเนื้อหนัง
เราไม่จำเป็นต้องช่วยรักษาสินะ…ลูเมี่ยนมองดูเห็ดคล้ายแมงกะพรุนที่เคลื่อนตัวลงมาอย่างพินิจพิเคราะห์
เมื่อบาดแผลของหลี่เค่อจี่เริ่มหาย เมื่อความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลง ลูเมี่ยนพยักหน้ารับพลางเอ่ยปาก
“สองวันนี้คุณพักให้มากเถอะ แต่หลังจากนั้นอย่าลืมช่วยเร่งการวิจัยด้วย เพื่อนที่เป็นเหมือนเจ้าชายนิทราของฉัน อาจอดทนได้อีกไม่นานสักเท่าไร”
“พรุ่งนี้ผมก็เริ่มได้เลย!” หลี่เค่อจี่กลับมามีไฟในการทดลองอีกครั้ง
“ขอบคุณ” ลูเมี่ยนกล่าวแล้วออกไปอย่างสุภาพ
เมื่อกลับถึงห้องเช่าในหมู่บ้านซินหง เขาล้มตัวลงบนเตียงแล้วจมลงสู่ห้วงนิทรา
ในภวังค์สะลึมสะลือ เขาได้ยินเสียงร้องไห้กระจองอแง
เสียงนั้นกำลังเรียก ‘แม่’ ‘แม่’ แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด ความไม่ยอมรับ และความเคียดแค้นอย่างแรงกล้า
……………………………………………………..