ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 337 ตามหาคน
ฟอร์สกำลังพลิกหน้าปฏิทินบนโต๊ะพลางใช้ปากกาขีดเส้น
เน้นคืนจันทร์เต็มดวงรอบถัดไป
เธอมีแผนในใจแล้วว่า หากได้ยินเสียงเพรียกมายาอีกหน
จะรีบเอ่ยพระนามเต็มอันสูงส่งของเดอะฟูล เพื่ออาศัยมิติสาย
หมอกเทาเป็นแหล่งพักพิงให้ผ่านพ้นความเจ็บปวด
ชีวิตยุ่งยากชะมัด.
หญิงสาวปิดหนังสือนิยายในมือ เตรียมยืดแขนออกไปปิด
ตะเกียงแก๊สบนผนังห้อง
ทันใดนั้น ภาพการของเห็นของฟอร์สพลันสว่างวาบ
กะทันหัน มาพร้อมกับมิติสายหมอกมายารายล้อมทุกทิศทาง
เบื้องหน้าเป็นบุคคลผู้หนึ่งกำลังนั่งบนเก้าอี้พนักสูงท่ามกลาง
พระราชวังหรูหรา และยังมีภาพของใครบางคนกำลังก้มหน้า
สวดภาวนา
เมื่อเสียงของอีกฝั่ายกระทบโสตประสาท หญิงสาวพลัน
ตื่นเต้นด้วยดวงตาลุกวาว ภายในใจกำลังยืนดีเจือความ
ประหลาดใจ
เราใช้เวลาตามหาสูตรโอสถนักตุกติกอย่างจริงจังนานหลาย
ปี แต่อีกฝั่ายกลับหาพบได้ง่ายเช่นนี้เลยหรือ?
ตระเวนเข้าร่วมชุมนุมลับมากมาย อย่าว่าแต่สูตรโอสถ
ลำพังเบาะแสก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เขากลับ.
ผ่านมายังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ด้วยซ้ำ!
น…นี่คือชุมนุมทาโรต์…คิดไว้ไม่มีผิด แตกต่างจากชุมนุม
ลับอื่นโดยสิ้นเชิง!
ฟอร์สถอนหายใจแผ่วเบา หลากหลายอารมณ์กำลังถาโถม
หญิงสาวพยายามระงับอาการตื่นเต้นยินดี และซักถามอย่างใจ
เย็น
“มิสเตอร์ฟูล สูตรโอสถดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่คะ?”
“จริง” เดอะฟูลบนเก้าอี้พนักสูงก้มมองพลางให้
คำตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ฟอร์สกำหมัดแน่นและทำท่าสะใจสองครั้ง ตามด้วยการ
ซักถามต่อเนื่อง
“นั่นคือมิสเตอร์เวิร์ลใช่ไหมคะ? รบกวนช่วยบอกกับเขา
ว่า ดิฉันจะรีบหาสิ่งของมาแปลกเปลี่ยนโดยเร็ว”
เมื่อโลกแห่งหมอกสีเทาสลายไป ฟอร์สยังคงนั่งงุนงงบนโต๊ะ
ต่ออีกหลายวินาที่ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นในลักษณะเก็บอาการไม่
อยู่ พร้อมกับเดินวนเวียนไปมาภายในห้อง
สมบัติวิเศษขอบเขตสุริยัน ต้องมีพลังชำระล้างและปัดเปั่า…
เราเคยได้ยินผ่านหูมาแค่สองครั้งเท่านั้น และทุกครั้งก็จะถูกใคร
บางคนซื้อไป เจ้าของใหม่คงไม่ยอมขายต่อแน่.
จริงสิ เคยมีครั้งหนึ่งในชุมนุมมิสเตอร์ A ซิลจ้างให้สาวกของ
โบสถ์สุริยันช่วยประกอบพิธีชำระล้างและปัดเปั่า…ในเมื่อชาย
คนนั้นมีลำดับไม่ต่ำกว่า 7 บางทีอาจมีสมบัติวิเศษคล้ายคลึงกับ
พลังของตัวเองเก็บไว้ หรืออย่างน้อยก็เบาะแสของมัน.
แล้วราคาประมาณเท่าไรกัน…ถึงฝั่ายมิสเตอร์เวิร์ลบอกว่า
จะช่วยจ่ายเงินให้ แต่ถ้าเรามีเงินติดตัวไม่เงินพอ ก็คงซื้อไม่ได้
อยู่ดี.
