ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 999 ‘โอกาส’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 999 ‘โอกาส’
ตอนที่ 999 ‘โอกาส’
………………..
เมื่อเห็นการพังทลายโดยรอบเริ่มแผ่ขยายเข้ามายังบริเวณที่พวกตนยืนอยู่ รวมถึงได้ยินคำถามอันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของโรแซน ฟรังก้าและจินนาสบตากันแล้วตัดสินใจอย่างฉับพลัน เอ่ยกับโรแซนว่า
“เธอรีบวาดประตูที่สามารถเชื่อมไปสู่โลกภายนอกเร็ว!”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเธอไม่สามารถเดินหน้าต่อไป เพื่อหาลิฟต์หรือทางหนีไฟได้อีกแล้ว
“อื้อ!” โรแซนพยักหน้าอย่างแรง
เธอหันกายกลับ มือหนึ่งถือปากกา อีกมือหนึ่งกำดินสอ แล้วเริ่มวาดลงบนผนังอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนี้ฟรังก้าและจินนาพบว่า บรรดาสัตว์ประหลาดทารกซึ่งเกิดจากหญิงตั้งครรภ์ชาวต่างชาติ กำลังกรูเข้ามาหาพวกเธอพร้อมกับสิ่งต่างๆ
พวกมันดูเหมือนจะกลัวการตกลงไปในห้วงลึกอันไร้ก้นบึ้ง พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อจะหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ดังกล่าว จนถึงขั้นหลงลืมเป้าหมายในการโจมตีศัตรูไปเสียสนิท
เนื่องจากอยู่ใกล้กับพวกจินนา พวกสัตว์ประหลาดทารกลดระยะห่างเหลือเพียงสองเมตรได้ทันที บนกระจกตาของพวกมันบางส่วนปรากฏภาพของฟรังก้า จินนา และโรแซนอีกครั้ง ความต้องการโจมตีอย่างดุร้ายโหดเหี้ยมพลันเพิ่มสูงขึ้น
ทันใดนั้นเอง ‘กำแพงน้ำแข็ง’ หนาทึบได้ปรากฏตรงหน้าพวกมัน
ชั้นน้ำแข็งใสระยิบล้อมรอบพวกฟรังก้าไว้ในรูปทรงครึ่งวงกลม
นี่คือสิ่งที่ ‘นางมารทุกข์ระทม’ จินนาสร้างขึ้น
เมื่อเห็นสัตว์ประหลาดรูปร่างสี่เหลี่ยมบ้าง คล้ายเตียงเล็กๆ บ้าง หัวเหมือนหลอดไฟบ้าง ปีนป่ายอย่างหนาแน่นบนผิวกำแพงน้ำแข็งครึ่งวงกลม พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายอุปสรรคนี้ ฟรังก้ารู้สึกว่าโรคกลัวสิ่งที่มีลักษณะหนาแน่นและโรคกลัวมนุษย์ของเธอ กำลังจะปะทุขึ้นพร้อมกัน
หญิงสาวรวบรวม ‘เพลิงทมิฬ’ ของ ‘นางมาร’ ซึ่งเงียบงันแต่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายไว้รอบตัว รอจังหวะที่ชั้นแรกของกำแพงน้ำแข็งแตกสลาย
เพียงแค่เจ็ดแปดวินาที กำแพงน้ำแข็งที่ใสระยิบสวยงาม ก็ส่งเสียงแตกร้าวชัดเจนภายใต้การโจมตีของบรรดาสัตว์ประหลาดทารก
จากบริเวณรอบตัวฟรังก้าและจินนา เปลวไฟสีดำหลายดวงพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง มุดผ่านรอยแตกที่ขยายตัว แผดเผาสัตว์ประหลาดทารกเกือบยี่สิบตัว
ร่างของพวกมันลุกไหม้ท่วมร่าง ส่งเสียงครวญครางอย่างเป็นทุกข์ กลิ้งไปมาอยู่กับที่ ขัดขวางการบุกของพวกพ้องอีกนับไม่ถ้วน ทั้งยังจุดไฟให้กับตัวที่อยู่รอบๆ
