ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 187 คำเตือนของอะซิก
การปรากฏตัวของผู้ส่งสารทำให้ไคลน์ตกตะลึงนานห้า
วินาทีเต็ม ก่อนจะรีบก้มตัวหยิบจดหมายขึ้นมา
…ปัจจุบัน ความทรงจำของมิสเตอร์อะซิกยังฟืนฟูไม่
สมบูรณ์ ส่งผลให้พลังผู้วิเศษถดถอยจากร่างจริงพอสมควร
…แต่การใช้งานผู้ส่งสารระดับนี้ได้ดั่งใจ แปลว่าฝีมือคง
กลับคืนมาหลายส่วนแล้ว อาจถึงขั้นรับมือลำดับ 7 หรือ 6 ได้
ง่ายดาย
ไคลน์กำลังตกตะลึงและอิจฉา มันไม่ได้แกะจดหมายอ่าน
ทันที่ เลือกสอดไว้ในกระเปั๋าเสื้อร่วมกับแผ่นยันต์หลับใหล
รถม้ายังคงเคลื่อนตัวต่อไป
จนกระทั่งชายหนุ่มลงตรงถนนดารารัตน์ มันหันกลับไปมอง
ทางคนขับ และได้พบมิสเตอร์ซีซาร์ยิ้มตอบด้วยสีหน้าผ่อน
คลาย ราวกับไม่ได้ตระหนักว่าเมื่อครู่มีสิ่งผิดปรกติเกิดขึ้นใน
ห้องโดยสาร
ไคลน์กระทบกรามซ้ายเพื่อเปิดเนตรวิญญาณสำรวจอีกฝั่าย
ให้แน่ใจ ก่อนจะผงกศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอบคุณและเดินตรงไป
ยังประตูบ้าน
มันแหงนหน้ามองระเบียงและท่อโลหะบนชั้นสองพลางยืน
ไตร่ตรองสักพัก จากนั้นก็ตัดสินใจรักษามาดสุภาพบุรุษ ไม่คิด
ปีนปั่ายขึ้นไปเยี่ยงหัวขโมย
สำหรับเสื้อผ้าของตนซึ่งเปรอะเปือนคราบสยดสยอง ไคลน์
เตรียมนำติดตัวไปบริษัทหนามทมิฬเพื่อให้มืออาชีพจากกรม
ตำรวจซักล้างแทน คงไม่ดีนักหากเบลล่าและเมลิสซ่าเห็นสิ่ง
เหล่านี้เข้า
ก่อนออกจากบ้านไปทำภารกิจ มันแอบปลดกลอนใหญ่
ประตูหน้าไว้แล้ว
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืน ชายหนุ่มบรรจง
ไขกุญแจด้วยเสียงแผ่วเบาและแทรกตัวผ่านเข้าไปอย่างเงียบ
เชียบ
เมื่อปิดประตูกลับอย่างมิดชิด มันถอนหายใจโล่งอก
จากนั้นก็ย่องขึ้นไปบนชั้นสองโดยระวังไม่ให้ใครตื่น
ขณะหยุดยืนหน้าห้องนอนตัวเอง ไคลน์หยิบไพ่ทาโรต์
ออกมาหนึ่งใบและรูดผ่านช่องว่างข้างประตู เพื่อทำลายล็อกปิด
ตายแบบพิเศษของตัวเอง
หลังจากเข้าไปในห้อง มันรีบลงกลอนและเปลี่ยนชุดนอน
ทันที่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจผ่อนคลายด้วยสีหน้าอิดโรย
…ยังกับหัวขโมย
ไคลน์อมยิ้มพลางส่ายศีรษะ ปืนพกถูกปลดจากซองและ
