ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 30 เริ่มต้นใหม่
บ้านเลขที่ 2 4 และ 6 บนถนนดารารัตน์คือบ้านแถวสาม
หลังตัดกัน หลังคาเป็นทรงปันหยาหลายเหลี่ยม ภายนอกถูกทา
ด้วยสีเทาอมฟั้า ปล่องไฟสามปล่องเรียงรายบ้านละหนึ่งหลัง
แน่นอน บ้านแถวย่อมไม่มีลานหญ้า สวนดอกไม้ หรือ
เฉลียงหน้าบ้าน ประตูทางเข้าอยู่ติดกับทางเดินริมถนน
สกาเตอร์แห่งสำนักงานจัดหาบ้านสาขาทิงเก็นหยิบพวง
กุญแจออกมาไขประตูหน้า ก่อนจะอธิบายเสริม
“บ้านแถวของพวกเราจะไม่มีโถงใหญ่ไว้สำหรับรับแขก
เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกับห้องนั่งเล่นทันที่ แต่บริเวณ
ด้านหน้าจะมีมุขหน้าต่าง[1]สำหรับรับแสง ความสว่างภายใน
บ้านจึงพอเหมาะ”
ไคลน์ เบ็นสัน และเมลิสซ่าเปิดประตูเข้าไปพบกับโซฟาผ้า
ที่กำลังถูกแสงแดดสีทองสาดทอด และแน่นอน ภายในบ้าน
กว้างขวางกว่าหอพักสองห้องนอนเดิมของพวกมันมาก
“ห้องนั่งเล่นสามารถใช้แทนห้องรับแขกได้ ขวามือเป็น
ห้องทานอาหาร ส่วนซ้ายมือเป็นเตาผิงที่จะช่วยปรับอุณหภูมิใน
ฤดูหนาว”
สกาเตอร์อธิบายคล่องแคล่ว
ไคลน์กวาดสายตามองแล้วพบว่า บ้านหลังนี้มี
สถาปัตยกรรมภายในที่เรียบง่ายและโปร่งโล่ง ห้องทานอาหาร
กับห้องนั่งเล่นไม่มีฉากกั้นแบ่ง และค่อนข้างห่างกับมุขหน้าต่าง
ส่งผลให้แสงส่องไม่ถึงโต๊ะทานอาหารจะเป็นเวลากลางวัน
เก้าอี้ไม้เนื้อแข็งจำนวนหกตัวถูกวางเรียงรอบโต๊ะไม้สีแดง
ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มันคือโต๊ะสำหรับทานอาหาร ส่วนเตาผิงฝัง
ซ้ายมือมีลักษณะเหมือนกับที่เคยเห็นในภาพยนตร์ยุโรปทุก
ประการ
“ถัดจากห้องทานอาหารจะเป็นห้องครัว แต่พวกเราไม่
เตรียมอุปกรณ์ให้ ถัดจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องนอนแขกขนาด
เล็กและห้องน้ำ…”
สกาเตอร์เดินนำทางพาชมบ้านพลางอธิบายไม่ขาดปาก
ห้องน้ำแบ่งออกเป็นสองสวน โซนล้างหน้าแปรงฟันและ
ส่วนที่เป็นห้องสุขา กึ่งกลางกั้นด้วยบานเฟียมที่พับยืดหดได้
ห้องนอนแขกที่ถูกบรรยายว่าเล็ก แต่ขนาดของมันกลับใหญ่
เท่าห้องปัจจุบันของเมลิสซ่า
หลังจากสำรวจชั้นล่างครบถ้วน สกาเตอร์นำทางสามพี่น้อง
ไปยังบันไดที่อยู่ติดกับห้องน้ำ
“ข้างล่างเป็นห้องเก็บของใต้ดิน บรรยากาศค่อนข้างอบ
อ้าว อย่าลืมเปิดให้อากาศถ่ายเทสักพักก่อนลงไป”
เบ็นสันพยักหน้าก่อนจะเดินตามสกาเตอร์ขึ้นไปชั้นสอง
“ซ้ายมือจะมีหนึ่งห้องน้ำและสองห้องนอน ด้านขวามือก็