ฟอร์สเปลี่ยนประเด็นไปวิเคราะห์สถานภาพทางการเงิน
ของตัวเอง
ปัจจุบัน เธอมีเงินสดอยู่ 370 ปอนด์ เกือบทั้งหมดเป็นเงิน
ของไวเคาต์กายลินซึ่งนำมาจ่ายค่าสูตรโอสถนักปรุงยา และเธอ
ยังมีในบัญชีธนาคารอีก 510 ปอนด์ ทำให้มีเงินพร้อมใช้รวมถึง
สิ้นเกือบ 900 ปอนด์
สำหรับสมบัติวิเศษประเภทดังกล่าว ราคาของมันสามารถ
พุ่งสูงถึง 2 000 ปอนด์ได้เลย และจะไม่ต่ำกว่า 500 ปอนด์
แน่นอน คนอย่างมิสเตอร์เวิร์ลอาจไม่สนใจสินค้าคุณภาพต่ำ…
ถ้าเราบังเอิญพบสมบัติวิเศษเหมาะสม แต่ดันมีเงินไม่มากพอ
ในสถานการณ์เช่นนั้นจะต้องทำอย่างไร? กู้ธนาคาร? หรือกู้เงิน
นอกระบบซึ่งมีดอกเบี้ยแพงลิบลับ? แต่เรื่องนั้นคงไม่น่ากังวล
หากมิสเตอร์เวิร์ลพึงพอใจ เขาคงยินดีช่วยจ่ายส่วนต่างดอกเบี้ย
ให้ ตัดเรื่องชำระดอกเบี้ยไปได้เลย…จริงสิ เราสามารถยืมเงิน
จากมิสออเดรย์มาก่อนได้ เธอแทบไม่สนใจเรื่องเงินทอง คงไม่
คิดดอกเบี้ยกับเราแน่.
ฟอร์สประเมินสถานการณ์อย่างคร่าว
ทันใดนั้น ซิล ผู้ออกไปข้างน้องในยามวิกาลเพื่อฝึกฝนวิชา
ต่อสู้ เดินทางกลับถึงหอพักสองห้องนอนซึ่งทั้งคู่เช่าอยู่ด้วยกัน
เมื่อเห็นไฟห้องฟอร์สยังไม่ปิด ซิลเคาะประตูและส่งเสียง
ซักถาม
“กำลังปันต้นฉบับข้ามคืนของนิยายเรื่องใหม่อยู่หรือ?
เอ่อ ฟอร์ส พักนี้เธอดูมีความสุขมาก ทางสำนักพิมพ์เพิ่ม
เปอร์เซ็นต์ให้ใช่ไหม? ม…ไม่ใช่แบบนั้น” ฟอร์สผงะไป
เล็กน้อย ก่อนจะฝืนยิ้มแห้ง
“ฉันเพิ่งได้รับเบาะแสเกี่ยวกับสูตรโอสถนักตุกติกมา”
“จริงหรือ? พระองค์มองเห็นความพยายามของเธอ
แล้ว!” ซิลยังคงไม่ตระหนักถึงท่าทีผิดปรกติของเพื่อนสนิท
เมื่อฟอร์สเห็นอีกฝั่ายมีความสุข จึงไม่มีทางเลือกนอกจาก
แอบถอนหายใจ
ปัจจุบัน เรากลายเป็นสมาชิกขององค์กรลับเรียบร้อยแล้ว
ในวินาทีดังกล่าว เราก็มีชะตาต้องคอยปิดบังความจริงและ
โกหกเพื่อนสนิทหลายครั้งหลายหน.
เพื่อเอาชีวิตให้รอด เราต้องยอมแลก.
และอาจไม่จบลงแค่นี้.
.