ฉวยโอกาสนี้ ก่อนที่กำแพงน้ำแข็งครึ่งวงกลมจะพังทลายโดยสมบูรณ์ ฟรังก้าและจินนาร่วมมือกันสร้างกำแพงน้ำแข็งชั้นที่สอง ห่างจากชั้นแรกเพียงสิบเซนติเมตร
“เสร็จแล้ว!” เสียงของโรแซนดังขึ้น
ฟรังก้าและจินนายังคงพยายามถ่วงเวลา ไม่ปล่อยให้บรรดาสัตว์ประหลาดทารกเข้าได้ ขณะเดียวกันก็เหลือบมองไปลวดลายบนผนังด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
นั่นคือประตูบานหนึ่ง ดูสมจริงอย่างยิ่ง วาดด้วยเส้นดินสอและหมึกสีน้ำเงิน ด้านบนของประตูมีป้ายแผ่นหนึ่ง เขียนตัวเลข ‘1502’ ไว้สี่ตัว
นี่คือประตูบ้านของโรแซน เกือบจะเหมือนกับที่ฟรังก้าและจินนาจำได้ในความทรงจำทุกประการ เพียงแต่สีแตกต่างกันไป
ประตูที่เห็นตอนนี้ ดูคล้ายกับภาพร่างมากกว่า!
โรแซนกดนิ้วหัวแม่มือลงบนตำแหน่งที่ตรงกับกุญแจประตู ช่วยให้ประตูปลอมบนผนังส่งเสียงปลดล็อก
ถัดมา เธอหมุนลูกบิดแล้วผลักประตูบ้านของตัวเองให้เปิดออก
ด้านหลังประตูมีแสงสลัว เผยให้เห็นข้าวของในห้องหมายเลข 1502 แต่ทั้งหมดกลับดูเหมือนภาพลวงตาอย่างแปลกประหลาด
ในขณะที่ภาพลวงตาเริ่มดูจริง สายตาที่เต็มไปด้วยความยินดีของโรแซนก็พลันกลายเป็นแข็งค้าง
เธอเห็นหน้าต่างห้องตัวเองกำลังพังทลาย ระเบียงกำลังถล่มลง ทั้งหมดพังทลายสู่ห้วงลึกที่เต็มไปด้วยความมืดมิดอันหนาทึบ!
ประตูที่โรแซนวาดขึ้น ทางเชื่อมที่เธอสร้างขึ้น ก็พังทลายลงทีละนิดเช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมทั้งสองด้าน
“ไม่ได้…” โรแซนเปล่งเสียงออกมาคล้ายเสียงเพรียก
เธอหันไปมองฟรังก้ากับจินนาด้วยสายตาที่ซ่อนความสิ้นหวังไม่มิด แต่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หวังว่าพวกเธอจะคิดวิธีใหม่ได้
ในยามนี้ การพังทลายที่ใกล้ที่สุด ได้กลืนกินโถงทางเดินเดิมไปแล้ว จนประตูไม้บานคู่ที่แบ่งสองด้านเริ่มส่ายไหวและร่วงหล่น
ระยะนี้ใกล้กับพวกฟรังก้ามากแล้ว
ฟรังก้ามองผ่านช่องว่างระหว่างสัตว์ประหลาดทารก เห็นความมืดทึบไร้ก้นบึ้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นว่า ณ ส่วนลึกนั่นดูคล้ายกับมีบางสิ่งซ่อนอยู่
ร่างดังกล่าวดูเหมือนมนุษย์ตัวใหญ่ที่คลุมด้วยเสื้อคลุม หรืออาจเป็นแค่เสื้อคลุมที่ถูกลมพัดสะบัดพลิ้ว
เพียงแค่ได้เห็นโครงร่างอย่างเลือนรางจากระยะไกล ความรู้สึกหวาดกลัวในใจของฟรังก้าก็พลันปะทุโดยไร้สัญญาณเตือน
ผิวหนังบนใบหน้าของเธอกลายเป็นโปร่งแสงครึ่งหนึ่ง เลือดเนื้อข้างใต้เริ่มบิดเบี้ยว ราวกับมีชีวิตจิตใจของตัวเอง
ฟรังก้าเบือนสายตาหนีตามสัญชาตญาณ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ
เธอเกิดความเข้าใจอย่างฉับพลัน
สิ่งที่ตนเพิ่งเห็นไปคือ สิ่งที่จิตใต้สำนึกของมิสเตอร์ฟูลหรือของราชันสวรรค์หวาดกลัวที่สุด
เงามืดทางจิตใจที่รุนแรงที่สุด!
