ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 332 ใบรับรอง
ทาง Ficti0nl0g มีกิจกรรมดีๆ มาฝากประกาศ!
ขอชวนนักอ่านมาร่วมสนุกกับกิจกรรม “เปย์มา ปาเหรียญ
กลับ”
เพียงสะสมยอดเปย์นิยายเรื่องใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1-20
ตุลาคมนี้
(จะเปย์นิยายรายตอน อีบุ๊กนิยาย การตูน หรืออีบุ๊กทั่วไป
เรื่องไหนก็ได้ ลดราคาไม่ลดราคาได้หมด)
ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ C0in Back มูลค่าสูงสุดถึง 500 บาท
“ยิ่งเปย์มาก ยิ่งมีสิทธิ์มาก”
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Faceb00k Ficti0nl0g
เงื่อนไขใจกว้างมาก… ไคลน์แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
จริงอยู่ สิ่งของสำคัญสองอันดับแรกคือ ตะกอนพลังของ
ผู้วิเศษลำดับ 5 และสมบัติปิดผนึกขององค์กรลับ แต่ไม่ได้
หมายความว่าอย่างอื่นจะไร้ราคาเสียทีเดียว!
ผู้วิเศษลำดับ 5 ไม่มีทางพกสมบัติปิดผนึกจากโบสถ์แค่ชิ้น
เดียวแน่ ต้องพกสมบัติวิเศษส่วนตัวติดมาด้วย และมีความ
เป็นไปได้ว่า ลำดับ 6 ซอมบี้ กับลำดับ 7 มนุษย์หมาปั่าก็อาจ
พกสมบัติวิเศษติดตัวมาเช่นกัน!
ไคลน์เอนหลังพิงเบาะรถม้า เงยหน้าขึ้นมองเพดานแสร้งทำ
เป็นครุ่นคิด แต่ความจริงแล้วกำลังแอบซ่อนมิให้ตัวเองเผย
ความโลภทางสีหน้าแววตา
“ข้อเสนอน่าสนใจมาก” ไคลน์ตอบเสียงแผ่วเบา ก่อน
จะตั้งคำถาม “แล้วราชาหมอผีคารามันเป็นใคร? หนังสือ
ความลับของเขามีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง?
มาริคเลื่อนมือขึ้นมานวดขมับ
“ราชาหมอผีเป็นทั้งชื่อของโอสถลำดับสูง และยัง
หมายถึงบุคคลผู้ทรงพลังในศาสตร์มนตร์ดำ มนตร์จันทรา และ
มนตร์ประหลาด ต้องโดดเด่นกว่าบุคคลในระดับเดียวกันอย่าง
ชัดเจน จึงจะมีสิทธิ์ถูกเรียกว่าราชาหมอผี คารามันคือกรณีหลัง
เขาโด่งดังในช่วงต้นยุคสมัยห้า แต่หลังจากนั้นก็หายตัวไปอย่าง
ไร้ร่องรอย บางที่ อาจถูกไล่ล่าโดยคนของโบสถ์มรณาหรือไม่ก็
องค์กรลับของพวกเรา ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรแน่นอน คารามัน
อาจเสียชีวิตด้วยโรคชราตามธรรมชาติก็ได้”
“หนังสือแห่งความลับของเขาประกอบด้วยเนื้อหา
ซับซ้อนเช่น พันธสัญญาลับ พิธีกรรม แปรธาตุ โหราศาสตร์ คติ
นิยม สัญลักษณ์นิยม กฎแห่งธรรมชาติ และอีกมากมาย ต่อให้
ตกอยู่ในมือของคนธรรมดา แต่ถ้าอ่านจบ ก็สามารถเป็น
ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์เร้นลับได้ ถึงคนธรรมดาจะไม่มีพลัง
วิญญาณ แต่ก็มีพลังธรรมชาติรอบตัวในระดับเบาบาง สามารถ
ทำเรื่องเหนือธรรมชาติเล็กน้อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการดื่มโอสถ
อย่างไรก็ตาม หากคนธรรมดากระทำเช่นนั้นเป็นเวลานานจะ
เกิดผลกระทบทางจิต เนื่องจากไม่สามารถแบกรับแรงกดดัน
ทางวิญญาณไหว”
ฟังดูเข้าท่ามาก… ตรงจุดประสงค์ของเรา… ทว่า
ภารกิจคราวนี้ไม่เพียงจะอันตราย แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบ
ตามมา เพราะเราอาจกลายเป็นศัตรูขององค์กรลับอายุพันปี…
ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิดสักพัก แต่สุดท้ายก็เลือกทำตามหัวใจ
เรียกร้อง
“ขอเวลาคิดก่อนได้ไหม นี่เป็นเรื่องใหญ่ ผมคงบุ่มบ่าม
ตัดสินใจไม่ได้ จะมอบคำตอบให้ในวันพรุ่งนี้ 9 โมงตรง ส่วนจุด
นัดพบก็… เอาเป็นบ้านของผมก็แล้วกัน คุณคงไปถูก”
ไคลน์ตอบพลางหันมองชารอน และเมื่อพูดจบประโยค
ชายหนุ่มพลันเกิดความรู้สึกประหม่าทันที่
พวกเขายอมบอกความลับสำคัญกับเราหลายเรื่อง
แม้กระทั่งจุดอ่อนของตัวเอง หากเราไม่ยอมร่วมมือ จะไม่ถูกฆ่า
หมกบ้านเอาหรอกหรือ?
