ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 221 ชุมนุมทาโรต์ยกระดับ
เรือโทสะสีครามเปรียบดั่งใบไม้บนผิวน้ำ มันรักษาความ
สงบนิ่งท่ามกลางระลอกคลื่นซัดสาดของทะเลโซเนียร์ไว้ได้
มั่นคง
บางคราวลำเรือถูกยกสูงจากยอดคลื่น บางคราวลำเรือถูก
กดต่ำจากท้องคลื่น แต่ก็ไม่เคยปรากฏสัญญาณอันตรายใกล้
คว่ำแม้แต่หนเดียว
อัลเจอร์·วิลสันกำลังยืนใจกลางห้องกัปตัน ขณะหันหลัง
ให้ตู้แช่ไวน์ขาวแดง มันตัดสินใจเดินเวียนวนไปมาอย่างกระวน
กระวาย
ท้ายสุดมันขบกรามแน่นพลางเดินกลับมายืนข้างโต๊ะทำงาน
ทำจากไม้มะฮอกกานีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
อัลเจอร์กวาดเครื่องวัดระยะทางสำริดออกจากโต๊ะ ควาน
หากระดาษและปากกา ตามด้วยการเอนตัวไปด้านหน้า ก้ม
ศีรษะวาดสัญลักษณ์ตามภาพฉายของเดอะฟูล
ด้วยความทรงจำของนักเดินเรือ มันจดจำพิธีกรรมสังเวย
ส่วนแรกได้ละเอียดแม่นยำ
ก่อนอื่น อัลเจอร์เปิดลิ้นชักและหยิบเทียนไขสองเล่ม ตาม
ด้วยการสร้างแท่นบูชาตามหลักพิธีกรรมคู่ขนาน เทียนไขเล่ม
ดังกล่าวถูกวางไว้บนกระดาษสัญลักษณ์เนตรไร้ม่านตาและเส้น
บิดเป็นเกลียว แทนตัวตนของเดอะฟูล ส่วนเทียนอีกเล่มวาง
กึ่งกลางแท่นบูชา แทนตัวตนผู้มอบสิ่งของสังเวย
หลังจากเก็บกวาดสิ่งของไม่จำเป็นออกจากผิวโต๊ะ อัลเจอร์
ทำการเสกน้ำสะอาดด้วยฝั่ามือซ้ายและขัดถูแท่นบูชาจนหมด
จด จากนั้นก็ใช้มีดเงินสำหรับพิธีกรรม สร้างม่านกำแพง
วิญญาณล้อมรอบโต๊ะทำงานไว้
เมื่อจัดเตรียมทุกสิ่งเสร็จสรรพ มันใช้พลังวิญญาณจุดเทียน
ไขสองเล่ม ตามด้วยการก้าวถอยหลังท่ามกลางแสงไฟสลัว
ขณะลมหายใจถูกอัดเต็มปอด อัลเจอร์ก้มศีรษะลงพลาง
ท่องเป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณ
……
เสียงสวดภาวนาภาษาโบราณดังก้องกำแพงวิญญาณ
กระตุ้นให้เกิดสายลมธรรมชาติหมุนวนเป็นเกลียวอย่างเกรี้ยว
กราด
เฮอร์มิสโบราณคือภาษาพิธีกรรมเก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นโดย
ฝีมือผู้วิเศษเผ่ามนุษย์ เต็มไปด้วยปริศนามากมายในตัวเอง
ขณะเดียวกันก็มีระดับความปลอดภัยต่ำมาก การพูดส่งเดชอาจ
นำพาอันตรายร้ายแรงมาสู่ตัว
ผิวหนังเริ่มเกิดความเจ็บปวดคล้ายถูกคมมีดกรีดเฉือน ขณะ
กัดฟันอดทน อัลเจอร์รีบล้วงหยิบขวดแก้วสีน้ำตามเข้มจาก
กระเปั๋า ตามด้วยการหมุนเปิดฝาและเทวัตถุลักษณะคล้ายเม็ด
งาจำนวนมากออกมา
เม็ดหยาบเหล่านี้หมุนเป็นเกลียวขึ้นไปในอากาศด้วยอำนาจ
แรงลม ผิวของมันสะท้อนแสงเทียนจนส่องประกายคล้ายโลหะ
แวววาว มอบความงดงามเหนือคำบรรยาย
อัลเจอร์โปรยเม็ดหยาบให้กระจัดกระจายไปกับสายลม
ท่ามกลางกำแพงวิญญาณ
ฟั้าวว!
