ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 314 เป็นไปได้
ถ้าจำไม่ผิด แคว้นรัตติกาลซึ่งตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาโฮนา
ซิส จะนับถือผู้ปกครองยามรัตติกาล มารดาแห่งผืนนภา…
หรือนั่นจะเกี่ยวข้องกับหมาปั่าอสูรรัตติกาลเฟรเกียด้วย? ถ้า
อย่างนั้นก็หมายความว่า เสียงเพรียกในหัวเราพูดว่า ‘โฮนา
ซิส… เฟรเกีย’ จริง
แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เทพบรรพกาลอย่างหมาปั่าอสูรเฟร
เกีย มีความเกี่ยวข้องกับเทพธิดารัตติกาลได้อย่างไร? จาก
เนื้อหาของไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ ลำดับศูนย์ หมายถึงเทพ
และแต่ละเส้นทางจะมีลำดับศูนย์ ได้เพียงคนเดียว…หรือ
เทพธิดารัตติกาลจะสืบทอดพลังต่อจากหมาปั่าอสูรรัตติกาลอีก
ทอดหนึ่ง?
แต่ถ้าแบบนั้นก็จะหมายความว่า เทพธิดารัตติกาลมิใช่เทพ
บรรพกาล และไม่ใช่ดวงตาแห่งพระผู้สร้างต้นกำเนิดดังคำกล่าว
อ้าง…
ยังมีอีกหลายประเด็นไม่กระจ่าง ตัวอย่างเช่น โรงเรียนแห่ง
ชีวิตซึ่งนับถือดวงจันทร์ พวกมันอ้างว่า ดวงจันทร์คือเนตรแห่ง
พระผู้สร้างต้นกำเนิดของจริง และดวงจันทร์ไม่ใช่เทพธิดา
รัตติกาล…
ไคลน์ครุ่นคิดหาข้อสรุปพลางควบคุมเดอะเวิร์ลส่งเสียง
“หมดแล้วหรือ”
“หมดแล้ว ตำนานของราชาหมาปั่าอสูรเฟรเกียถูกบันทึก
ไว้เพียงน้อยนิด เอกสารของเมืองเงินพิสุทธิ์แทบไม่มีการบันทึก
ไว้เลย” เด็กหนุ่มเดอร์ริคกล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิด มันรู้สึกว่า
คำตอบของตนยังไม่คู่ควรกับข้อมูลเจ็ดเทพจารีตจากเดอะเวิร์ล
จึงเสนอแนะกลับไป “มิสเตอร์เวิร์ล คุณเปลี่ยนคำถามดีกว่า”
เปลี่ยนคำถาม? เดอะซันน้อย ช่างเป็นคนดีอะไรเช่นนี้…
ขอรับน้อมน้ำใจไว้ก็แล้วกัน!
ไคลน์บังคับเดอะเวิร์ลขยับปาก
“ความซื่อสัตย์ของคุณช่างน่ายกย่องนัก ผมประทับใจ
เป็นอย่างมาก เริ่มคำถามใหม่ ผมเคยพบผู้วิเศษคนหนึ่ง เขามี
พลังในการเปลี่ยนกายเนื้อให้เป็นกายวิญญาณได้ตามใจชอบ
และยังสามารถควบคุมซอมบี้ให้ทำตามคำสั่ง พอจะทราบ
หรือไม่ว่า พลังดังกล่าวอยู่บนเส้นทางใด และมีลำดับเท่าไร”
ถึงแม้เดอะซัน เด็กหนุ่มในเมืองเงินพิสุทธิ์ จะไม่มีทาง
เชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับมาดามชารอนในกรุงเบ็คลันด์ได้แน่
แต่ไคลน์ก็ไม่ประมาท มันจงใจเปลี่ยนสรรพนามเรียกอีกฝั่ายว่า
‘เขา’ แทนคำว่า ‘หล่อน’
“รายละเอียดเพิ่มเติมก็คือ เขาไม่ใช่ผู้วิเศษลำดับสูง
แน่นอน” เดอะเวิร์ลเสริม
เดอร์ริคพยายามนึกทบทวนความทรงจำจากคาบเรียน และ
อธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ถ้าไม่ใช่ผู้วิเศษลำดับสูง ก็ตัดเส้นทางฟินิกซ์ออกไปได้
เลย”
“เส้นทางฟินิกซ์” ไคลน์บังคับเดอะเวิร์ลแสดงสีหน้า
ประหลาดใจโดยไม่บิดบัง
หลังจากเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์หลายครั้ง เด็กหนุ่มเดอร์
ริคเริ่มจับทางได้ว่า เมืองเงินพิสุทธิ์และทวีปเหนือมีวิธีเรียกชื่อ
โอสถและเส้นทางแตกต่างกันในบางกรณี จึงยอมอธิบายโดยไม่
ตะขิดตะขวง
“เป็นเส้นทางเกี่ยวกับความตายและพลังในการควบคุม
โลกวิญญาณ ลำดับเก้า มีชื่อว่าผู้เก็บซากศพ”
เส้นทางมรณานี่เอง…ถ้าอย่างนั้น เทพบรรพกาลอย่างต้น
ตระกูลฟินิกซ์ เกรเกอรี ก็คงเป็นเทพมรณาในสมัยนั้น… ไคลน์
บนเก้าอี้เดอะฟูลยังคงนั่งฟังอย่างไม่แยแส ขณะเดียวกันก็บังคับ
เดอะเวิร์ลพยักหน้ารับ
“เข้าใจแล้ว เชิญเล่าต่อ”
เดอร์ริคไม่รีรอ
“มีความเป็นไปได้สองข้อ ข้อแรกคือเส้นทางปีศาจ และ
ต้องเป็นปีศาจชนิดพิเศษเท่านั้น ผมเคยเล่าไปแล้วว่า ปีศาจมี
หลายประเภท แต่ละประเภทจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
บางชนิดสามารถแปลงกายเป็นวิญญาณ แต่ไม่มีพลังสำหรับ
ควบคุมซอมบี้”
“แปลงเป็นมนุษย์ได้ไหม?” เดอะเวิร์ลขัดจังหวะ
“ไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่มีปีศาจในความทรงจำของผม
สามารถกระทำเช่นนั้นได้” เดอร์ริคตั้งใจอธิบายอย่าง
ตรงไปตรงมา
“แล้วอีกหนึ่งข้อ?” ไคลน์นั่งจินตนาการวิธีต่อสู้ของมา
ดามชารอนและนำไปประกอบเข้ากับคำอธิบายของเดอะซัน
ขณะเดียวกันควบคุมเดอะเวิร์ลซักถามต่อ
เดอร์ริคตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“มนุษย์กลายพันธุ์”
“มนุษย์กลายพันธุ์? หมายถึงพวกสัตว์ประหลาดน่ะ
หรือ” เดอะเวิร์ลแสดงสีหน้าฉงน
ไคลน์ยังจำได้แม่นยำ มิสเตอร์อะซิกเคยเล่าว่า เดิมที่
‘มนุษย์กลายพันธุ์’ ล้วนเป็นมนุษย์มาก่อน แต่ถูกคำสาปจน
ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยคำสาปแต่ละชนิดจะทำให้
กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดแตกต่างชนิดกันไป
ภายนอกจะดูเหมือนมนุษย์ประการ แต่จิตใจไม่ปรกติอีก
แล้ว บางรายบิดเบี้ยวและเปียมด้วยแรงปรารถนา ต้องคอย
สะกดข่มตลอดเวลา แต่หากสัมผัสเข้ากับวัตถุหรือเหตุการณ์
เฉพาะ มนุษย์กลายพันธุ์จะเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ประหลาดทันที่
แรงปรารถนาฆ่าฟันจะทวีคูณจากเดิมหลายเท่าจนยากห้ามใจ
ทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จิตใจเนื้อแท้จะถูกกัดกิน
ในปริมาณเล็กน้อย ค่อยๆ กลายเป็นมนุษย์ปราศจากอารมณ์ ไร้
ความปรานี จนกระทั่งไร้ความรู้สึกโดยสมบูรณ์
หนึ่งในพลังอันโด่งดังของมนุษย์กลายพันธุ์ก็คือ : มนุษย์
หมาปั่า
เดอร์ริคพยักหน้ารับ
“ถูกต้อง มนุษย์กลายพันธุ์คือสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์
ประหลาด เดิมทีเคยเป็นมนุษย์ธรรมดามาก่อน แต่เปลี่ยนเป็น
สัตว์ประหลาดเนื่องจากถูกสิ่งกระตุ้นด้านลบและพลังพิเศษบาง
ประเภทครอบงำ”
ไม่ใช่คำสาป แต่เป็นสิ่งกระตุ้นด้านลบ และพลังพิเศษบาง
ประเภท?
