ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 318 วิธีพิสูจน์
หนังสือพิมพ์เขียวแห่งการลอกเลียนแบบ…ไม่สิ
หนังสือพิมพ์เขียวความคิดสร้างสรรค์ของจักรพรรดิโรซายล์
น่าจะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของหนังสือมูลค่าสูง จึงหมายความ
ว่า แผ่นคั่นหนังสืออันนั้นมีโอกาสเป็นไพ่เย้ยเทพ…
หัวใจไคลน์หยุดเต้นชั่วขณะ ก่อนจะรีบกระทบกรามเพื่อ
เปิดเนตรวิญญาณ
อย่างไรก็ตาม มันไม่พบความผิดปรกติใดๆ เหมือนเดิม ไม่
ต่างกับแผ่นคั่นหนังสืออื่นภายในระยะการมองเห็น
นั่นสินะ ถ้าสามารถตรวจสอบได้ด้วยเนตรวิญญาณ ก็คงไม่
หลุดมาให้เราเห็นวันนี้…
ไคลน์ปิดเนตรวิญญาณและก้มหน้าครุ่นคิด มันพยายาม
ไตร่ตรองหาวิธีการจำแนกว่า แผ่นคั่นหนังสืออันใดเป็นไพ่เย้ย
เทพ โดยประเมินจากอุปนิสัยของโรซายล์ โดยนำข้อมูลภายใน
ไดอารีมาประกอบ
มันสามารถมั่นใจได้หนึ่งสิ่ง ในเมื่อจักรพรรดิโรซายล์เคย
ระบุว่า ไพ่เย้ยเทพจะต้องถูกสอดไว้ในหนังสือมูลค่าสูงเท่านั้น
สิ่งนี้หมายถึง หนังสือเล่มดังกล่าวจะต้องโดดเด่นจนออกนอก
หน้าหนังสือเล่มอื่น เพื่อสนองกิเลสส่วนตัวของจักรพรรดิขี้เล่น
โรซายล์ต้องการให้เจ้าของหนังสือรู้สึกเจ็บใจเมื่อทราบว่า
สิ่งของมูลค่าสูงสุดไม่ใช่เล่มหนังสือ หากแต่เป็นแผ่นคั่นหน้า
แสนธรรมดาซึ่งตนมองข้ามมาตลอด
ดังนั้น ถึงจะเป็นหนังสือน่าสนใจ แต่ถ้าไม่โดดเด่นเป็นพิเศษ
ก็สามารถตัดสิ้นได้เลย…
ไคลน์มองไปรอบตัว พยายามปิดประสาทการได้ยินเพื่อ
ไม่ให้เสียงของวิทยากรดังรบกวน
…เราสามารถสรุปได้ว่า ทั้งห้องหนังสือแห่งนี้ นอกจาก
ต้นแบบพิมพ์เขียว ก็ไม่มีหนังสือเล่มใดคู่ควรจะถูกสอดไพ่เย้ย
เทพอีก ทั้งปกและเนื้อหาธรรมดาเกินไปหากเทียบกับหนังสือ
ต้นแบบพิมพ์เขียว และจากนิสัยหลงตัวเองของโรซายล์ การจะ
มองว่าสิ่งประดิษฐ์ของตนเลิศเลอก็คงไม่แปลกนัก ชายคนนั้น
กล้าโอ้อวดได้อย่างไม่อายปากว่า
“ฉันจะซ่อนความลับไว้ใกล้ในจุดใกล้ตัว แต่มั่นใจได้เลย
ว่าไม่มีใครหาพบแน่นอน!”