ลมกระโชกรุนแรงหนักหน่วง แต่ลดความเกรี้ยวกราดลง
จากตอนแรกมาก สายลมเริ่มถูกย้อมเป็นสีดำและเงินอย่างเท่า
เทียม
ระหว่างกระบวนการสองสายลมผสมผสานกลายเป็นสีเดียว
กลมกลืน ตามด้วยการหลั่งไหลเข้าไปในเทียนไขแทนตัวเดอะ
ฟูล
เพียงไม่นาน พลังวิญญาณเข้มข้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปทรง ห้วง
มิติในจุดดังกล่าวถูกฉีกขาดและเปิดกว้าง เกิดเป็นประตูมายา
ขนาดปกติหนึ่งบาน ผิวประตูสลักสัญลักษณ์เดียวกับบน
กระดาษทุกประการ
ในเวลาเดียวกัน ไคลน์เริ่มเห็นเค้าโครงบานประตูพร่ามัวก่อ
ตัวด้านหลังเก้าอี้พนักสูงของตน มันสัมผัสถึงพลังวิญญาณ
จำนวนหนึ่งกำลังกระเพื่อมไปทั่วมิติลึกลับ
‘ได้ผลสินะ’
เมื่อสัญชาตญาณไคลน์บ่งบอกว่าถึงเวลาอันเหมาะสม มัน
ทำการถ่ายพลังวิญญาณตัวเองเข้าไปยังใจกลางความวุ่นวาย
ตอบรับการก่อตัวของบานประตู
แอ้ด~
เกิดเป็นเสียงค่อย บานประตูลักษณะพร่ามัวเริ่มเปิดออก
อย่างเชื่องช้า
ตัดกลับไปทางห้องกัปตันเรือ บานประตูมายาจากพลังสาย
ลมและแสงเทียนตรงหน้าอัลเจอร์ กำลังเปิดออกอย่างเชื่องช้า
ไม่ต่างกัน ด้านในมีเพียงความมืดสนิทพร้อมกับเงารางสีดำ
จำนวนมากในลักษณะเกือบล่องหน รวมถึงริ้วแสงสีสันเจิดจ้า
สง่างาม อัดแน่นด้วยมวลความรู้มหาศาล
เหนือภาพเหล่านี้คือพระราชวังโบราณรายล้อมด้วยหมอกสี
เทา ประหนึ่งดินแดนเทพสำหรับเฝั้ามองความเป็นไปของโลก
การเห็นฉากตรงหน้าเต็มสองตา ร่างกายอัลเจอร์เกิดการสั่นเทา
อย่างหยุดไม่อยู่ สองอารมณ์กำลังขัดแย้งรุนแรงในห้วงจิต ทั้ง
ความหวาดกลัวจากก้นบึ้งยากลบเลือน และความตื่นเต้นชนิดมิ
อาจอธิบายเป็นถ้อยคำ
มันรีบหยิบต่อมใต้สมองของซาลามันเดอร์สีรุ้งออกมาถือสิ่ง
นี้ถูกเตรียมไว้นานแล้ว
อัลเจอร์ประคองด้วยสองมืออย่างระมัดระวังศีรษะก้มต่ำลง
นอบน้อม ตามด้วยการยื่นวัตถุผิวนิ่มและเปลี่ยนสีตลอดเวลา
ผ่านวงกบประตูมายาเข้าไป
ทันใดนั้น อัลเจอร์สัมผัสถึงแรงดูดลึกลับพร้อมกับน้ำหนัก
บนฝั่ามือเบาลง เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า เหตุการณ์