บางที่ พวกเขาอาจเริ่มสะกดรอยตามเราตั้งแต่แยกทางกัน
จนถึงตอนมอบคำตอบ…
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วจะหาโอกาสเข้ามิติสายหมอกเพื่อ
ทำนายยืนยันได้ตอนไหน?
ชารอนในชุดเดรสโกธิกสีดำจ้องมองไคลน์อย่างเงียบงัน
ดวงตาปราศจากความโกรธแค้น เคลือบแคลง หรืออารมณ์ด้าน
ลบ
เธอเพียงนำกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากช่องลับของกระเปั๋า
และคลี่ออกมาในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า
กระดาษดังกล่าวมีสีส้มอมเหลือง เต็มไปด้วยสัญลักษณ์
ประหลาด รวมถึงสัญลักษณ์แทนดวงอาทิตย์
สัญลักษณ์และตัวอักษรเวทมนตร์เหล่านี้เขียนเรียงติดกัน
โดยเว้นช่องว่างไว้ตรงกลาง มอบความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง
ให้แก่ผู้พบเห็นอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเห็นแผ่นกระดาษ ไคลน์จดจำได้ทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร
หัวใจมันเริ่มบีบเกร็ง
นี่คือหนึ่งในทรัพย์สินติดตัวอันน้อยนิดของนักเชิดหุ่นโรซา
โก้-ใบรับรอง!
ย้อนกลับไปในเหตุการณ์โรซาโก้ ชารอนเลือกวัตถุเวท
มนตร์ชิ้นนี้เป็นอันดับแรก!
ชารอน วิญญาณอาฆาตผิวพรรณขาวซีด ยื่นใบรับรองให้
ไคลน์และกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนกระชับ
“วางมือลงไป และสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายข้อมูลของ
พวกเราทั้งหมด”
ฟูั่ว! ไคลน์ถอนหายใจโล่งอก พร้อมกับพยักหน้าหนักแน่น
“ตกลง!”
มันทำตามคำแนะนำอย่างว่าง่าย หยิบกระดาษใบรับรองไป
และใช้ฝั่ามือกดลงบนช่องว่างกึ่งกลาง ตามด้วยการเรียบ
เรียงคำพูดและขยับปากเปล่งเสียง
“ผมขอสัญญาว่า จะไม่แพร่งพรายข้อมูลของมาดามชา
รอนและมิสเตอร์มาริคให้ผู้อื่น”
ขณะกล่าวทีละคำ เกิดเป็นแสงสีส้มอบอุ่นส่องออกจาก
อักษรเวทมนตร์บนแผ่นกระดาษ
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ แสงสว่างได้รวมตัวกันเป็นรูปทรง
เป็นตราประทับมายา และประทับทะลุผ่านหลังมือไคลน์ ลงบน
ช่องว่างกึ่งกลางกระดาษ
ความอบอุ่นเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วลำตัว ไคลน์สัมผัสได้ถึงการ
เชื่อมต่อทางวิญญาณระหว่างตนและใบรับรองอย่างเจือจาง
คิดไว้ไม่มีผิด สมบัติวิเศษของมิสเตอร์เนตรแห่งปัญญาชิ้น
นั้นคือพลัง ‘ผู้รับรอง’ …
ไคลน์นึกทบทวนเหตุการณ์ในอดีต
“เสร็จแล้ว” มันยื่นใบรับรองคืน
ชารอนพยักหน้ารับอย่างสุขุมโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม ทันใด