เช่นกัน แต่ฝังนี้จะมีระเบียงถัดจากห้องน้ำ”
ขณะกำลังพูด สกาเตอร์เอื้อมมือไปเปิดประตูห้องน้ำพร้อม
กับขยับตัวหลบเพื่อให้เบ็นสัน ไคลน์ และเมลิสซ่าเห็นวิวด้านใน
เป็นห้องน้ำใหญ่ที่มีอ่างอาบน้ำติดตั้ง แต่ยังเหมือนกับห้อง
ด้านล่างที่กึ่งกลางมีบานเฟียมกั้นแบ่งระหว่างห้องสุขากับอ่าง
ล้างหน้า
ถึงฝุั่นจะค่อนข้างมาก แต่เป็นเพราะขาดการทำความ
สะอาด ตัวห้องน้ำอยู่ในสภาพดี มิได้ปรากฏคราบสกปรก กลิ่น
เหม็น หรือแออัดคับแคบแต่อย่างใด
เมลิสซ่าจ้องมองด้วยสีหน้าเหม่อลอยเป็นเวลานาน
จนกระทั่งสกาเตอร์เดินเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ถัดไป เธอยังคง
ยืนเงียบงันอยู่ในจุดเดิมอีกสักพัก ก่อนจะเดินตามคนที่เหลือไป
ชมห้องนอน
ทว่า หลังจากเมลิสซ่าก้าวไปได้สองก้าว เธอชะงักฝีเท้าและ
หันกลับไปมองห้องน้ำอีกครั้ง
แม้ไคลน์จะเคยผ่านประสบการณ์มามาก แต่มันก็ยังตื่นเต้น
เหมือนกับทุกคน ที่หอพักห้องเก่า มิสเตอร์แฟรงค์อาจทำความ
สะอาดห้องน้ำรวมบ่อยครั้ง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักษาความ
สะอาดได้ตลอดเวลา สภาพน่าคลื่นไส้อาเจียนสามารถพบเห็น
บ่อยครั้ง ยังไม่รวมถึงความทุกข์ใจขณะปวดหนักแต่ต้องต่อคิว
ยาวเหยียด
ห้องน้ำอีกหนึ่งนั้นคล้ายคลึงกับห้องแรก
จากบรรดาห้องนอนที่มีจำนวนสี่ จะมีหนึ่งห้องที่ใหญ่พิเศษ
เฟอร์นิเจอร์ภายในครบครันพร้อมด้วยตู้หนังสือ
ส่วนห้องนอนอีกสามจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน มี
เฟอร์นิเจอร์พื้นฐานครบถ้วน จำพวกเตียง โต๊ะไม้ และตู้เสื้อผ้า
“ระเบียงค่อนข้างเล็ก คงยากที่จะตากเสื้อผ้าให้แห้ง
พร้อมกันในแดดเดียว”
สกาเตอร์กล่าวพลางชี้นิ้วไปยังสุดทางเดินซึ่งมีประตูบาน
หนึ่งถูกล็อกอยู่
“บ้านหลังนี้มีระบบระบายน้ำสมบูรณ์แบบ มีระบบท่อ
แก๊ส มิเตอร์แก๊ส รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นพื้นฐาน
เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดย่อมของสุภาพบุรุษและ
สุภาพสตรีแบบพวกคุณ ค่าเช่าบ้านจะอยู่ที่สิบสามซูลต่อ
สัปดาห์ แต่จะมีค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์อีกห้าเพนนีต่อสัปดาห์ และ
ต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสี่สัปดาห์”
ขณะเบ็นสันกำลังจะกล่าวบางสิ่ง ไคลน์กวาดสายตามอง
หนึ่งรอบพร้อมกับชิงถามด้วยน้ำเสียงใคร่รู้
“เอ่อ… ถ้าจะซื้อบ้านสักหลักต้องใช้เงินเท่าไรหรือ
ครับ?”