ไคลน์บนเก้าอี้เดอะฟูลเริ่มพบความแตกต่างระหว่าง
คำอธิบายของมิสเตอร์อะซิกและเด็กหนุ่มเดอร์ริค
นั่นคงเป็นลักษณะพิเศษของมนุษย์กลายพันธุ์ก่อนยุคสมัย
มหาภัยพิบัติ…ความรู้ทั่วไปของเมืองเงินพิสุทธิ์มีค่ากับชาว
ทวีปเหนือและทวีปใต้เป็นอย่างมาก…
สำหรับการชุมนุมวันนี้ ไคลน์ได้ซึมซับข้อมูลยุคเก่าแก่ของ
ดินแดนเทพทอดทิ้งจนเริ่มเห็นภาพชัดเจน
เดอร์ริคยังคงเล่าต่อ
“ความพิเศษของมนุษย์กลายพันธุ์เริ่มรวมตัวกลายเป็น
เส้นทางผู้วิเศษ หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ เส้นทางมนุษย์
กลายพันธุ์แต่ละลำดับจะหมายถึงสัตว์ประหลาดแต่ละประเภท
ขณะเดียวกันก็ยังหมายความว่า มนุษย์ปรกติสามารถกลายเป็น
มนุษย์กลายพันธุ์ได้ หากดื่มโอสถเข้าไป”
“เส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์? หมายถึงเส้นทางไหน และ
โอสถลำดับเก้า มีชื่อว่าอย่างไร?” ไคลน์ยังคงซักถามข้อคาใจ
ผ่านเดอะเวิร์ล
เดอร์ริคไม่ตอบคำถามแรก เพราะมันมองว่าไม่จำเป็น
“สำหรับเมืองเงินพิสุทธิ์ ลำดับเก้า ของเส้นทางมนุษย์
กลายพันธุ์มีชื่อว่า ‘นักโทษ’ เป็นการเปรียบเปรยว่า จิตของ
มนุษย์ถูกจองจำไว้ในร่างกาย และร่างกายถูกจองจำไว้ในโลก
กายภาพ ขณะเดียวกันก็มีความหมายในเชิงตรงไปตรงมาว่า
โอสถนักโทษคือบุคคลเสียสติ ต้องคอยกักขังแรงปรารถนาไว้ใน
ใจ เพื่อไม่ให้ตัวเองออกไปก่อความวุ่นวาย”
โอสถนักโทษ…? ถ้าเราจำไม่ผิด เส้นทางดังกล่าวเป็นของ
โรงเรียนกุหลาบ องค์กรพวกมันโด่งดังด้านพิธีกรรมสังเวยเลือด
สด และเคารพบูชาเทพผู้ถูกล่าม…มาดามชารอนไม่เหมือนกับ
คนเลือดเย็นและฝืนเก็บงำความเสียสติเลยสักนิด…เดี๋ยวสิ
จากคำบอกเล่าของคาสปาส มาริคกำลังถูกใครบางคนตามล่า
หรือมาริคและมาดามชารอนจะเป็นคนทรยศของโรงเรียน
กุหลาบ? พวกเขาตัดสินใจทรยศเพราะไม่ต้องการเสียสติโดย
สมบูรณ์เหมือนกับคนเหล่านั้นหรือ…
ขณะไคลน์เริ่มพบเบาะแสสำคัญ มันหันไปบังคับให้
เดอะเวิร์ลเปล่งเสียง
“ผมพึงพอใจกับคำตอบมาก การแลกเปลี่ยนเป็นอันเสร็จ
สิ้น”
ถัดมาคือช่วงเวลาแบ่งปันข้อมูลข่าวสารตามปรกติ
ไคลน์ปล่อยให้บทสนทนาดำเนินไปสักพัก ก่อนจะสั่งจบการ
ชุมนุมเมื่อตระหนักว่าพลังวิญญาณของตนใกล้เหือดแห้งเต็มที่
หลังจากพระราชวังโบราณกลับเข้าสู่ภาวะสงบสุขตามเดิม
ไม่หลงเหลือแม้แต่เดอะเวิร์ลตัวปลอม ไคลน์ออกไปยังโลกความ
จริงและกลับเข้ามาใหม่พร้อมกับมาสเตอร์คีย์ในมือ
แม้ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์จะเคยระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มี
ลำดับศูนย์ ของเส้นทางผู้ฝึกหัด แต่เราก็ไม่ควรประมาท… ถึง
จะเป็นแค่ลำดับหนึ่ง หรือ สอง แต่ก็อาจมีพลังพิเศษสำหรับ
ตอบโต้กลับมายังมิติสายหมอกแห่งนี้…ยิ่งไปกว่านั้น หาก
จักรพรรดิโรซายล์เข้าใจผิด และลำดับศูนย์ ของเส้นทางผู้ฝึกหัด