นั้น ร่างมายาของหญิงสาวได้เลือนหายไปจากรถม้าราวกับไม่
เคยมีตัวตน
มาริคผู้ฝืนข่มจิตสังหารตลอดเวลา เลื่อนมือออกไปเคาะ
ผนังห้องโดยสารรถม้าแผ่วเบา
รถม้าหยุดวิ่งพร้อมกับเปิดประตูออก
เขาใช้ซอมบี้ขับรถม้า และใช้ภูตเงาดำปลอมตัวเป็นคนรับ
ใช้… สมกับเป็นมาริค…
ไคลน์พลันกระจ่างหลังจากเปิดเนตรวิญญาณสอดส่อง มัน
ถอดหมวกและหันมาโค้งศีรษะให้มาริคเล็กน้อย ก่อนจะเดินลง
จากห้องโดยสารรถม้า
ถนนรอบตัวมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบ เสาตะเกียงหลาย
ต้นชำรุดและไม่สามารถมอบแสงสว่าง แต่กลับไม่มีพนักงาน
ของรัฐมาซ่อมแซมให้ใช้การได้สักที่
ก่อนอื่น ไคลน์เดินทางกลับหอพักหนึ่งเตียงนอนบนถนน
ปาล์มดำในเขตตะวันออก จากนั้นค่อยอ้อมกลับอาคาร
หมายเลข 15 ถนนมินส์ซึ่งเป็นบ้านเช่าหลัก ปิดท้ายด้วยการจง
ใจทำนายสองคำถามภายในห้องนั่งเล่น
คำถามแรกคือ ตนควรรับภารกิจของมาดามชารอนหรือไม่
และคำถามถัดไป ภารกิจดังกล่าวมีอันตรายไหม และอันตราย
มากเพียงใด
ว่ากันตามตรง ไคลน์ไม่ได้สนใจผลลัพธ์การทำนายสักเท่าไร
เพราะผู้วิเศษลำดับ 5 เส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์ ย่อมสามารถ
เชื่อมต่อกับโลกวิญญาณได้โดยตรงและบิดเบือนผลลัพธ์
นับเป็นพลังสะดวกสบายสำหรับช่วยทำนายและต่อต้านการ
ทำนายไปพร้อมกัน
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำนายถึงชารอนหรือสตีฟ หาก
คำตอบไม่ถูกบิดเบือนก็คงประสบความล้มเหลว
หลังจากแสร้งทำนายจบ ไคลน์อ่านหนังสือพิมพ์และ
หนังสือตามกิจวัตรปรกติ จากนั้นก็ฝึกพลังพิเศษภายใน
ห้องนั่งเล่น และปิดท้ายด้วยการล้างหน้าล้างตาก่อนกลับเข้า
ห้องนอน ไม่มีเผยความผิดปรกติใดให้เห็น
4 : 10 นาฬิกาของวันใหม่ ไคลน์ลืมตาตื่นขึ้นและรีบลุก
พรวดออกจากเตียง
มันหยิบเทียนไขมาวาง ก่อกำแพงวิญญาณ และเริ่ม
พิธีกรรมอัญเชิญตัวเอง
ถัดมา ชายหนุ่มเดินถอยหลังสี่ก้าวทวนเข็มนาฬิกาและส่ง
ตัวเองเข้าสู่ห้วงมิติเหนือสายหมอกสีเทา แต่ยังไม่คิดรีบร้อน
ตอบรับพิธีกรรมของตัวเอง
บนเก้าอี้พนักสูงของเดอะฟูล ไคลน์เพ่งสายตามองวัตถุบน
ผิวโต๊ะทองแดงยาวตรงหน้าอย่างใจเย็น ประกอบด้วยดวงตาดำ
ล้วน นกหวีดทองแดงของมิสเตอร์อะซิก และไพ่จักรพรรดิมืด-
สลักภาพวาดโรซายล์สวมเกราะสีดำนั่งบนบัลลังก์หิน มือข้าง
หนึ่งถือคทา
มุมปากไคลน์กระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนมือไปหยิบไพ่
จักรพรรดิมืดคว่ำหน้าลง
ขอเพียงมองไม่เห็น ก็ไม่ต้องระคายเคืองลูกตาให้หงุดหงิด
ใจแล้ว!