ขณะเกิดความคิดดังกล่าว ไคลน์พยายามเลียนสีหน้าของโร
ซายล์ในหัว
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มหมดสิทธิ์ตรวจสอบโดยสิ้นเชิง ว่า
แผ่นคั่นหนังสือดังกล่าวจะใช่ไพ่เย้ยเทพจริงหรือไม่ เพราะ
หนังสือทุกเล่มของจักรพรรดิโรซายล์ ล้วนมีมูลค่ามหาศาลใน
วงการนักประวัติศาสตร์และวงการผู้วิเศษ โบสถ์จักรกลไอน้ำจึง
ไม่มีทางนำออกมาให้คนทั่วไปจับต้อง
แต่ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเป็นไพ่เย้ยเทพหรือไม่ ก็ไม่คุ้มค่ากับการ
เสี่ยงชีวิตขโมยออกมา…
หากจำไม่ผิด ไดอารีเกี่ยวกับไพ่เย้ยเทพถูกเขียนไว้เมื่อ 20
มกราคม แต่เรานำข้อมูลดังกล่าวมาใช้อ้างอิงไม่ได้ เพราะไม่มี
ทางทราบเลยว่า โรซายล์เริ่มสอดแผ่นคั่นหนังสือเมื่อไร…
ไคลน์พึมพำเงียบงัน ก่อนจะหันไปมองวิทยากรหญิงและ
ซักถามด้วยรอยยิ้ม
“ภายในห้องจำลองตรงหน้า มีหนังสือเล่มใดถูกสอดไส้
ด้วยสิ่งแปลกปลอมบ้างไหมครับ? เอ่อ ผมหมายถึง จำพวก
จดหมายรักจากขุนนางสาวสวย ซึ่งแอบเขียนถึงจักรพรรดิโร
ซายล์โดยไม่ให้ใครเห็น”
คำถามไคลน์ทำให้ผู้ชายหลายคนส่งเสียงคิกคักออกนอก
หน้า ทางด้านวิทยากรหญิงเพียงส่ายศีรษะเล็กน้อยและอธิบาย
“ไม่ค่ะ หากพบว่าหนังสือเล่มใดมีสิ่งของแปลกปลอม
เช่นนั้นถูกสอด ทางโบสถ์จะดึงออกไปก่อนนำหนังสือมาแสดง
ให้ทุกคนได้ชม นี่คือโถงจัดแสดงห้องหนังสือของจักรพรรดิโรซา
ยล์อย่างคร่าว มิใช่ห้องหนังสือของจักรพรรดิในเวลาใดเวลา
หนึ่งเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องทำให้เสมือนจริงถึงขั้นนั้นค่ะ”
ไคลน์หัวเราะ
“เข้าใจแล้วครับ ช่างน่าเสียดาย…”
แบบนั้นก็เยี่ยมเลย! สิ่งนี้หมายความว่า จะเหลือแผ่นคั่น
หนังสือให้เราต้องตรวจสอบแค่ชิ้นเดียว ส่งผลให้ระดับความ
ยากของภารกิจลดลงจากเดิมมาก…ไคลน์เสริมอย่างตื่นเต้น
ขณะวิทยากรกำลังเล่าถึงหัวข้อ ‘หนังสือเล่มโปรดของโร
ซายล์’ ไคลน์กวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้งและยืนยันว่า
ไม่มีสิ่งใดตกหล่น
เพื่อจำลองบรรยากาศให้สมจริงจากสมัยหนึ่งร้อยปีก่อน
ภายในห้องอ่านหนังสือของจักรพรรดิโรซายล์จึงไม่มีตะเกียง
แก๊ส
แสงสว่างมาจากสองจุด หนึ่งคือหน้าต่างบ้านใหญ่ติด
ลูกกรงเหล็กแน่นหนา และสองคือ เชิงเทียนทองเหลืองขนาด
มหึมาสำหรับจุดเทียนไขหลายเล่มพร้อมกัน
ในทางกลับกัน เชิงเทียนขนาดเล็กบนโต๊ะไม่มีเทียนไขวาง
อยู่ ราวกับเป็นอุปกรณ์สำหรับประดับตกแต่งเพียงอย่างเดียว
มองออกไปนอกหน้าต่าง ไคลน์ได้พบกับลานหญ้าเหี่ยวเฉา
สีเหลือง และเสาตะเกียงแก๊สทำจากเหล็กสีดำ
มันเริ่มบันทึกจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ลงในความทรงจำ ก่อน
จะหันกลับมามองวิทยากรสาวสวยอธิบายเรื่องราว แต่ภายใน
สมองกำลังวางแผนจารกรรมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
มีหนึ่งสิ่งแน่ชัดสำหรับไคลน์แล้ว ไม่ว่าจักรพรรดิโรซายล์จะ
มีเจตนาเป็นเช่นไร แต่ทางโบสถ์และตระกูลราชวงศ์ ย่อมไม่
ต้องการให้ไพ่เย้ยเทพเผยแพร่ไปสู่ประชาชน เพราะเหตุการณ์
ดังกล่าวจะทำลายสมดุลซึ่งสงบนิ่งมานานหลายพันปี
…ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าเราคืออาร์คบิชอปของโบสถ์ หรือ