เกิดขึ้นและจบลงเพียงเสี้ยวลมหายใจ อาการเหน็บชาจาก
ผิวสัมผัสของต่อมใต้สมองซาลามันเดอร์สีรุ้งไม่หลงเหลืออีก
ต่อไป
มันก้มหน้าเช่นนั้นเป็นเวลานาน ไม่มีความกล้ามากพอจะ
เงยศีรษะจ้องมองอีกฝั่าย จนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชา
ของมิสเตอร์ฟูลดังกังวานในโสตประสาท
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ ผู้ศรัทธาของ
ท่าน ขอภาวนาให้ท่านรับฟังคำขอร้อง ผู้ศรัทธาของท่าน ขอ
ภาวนาให้ท่านรับเครื่องเซ่นสังเวย ผู้ศรัทธาของท่าน ขอภาวนา
ให้ท่านเปิดประตูสู่อาณาจักร ทำได้ดี”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งขอรับ”
อัลเจอร์รีบขานตอบ
เมื่อเงยศีรษะขึ้นอีกครั้ง บานประตูมายาจากสายลมและ
แสงเทียน หายไปอย่างสมบูรณ์ราวกับเป็นเรื่องโกหก พายุ
รอบตัวสงบลง สีเปลวเทียนกลับเป็นปกติ
หลังดับเทียนด้วยวิธีปกติแล้ว อัลเจอร์นั่งลงบนเก้าอี้กัปตัน
ด้วยสีหน้าแววตาสับสน หลากหลายอารมณ์กำลังถาโถมสมอง
มันพึมพำในใจ
‘ในตอนแรกท่านสามารถดึงกายจิตของมนุษย์ขึ้นไปบน
มิติสายหมอก ถัดมาสักพัก ท่านอนุญาตให้สมาชิกแจ้งข้อความ
ด้วยการสวดภาวนา ขณะเดียวกันก็สามารถตอบกลับได้ทุกเมื่อ
มาถึงตอนนี้ ท่านสำเร็จพิธีกรรมสังเวย ท่านกำลังฟืนคืนพลังที
ละนิด เข้าใกล้การหลุดพ้นจากพันธนาการมากขึ้น แล้วท่านจะ
ลงมาบนโลกมนุษย์ในสักวัน’
สมมติฐานหรือการคาดเดาดังกล่าว ได้ทำให้หัวใจอัลเจอร์
เกิดความกระวนกระวายสถานหนัก ขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจ
ในปริมาณเท่าเทียม
‘อย่างน้อยเราคือหนึ่งในสมาชิกชุมนุมไพ่ทาโรต์ แถมยัง
เป็นสมาชิกยุคบุกเบิก’
มันถอนหายใจยาว
…….
ท่ามกลางพระราชวังโอ่อ่าเหนือห้วงมิติสายหมอกเทา
ไคลน์กำลังนั่งเล่นต่อมใต้สมองของซาลามันเดอร์สีรุ้งในมือ
แสงหลากสีสันส่องสะท้อนบนใบหน้าชายหนุ่มพลางสลับไป
เรื่อยๆ
ฝั่ามือเกิดอาการเหน็บชาแผ่วเบา ในใจกำลังอิ่มเอมกับ
ความสำเร็จครั้งใหญ่ ใบหน้าเผยรอยยิ้มแห่งความสุขอย่าง
แท้จริง
‘ในอนาคต ชุมนุมไพ่ทาโรต์จะยิ่งมหัศจรรย์กว่านี้หลาย
เท่า!’