วันเสาร์ช่วงเช้า
ไคลน์แวะไปเยี่ยมนักประดิษฐ์เลพเพิร์ดอีกครั้งบนถนน
ซาร์จ ในเขตนักบุญจอร์จ
ในเมื่อจักรยานยังไม่ได้รับสิทธิบัตร มันจึงจ่ายเงินลงทุน
ก้อนสุดท้ายไป 20 ปอนด์และไม่ได้ลงทุนเพิ่มเติม ไคลน์เน้นย้ำ
กับเลพเพิร์ดว่า จนกว่าจักรยานจะได้รับสิทธิบัตร ห้ามลงนาม
ในสัญญากับนักลงทุนรายอื่นเด็ดขาด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เลพเพิร์ดเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะมัน
เคยถูกหลอกในลักษณะเดียวกันมาแล้วสองหน : ขณะยังไม่ทัน
ได้รับสิทธิบัตร ผู้ลงทุนได้แอบศึกษาโครงสร้างของสิ่งประดิษฐ์
จนเข้าใจถ่องแท้ ก่อนจะติดสินบนกับพนักงานและนำชื่อของ
ตัวเองไปจดสิทธิบัตรตัดหน้าแทนเลพเพิร์ด
หลังจากโบกมืออำลา ไคลน์เดินทางต่อไปยังบ้านของไอเซน
การ์ด·แสตนธอนในเขตฮิลสตันตามเวลานัดหมาย
บรรยากาศรอบบ้านยังคงมืดสลัวเช่นเคย
วันนี้คือวันจัดสรรเงินค่าหัวของรางวัลนำจับคดีฆาตกรรม
ต่อเนื่อง!
เมื่อเดินผ่านห้องรับแขกหน้าบ้านมาถึงเขตห้องนั่งเล่น
ไคลน์ได้พบหน้านักสืบคนคุ้นเคยจำนวนสองคน คาสลาน่า
และสจ๊วต มันจึงเดินเข้าไปนั่งข้างฝั่ายหลัง
“เชอร์ล็อก คุณคิดว่าคราวนี้พวกเราจะได้ค่าจ้างคนละ
เท่าไร? คงไม่น้อยไปกว่าภารกิจคุ้มกันคุณหนูอาโดลแน่ แต่ผม
ไม่ค่อยได้ทำประโยชน์มากนัก ดังคำกล่าวของจักรพรรดิโร
ซายล์ว่า ‘ยิ่งรถน้ำพรวนดินเท่าไร พืชพรรณก็ยิ่งผลิดอกออกผล
เท่านั้น’”
สจ๊วตกำหมัดพลางเลื่อนขึ้นมาเท้าคางซึ่งมีหนวดเครารุงรัง
ไคลน์ลองคาดเดาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เงินรางวัลรวมของพวกเราทุกคนคงประมาณหลายร้อย
ปอนด์ ฉะนั้น คนต่ำสุดก็ไม่น่าจะได้น้อยกว่า 10 ปอนด์”
แต่ฉันอยู่ฝังส่วนแบ่งสูงสุด…ถ้าคำพูดของไอเซนการ์ด
เชื่อถือได้ล่ะนะ…ไคลน์แอบเสริม
ทันใดนั้น ไอเซนการ์ดในชุดเสื้อเชิ้ตขาว กั๊กน้ำตาล จอน
ตรงขมับสีขาวหงอก และใบหน้ามีริ้วรอยประปราย เดินเข้าใน
ห้องนั่งเล่นพร้อมกับไปปคู่กายอันเป็นเอกลักษณ์
ท่ามกลางเตาผิงเผาไหม้ให้ความร้อน ชายวัยค่อนข้างชรา
ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้เอนหลังและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเริ่มผ่อนคลาย สายตาทุกคนเปียม
ด้วยความคาดหวัง ยังไม่มีใครทราบว่าตนจะได้รับส่วนแบ่ง
เท่าใด
แม้แต่ไคลน์ก็เดาไม่ได้ว่า ไอเซนการ์ดจะแบ่งเงินให้ตนเป็น
จำนวนกี่ปอนด์กันแน่
อย่างต่ำก็คงร้อยปอนด์กระมัง…มันพึมพำ
ไอเซนการ์ดสูดไปปเข้าไปหนึ่งปอด หรี่ตาลงเล็กน้อยและ
กล่าวด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ
“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย ผมเพิ่งกลับจาก