ในฐานะอดีตพลเมืองของจักรวรรดิแห่งอาหาร·จีน
แผ่นดินใหญ่ มันย่อมต้องการครอบครองทรัพย์สินอย่างถาวร
หลังจากได้ยินคำถาม เบ็นสันและเมลิสซ่าต่างตกตะลึง
ประหนึ่งเห็นพี่ชายน้องชายของตัวเองเป็นสัตว์ประหลาด
สกาเตอร์ตอบกลับอย่างสุขุมลุ่มลึก
“ซื้อ? สำนักงานของเราไม่มีบ้านขายหรอกครับ บริการ
รูปแบบเดียวคือให้เช่า”
“ผมแค่ต้องการทราบราคาอย่างคร่าว”
ไคลน์อธิบายกระอักกระอ่วน สกาเตอร์ครุ่นคิดเล็กน้อย
ก่อนจะมอบคำตอบ
“เมื่อราวเดือนก่อน เจ้าของบ้านเลขที่ 11 ถนนดารารัตน์
ได้ขายสัญญาเช่าบ้านแบบชั่วคราวเป็นเวลาสิบห้าปีไปในราคา
สามร้อยปอนด์ ลักษณะของบ้านไม่ต่างจากหลังนี้มากนัก”
“จริงอยู่ที่ถูกกว่าการเช่าค่อนข้างมาก แต่คงยากที่ใครสัก
คนจะมีเงินติดตัวก้อนโตขนาดนั้น และนั่นเป็นเพียงสัญญาเช่า
หากต้องการซื้อขาด ราคาคงอยู่ราวแปดร้อยห้าสิบปอนด์”
แปดร้อยห้าสิบปอนด์? ไคลน์รีบคำนวณในหัวสมอง
รายได้ของตนคือสัปดาห์ละสามปอนด์ ของเบ็นสันคือหนึ่ง
ปอนด์กับอีกสิบซูล… รายจ่ายแบ่งออกเป็น ค่าเช่าบ้านสิบ
สามซูล และถ้าหากกินอาหารแบบไม่อดอยาก ค่าใช้จ่ายรวมทั้ง
ครอบครัวจะตกราวสัปดาห์ละสองปอนด์ ยังมีค่าจิปาถะอย่าง
เสื้อผ้า การเดินทาง และภาษีสังคม
หมายความว่า ครอบครัวสามพี่น้องจะเหลือเงินเก็บเพียง
สัปดาห์ละยี่สิบซูล หรือปีละสามสิบห้าปอนด์ หากต้องการเก็บ
เงินให้ได้แปดร้อยห้าสิบปอนด์จะต้องใช้เวลามากถึงยี่สิบปี
หรือถ้าจะเก็บเงินเช่าบ้านระยะยาวสิบห้าปีในราคาสามร้อย
ปอนด์ ก็จะต้องเก็บเงินนานกว่า แปดถึงเก้าปีเลยทีเดียว… นี่
ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษอย่างการแต่งงาน เลี้ยงลูก ท่องเที่ยว
และอีกมาก…
ในโลกที่ไม่มีสินเชื่อรายบุคคลสำหรับกู้ซื้อบ้าน ผู้คนส่วน
ใหญ่จึงเลือกที่จะเช่าบ้านอยู่อาศัยแทน
หลังจากกระจ่าง ไคลน์ก้าวถอยหลังพลางชำเลืองมองเบ็น
สันเพื่อส่งสัญญาณให้มันเจรจาสัญญาเช่ากับสกาเตอร์
ส่วนความเห็นจากเมลิสซ่านั้นไม่จำเป็น เพราะดวงตาที่
กำลังเปร่งประกายของเธอคือคำตอบ!
ด้วยเหตุนี้ ไคลน์ปล่อยให้เบ็นสันแสดงพลังของนักต่อรอง
อย่างเต็มที่ เบ็นสันใช้นิ้วเคาะไม้ค้ำที่ราบเรียบก่อนจะกล่าว
ตำหนิบ้าน
“พวกเราควรไปดูบ้านอื่นก่อนนะ ห้องทานอาหารมีแสง
น้อยเกินไป ระเบียงชั้นสองเล็กมาก ตากผ้าสามคนพร้อมกัน
ไม่ได้ มีห้องนอนเดียวที่มีเตาผิง และเฟอร์นิเจอร์ที่เตรียมไว้ก็
เก่าโทรมคร่ำครึ หากคิดย้ายเข้าจริง พวกเราต้องเปลี่ยนเกิน
กว่าครึ่ง…”
เบ็นสันพล่ามข้อเสียของบ้านอย่างทะลุปรุโปร่งนานกว่าสิบ
นาที่ มันพยายามโน้มน้าวให้สกาเตอร์เข้าใจว่าเหตุใดต้องลดค่า
เช่าบ้านเหลือเพียงสิบสองซูลต่อสัปดาห์ และลดค่าเช่า
เฟอร์นิเจอร์เหลือสัปดาห์ละสามเพนนี แถมยังพยายามต่อรอง
ค่ามัดจำก้อนแรกให้เหลือเพียงสองปอนด์
แต่ท้ายที่สุดก็สำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อ!
เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น สามพี่น้องกลับไปยัง
สำนักงานจัดหาบ้านเช่าสาขาทิงเก็นเพื่อเซ็นสัญญาเช่าสองฉบับ
จากนั้นก็เดินทางไปยังสำนักงานรับรองเอกสารประจำเมือง
ทิงเก็นเพื่อประทับตรารับรองสัญญาเช่า
หลังจากจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้า ไคลน์และเบ็นสันเหลือเงิน
รวมกันเก้าปอนด์ สองซูล และแปดเพนนี
ขณะหยุดยืนหน้าประตูบ้านเลขที่ 2 ถนนดารารัตน์ สามพี่
น้องต่างกำกุญแจทองแดงไว้คนละหนึ่งดอก สีหน้าจดจ่ออยู่กับ
ตัวบ้านโดยไม่ละสายตาไปทางไหน อารมณ์หลากหลายกำลังซัด
โถมจิตใจจนชุ่มฉ่ำ
“เหมือนความฝันเลย…”
เมลิสซ่ากล่าวเสียงค่อยขณะแหงนหน้ามอง ‘บ้านโมเร็ต
ติ’ ซึ่งเป็นอนาคตของทุกคน
เบ็นสันอมยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องตื่น”
ไคลน์ไม่มีอารมณ์ร่วมเหมือนกับสองคนนั้น มันเพียงผงก
ศีรษะเล็กน้อย
“ต้องรีบเปลี่ยนกลอนประตูหน้าและระเบียงโดยเร็ว”
“ไม่ต้องรีบก็ได้ สำนักงานจัดหาบ้านเช่าสาขาทิงเก็นมี
ชื่อเสียงค่อนข้างดี เงินที่เหลือควรนำไปซื้อชุดทำงานใหม่ให้นาย
มากกว่า แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องแวะไปเยี่ยมเยียนมิสเตอร์
แฟรงค์”
เบ็นสันกล่าวพลางชี้นิ้วกลับหอพัก
…
สามพี่น้องเดินกลับมาที่ห้องพักและอบขนมปังไรย์กินจนอิ่ม
หนำ ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านแถวหลังหนึ่งบนถนนกางเขน
เหล็ก-บ้านเจ้าของหอพัก-บ้านมิสเตอร์แฟรงค์
หลังจากเบ็นสันเคาะประตู เสียงดังเกรี้ยวกราดภายในบ้าน
ดังเล็ดลอดออกมา มิสเตอร์แฟรงค์พยุงร่างเล็กลุกพรวดจาก
โซฟาตัวโปรดเปิดประตู
“คงรู้จักกฎเหล็กของฉันดีแล้วใช่ไหม! ลูกบ้านไม่มีสิทธิ์
เลื่อนการชำระค่าเช่าทุกกรณี!”
เบ็นสันเอนตัวไปด้านหน้า
“มิสเตอร์แฟรงค์ครับ พวกเรามาเพื่อยกเลิกสัญญา
เช่า”
ตรงไปตรงมาอย่างนี้เลยหรือ? จะไปสำเร็จได้ยังไง? ไคลน์ที่
ยืนข้างเบ็นสันพลันขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อหู
ระหว่างทางที่เดินมา เบ็นสันกล่าวด้วยสีหน้าแสนมั่นใจว่า
ค่าชดเชยจะไม่มากไปกว่าสิบสองซูลแน่นอน
“ยกเลิกสัญญา? ไม่มีวัน! พวกเรายังเหลือสัญญาอีกตั้ง
ครึ่งปี!”
แฟรงค์จ้องเบ็นสันเขม็งพลางโบกไม้โบกมือ
เบ็นสันรอให้อีกฝั่ายสงบ ก่อนจะกล่าวอย่างใจเย็น
“มิสเตอร์แฟรงค์ อย่าลืมสิ ถ้าพวกเรายกเลิกสัญญา คุณ
จะทำเงินได้มากขึ้นนะ”
แฟรงค์ถามอย่างสนอกสนใจ มันเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้
ใบหน้าผมเพรียวของตน
เบ็นสันเริ่มอธิบายอย่างตรงไปตรงมาและเรียบง่าย
“ทำเงินได้มากขึ้น? ห้องพักสองห้องย่อยที่สามพี่น้องเรา
เช่าในราคาสัปดาห์ละห้าซูลหกเพนนีนั้น หากคุณปล่อยให้
ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหกคนเช่า ถ้ามีสองคนที่ทำงานหาเงิน
พวกเขาต้องยินยอมจ่ายในราคามากถึงหกซูลแน่ คนเหล่านี้ล้วน
ต้องการถีบตัวเองหนีจากถนนสายล่างที่มีอัตราอาชญากรรม
สูง”
นัยน์ตาแฟรงค์เริ่มระยิบระยับ เบ็นสันทำการตอกลิ่มลงไป
“คุณเองก็คงทราบดีใช่ไหม เมื่อไม่นานมานี้ ค่าเช่า
ห้องพักเฉลี่ยมีอัตราสูงขึ้น ยิ่งพวกเราอยู่นาน คุณก็ยิ่ง
ขาดทุน”
“แต่ว่า… ฉันต้องเสียเวลาหาผู้เช่ารายใหม่”
แม้จะลังเล แต่สีหน้าของมิสเตอร์แฟรงค์ที่สืบทอดกิจการ
เช่าหอพักจากผู้เป็นบิดาเริ่มคล้อยตาม
“ผมเชื่อว่าคนเก่งและมีความสามารถอย่างคุณต้องหาผู้
เช่าใหม่ได้รวดเร็วแน่ อาจภายในสองวันหรือสามวัน… พวก
เรายินดีจ่ายค่าชดเชยให้ระหว่างที่คุณกำลังหาผู้เช่ารายใหม่ เอา
แบบนี้เป็นไงครับ? พวกเราจะจ่ายให้ก่อนเป็นจำนวนสามซูล
เข้าท่าดีใช่ไหม?”