นำไปไว้ใต้หมอน
หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ มันจุดตะเกียงแก๊สและนั่งลงบน
เก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสือ ซองจดหมายของอะซิกถูกเปิดอ่านอย่าง
ตั้งใจ
“ขอโทษสำหรับการส่งจดหมายในยามวิกาล แต่ต้องเป็น
ตอนนี้เท่านั้น เนื่องจากผมยุ่งวุ่นวายกับการสืบหาอดีตอย่าง
มาก โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์และนักเรียนซึ่งเคยมีสัมพันธ์กัน
มาก่อน การสนทนาเป็นไปอย่างยืดยาวจนกระทั่งดึกดื่น
หลังจากอ่านจดหมายของคุณจบ ตลอดสองวันล่าสุด ผมเริ่ม
เผชิญเหตุการณ์ตามเนื้อความในจดหมาย ตำรวจจำนวนมาก
กระจายกำลังรื้อค้นโรงแรม แถมยังมีใครบางคนลอบเข้ามาใน
ห้องนอนผม …คุณเข้าใจถูกแล้ว ลอบเข้ามาด้วยพลังผู้วิเศษ …
เป็นดังคำบอกเล่าของคุณ พลเรือโทแห่งวายุ คีลิงเกอร์ ชื่อของ
มันถูกพบได้บ่อยในนิยายและหนังสือพิมพ์ กำลังอาละวาดใน
กรุงเบ็คลันด์และฆ่าคนไปจำนวนหนึ่ง จากความทรงจำของผม
เจ้านั่นไม่ได้มีค่าหัวแค่ในโลเอ็น แต่รวมถึงจักรวรรดิฟุซัค
สาธารณรัฐอินทิส และอาณาจักรเฟเนพ็อต”
…ถ้าอย่างนั้น มันมีค่าหัวรวมเท่าไรกันแน่?
ไคลน์นึกสงสัยตามประสาคนเห็นแก่เงิน
แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เพราะอะซิกเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที่
…เอ๋?
…มิสเตอร์อะซิกสนใจคนเลี้ยงแกะ?
…แบบนี้ก็เข้าทาง บางทีอาจร้องขอให้เขาช่วยเหลือได้ไม่
ยาก ช่างบังเอิญเสียจริง
…ไม่สิ อาจไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
เพราะในเมื่อมิสเตอร์อะซิกมีอายุยืนยาวกว่าพันปีและเป็น
ผู้วิเศษขั้นสูง จึงไม่แปลกหากจะเคยต่อสู้กับผู้วิเศษแข็งแกร่ง
จากเกือบทุกเส้นทาง
…ส่วนเรื่องความประทับใจในคนเลี้ยงแกะ ความจริงแล้ว
อาจไม่เฉพาะเส้นทางดังกล่าว แต่คงรวมถึงนักล่าปีศาจ ผู้เจิด
จรัส และผู้พิทักษ์ด้วยเช่นกัน
…ถ้าเช่นนั้น มิสเตอร์อะซิกอาจสนใจสมบัติวิเศษซึ่งมอบ
พลังคล้ายคลึงคนเลี้ยงแกะ สิ่งนี้ต้องกระตุ้นความสนใจเขาได้
แน่ มีโอกาสเป็นไปได้มากทีเดียว