สถานีตำรวจเบ็คลันด์ พวกเขาต่างยอมรับในฝีมือและผลงานอัน
โดดเด่นของกลุ่มนักสืบเรา กรมตำรวจมองว่าเบาะแสจากทางนี้
มีส่วนสำคัญในการปิดคดี ถึงแม้จะไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการล้อม
จับคนร้ายโดยตรง แต่พวกเราก็จะได้ส่วนแบ่งเป็นจำนวน
ครึ่งหนึ่งของค่าหัว สรุปโดยสั้นก็คือ วันนี้พวกเราจะมาแบ่งเงิน
หนึ่งพันปอนด์ตามความเหมาะสมของแต่ละคน เงินค่าหัว
จำนวนดังกล่าวนับว่าสูงลิบ แม้จะเป็นเมืองหลวงอย่างเบ็คลันด์
ก็ตาม…สำหรับนักสืบเอกชนส่วนใหญ่ หากต้องการออมเงินให้
ได้ราวหนึ่งพันปอนด์ ต้องไม่กินไม่ดื่ม และนอนบนถนนเป็น
เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ขอบคุณทุกคนมาก สำหรับความไว้วางใจ
ให้ผมจัดสรรเงินค่าหัวอย่างยุติธรรม ผู้มีผลงานอันดับหนึ่งก็คือ
…นักสืบเชอร์คล็อก·โมเรียตี้! แนวคิดของเขาได้ชักนำให้พวก
เราสืบสวนอยู่บนเส้นทางถูกต้องมาตลอด นับเป็นอัจฉริยะแห่ง
การอนุมานและตั้งสมมติฐานตัวจริง! มาดามคาสลาน่าสามารถ
เป็นพยานยืนยันในเรื่องนี้ได้ และผมยังมีจดหมายซึ่งเคยเขียน
โต้ตอบกับนักสืบโมเรียตี้หลายฉบับ ทุกคนมีสิทธิ์ได้อ่านมัน”
ยุติธรรมเหลือเชื่อ…ไม่ได้ใส่ชื่อตัวเองไว้ในบุคคลผู้มีผลงาน
อันดับหนึ่ง.
ไคลน์หันไปมองยอดนักสืบแห่งเบ็คลันด์ ไอเซนการ์ด·
สแตนธอน ด้วยสายตาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงถูกนับหน้าถือตาในวงการนักสืบ
เอกชนนัก!
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน ไอเซนการ์ดพยักหน้าแผ่วเบา
“ผมขอประกาศว่า นักสืบเชอร์ล็อกจะได้รับส่วนแบ่งเป็น
จำนวน 300 ปอนด์!”
แทบจะทันทีทันใด นักสืบจำนวนมากภายในห้องนั่งเล่นต่าง
ส่งเสียงกระซิบกระซาบ
ในวินาทีนี้ สายตาทุกคนกำลังจ้องมองมายังไคลน์เพื่อชื่นชม
‘อัจฉริยะแห่งการอนุมานและตั้งสมมติฐาน’ ตามคำเยินยอ
ของไอเซนการ์ด
ให้ตายสิ ช่างใจกว้างอะไรเช่นนี้.
ไคลน์ฉีกยิ้มกว้างโดยไม่พยายามถ่อมตัวจนเกินไปนัก
ผู้สร้างผลงานลำดับสองตกเป็นของไอเซนการ์ดและคาสลา
น่า ทั้งคู่ได้รับเงินคนละ 160 ปอนด์ จึงเหลือเงินอีก 380 ปอนด์
สำหรับแบ่งกันในหมู่นักสืบคนอื่น
ทุกสิ่งถูกจัดสรรอย่างยุติธรรมตามบทบาทและความ
รับผิดชอบของแต่ละคน จำนวนน้อยสุดคือ 15 ปอนด์
เทียบเท่ารายได้สามถึงสี่สัปดาห์ของงานปรกติ นี่คืออีกหนึ่ง
เสน่ห์อันน่าดึงดูดของคดีใหญ่
สจ๊วตผู้ได้รับส่วนแบ่ง 40 ปอนด์ กำลังแสดงสีหน้าปลื้ม
ปริ่มเป็นพิเศษ เนื่องจากงานของมันมีเพียงการเฝั้าสะกดรอยผู้
ต้องสงสัยแค่สองวัน แถมเปั้าหมายของสจ๊วตก็ยังไม่ใช่คนร้าย
ตัวจริง
แต่กลับได้รับมากถึง 40 ปอนด์!