เป็นบุคคลซึ่งถูกมอบหมายให้จัดการกับไพ่เย้ยเทพโดยตรง วิธี
แสนง่ายดายคือการเผาข้าวของเครื่องใช้ของโรซายล์ทิ้งให้หมด
เพราะถ้าไพ่เย้ยเทพถูกทำลายได้ง่าย สิ่งคุกคามโบสถ์ก็จะ
หายไปพร้อมกับกองไฟ แต่หากไพ่เย้ยเทพถูกทำลายได้ยาก ก็
จะเผยความผิดปรกติให้โบสถ์นำไปจัดการต่อ
ในเมื่อข้าวของเครื่องใช้ของโรซายล์ไม่ถูกเผาทิ้งจนเกลี้ยง
คำอธิบายเดียวคือ โรซายล์ใช้บางวิธีการ ทำให้โบสถ์และ
ราชวงศ์เชื่อว่า มันได้แจกจ่ายไพ่เย้ยเทพออกไปจนหมดแล้ว ไม่
หลงเหลือปะปนอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ใกล้ตัวแม้แต่ใบเดียว
แน่นอน เรายังตัดประเด็น ‘บางราชวงศ์หรือบางโบสถ์
ต้องการไพ่เย้ยเทพเพื่อนำไปเติมเต็มเส้นทางไม่สมบูรณ์ของ
ตัวเอง’ ออกไปไม่ได้
แต่โอกาสเป็นเช่นนั้นก็มีไม่มาก เพราะหากโบสถ์ใดหวังทำ
เช่นนั้นจริง พวกมันควรใช้วิธีประนีประนอมมากกว่า ต้องคอย
เอาอกเอาใจและสนับสนุนโรซายล์ ไม่ใช่รอให้อีกฝั่ายฝั่าฝืนกฎ
ด้วยการแจกจ่ายไพ่เย้ยเทพ
และหากมีโบสถ์คอยสนับสนุนโรซายล์จริง ไดอารีจักรพรรดิ
โรซายล์ช่วงสุดท้ายต้องเขียนด้วยความมั่นใจมากกว่านี้ ไม่ใช่
การตัดพ้อว่า ตนไม่เหลือจุดยึดเหนี่ยวใดอีกแล้ว นอกจาก
องค์กรลับสุดยอดซึ่งยอมเอ่ยนามสักที่
ยิ่งไปกว่านั้น โรซายล์เสียชีวิตไปตั้งแต่ร้อยกว่าปีก่อน มี
เวลาเหลือเฟือให้โบสถ์จักรกลไอน้ำค้นหาร่องรอยไพ่เย้ยเทพ
อย่างละเอียดทุกซอกมุม จึงไม่มีใครคาดคิดว่า ภายในห้องอ่าน
หนังสือจำลองแห่งนี้จะมีสิ่งของล้ำค่าซ่อนอยู่
ส่งผลให้ระดับรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ไม่สูงจน
เกินพอดี
ไม่เพียงเท่านั้น สถานการณ์ปัจจุบันของเบ็คลันด์กำลัง
โกลาหล คดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้สร้างความหวาดกลัวเป็นวง
กว้าง หน่วยผู้วิเศษของโบสถ์และรัฐบาลจึงต้องแบ่งกำลัง
ลาดตระเวนรอบเมือง น่าจะเหลือสมาชิกของจิตแห่งจักรกลไม่
มากสำหรับรับงานคุ้มกันพิพิธภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีสิ่งสำคัญอย่างไดอารี
จักรพรรดิโรซายล์อยู่ สำหรับสาวกผู้คลั่งไคล้โรซายล์ทั่วโลก ได
อารีเปรียบดังหนังสือเวทมนตร์ ไม่ต้องอ่านออก ขอเพียง
ครอบครองก็ได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้วิเศษลำดับต่ำบาง
รายยอมเสี่ยงชีวิตเข้ามาขโมยกลับไป ผู้วิเศษส่วนใหญ่จึงถูกวาง
กำลังไว้รอบโถงชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องจัดแสดงไดอารี
เราต้องกลับบ้านไปทำนายผลลัพธ์ด้วยมิติสายหมอกก่อน
จากนั้นค่อยวิเคราะห์และวางแผนถัดไป…
แต่ก่อนอื่น เราต้องหาวิธียืนยันให้ได้ว่า แผ่นคั่นหนังสือดัง
กล่าวคือไพ่เย้ยเทพจริง ไม่อย่างนั้น แผนเสี่ยงตายของเราจะ
กลายเป็นเพียงการขโมยแผ่นคั่นหนังสือธรรมดากลับออกมา ไม่
คุ้มกับการเอาชีวิตไปเสี่ยงสักนิด แถมยังมีโอกาสเป็นศัตรูกับ
โบสถ์จักรกลไอน้ำหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน…
แล้วเราต้องยืนยันด้วยวิธีไหน? จึงจะย้อนกลับมายัง
พิพิธภัณฑ์อีกหลายรอบก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเราไม่มีวิธีพิสูจน์
ความจริงผ่านแผ่นกระจกใส…
ต้องให้ใครสักคนช่วย…แต่ว่าใครกัน?