ไคลน์ยังไม่มั่นใจในตอนแรก แต่หลังจากไตร่ตรองอย่าง
ละเอียด มันพบว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง
ชายหนุ่มก้มหน้าลงอ่านจดหมายต่อ
“จากคำอธิบาย ผู้รู้สึกคุ้นเคยกับความสามารถของคน
เลี้ยงแกะ คล้ายเคยพบเห็นกับตามาแล้ว แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี
อาจเป็นหนึ่งในศัตรูสมัยอดีต การหลงลืมเรื่องนี้ทำให้ผม
หงุดหงิดตัวเองมาก เกี่ยวกับพิธีกรรมบูชายัญ ผมสามารถ
ทบทวนความทรงจำในจุดนี้ได้ คงเป็นเพราะผมประทับใจกับ
มันมาก หรือไม่ก็เคยใช้ชีวิตในฐานะนักบวชมาก่อน แต่ผมขอ
เตือนไว้ตรงนี้ พิธีกรรมบูชายัญคือศาสตร์อันตราย คุณไม่ควร
เชื่อใจตัวตนลึกลับหรือเทพนอกรีตมากนัก พวกมันปราศจาก
ศีลธรรมของมนุษย์ปรกติ สรุปโดยสั้น คุณต้องเข้าใจเจตนาของ
อีกฝั่ายอย่างถ่องแท้เสียก่อน บรรดาเทพนอกรีตหรือปีศาจชั่ว
ร้ายมักสวมหน้ากากคนดีในช่วงแรกเพื่อให้เหยื่อตายใจ ตาม
ความเห็นของผม คุณไม่ควรบูชายัญสิ่งใดกับตัวตนนิรนาม
ทั้งสิ้น มิฉะนั้นแล้ว เครื่องสังเวยหลักจะกลายเป็นดวงวิญญาณ
ของคุณเสียเอง”
…หรือก็คือ มิสเตอร์อะซิกกำลังเตือนเราว่า เทพนอกรีต
และตัวตนลึกลับสามารถจำแลงกายเป็นบุคคลน่าเชื่อถือมา
หลอกเหยื่อ
…ฟังดูเหมือนโลกอินเทอร์เน็ตพิกล ภายนอกใช้รูปภาพ
สาวน้อยน่ารัก แต่ตัวจริงหลังคีย์บอร์ดกลับเป็นไอ้อ้วนเหม็น
เปรี้ยว
หรือแม้กระทั่งการนัดพบแบบออฟไลน์ก็ไม่สามารถยืนยัน
ได้ 100% มีบ่อยครั้งกับข่าวชายแต่งหญิงเพื่อหลอกลวงเหยื่อ
ไคลน์มิได้ใส่ใจคำเตือนมิสเตอร์อะซิกสักเท่าไร ไม่ใช่เพราะ
มันอวดเก่ง แต่พิธีกรรมบูชายัญคราวนี้มีเปั้าหมายเป็นตัวเอง
ข้อความถัดมาบนจดหมายเป็นการย้ำเตือนยาวเหยียด
หลายบรรทัด
…มิสเตอร์อะซิกเป็นห่วงเรามาก
จนกระทั่งเข้าประเด็นหลัก
“ก่อนอื่น ให้กำหนดทิศทางของพิธีกรรมโดยการเลือก
สัญลักษณ์แทนเทพนอกรีตหรือตัวตนปริศนาซึ่งเป็นเปั้าหมาย
ส่งมอบสิ่งสังเวย พยายามใช้สมุนไพรและวัตถุดิบให้สอดคล้อง
กับขอบเขตพลังของ ‘ท่าน’ แน่นอนว่าควรเตรียมการไว้
ล่วงหน้า เช่นบรรดาน้ำมันสกัด ผงสมุนไพรบดละเอียด รวมถึง
สารส่งกลิ่น”
…สัญลักษณ์?