เบ็นสันคิดเองเออเองแทนอีกฝั่าย
แฟรงค์ผงกศีรษะเล็กน้อยด้วยสีหน้าพึงพอใจ
“เบ็นสัน คุณช่างเป็นคนหนุ่มที่รอบคอบและซื่อสัตย์มาก
ไม่มีปัญหา พวกเรามาเซ็นสัญญายกเลิกสัญญาเดิมกัน”
หลังจากเฝั้ามองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ไคลน์ทำได้เพียง
อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง มันไม่อยากเชื่อว่ามิสเตอร์แฟรงค์จะ
ถูกโน้มน้าวง่ายดายขนาดนี้
ง่ายเกินไปแล้ว…
หลังจากปัญหาเรื่องสัญญาจบลงไป ถึงคิวเมลิสซ่าและเบ็น
สันช่วยกันเลือกชุดทำงานให้ไคลน์
ถัดมาเป็นการย้ายของเข้าบ้านใหม่ สามพี่น้องไม่มีสมบัติที่
หนักหรือขนาดใหญ่ บรรดาเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็น
ทรัพย์สินของมิสเตอร์แฟรงค์ทั้งสิ้น เมลิสซ่ากับเบ็นสันจึง
คัดค้านไอเดียไคลน์ที่ต้องการจ้างบริษัทขนของ
พวกมันเลือกจะเดินไปกลับระหว่างถนนกางเขนเหล็กและ
ดารารัตน์หลายรอบแทน
…
ดวงตะวันบนฟากฟั้าเคลื่อนย้ายตัวเองไปทางทิศตะวันตก
แสงแดดสาดส่องผ่านมุขหน้าต่างกระทบผิวโต๊ะไม้
ไคลน์จ้องมองสมุดและหนังสือหลายเล่มที่ถูกจัดเรียงในตู้
อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยิบปากกาขนนกและขวดหมึกมา
วางลงบนโต๊ะไม้ที่เพิ่งถูกทำความสะอาดเอี่ยมอ่อง
จบสักที… ไคลน์พ่นลมหายใจตัดพ้อความเหนื่อยหน่ายที่
ผ่านมา ทันใดนั้น เสียงท้องเริ่มร้องคำราม ชายหนุ่มพับแขนเสื้อ
ลงขณะเดินตรงมาทางประตู
ปัจจุบัน มันมีเตียงส่วนตัวแล้ว ผ้าปูเตียงและผ้าห่มล้วนมีสี
ขาวผ่อง ถึงเนื้อผ้าจะค่อนข้างเก่า แต่ความสะอาดไม่เป็นสอง
รองใคร
ไคลน์บิดประตูก่อนจะเดินจากออกจากห้องนอนส่วนตัว
ขณะมันกำลังจะตะโกนบางสิ่งออกไป ประตูห้องนอนฝังตรง
ข้ามทั้งสองถูกเปิดออกมาพร้อมกัน
เบ็นสันและเมลิสซ่า
เมื่อเห็นคราบฝุั่นเกาะติดใบหน้ากันและกัน เบ็นสันและ
ไคลน์หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่ครอบครัวนี้
ไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว
เมลิสซ่าพยายามกลั้นขำรักษาอาการ แต่ริมฝีปากของเธอ
กำลังสั่นระริก และท้ายที่สุดได้หลุดหัวเราะออกมาเสียงค่อย
…
เช้าวันถัดมา
ไคลน์ยืนแต่งตัวหน้ากระจกเต็มใบที่ปราศจากรอยร้าว มัน
กำลังจัดแจงปกและแขนเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง
ชุดทำงานประกอบด้วยเชิ้ตขาว ทักซิโด้ดำ หมวกผ้าไหม
ทรงสูง กั๊กดำ รวมถึงกางเกงขายาว รองเท้าหนัง และโบว์หู
กระต่ายเข้าชุด
ไคลน์วิงเวียนศีรษะไปครู่ใหญ่เมื่อต้องซื้อชุดทำงานทั้งหมด
เป็นเงินแปดปอนด์
แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปล้วนคุ้มค่า หลังจากไคลน์
เห็นตัวเองในกระจกบานใหญ่ มันสัมผัสได้ว่าบรรยากาศ
นักวิชาการและความหล่อเหล่าเพิ่มพูนหลายระดับ
กริ๊ก!