ไคลน์เดินตามหลังวิทยากรด้วยสีหน้าครุ่นคิด ประหนึ่งตั้งใจ
ฟังคำอธิบายของหล่อนเสียเต็มประดา
มิสเมจิกเชียนเป็นผู้ฝึกหัด เธอมีพลังผ่านเข้าออกกำแพง
และสิ่งกีดขวาง เหมือนกับพกมาสเตอร์คีย์ติดตัวตลอดเวลา แต่
ไม่มีผลข้างเคียงให้ต้องกังวล นับว่าเหมาะสมมากทีเดียว…
อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้วิเศษลำดับเก้า ภารกิจคราวนี้ค่อนข้าง
อันตรายสำหรับเธอ…
ส่วนมิสซิล…ไม่ได้เหมือนกัน พลังของเธอไม่เหมาะกับงาน
สักเท่าไร แทรกซึมเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเองไม่ได้ และการ
สั่งให้กลุ่มอันธพาลลงมือก็คงไม่ได้ผล โถงชั้นล่างมีหน่วยผู้วิเศษ
คอยอารักขาแน่นหนา…
มาดามชารอน…? เธอเหมาะสมกับงานนี้มากกว่าใคร
โดยเฉพาะร่างวิญญาณแสนสะดวกสบาย ด้วยความเป็นลำดับ
ห้า คงหนีรอดจากหน่วยจิตแห่งจักรกลสองสามคนได้ไม่ยาก
นัก…แต่ปัญหาก็คือ ไพ่เย้ยเทพถือเป็นสมบัติระดับโลก มูลค่า
ของมันสูงจนผู้วิเศษยอมฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิง และเราไม่ได้สนิท
กับมาดามชารอนถึงขั้นนั้น…
…
ไคลน์พยายามวิเคราะห์หาผู้ช่วยอย่างเหมาะสม
ทันใดนั้น อีกหนึ่งชื่อพลันผุดในสมอง
จัสติส…?
หรือเราควรให้บอกเธอใช้ความมั่งคั่งและอำนาจของตระกูล
ขุนนางใหญ่ เพื่อขออภิสิทธิ์เข้าไปใกล้กับแผ่นคั่นหนังสือเป็น
กรณีพิเศษ โดยนำความอยากรู้อยากเห็นของลูกคุณหนูมาเป็น
ข้ออ้าง…?
แบบนี้ได้ผลแน่! เธอมีโอกาสมากมาย และการกระทำของ
คุณหนูจัสติสจะไม่ผิดวิสัยในสายตาคนของโบสถ์ ส่งผลให้ระบบ
รักษาความปลอดภัยไม่เพิ่มขึ้นจากเดิมหากเราลอบเข้ามาขโมย
ภายหลัง…
ยิ่งครุ่นคิด ไคลน์ก็ยิ่งพบว่ามีโอกาสสำเร็จค่อนข้างสูง
ส่วนวิธีทดสอบว่า แผ่นคั่นหนังสือดังกล่าวเป็นไพ่เย้ยเทพ
จริงหรือไม่…
ในเมื่อไพ่เย้ยเทพต่อต้านพลังทำนายและการตรวจสอบด้วย
เนตร จึงเหลือเพียงวิธีเดียวให้ทดสอบคือ…ทำให้เสียหาย!