สิ่งนั้นชัดเจนว่า ไม่ถูกจำกัดพลังโดยแดนฝัน
หากพวกเธอไม่อาจหลบหนีได้จริงๆ การตกไปตายในห้วงลึกท่ามกลางการพังทลายของโถงทางเดิน อาจเป็นจุดจบที่อ่อนโยนและงดงามที่สุดแล้ว
ฟรังก้าสะบัดศีรษะอย่างแรง เพื่อขจัด ‘เมือก’ ที่เกาะติด พร้อมกับขัดขวางความคิดบางส่วนของตน
ระหว่างที่จินนาใช้กำแพงน้ำแข็งชั้นที่สามเพื่อกั้นพวกสัตว์ประหลาดทารก เธอก็หยิบ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ออกมาพร้อมกับกระจกบานหนึ่ง
ฟรังก้าพูดกับจินนาและโรแซนว่า
“พวกเราจะเคลื่อนย้ายผ่านโลกในกระจก อันตรายที่ซ่อนอยู่ในโลกในกระจกไม่ว่าจะน่ากลัวเพียงใด ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับเงามืดทางใจที่ก้นบึ้งของห้วงลึกนี้!”
ในสองสิ่งที่เลวร้าย ให้เลือกสิ่งที่เลวร้ายน้อยกว่า!
“ได้” จินนาไม่คัดค้าน โรแซนขาดประสบการณ์ จึงเลือกเชื่อเพื่อนร่วมทางทั้งสอง
‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ในมือฟรังก้าเปล่งแสงระยิบทันที
วินาทีถัดมา ฟรังก้าพบว่าผิวกระจกได้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ แข็งราวกับหินผา ไม่อาจทะลุผ่านเข้าไปได้
“เข้าไปไม่ได้…มันต่างจากก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย…” ฟรังก้าไม่อาจยับยั้งความรู้สึกสิ้นหวังที่กำลังก่อตัว
นี่พวกเธอจะต้องตกลงไปในห้วงลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง แล้วเผชิญหน้ากับเงามืดทางใจที่รุนแรงที่สุดของผู้ยิ่งใหญ่จริงหรือ?
“เข้าไปไม่ได้?” การปล่อยเพลิงทมิฬนางมารของจินนา เพื่อจุดไฟเผาพวกสัตว์ประหลาดทารก ชัดเจนว่าช้าลงไปหนึ่งวินาที
โรแซนชะงักค้าง ปากอ้าครึ่งหนึ่งแล้วพูด
“ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ จินนากัดฟันกรอด สร้างกำแพงน้ำแข็งรูปครึ่งวงกลมขึ้นมาใหม่
ผิวกำแพงน้ำแข็งถูกปกคลุมด้วยฝูงสัตว์ประหลาดทารกนานาชนิดในพริบตา ห่างจากพวกฟรังก้าไม่ถึงหนึ่งเมตร
การพังทลายของโถงทางเดิน ได้แผ่ขยายมาถึงบริเวณนี้แล้ว
ความคิดฟรังก้าแล่นปราดเหมือนกระแสไฟฟ้า แววตาวาบขึ้นสองครั้งก่อนเอ่ยปาก
“ฉันยังมีวิธี!”
เธอพูดพลางหยิบลูกตาสีดำที่หลงเหลือจากพานาเทีย ซากศพคืนชีพ รวมถึงวัตถุดิบเสริมอื่นๆ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
“ฉันจะเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’!”