สจ๊วตสาบานกับตัวเองว่าจะแบ่งเงินให้กับพวกพ้องและสาย
ข่าวของตนทุกคน
หลังจากจัดสรรค่าหัวเสร็จ สจ๊วจพลันฉุกคิดบางสิ่งได้ จึงรีบ
หยิบเศษกระดาษออกจากกระเปั๋าเสื้อพลางหันมาพูดกับไคลน์
“เชอร์ล็อก ผมได้รับการจ้างวานให้ตามหาคนหาย ลูกค้า
รายนี้จ่ายหนักมาก รบกวนฝากคุณใช้เส้นสายช่วยผมตามหา
เปั้าหมายด้วยอีกแรง หากคนหายถูกพบตัว ผมไม่มีทางลืมส่วน
แบ่งของคุณแน่นอน”
“ตกลง” ไคลน์ตอบเสียงเรียบ
สจ๊วตยื่นแผ่นกระดาษในมือและเล่าต่อ
“เพศชาย หายตัวไปสองสัปดาห์แล้ว ชายคนคนนี้อาจมี
พฤติกรรมไม่เหมาะสม หรืออาจถึงขั้นทำเรื่องผิดกฎหมาย ทาง
ลูกค้าจึงไม่ต้องการแจ้งตำรวจ”
ไคลน์พยักหน้ารับพลางคลี่กระดาษออก ด้านในเป็นภาพ
ขาวดำประหนึ่งภาพพิมพ์หิน
เส้นผมของชายในภาพเรียบแปล้หวีเปั๋ สีหน้าแววตาแฝง
ความสง่างามและโอหัง
อายุราว 27 ถึง 28 ปี รูปโฉมจัดว่าหล่อเหลาเอาเรื่อง
สายตาจองหอง ดั้งจมูกสูงโด่งและริมฝีปากเรียวเล็ก
“ชื่อของเขาก็คือ…” สจ๊วตทำหน้านึกสักพักก่อน
กล่าว
“เอ็มลิน·ไวท์”
เอ็มลิน·ไวท์…ไคลน์รีบหันไปมองสจ๊วต
เดี๋ยวนะ ถ้าเราจำไม่ผิด.
นั่นมันชื่อของแวมไพร์ซึ่งถูกบิชอปยูทรอฟสกี้ขังไว้ในห้องใต้
ดินของวิหารฤดูเก็บเกี่ยวไม่ใช่หรือ?
.
ภายในคฤหาสน์ดยุคนีแกน
ออเดรย์ เด็กสาวผู้ถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาอย่างไม่เต็ม
ใจ กำลังนั่งฟังบทสนทนาระหว่างมารดาของตนกับดัชเชสไดล่า
ด้วยสีหน้าเบื่อนหลายเล็กน้อย เนื่องจากหัวข้อการพูดคุยหนีไม่
พ้นเรื่องในแวดวงขุนนาง
สายตามองกวาดผ่านชั้นวางขนมสุดอลังการตรงหน้า มี
ทั้งหมดสามชั้น ถาดของแต่ละชั้นจะมีขนมรสเลิศพอดีคำ
หลากหลายชนิดวางเรียงราย แต่เนื่องจากเธอประเมินว่าตน
ตามใจตัวเองมากไปแล้วในช่วงก่อน จึงทำเพียงยกชาดำขึ้นมา
จิบอย่างสง่างาม
ถัดมาไม่กี่นาที่ เด็กสาวลุกขึ้นพลางแสดงกิริยาขอตัวไป
ห้องน้ำพร้อมกับเหล่าสาวใช้
เมื่อเดินออกจากออกน้ำ ออเดรย์บังเอิญสวนกับหญิงสาว
รูปร่างสูง วัยกลางคนค่อนไปทางสาว คิ้วเรียวเล็กและใบหน้า
สง่างาม
น้องสาวของดัชเชลไดล่า และยังเป็นภรรยาของไวเคาต์ศักดิ
นา-คุณหญิงนอร์ม่า
หลังจากแลกเปลี่ยนคำชมเชยซึ่งกันและกันสักพัก นอร์ม่า
อมยิ้มพลางจ้องมองออเดรย์
“ดิฉันได้ยินมาว่า คุณหนูสนใจในศาสตร์เร้นลับอย่างนั้น
หรือคะ?”
หือ เธอพูดว่าศาสตร์เร้นลับ สมาคมแปรจิตส่งคนมา
ทดสอบแล้วหรือ?
ออเดรย์รีบเข้าสู่ภาวะนักอ่านใจ ก่อนจะแสร้งสวมสีหน้า
เขินอายและตอบเสียงกระซิบ
“ใช่ค่ะ”