ตัดเทคนิคทำนายออกไปได้เลย วัตถุต่อต้านพลังทำนาย
ไม่ใช่ว่าทำนายถึงแล้วจะได้ผลลัพธ์ล้มเหลว หากแต่เป็น การ
ทำนายถึงจะได้ผลลัพธ์เท่ากับการทำนายด้วยวัตถุธรรมดาไร้
พลังวิญญาณ
ไม่อย่างนั้น ไพ่เย้ยเทพคงถูกพบความจริงนานแล้ว แค่ลอง
จับมาทำนาย และตรวจสอบว่าผลลัพธ์ล้มเหลวหรือไม่ ก็จะ
ทราบทันทีว่าวัตถุชนิดนี้คือไพ่เย้ยเทพ ซึ่งโรซายล์ไม่ทำแบบนั้น
แน่ หรือหากทำ ไพ่เย้ยเทพก็คงตกอยู่ในมือโบสถ์จักรกลไอน้ำ
ตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน
ในเมื่อวิธีเดียวสำหรับปลดผนึกไพ่เย้ยเทพคือการท่องคาถา
‘รหัสผ่าน’ ของจักรพรรดิโรซายล์ให้ถูกต้อง การทดสอบของ
เราจึงเหลือเพียง ‘ทดสอบทำให้ไพ่เย้ยเทพเสียหาย’
แน่นอน การใช้วิธีนี้อาจทำให้ไพ่ใบจริงเกิดความเสียหาย
และใช้งานไม่ได้ แต่นั่นก็แปลว่าเราไม่มีวาสนากับมัน…แต่เรา
ไม่คิดว่าโรซายล์จะปล่อยให้ผลงานชิ้นเอกของตนถูกทำลาย
ง่ายดายนัก…จริงสิ เราต้องให้จัสติสลองเดา ‘รหัสผ่าน’
ก่อนลงมือทำให้เสียหาย…
ในฐานะผู้เคยอ่านไดอารีโรซายล์มาแล้วหลายแผ่น ไคลน์
มองว่าตนพอจะมีโอกาสเดารหัสผ่านถูกอยู่บ้าง
ยกตัวอย่างเช่น โรซายล์เคยกล่าวติดตลกไว้ในไดอารีแผ่น
แรกๆ ว่า
“สมบัติทั้งหมดของฉัน พวกแกเชิญมาเอาไปได้เลย แต่
ต้องหาให้เจอเสียก่อน ฉันซ่อนมันไว้ในทะเลสายหมอก!”
…หรือโรซายล์จะตั้งรหัสว่า ‘วันพีช’ เป็นภาษาเฮอร์มิส
โบราณ?
ไม่น่าใช่ ถ้ามันทำแบบนั้น คนบนโลกปัจจุบันไม่มีทาง
ถอดรหัสสำเร็จแน่ นอกเสียจากจะมีผู้เดินทางข้ามโลกชาวจีน
เพิ่ม…
สิ่งนี้ขัดต่อเจตจำนงของโรซายล์ ผู้ต้องการสร้างความ
ปันปั่วนโกลาหลให้กับโลกมนุษย์…
หรือจะเป็นคำว่า ‘ราชาโจรสลัด’ ในภาษาเฮอมิส
หรือไม่ก็เฮอมิสโบราณ…?
หลังจากได้ข้อสรุป ไคลน์เริ่มจดจำโครงสร้างพิพิธภัณฑ์
แห่งชาติอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณโถงจัดแสดง
ถัดจากนั้นไม่นาน วิทยากรหญิงเดินนำกลุ่มของไคลน์ออก
จากห้องอ่านหนังสือ และตรงเข้าไปห้องจัดแสดงถัดไป
เมื่อการพาเที่ยวชมจบลง ถึงเวลาทุกคนแยกย้ายไปตามจุด
ต่างๆ อย่างอิสระ ไคลน์เดินเข้าไปหาวิทยากรสาวสวยและกล่าว
ด้วยสีหน้าเคอะเขิน
“ขอประทานโทษครับ แต่ผมต้องการทราบว่า ห้องน้ำไป
ทางไหน ชั้นบนหรือ?”