มีอยู่จริง แบบนั้นจะไม่เท่ากับรนหาความตายเอาหรือ…
ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรอง ก่อนจะเขียนประโยคทำนายลงบน
กระดาษ
“ต้นกำเนิดของมัน”
พร้อมกันนั้น ชายหนุ่มถือมาสเตอร์คีย์ด้วยมือซ้าย เพื่อ
ไม่ให้พลังทำนายสับสนว่า ‘มัน’ หมายถึงคือสิ่งใด
ไคลน์เอนหลังพิงเก้าอี้ ริมฝีปากขยับท่องประโยคทำนาย
พลางสะกดจิตตัวเองให้หลับสนิท
ท่ามกลางโลกสีเทาพร่ามัว มันมองเห็นราววางเชิงเทียนสี
ทองแดง ประดับประดาด้วยเปลวไฟเทียนไขสั่นไหววูบวาบ วาง
เรียงรายเป็นแนวยาวบนผนังหิน
บรรยากาศโดยรอบคล้ายกับห้องลับ ไม่มีหน้าต่างให้แสง
ส่องเข้ามาด้านใน ใจกลางห้องมีโต๊ะยาววางพาด หม้อต้มสีดำ
โหลแก้ว สมุดโน้ตปกน้ำตาล และอุปกรณ์อื่นอีกมาก
เด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดคลุมยาวสีดำของนักบวช กำลังยืนหัน
หน้าเข้าหาโต๊ะยาว และใช้ดวงตาจ้องมองขวดโอสถในมือ
“เหล่าบรรพชนทั้งหลาย! ผมกำลังจะก้าวเข้าสู่โลกแห่ง
ผู้วิเศษ ขอสัญญาว่าจะนำความรุ่งโรจน์ในอดีตของตระกูลอับ
ราฮัมกลับคืนมาให้จงได้!” เด็กหนุ่มพึมพำก่อนจะกระดกโอสถ
ในมือรวดเดียวจนหมด
เพียงพริบตา กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความ
เจ็บปวดทรมาน
เด็กหนุ่มปริศนาส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มันล้มไปนอนลง
บนพื้นหิน และดิ้นทุรนทุรายด้วยอากัปกิริยาน่าสมเพช
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เสื้อผ้าถูกฉีกขาดกระจัดกระจาย
เล็บข่วนไปในผิวหนัง ปิดท้ายด้วยการกลายเป็นสัตว์ประหลาด
ร่างกายโชกเลือดแดงฉานอย่างสมบูรณ์
โผละ!
ลำตัวของมันระเบิดจากด้านใน จนเศษเนื้อสาดกระเซ็นเต็ม
พื้นหินทุกทิศทาง
คล้ายกับเศษเนื้อแต่ละชิ้นมีชีวิตจิตใจ พวกมันขยับเขยื้อน
พร้อมกับสร้างควันสีขาวลอยขึ้นเป็นระยะ คล้ายกับพื้นหินถูก
บางสิ่งกัดกร่อนเผาไหม้
แต่สุดท้าย เศษเนื้อเหล่านั้นก็มิอาจหนีออกจากห้องลับปิด
ตาย พวกมันจึงหยุดการเคลื่อนไหว
ผ่านอีกไปสักพัก เกิดละอองแสงสว่างบนซากศพเด็กหนุ่ม
ละอองแสงดังกล่าวลอยมารวมตัวเหนือเศษนิ้ว และควบแน่น
กลายเป็นกุญแจโบราณสีทองเหลืองหนึ่งดอก
ขณะเดียวกัน ท่ามกลางเศษผืนผ้าขาดกระจัดกระจาย
ไคลน์ยังมองเห็นนาฬิกาพกสีเงินเลี่ยมด้วยเพชร
เมื่อความฝันจบลง ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและมองไปข้างหน้า
พลางพึมพำกับตัวเอง
“ไหนบอกว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลอับราฮัมกลับ
คืนมา แค่ก้าวแรกยังไม่สำเร็จ…โอสถลำดับเก้า อันตรายถึง
เพียงนี้เชียวหรือ”
อับราฮัมคือหนึ่งในตระกูลขุนนางใหญ่ของราชวงศ์ทูดอร์
จากยุคสมัยสี่ เป็นผู้ครอบครองเส้นทางผู้ฝึกหัด แต่ดูเหมือนจะ
ไม่สมบูรณ์นัก
ไคลน์นึกทบทวนฉากความฝันเมื่อครู่อย่างละเอียด ปลาย
นิ้วเคาะโต๊ะทองแดงยาวพลางใช้ความคิด และส่งเสียงพึมพำกับ