หลังจากไตร่ตรองสถานการณ์อย่างถี่ถ้วน ไคลน์แผ่พลัง
วิญญาณเข้าไปในดาวแดงตัวแทนมิสจัสติส
หลังจากจิตถูกส่งกลับมายังห้องนอน เด็กสาวมิอาจสงบใจ
นั่งนิ่งตรงขอบเตียง เธอเปิดอ่านหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าอย่าง
กระสับกระส่าย จับใจความตัวอักษรไม่ได้สักนิด ก่อนตัดสินใจ
เดินไปนั่งหน้ากระจกเงาเพื่อสงบสติ แต่แววตากลับเอาแต่เหม่อ
ลอยไม่จดจ่อ
เธอตั้งตารอคอยความสำเร็จจากพิธีกรรมสังเวยของแฮง
แมน ขณะเดียวกันก็แอบกังวลว่าผลลัพธ์จะออกมาล้มเหลว
‘จักรพรรดิโรซายล์เคยกล่าวว่า ภายใต้ทุกสถานการณ์
สำคัญ มนุษย์ต้องใจเย็นและคุมสติให้มั่นคงเสมอ ออเดรย์ เธอ
จะเป็นแบบนี้ไม่ได้! สูดลมหายใจเข้าไว้! หรือเราควรหยอกล้อ
สุนัขเพื่อสงบจิต แต่แบบนั้นคงไม่ดีแน่ ซูซีสามารถพูดและคิดได้
เหมือนมนุษย์ เธอเองก็มีศักดิ์ศรีคงเล่นสนุกเหมือนในอดีตไม่ได้
แล้ว’
ความคิดออเดรย์กำลังล่องลอยไร้จุดหมาย เด็กสาวเกร็งมือ
บีบตุ๊กตาแต่งกายหรูหราไว้แน่นขนัดโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ ม่านหมอกสีเทาหนาทึบ
ปรากฏตรงหน้าเธอในลักษณะกะทันหัน ท่ามกลางความพร่ามัว
ออเดรย์มองเห็นเก้าอี้โบราณเด่นตระหง่านไกลออกไป
บุคคลบนเก้าอี้ เดอะฟูล กล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“มิสจัสติส การทดลองประสบผลสำเร็จ เจ้าเตรียมวัตถุ
วิญญาณเอาไว้หรือยัง”
‘เจ๋ง! สมกับเป็นมิสเตอร์ฟูล!’
ออเดรย์หลงลืมชั่วขณะว่าผู้ทดลองพิธีกรรมตัวจริงคือแฮง
แมน เธอพยายามข่มอาการตื่นเต้นด้วยพลังผู้ชม
“ค่ะ! ดิฉันเตรียมไว้ข้างกายตลอดเวลา”
บ้านของเธอมีสิ่งของแบบนี้มากมาย เพียงแต่ในช่วงแรก
ก่อนเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ เด็กสาวไม่ทราบว่าสิ่งใดคือวัตถุ
วิญญาณบ้าง แต่เมื่อลองรื้อค้นคลังสมบัติของตระกูล ออเดรย์
ได้พบกับน้ำมันสกัดหลากหลายชนิด
ไคลน์ผงกศีรษะแผ่วเบา
“พร้อมประกอบพิธีกรรมหรือยัง แต่รอบตัวเจ้าต้องไม่มี
ผู้วิเศษคนอื่นคอยจับตามอง”
‘เอ่อ…สุนัขวิเศษนับไหมคะ’
ออเดรย์ชำเลืองมองประตูห้องปิดสนิท หลังจากชั่งน้ำหนัก
อย่างถี่ถ้วน เธอตัดสินใจเอาเองโดยอิงจากสามัญสำนึกเป็นหลัก
“กระทำได้ทันทีค่ะ!”
ไคลน์ทำท่ารับทราบ
“ขั้นตอนพิธีกรรมตรงตามคำอธิบายของพิธีกรรมสังเวย
ทุกประการ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนบทสวดภาวนาเล็กน้อย ผู้
ศรัทธาของท่าน ขอภาวนาให้ท่านรับฟังคำขอร้อง ผู้ศรัทธาของ
ท่าน ขอภาวนาให้ท่านเปิดประตูสู่อาณาจักร ผู้ศรัทธาของท่าน
ขอภาวนาพลัง จงอย่าลืม ต้องประกอบพิธีกรรมแบบคู่ขนาน
เท่านั้น”
ออเดรย์ครุ่นคิดสักพักก่อนพยักหน้ารับ เธอตัดสินใจเริ่ม
พิธีกรรมทันทีโดยไม่รีรอ
…….
ทุกสิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งบานประตูมายาเปิด
ออก ฉากด้านในปรากฏให้เห็นความระยิบระยับอลังการยิ่งกว่า
ดวงดาวบนผืนนภายามราตรี ออเดรย์รู้สึกลุ่มหลงเคลิบเคลิ้มไป
กับภาพตรงหน้า ทั้งกายใจและเกิดความสั่นเทิ้มอย่างล้นปรี่
สิ่งนี้คือโลกเร้นลับ และเธอก็ปรารถนามันมาตลอด
‘ความรู้สึกแบบนี้แหละ!’
เด็กสาวสรรเสริญเดอะฟูลจากก้นบึ้ง
สำหรับเทพธิดา เธอศรัทธา
แต่สำหรับเดอะฟูล เธอเคารพบูชายิ่งชีพ
ออเดรย์แบ่งแยกลำดับความสำคัญของเทพแต่ละองค์ในใจ
ทันใดนั้น เด็กสาวแสดงสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้พบบางสิ่ง
ถูกวางไว้เหนือ ‘แท่นบูชา’ มันคือวัตถุผิวนุ่มหลากสีสันสลับ
ไปมา
“ต่อมใต้สมองของซาลามันเดอร์สีรุ้ง!”
ออเดรย์โพล่งอย่างตื่นเต้น ดวงตาส่องประกายระยิบระยับ
ภายในใจเกิดความปรารถนาจะเดินเข้าไปหยิบ
แต่มารยาทของชนชั้นสูงช่วยระงับพฤติกรรมหยาบคาย
เช่นนั้นไว้ เด็กสาวแสดงการคำนับมิสเตอร์ฟูลอย่างนอบน้อมอีก
ครั้ง
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมรับมอบ ออเดรย์อดใจไม่ไหวอีก
ต่อไป เธอเดินตรงไปหยิบวัตถุดิบวิเศษหลากสีขึ้นมาพิจารณา
อย่างมีความสุขหนแล้วหนเล่า
‘ชุมนุมไพ่ทาโรต์ของเราแตกต่างจากองค์กรลับใด
ทั้งหมด!’
ออเดรย์เกิดความรู้สึกเหนือกว่า
ถัดมา เธอชำเลืองไปทางประตู กังวลว่าสุนัขซูซีอาจเปิด
ประตูพรวดเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มเสียง
ภายในห้องนอน เด็กสาวตั้งใจปรุงโอสถด้วยสมาธิจดจ่อ
มากกว่าปกติ ของเหลวในหม้อจะนำพาเธอไปสู่การเลื่อนลำดับ
พลังขึ้นอีกหนึ่งขั้น
ไม่กี่นาทีถัดมา ในมือเด็กสาวถือขวดบรรจุของเหลวหลาก
สีสันสลับไปมา ใครได้เห็นเป็นต้องหลงใหลกันถ้วนหน้า
ออเดรย์ยกซดโอสถนักอ่านใจเข้าไปรวดเดียวหมดขวด
จากนั้นก็เผชิญกระบวนการหลอมรวมเข้ากับพลังพิเศษ วัตถุดิบ
แต่ละชนิดแผ่พลังวิญญาณอันเข้มข้นของมันโจมตีผู้บุกรุกหน้า
ใหม่ แต่สุดท้ายลงเอยด้วยผลสำเร็จลุล่วง
หลังจากพิจารณาวิวทิวทัศน์รอบตัว ภาพการมองเห็นของ
เด็กสาวคมชัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงการยกระดับพลัง
สังเกตด้านอื่น เธอรีบเข้าฌานตามความเคยชินเพื่อมิให้พลัง
วิญญาณใหม่ไหลซึมออกจากร่าง
เมื่อพลังลำดับ 8 เริ่มเสถียร เด็กสาวเดินไปเปิดประตูห้อง
และปล่อยให้สุนัขโกลเดนรีทรีฟเวอร์ขนฟูเดินเข้ามา
ใบหน้าซูซีปรากฏความฉงนชัดเจน
“เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะ”
สุนัขตัวเมียไม่ปิดบังความสงสัย
ออเดรย์อมยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ออตโต
มัน* พร้อมกับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
(เก้าอี้นวม ไม่มีพนักพิง ไม่มีที่วางแขน)
“ซูซี ฉันควรทำอย่างไร จึงจะบอกใบ้ให้ซิลและฟอร์สท
ราบบางสิ่งโดยไม่เปิดเผยตัวเอง รวมถึงวิธีทำให้พวกเธอสนใจสิ่ง
นั้น”
หลังจากจบประโยค เด็กสาวเริ่มคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับ
ภารกิจมอบหมายจากเดอะฟูล
สายตาจ้องมองไปทางซูซีอย่างคาดหวัง ในเวลาเดียวกัน
สุนัขตัวเมียก็แหงนมองกลับ
หนึ่งมนุษย์ หนึ่งสุนัข กำลังช่วยกันระดมสมองหาวิธีแก้ไข
ปัญหาอย่างเคร่งเครียด
…….