จากนั้น มันเสกกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนประโยค
ทำนายลงไป เนื้อหาเหมือนกับการแสร้งทำนายในห้องนั่งเล่น
ทุกประการ
ผลลัพธ์ของคำถามแรกออกมาเป็น ลูกตุ้มวิญญาณหมุนตาม
เข็มนาฬิกาด้วยความเร็วพอประมาณ ตีความได้ว่า ควรรับทำ
ภารกิจ แต่ถึงไม่ทำก็ไม่เสียหาย
ผลลัพธ์ของคำถามถัดมา ลูกตุ้มวิญญาณหมุนทวนเข็มด้วย
ความเร็วและคาบการแกว่งสูงมาก ตีความได้ว่ามีอันตรายใน
ระดับน่าหวั่นวิตก แต่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากเตรียมความ
พร้อมและตัดสินใจรับมืออย่างเหมาะสม
ฟูั่ว…
หลังจากก้มหน้าตรึกตรองหลายวินาที่ ชายหนุ่มนึกทบทวน
ลางสังหรณ์ก่อนหน้า
หรือว่าแก่นแท้ของนักมายากลจะเกี่ยวข้องกับ ‘การ
แสดง’?
ไม่อย่างนั้น ชื่อโอสถควรเป็น ‘จอมเวท’ มากกว่า ‘นัก
มายากล’
เราเคยตั้งกฎกับตัวเองว่า ‘ห้ามแสดงกลโดยไม่เตรียมความ
พร้อม’ และได้ผลตอบรับค่อนข้างดี สิ่งนี้ก็สอดคล้องกับ
‘การแสดง’ …
ไม่เฉพาะกับการต่อสู้ แต่รวมถึงพฤติกรรมทั้งหมดของนัก
มายากล…
นอกจากนี้ เรายังมีสมมติฐานเรื่องกฎอีกสองข้อคือ
‘เบี่ยงเบนความสนใจ’ และ ‘ได้รับเสียงปรบมือจากคนดู’
โดยทั้งสองปัจจัยล้วนสอดคล้องกับ ‘การแสดง’ เช่นกัน…
ถ้าเราวางแผนได้อย่างไร้จุดบอด แอบซุ่มแนบเนียน และลง
มือทำตามแผนโดยไม่พลาดแม้แต่ขั้นตอนเดียว ถึงอีกฝั่ายจะ
เป็นโรงเรียนกุหลาบอายุยืนยาวกว่าพันปี แต่ก็คงสาวถึงตัวจริง
ของเราได้ไม่ง่ายเช่นกัน…
ไคลน์เริ่มผุดสมมติฐาน
เมื่อนำทฤษฎีในหัวไปผนวกกับผลลัพธ์การทำนายเมื่อครู่
มันเริ่มมองเห็นแนวทาง
ขณะกำลังเอนหลังพิงพนักสูง สายตาจ้องมองไปยังโดม
พระราชวังหรูหราอลังการและสายหมอกสีเทาไร้ก้นบึ้งเบื้อง
หน้า ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีเลศนัยตรงมุมปาก
ตกลง เราจะจัดการแสดงอย่างเอิกเกริก…
เมื่อได้ข้อสรุป ไคลน์นำดวงตาดำล้วนและนกหวีด
ทองแดงอะซิกออกไปยังโลกความจริง
ช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี
ไคลน์ออกไปซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารตั้งแต่เช้ามืด เพื่อ
นำมาปรุงเป็นบะหมี่สูตรเฟเนพ็อตรสชาติเย้ายวน มอบ
ความรู้สึกคล้ายบะหมี่ซอสเนื้อสมัยยังอยู่โลกเก่า จากนั้นก็เดิน
ออกไปหยิบหนังสือพิมพ์และจดหมายจากกล่องหน้าบ้าน
ขณะกำลังกิน สายตาเหลือบเห็นประกาศรับซื้อสินค้าของ
บริษัทเอินส์ หมายความว่าพรุ่งนี้สองทุ่มมีชุมนุมผู้วิเศษ
เป็นไปตามคาด หลังจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องถูกสะสาง
การชุมนุมก็ถูกจัดขึ้นทันที…
ไคลน์ฉีกยิ้ม
เก้าโมงตรง ชายหนุ่มหยิบนาฬิกาพกออกมาเปิดฝาสำรวจ
เวลา ตามด้วยการมองไปรอบห้องนั่งเล่นอันว่างเปล่า และ
ตะโกนกับมุขหน้าต่างใหญ่หน้าบ้าน
“ผมยินดีช่วยเหลือ เงื่อนไขไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขอเวลา
อีกสักหน่อย”
ไคลน์เว้นวรรค
“ผมจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม”
ภายในบ้าน นอกจากไคลน์แล้วก็ไม่มีผู้ใดร่วมอาศัยอยู่อีก
แต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงมายาดังแว่วตามสายลม
“ตกลง ถ้าเตรียมตัวเสร็จให้แวะมาผับ”
…
ภายในห้องอ่านหนังสือของไวเคาต์กายลิน ออเดรย์กำลัง
ช่วยซูซี่แปรงขนหลังคอ ก่อนจะเงยหน้ากล่าวกับซิลและฟอร์ส
ผู้นั่งจิบไวน์อย่างเงียบงันบนโซฟาไม่ห่างออกไป
“รีบร้อนนัดพบดิฉันวันนี้ มีอะไรงั้นหรือ?”