ไคลน์พลันชะงัก เพราะมันไม่ทราบเลยว่า ‘เดอะฟูลจาก
ต่างยุคสมัย’ ต้องใช้สัญลักษณ์แบบใดในการประกอบพิธี
ขณะกำลังครุ่นคิด ทันใดนั้น ชายหนุ่มเริ่มตระหนักถึง
สัญลักษณ์หลังเก้าอี้ประธานชุมนุมไพ่ทาโรต์
เนตรไร้นัยน์ตา สัญลักษณ์แทนความลับ และเส้นบิดเกลียว
คล้ายดีเอ็นเอ สัญลักษณ์แทนการเปลี่ยนแปลง
…นั่นคงเป็นสัญลักษณ์ของเรา ไม่สิ ระบุให้ชัดคือ
สัญลักษณ์ของเราบนมิติสายหมอก ถ้าเป็นแบบนั้นก็ง่าย
ขอบเขตพลังของเดอะฟูลต้องประกอบด้วย ความลับ การ
เปลี่ยนแปลง และโชคชะตา
…แต่ไม่ควรมั่นใจเกินตัว ต้องทดสอบให้แน่ชัดเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ถึงจะวาดสัญลักษณ์ผิด แต่หากท่องคาถาถึงเดอะ
ฟูลได้ถูกต้อง ปลายทางคงไม่มุ่งไปหาตัวตนอื่นแน่ เลวร้ายสุด
คือพิธีกรรมล้มเหลว
…เรามั่นใจในเรื่องนี้
ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิดพลางลูบแผ่นกระดาษแผ่วเบา สายตา
จดจ่อกับรายละเอียดบนจดหมาย
“ประการถัดมา คุณต้องศึกษาให้แน่ใจว่า ตัวตนลึกลับ
หรือเทพนอกรีตปลายทาง พร้อมรับเครื่องสังเวยในวันเวลา
ใดบ้าง จากนั้นให้ดำเนินพิธีกรรมตามปรกติ จนกระทั่งคุณท่อง
คาถาเอ่ยนามเปั้าหมาย สามารถใช้ภาษาโบราณชนิดใดก็ได้ ไม่
ว่าจะเป็นคนยักษ์ มังกร เอลฟ หรือเฮอร์มิสโบราณ แต่ต้องไม่
ลืมว่า หากเลือกใช้ภาษาใด ก็ต้องสังเวยพลังธรรมชาติให้
สอดคล้องกัน จึงจะติดต่อกับตัวตนเปั้าหมายได้โดยตรง
สามารถออกแบบคาถาได้อย่างอิสระ แต่ต้องมีคำสำคัญดังนี้
ภาวนา.แจ้งให้ทราบ.ถวาย.อาณาจักร.ประตู.และเปิด.สุดท้าย
คุณต้องใช้วัตถุดิบซึ่งมีพลังวิญญาณบรรจุอยู่จำนวนหนึ่ง
สำหรับสร้างการเชื่อมต่อไปยังตัวตนปลายทาง ร่วมกับพลัง
ธรรมชาติจากขั้นตอนก่อนหน้า หากผ่านไปด้วยดี อุโมงค์มิติ
เชื่อมต่อกับบานประตูอาณาจักรปลายทางจะถูกสร้างขึ้น และ
ถ้าอีกฝั่ายสนใจเครื่องสังเวย พิธีกรรมบูชายัญของคุณก็จะเสร็จ
สมบูรณ์ มาถึงตรงนี้ หมดงานของคุณแล้ว หากอีกฝั่ายเกิด
ความสนใจ ‘ท่าน’ จะยอมเปิดประตูอาณาจักรของตัวเองให้
และอุโมงค์วิญญาณสองฝังจะถูกเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์ แน่นอน
การทำเช่นนี้มักนำมาซึ่งภัยอันตราย เจ็ดเทพหลักจึงแทบไม่เคย
เปิดประตูอาณาจักรฝังตัวเองให้ใคร มีเพียงเทพนอกรีตชั่วร้าย
เท่านั้น พวกมันทำไปโดยมีจุดประสงค์บางประการแอบแฝง
เสมอ”
…วัตถุดิบแฝงพลังวิญญาณมีราคาสูงลิบ
…ชักสงสัยว่า การท่องคาถาเพียงอย่างเดียวจะช่วยเปิด
อุโมงค์สังเวยได้ไหม มันน่าจะเหมือนกับพิธีกรรมอัญเชิญตัวเอง
ไม่ใช่หรือ?
…บางทีมิติสายหมอกอาจช่วยสร้างทางลัด
…เราต้องทดลองประกอบพิธีแบบไม่ใช้วัตถุดิบวิญญาณ
ดูก่อน หากล้มเหลวค่อยไปหาซื้อมาทดสอบ
…ถึงกับต้องใช้วัตถุดิบวิเศษไหม?