“พอดีเลย…ฉันคอยแพร่ ‘โรค’ ใส่สัตว์ประหลาดในโถงทางเดินอยู่ตลอด นี่คงช่วยประหยัดเวลาได้ไม่น้อย”
สัตว์ประหลาดทารกที่ปกคลุมกำแพงน้ำแข็งของจินนา รวมถึงพรรคพวกมันที่อยู่ด้านหลัง ล้วนห่างจากฟรังก้าราวสามเมตร จำนวนใกล้เคียงกับการนับได้หนึ่งพัน
“ไม่มีประโยชน์หรอก ตอนนี้ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ถูกกดไว้แค่ลำดับ 7 หรืออย่างมากก็ลำดับ 6 ไม่มีทางบังคับเปิดเส้นทางไปสู่โลกในกระจกได้!” จินนาคัดค้านฟรังก้าโดยสัญชาตญาณ
เธอพยายามสงบสติอารมณ์ แต่กลับวุ่นวายไปหมดเพราะพวกสัตว์ประหลาดทารกที่ทำลายกำแพงน้ำแข็ง จนกระทั่งสร้างกำแพงน้ำแข็งรูปครึ่งวงกลมขึ้นใหม่ที่ระยะห่างหกสิบเซนติเมตรจากตัวเองได้อย่างยากลำบาก
ฟรังก้าใช้ลูกตาสีดำอันเกิดจากการรวมตัวของตะกอนพลังจากซากศพ เพื่อผลิตเชื้อไวรัสที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับกรอกยารักษาให้ตัวเอง แล้วเอ่ยเตือนจินนาว่า
“คุณรีบดื่มอีกขวดเร็ว โรแซนเพิ่งดื่มไป”
จากนั้น ฟรังก้าเร่งอธิบาย
“ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ ของฉัน แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่ ‘แม่มด’ เลื่อนลำดับ จะดึงดูดการจับจ้องของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ฉันต้องการการจับจ้องของพระองค์!”
เมื่อเห็นจินนาดื่มยารักษา ฟรังก้าช่วยรับมือแนวป้องกัน และถามกลับไป
“มิสเตอร์ฟูลรู้จักนางมารต้นกำเนิดหรือเปล่า?”
“รู้แน่นอน” จินนาตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ร่างอวตารของมิสเตอร์ฟูลเคยติดต่อกับนิกายนางมารหลายครั้ง ย่อมรู้ชัดถึงการมีอยู่ของ ‘นางมารต้นกำเนิด’
ฟรังก้ามองโถงทางเดินซึ่งพังทลายมาถึงเตียงเคลื่อนย้าย แล้วพูดกับจินนาและโรแซน
“พวกเราย้ายไปตรงกลางกันเถอะ เพื่อให้มีเวลามากขึ้น”
การพังทลายของโถงทางเดินทั้งสองด้านเกิดขึ้นในอัตราใกล้เคียงกัน แต่พวกฟรังก้าอยู่ใกล้ด้านหนึ่งอย่างชัดเจน
โดยไม่รอให้จินนาและโรแซนตอบ ฟรังก้าพลันถอนพลังที่ใช้รักษากำแพงน้ำแข็ง แล้ววิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของตัวเองไปยังช่วงกลางของโถงทางเดิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปสิบกว่ายี่สิบเมตร
คนที่วิ่งเร็วกว่าคือโรแซน
หลังจากทั้งสามคนกำหนดตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว จินนาสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาใหม่ เพื่อขัดขวางเหล่าสัตว์ประหลาดทารกที่ไล่ตามมา ส่วนฟรังก้ายังคงแพร่กระจายจุลชีพก่อโรคไปรอบๆ
เธออธิบายอย่างรวบรัด
“ในเมื่อมิสเตอร์ฟูลรู้จักนางมารต้นกำเนิด แดนฝันแห่งนี้ย่อมต้องมีภาพสะท้อนที่สอดคล้องกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ แน่นอน เพียงแต่พวกเรายังไม่ได้ค้นพบ ซึ่งเทพแท้จริงสามารถเข้าสู่เมืองแดนฝันได้ทุกเมื่อ”
“หากฉันเลื่อนลำดับที่นี่ ตัวฉันบนโลกความจริงก็จะเลื่อนลำดับไปด้วย จากประสบการณ์ของพวกเรา ไม่ว่า ‘นางมารต้นกำเนิด’ จะอยู่ในสภาวะใด สถานการณ์จะดีหรือร้าย พระองค์ก็จะหันมาจับจ้องแน่นอน”
“เทพแท้จริงอย่างพระองค์ย่อมค้นพบได้ไม่ยากว่า จิตสำนึกของฉันอยู่ในแดนฝันแท้จริง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่พระองค์จะฉายภาพเข้ามา อาศัยภาพสะท้อนในความฝันของพระองค์ คอยจับจ้องฉันที่กำลังเลื่อนลำดับในส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูกับตาพระองค์เอง”
“แน่นอน…พระองค์คงไม่เสี่ยงถ่อมาถึงที่นี่ ทั้งยังไม่มีแรงจูงใจที่จะช่วยฉัน แต่สำหรับผู้ปกครองโลกในกระจกอย่างพระองค์ เพียงการจับจ้องก็มีโอกาสสูงที่จะเปิดช่องทางระหว่างโลกในกระจกกับมิติปัจจุบัน หรืออาจทำให้อันตรายที่ซ่อนอยู่ในโลกกระจก ถอยร่นไปได้ชั่วคราว!”
“พวกเรายังไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นแบบนั้น…” จินนาหลุดปากออกมา น้ำเสียงทั้งร้อนรนเจือสับสน
สถานที่แห่งนี้คือผลผลิตอันเกิดจากการหลอมรวมกันระหว่าง เงามืดทางใจของผู้ยิ่งใหญ่กับสัญลักษณ์แห่งห้วงลึกของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ อีกทั้งยังมีผู้ยิ่งใหญ่อื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่ส่งเศษเสี้ยวพลังเข้ามา แม้ว่าพวกมันจะถูกกดให้อยู่ในลำดับกลางถึงต่ำ แต่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่อยู่ในสภาวะไม่ดี จะสามารถทำลายการปิดกั้นโลกในกระจกได้เพียงด้วยการจับจ้องจริงหรือ?
“ไม่มีอะไรที่รับประกันความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไม่ลอง ก็ล้มเหลวแน่นอน” ฟรังก้าตอบเร่งคำ
จินนาเงียบลง แล้วกัดริมฝีปาก พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แต่แบบนี้เธอจะออกจากแดนฝันไม่ได้ และถ้าแดนฝันไม่จบลงในเวลาอันควร เธอจะตายไปจริงๆ นะ…”
ฟรังก้าที่กำลังรอให้จุลชีพก่อโรคออกฤทธิ์ ทำได้เพียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดออกมาราวกับขบกรามแน่น
“เรื่องในอนาคตค่อยว่ากันทีหลัง!”
“ถ้าตอนนี้ไม่มีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีอนาคตให้พูดถึงแน่นอน!”
“แต่ว่า…” เสียงของจินนาเริ่มสะอื้นแล้ว
จิตใจของเธอพยายามจะยึดเกาะบางสิ่ง แต่กลับไม่สามารถยึดอะไรได้เลย
ฟรังก้าตัดบทเธอ แสดงสีหน้าซับซ้อนขณะจิกกัดความไร้เดียงสาและเพ้อฝันของตัวเองในอดีต
“หลังจากฆ่าซากศพคืนชีพ จนได้รับตะกอนพลังและวัตถุดิบเสริมมาครบถ้วน แถมยังได้ทราบว่าพิธีกรรมในเมืองแดนฝันจะถูกกดไว้ที่ลำดับ 7… ฉันก็คิดมาตลอดว่า นี่คง…คงเป็นโอกาสที่พระเจ้ามอบให้ฉันกระมัง? เมื่อทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ไม่มีทางออกอื่น มันคือโอกาสให้ฉันได้ก้าวออกมาเยี่ยงวีรบุรุษ ดื่มโอสถ ฝ่าด่านอันตราย ฝืนเลื่อนลำดับสำเร็จ พลิกผันสถานการณ์ ช่วยทุกคน ช่วยโลกใบนี้…”
พูดไปพูดมา สีหน้าของฟรังก้าก็เริ่มจมดิ่ง
เธอมองจินนาอย่างสงบ ก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใส
“และตอนนี้ โอกาสที่ว่ามาถึงแล้ว”
……………………………………………………..