ไคลน์ปิดฝานาฬิกาพกก่อนจะใส่ไว้ในกระเปั๋าเสื้อ ไม้ค้ำ
เลี่ยมเงินถูกหยิบขึ้นมาถือ ปืนลูกโม่ถูกเก็บไว้มิดชิดในซองรักแร้
ไคลน์·โมเร็ตติขึ้นรถม้าแบบรางมาถึงถนนซุตแลนใน
เวลาไม่นาน
ขณะเดินขึ้นบันไดไปสู่ชั้นสอง ไคลน์พลันส่ายศีรษะตำหนิ
ตัวเองอย่างหนัก มันเคยชินกับชีวิตในอดีตจนหลงลืมแบ่งเงินให้
เมลิสซ่าเป็นค่ารถม้า ลงเอยด้วยเธอต้องเดินไปโรงเรียนเฉกเช่น
ปรกติ
ชายหนุ่มรีบจดบันทึกใส่เศษกระดาษเพื่อเตือนความจำ
ก่อนจะย่างกรายเข้าไปในสำนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัย
หนามทมิฬ
ภาพแรกที่เห็นคือสตรีผมน้ำตาล-โรแซน กำลังก้มหน้าชง
กาแฟ กลิ่นที่หอมกรุ่นและเข้มข้นได้ฟุั้งไปทั่วห้อง
“สวัสดีตอนเช้าไคลน์ วันนี้อากาศดีมากเลยนะ ว่าไหม?”
โรแซนทักทายอย่างร่าเริง
“ด้วยความสัตย์จริง ฉันนึกสงสัยมานานแล้วว่า พวก
ผู้ชายไม่ร้อนกันบ้างหรืออย่างไรที่ต้องแต่งกายมิดชิดหลายชั้น
ขนาดนั้น? ถึงทิงเก็นจะร้อนน้อยกว่าเมืองอื่นก็เถอะ แต่ฤดูร้อน
ก็ยังเป็นฤดูร้อนอยู่ดี”
“เป็นราคาที่ต้องจ่าย เพื่อแลกมากับมาด”
ไคลน์ตอบติดตลก
“สวัสดีตอนเช้าเช่นกันโรแซน ว่าแต่ หัวหน้าอยู่ไหน
หรือ?”
“ที่เก่าเวลาเดิม”
โรแซนชี้นิ้วเข้าไปยังประตูห้องที่อยู่หลังฉากกั้น
ไคลน์พยักหน้า มันเดินไปหยุดหน้าประตูห้องทำงานของ
ดันน์·สมิทก่อนจะใช้นิ้วเคาะ
“เข้ามา”
เสียงดันน์ยังคงกังวานและอบอุ่น
เมื่อเห็นไคลน์มาในชุดทำงานใหม่ รอยยิ้มของดันน์·สมิท
ฉีกกว้างกว่าปรกติ
“ตัดสินใจได้แล้วหรือ?”
มันถาม
ไคลน์สูดลมหายใจเพื่อสงบสติ จากนั้นก็ตอบด้วยสีหน้าขึง
ขัง
“ครับ ผมตัดสินใจได้แล้ว”
ดันน์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสุขุม สีหน้าและแววตายังคง
ราบเรียบ
“บอกความต้องการของคุณมา”
ไคลน์ไม่ลังเล
“นักทำนาย!”
[1] มุขหน้าต่าง หน้าต่างบานใหญ่ที่นูนยื่นออกจากตัวบ้าน
พบเห็นได้บ่อยในสิ่งก่อสร้างทรงยุโรป