…คงไม่กระมัง ขอเพียงมีพลังวิญญาณแฝงอยู่สักเล็กน้อย
ก็พอ
ไคลน์หวนนึกถึง 300 ปอนด์ในบัญชีลับ รวมถึงเงินเก็บ
ส่วนตัวอีกสิบกว่าปอนด์
วัตถุดิบวิเศษไม่เหมือนวัตถุดิบแฝงพลังวิญญาณ ตัวอย่าง
ชัดเจนคือกรณีของยูเก็น หัวใจผลึกใสถือเป็นวัตถุดิบวิเศษ ส่วน
เกล็ดสีดำคือวัตถุดิบวิญญาณ
หลังอ่านจดหมายของอะซิกจบ ไคลน์เสียดสีพลังวิญญาณ
เพื่อเผากระดาษทิ้งและโยนลงถังขยะข้างโต๊ะ
วันนี้ดึกมากแล้ว ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องร้อนวิชาทดลอง
ทันที่ มันเตรียมจดบันทึกทุกขั้นตอนรวมถึงวางแผนอย่าง
ละเอียดล่วงหน้า ก่อนลงมือทดสอบในหนแรก
ไคลน์ตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเองมาสักพักใหญ่แล้ว ตน
จะสุขุมเยือกเย็นหากเตรียมตัวเผชิญเหตุการณ์ล่วงหน้า แต่ถ้า
เกิดสิ่งไม่คาดฝันกลางคัน แผนใหม่จะฉุกละหุกและไม่รอบคอบ
มักมองเห็นแต่ด้านสำเร็จ และมองข้ามช่องโหว่ร้ายแรงอยู่เสมอ
…สรุปโดยสั้นคือ หากทำอะไรโดยไม่เตรียมตัวล่วงหน้าให้
รอบคอบตั้งแต่ต้น สักวันจะกลายเป็นการรนหาความตายให้
ตัวเอง
ไคลน์นำฝั่ามือปิดครึ่งใบหน้า
…
วันถัดมา หลังจากดันน์·สมิทติดต่อกับทูตพิพากษาและ
จิตแห่งจักรกล มันเริ่มแจกจ่ายภารกิจให้กับสมาชิกภายในทีม
ไคลน์เองก็มีภารกิจ งานของมันคือการสืบสวนหาว่าใครเคย
ติดต่อกับลาเนวุสบ้าง แต่ไคลน์เสนอว่า เพื่อรักษาความลับ
เหยี่ยวราตรี ตนไม่ควรย้อนกลับไปสืบสวนคนรู้จัก
ในช่วงบ่าย มันยังคงเรียนศิลปการต่อสู้กับครูฝึกกาเวนเช่น
เคย เพราะดันน์ไม่ได้จัดแจงให้ไคลน์เป็นหัวหน้าทีมสืบสวน
…
ณ กรุงเบ็คลันด์ เขตฮิลสตัน ภายในอาคารหลังใหญ่ซึ่งมี
คอกม้าและสวนดอกไม้
คีลิงเกอร์อยู่กับคางใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ของมัน นัยน์ตา
เขียวเข้มจ้องมองไปยังชายไม่ได้สติตรงหน้า ก่อนจะถอดชุดอีก
ฝั่ายออกและนำมาสวมแทน
จากนั้นเป็นการเดินไปแต่งตัวหน้ากระจกอย่างไม่รีบร้อน
ภาพในกระจกเงาส่องสะท้อนถุงมือข้างซ้ายซึ่งกำลังยุบพองชวน
สยอง ฉากหลังเต็มไปด้วยเส้นบิดเบี้ยวจำนวนมาก
ไม่กี่วินาทีถัดมา คีลิงเกอร์มองเห็นม่านแสงแผ่นบางห่อหุ้ม
ร่างกายมันไว้ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอันน่าเหลือเชื่อของ
กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และกระดูก
จนกระทั่งกระบวนการสิ้นสุดลง คีลิงเกอร์มีรูปโฉมเหมือน
ชายเสียสติคนเมื่อครู่ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงหรือ
ใบหน้า