ตัวเอง
“ชายคนนั้นพูดภาษาโลเอ็น แต่เราไม่ทราบว่าเป็น
สำเนียงของเมืองใดกันแน่ เหตุการณ์คงเกิดขึ้นราวสิบปีก่อน
เพราะนาฬิกาเลี่ยมเพชรแท้กำลังได้รับความนิยมในสมัยนั้น
พอดี สงสัยต้องแบ่งเวลาเดินทางไปหาหลวงพ่อยูทรอฟสกี้อีก
ครั้ง และถามว่าท่านได้รับกุญแจดอกนี้มาจากใคร…นั่นคงเป็น
เบาะแสเดียวของเรา”
ขณะไคลน์เตรียมลงจากห้วงมิติเหนือสายหมอก ดาวแดง
ของเมจิกเชียนเกิดการยุบพองรุนแรง หมายความว่าฟอร์สกำลัง
ประกอบพิธีกรรมสังเวยถึงเดอะฟูล
เดิมที่ ฟอร์สไม่ใช่คนพกเงินจำนวนมากติดตัว แต่ในคราวนี้
เธอเตรียมเงิน ห้าร้อยปอนด์เผื่อไว้แลกเปลี่ยนในชุมนุมลับอื่น
แต่ดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ส่งผลให้ชุมนุมลับดังกล่าวถูก
ยกเลิกกะทันหัน เธอจึงเหลือเงินสดมากพอสำหรับใช้จ่ายใน
ชุมนุมทาโรต์ ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น สี่ร้อยสามสิบปอนด์
ประกอบด้วยค่าโอสถนักปรุงยาและค่าเทคนิคสวมบทบาท
เมื่อเห็นแท่นบูชาส่องสว่างพร้อมกับการหายไปของปึก
ธนบัตร ฟอร์สผงะนานหลายวินาที่ ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่
งอก เธอกำลังนึกขอบคุณมิสเตอร์ฟูลจากก้นบึ้ง
หลังจากนี้ เราจะนำสูตรโอสถนักปรุงยาไปขายให้ไวเคาต์
กายลินในราคา สามร้อยปอนด์ ไม่ควรโลภมากเกินไป เพราะยัง
ต้องพึ่งพาอาศัยกันไปอีกนาน…
…ส่วนโอสถผู้ชมของมิสออเดรย์ ช่วงนี้เราคงต้องปล่อย
ผ่านไปก่อน ให้เธอติดต่อกับสมาคมแปรจิตด้วยตัวเอง วิธี
ดังกล่าวจะมีโอกาสได้รับสูตรโอสถค่อนข้างมาก แต่หากไม่
ประสบความสำเร็จ เราอาจต้องช่วยเธอถามหาในชุมนุมทา
โรต์…เฮ่อ… คงต้องรีบทดสอบประสิทธิภาพของเทคนิคสวม
บทบาท หากยืนยันได้ว่าประสบความสำเร็จ เราอาจต้องเปลี่ยน
ศาสนามานับถือเดอะฟูลแทน…
ซิลยังคงเฟอะฟะเหมือนเคย หล่อนใช้เทคนิคสวมบทบาท
มาตลอดหลายปีโดยไม่รู้ตัว ปั่านนี้คงย่อยโอสถสมบูรณ์แล้ว
กระมัง…
ฟอร์สเริ่มวางแผนอนาคต
ขณะเดียวกัน หลังจากไคลน์ได้รับเงินสดสี่ร้อยสามสิบ
ปอนด์ ดาวแดงของจัสติสเกิดการยุบพองกะทันหัน มาพร้อม
ข้อความระบุว่า หากผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูลยังไม่ต้องการเงิน
เร่งด่วน เธอขอนำเงินสองร้อยปอนด์ของฟอร์สไปหาซื้อไดอารี
จักรพรรดิโรซายล์มาคืนให้
สาวน้อย ฉันต้องขอโทษด้วย แต่ช่วงนี้กำลังไส้แห้งอย่าง
หนัก…
ไคลน์ปฏิเสธข้อเสนอเด็กสาวอย่างนุ่มนวล
ถัดมาเป็นการช่วยเดอะซัน ‘ทบทวน’ ความทรงจำบน
แผ่นกระดาษรายละเอียดของเจ็ดเทพจารีตแห่งทวีปเหนือ
เมื่อจัดการทุกสิ่งเสร็จสิ้น ไคลน์ส่งตัวเองกลับโลกจริงด้วย
สภาพอิดโรย ม่านรอบห้องนอนถูกเลื่อนเปิดให้แสงสว่างส่อง
ผ่าน ชายหนุ่มตั้งใจอ่านเอกสารเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
ทั้งหมดด้วยมุมมองใหม่
ผู้ก่อคดีอาจเป็นสัตว์…ไม่ใช่มนุษย์