หลังจากบรรลุเปั้ามหาย ไคลน์ส่งตัวเองกลับมายังโลกความ
จริงและงีบหลับไปหนึ่งชั่วโมงกว่า จากนั้นก็รีบออกจากบ้าน
เพื่อไปจับจ่ายซื้อของ
หมดเงินราวหนึ่งปอนด์ แลกมากับแว่นตากรอบทอง วิกผม
และหนวดปลอมหลากหลายรูปทรง ทั้งหมดใช้วิธีติดกาว ส่งผล
ให้สามารถกระชากหลุดได้ด้วยมือ
สิ่งเหล่านี้คืออุปกรณ์ปลอมตัวค่อนข้างจำเป็นกับแผนการ
ในอนาคตอันใกล้
ก่อนมื้อค่ำ ชายหนุ่มเดินทางไปยังเขตตะวันออก ย่าน
อันตรายและมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของเมือง
จากนั้นก็เช่าหอพักขนาดหนึ่งห้องนอนในราคาสี่ซูล สามเพนนี
ต่อสัปดาห์ ก้อนแรกต้องจ่ายล่วงหน้าสองสัปดาห์ เป็นเงินรวม
สิบเจ็ดซูล
เมื่อเสร็จสิ้นการเตรียมตัวพื้นฐานสำหรับดำรงชีวิตภายใน
กรุงเบ็คลันด์เป็นอันเรียบร้อย
ไม่เพียงเท่านั้นเขตตะวันออกยังสร้าง ‘ความประทับใจ’
ให้ไคลน์ไม่น้อย เกือบทุกถนนในย่านนี้มีลักษณะคล้ายคลึงถนน
สายล่างของเมืองทิงเก็น แตกต่างกันตรง ขนาดของเขต
ตะวันออกนั้นกว้างใหญ่กว่าหลายเท่า
ชาวเมืองละแวกดังกล่าวสวมชุดเก่า แต่ไม่ถึงกับสกปรก
หรือขาดรุ่งริ่ง มีหลายรายสวมชุดมอมแมม ผิวหนังซีดเซียว
โครงร่างผอมแห้งคล้ายกับไม่มีแรง คงไม่น่าแปลกใจหากจะมี
ใครสักคนอาละวาดบ้าคลั่งเนื่องจากหิวโซ ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม
อันธพาลจึงเพ่นพ่านไปทั่วเขตตะวันออกเพื่อหาผลประโยชน์ใส่
ตัว
หลังจากกลับถึงเขตเชอร์วู้ด ไคลน์รู้สึกเหมือนกับหลุดพ้น
จากขุมนรกและย่างกรายเข้าสู่แดนสวรรค์
ในช่วงสองวันถัดไปมันมีแผนทดสอบการสร้างยันต์ผ่านพลัง
วิญญาณและพิธีกรรมเวทมนตร์
……..
ผ่านมาแล้วหลายวันในเบ็คลันด์ ไคลน์มิได้สวดภาวนาถึง
เทพธิดารัตติกาลเลยสักครั้ง มันกำลังรอให้โฆษณาของ
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเริ่มผลิดอกออกผล
จนกระทั่งเช้าวันพฤหัสบดี
เสียงกริ่งของบ้านดังขึ้นเป็นครั้งแรก