แม้ออเดรย์เพิ่งจะได้พบหน้าซิลและฟอร์สเป็นครั้งแรก
หลังจากเหตุการณ์ลาเนวุส แต่ทั้งสองฝั่ายก็มิได้ติดค้างค่าจ้าง
ต่อกัน เด็กสาวจ่ายผ่านซูซี่ไปนานแล้ว
หืม หลังจากเข้าชุมนุมทาโรต์ อากัปกิริยาของฟอร์สไม่
เปลี่ยนไปมานัก ยังคงชอบประชดประชันเพื่อนสนิทเช่นเคย แต่
ก็มีบางสิ่งแตกต่างชัดเจน อารมณ์ห่อเหี่ยวและไร้ชีวิตชีวาได้
หายไปเป็นปลิดทิ้ง มิได้กังวลกับอนาคตเหมือนเมื่อก่อน…
ออเดรย์ นักอ่านใจ เผยรอยยิ้มสง่างามพลางสำรวจ
พฤติกรรมมิสเมชิกเชี่ยน
หลังจัดการไวน์หมดแก้ว ฟอร์สเปิดปาก
“สมกับเป็นเออร์เมียร์ สุดยอดไวน์แดงแห่งยุคสมัยใหม่
รสชาติเหนือกว่าไวน์ใดซึ่งฉันเคยดื่มอย่างเทียบไม่ติด มีความลุ่ม
ลึกหลายระดับ แต่ทุกระดับกลับชัดเจนเข้มข้น”
แก้วไวน์ในมือถูกวางลง
“ชุมนุมลับซึ่งอาจมีเบาะแสของสมาคมแปรจิตจะถูกจัด
ขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้”
“งั้นหรือ ทำไมถึงกะทันหันนัก?” ออเดรย์ซักถามพลาง
ขมวดคิ้ว
ฟอร์สอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“เพราะคดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้ทำให้ทุกคนเสียเวลามาก
ยิ่งไปกว่านั้น จุดชุมนุมตั้งอยู่ในเขตเหนือ เป็นเขตความ
รับผิดชอบของเหยี่ยวราตรี ผู้ไม่ค่อยกระตือรือร้นในตอน
กลางวันสักเท่าไร”
“ตกลง” ออเดรย์พยักหน้ารับโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่ม
ในเวลาเดียวกัน เธอมองไปรอบห้องหนึ่งหนและถอนหายใจ
กับตัวเอง
เทียบกับเมื่อก่อน ซิลกลายเป็นคนเงียบขรึมจนน่าห่วง ผิด
กับฟอร์สโดยสิ้นเชิง…
ทันใดนั้น กายลินส่งเสียงคิกคัก
“ออเดรย์ ผมจะไปกับคุณด้วย”
“ทำไมหรือ?” เด็กสาวแสร้งถาม แม้จะทราบคำตอบอยู่
เต็มอก
กายลินกระแอมในลำคอ
“แฮ่ม! นั่นเพราะผมได้สูตรโอสถนักปรุงยามาครองแล้ว
จำเป็นต้องหาซื้อวัตถุดิบหลักสักหน่อย เพราะคลังสมบัติตระกูล
ไม่มีสิ่งของเหล่านั้น ผมได้มาจากฟอร์สในราคา 300 ปอนด์ เธอ
รับประกันว่าเป็นของจริง”
300 ปอนด์…? แต่ฉันจำได้ว่าเธอซื้อมาจากมิสเตอร์เวิร์ล
แค่ 230 ปอนด์…
ออเดรย์หันขวับมองฟอร์สทันที