“ไม่ค่ะ ข้างบนเป็นสำนักงานของพวกเรา คุณต้องเดินไป
จนสุดทางและเลี้ยวซ้าย” วิทยากรอธิบายพลางชี้นิ้วอย่าง
สุภาพ
ถัดมา ไคลน์ฉวยโอกาสจดจำโครงสร้างอาคารส่วนอื่น
วิเคราะห์หาทางหนีทีไล่ และเก็บบันทึกเป็นภาพวาดไว้ในความ
ทรงจำ
เที่ยงตรง ชายหนุ่มออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติโดยไม่ได้ทำ
สิ่งใดเพิ่ม เปั้าหมายคือการเดินทางกลับบ้านหมายเลข 15 ถนน
มินส์
เดิมที่ ไคลน์คิดจะใช้เสียงของเดอะฟูลแจ้งไปหามิสจัสติส
ว่าหนึ่งในผู้รับใช้ของตนต้องการความช่วยเหลือ แต่เมื่อลอง
ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มันกลับพบว่า การทำเช่นนั้นจะส่งผล
ให้ภาพลักษณ์ของเดอะฟูลเสื่อมเสีย
ในฐานะตัวตนอันยิ่งใหญ่ ตนจำเป็นต้องสุมขุมลุ่มลึกให้มาก
ไม่ควรคอยยื่นมือช่วยเหลือผู้รับใช้หนแล้วหนเล่า แบบนั้นดูไม่
งาม หรืออย่างน้อยก็ไม่ควรออกหน้าด้วยตัวเอง…
ผ่านไปสักพัก ไคลน์ได้ข้อสรุปว่ามันควรต้องทำอย่างไร
คำตอบคือ มันจะนำภาพและเสียงของ ‘ผู้รับใช้’ ขณะ
กำลังสวดภาวนาถึงเดอะฟูล ส่งต่อไปหามิสจัสติสอีกทอดหนึ่ง
ด้วยวิธีนี้ มิสเตอร์ฟูลก็ไม่ต้องเปล่งเสียงพูดแม้แต่คำเดียว!
ฟูั่ว! ไคลน์ถอนหายใจผ่อนคลาย ก่อนจะปิดม่านห้องนอน
มิดชิด และนำสองมือมาลูบแก้มพลางสวดภาวนาถึงตัวเอง
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ ผมต้องการความ
ช่วยเหลือจากท่าน ผมต้องการให้ใครสักคน ผู้สามารถเข้าใกล้
กับแผ่นคั่นหนังสือ ซึ่งถูกสอดแทรกอยู่ในหนังสือต้นแบบพิมพ์
เขียวความคิดสร้างสรรค์ของจักรพรรดิโรซายล์ ช่วยผมทำ
ตำหนิเล็กๆ ชนิดแทบมองไม่เห็นลงบนแผ่นคั่นหนังสือดังกล่าว
และแจ้งผลลัพธ์กลับมาให้ทราบ ขณะทำตำหนิ ผู้รับงานจะต้อง
ท่องคาถาเป็นภาษาเฮอมิสหรือเฮอมิสโบราณว่า ‘ราชาโจร
สลัด’ ใกล้กับแผ่นคั่นหนังสือ ไม่ว่าใครจะรับงานนี้ และต่อ
ให้แผ่นคั่นหนังสือไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ผมยินดีจ่ายห้าร้อย
ปอนด์เบื้องต้น สามารถหักออกจากยอดค้างชำระเดิมห้าพัน
ปอนด์ได้ แต่ถ้าแผ่นคั่นหนังสือมีปฏิกิริยา ผมจะตอบแทนด้วย
รางวัลก้อนใหญ่”
…
เมื่อท่องเสร็จ ไคลน์รอจังหวะสักพัก ก่อนจะส่งจิตเข้าไปใน
ห้วงมิติสายหมอกเทา และได้พบภาพการสวดภาวนาเมื่อครู่ถูก
ฉายบนม่านแสงเบื้องหน้าเก้าอี้เดอะฟูล
ชายหนุ่มไม่รีบร้อน ก่อนอื่น มันใช้พลังทำนายถามถึง
‘ผลลัพธ์ของแผนจารกรรมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ’ และได้รับ
คำตอบยืนยันว่ามีอันตรายจริง แต่อยู่ในขอบเขตรับได้
ถัดมา มันบิดเบือนภาพการสวดภาวนาของตัวเองให้พร่ามัว
จนมองเห็นใบหน้าไม่ชัด และบิดเบือนเสียงให้แหบพร่า ก่อนจะ
ส่งภาพเคลื่อนไหวดังกล่าวเข้าไปในดาวแดงตัวแทนมิสจัสติส