ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 338 ไคลน์ผู้มากประสบการณ์
หลังจากได้ยินคำยืนจากปากออเดรย์ คุณหญิงนอร์ม่าเผย
รอยยิ้มมุมปาก
“ซึ่งตรงจังนะคะ ดิฉันได้มีโอกาสรู้จักกับผู้เชี่ยวชาญ
ศาสตร์เร้นลับเข้าโดยบังเอิญ คุณหนูอยากสนทนากับพวกเขา
ไหม? แน่นอนค่ะ! ดิฉันต้องการโอกาสเช่นนี้มานานแล้ว!
เทพธิดาจงเจริญ” ออเดรย์แสร้งทำเป็นตื่นเต้น ก่อนจะวาด
สัญลักษณ์จันทร์แดงกึ่งกลางหน้าอก
มาดามนอร์ม่าพยักหน้ารับและยิ้มตอบ
“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาของดิฉันไหม
คะ?”
“ด้วยความยินดีค่ะ!” แววตาอันตื่นเต้นของเด็กสาว แฝง
ความไร้เดียงสาไว้เล็กน้อย
หลังจากกลาวคำอำลากับคุณหญิงนอร์ม่า ออเดรย์เดินกลับ
เข้าห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม
ไม่ผิดแน่ ภาษากาย สีออร่าอารมณ์ และการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านภาวะจิตใจของคุณหญิงนอร์ม่าระบุชัดเจนว่า เธอ
ปราศจากความคิดมุ่งร้าย แต่ขณะเดียวกัน อากัปกิริยานั้น
เป็นไปอย่างประหม่า…ดูเหมือนคุณหญิงนอร์ม่าจะเป็นสมาชิก
ของสมาคมแปรจิต.
ฝั่ายเธอก็สำรวจภาษากายของเราเช่นกัน แต่ไม่สามารถเก็บ
ซ่อนอารมณ์ของตัวเองได้มิดชิด บางที่ คุณหญิงนอร์ม่าอาจอยู่
ระดับเดียวกับซูซี่ เป็นเพียงผู้ชม จึงไม่ทราบว่าบุคคลตรงหน้า
คือนักอ่านใจ.
ออเดรย์วิเคราะห์หาเหตุผลด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
ขณะเดียวกันก็ไม่ปล่อยให้กิริยาท่าทางของตนมีจุดบกพร่อง
ยังคงย่างกรายอย่างงดงามสมกับคุณหนูตระกูลขุนนางใหญ่
.
เขตฮิลสตัน
ภายในบ้านไอเซนการ์ด·สแตนธอน
ริมฝีปากไคลน์กำลังสั่นระริก ราวกับกำลังหักห้ามใจตัวเอง
ไม่ให้ถามออกไปว่า ลูกค้าของสจ๊วตมีลักษณะหน้าตาเป็นเช่นไร
มันไม่ต้องการพัวพันกับเอ็มลิน·ไวท์ไปมากกว่านี้แล้ว
แม้เจ้าตัวจะยืนกรานหนักแน่นว่าตนเป็นแวมไพร์เคารพ
กฎหมาย แต่ก็ถือเป็นคำกล่าวอ้างฝั่ายเดียว ไม่มีสิ่งใดรองรับ
ไคลน์ไม่มีทางทราบว่าชีวิตในอดีตของเอ็มลินได้ก่อกรรมทำเข็ญ
ใดไว้บ้าง
ลงเอยด้วย มันไม่มีความคิดจะช่วยแวมไพร์เอ็มลินออกมา
จากบิชอปยูทรอฟสกี้
เหนือสิ่งอื่นใด ถึงจะอยากช่วยออกมา แต่บิชอปร่างยักษ์ผู้นี้
คือ ‘อัศวินรุ่นอรุณ’ ผู้ชำนาญในการต่อสู้ และไม่ถูกทำให้
อ่อนแอลงเหมือนกับร่างมายาภายในมิติความฝัน!
หากลงมือช่วยเหลือ ความลับของตนอาจถูกเปิดเผยต่อเอ็ม
ลินและยูทรอฟสกี้ได้
ได้แต่หวังว่าหลวงพ่อสุดแกร่งคนนั้นจะยอมปล่อยตัวแวม
ไพร์ผู้น่าสมเพชหลังจากเขา ‘ใช้กรรม’ จนหมด.
ภายในใจ ไคลน์แอบทำสัญลักษณ์สี่จุดเพื่อสวดภาวนา
ให้เอ็มลิน·ไวท์แคล้วคลาด
หลังจากประชุมแบ่งเงิค่าหัวเสร็จ เหล่านักสืบต่างทยอย
เดินทางกลับ ด้านไคลน์ได้รับการปฏิบัติตัวเป็นพิเศษสุด-ไอเซน
การ์ดเดินไปส่งหน้าบ้านด้วยตัวเอง
ด้วยมือข้างหนึ่งถือไปป นักสืบชื่อดังแห่งเบ็คลันด์กระแอ่ม
เสียงค่อย
“คดีฆาตกรรมต่อเนื่องยังเหลือความไม่ชอบมาพากลอยู่
หลายจุด อาจมีบุคคลทรงพลังยิ่งกว่าฆาตกรคอยชักใบอยู่
เบื้องหลัง ฉะนั้น คุณไม่ควรบอกกับใครว่า ตัวเองเป็นส่วน
สำคัญในการไขคดีนี้”
หมายความว่า หน่วยพิเศษของทางการตระหนักแล้วว่า
สุนัขปีศาจตัวนั้นมีเจ้าของ.
ไคลน์ตอบเสียงขรึม
“ผมทราบดี และกำลังกังวลเรื่องนี้เช่นกัน มิสเตอร์สแตน
ธอน คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วย เป็นถึงแกนนำของกลุ่มนักสืบ
และเป็นคนประสานงานกับตำรวจโดยตรง”
ไอเซนการ์ดนำไปปเข้าปาก สูดหนึ่งฟอดใหญ่และพ่นควัน
“เชอร์ล็อก.ผมขอเรียกคุณว่าเชอร์ล็อกก็แล้วกัน เรื่องนั้น
ไม่ต้องเป็นห่วง ถึงจะเห็นอายุมากแบบนี้ แต่ผมก็มีฝีมือพอตัว
เชี่ยวชาญการต่อสู้และยิงปืน แถมยังมีประสาทสัมผัสรับรู้
อันตรายเฉียบแหลม”
สรุปก็คือ คุณเป็นผู้วิเศษ และไม่ได้เป็นแค่เป็นผู้วิเศษลำดับ
ต่ำ? ชักอยากรู้แล้วว่ามาจากเส้นทางไหน.
ไคลน์คิดตามคำพูดอีกฝั่าย
“มิสเตอร์สแตนธอน สำเนียงของคุณไม่เหมือนกับคน
เมืองหลวงสักเท่าไร คงมาจากแคว้นซิลวารัสใช่ไหม?”
“ถูกต้อง ก็เหมือนกับสำเนียงแคว้นเลียบทะเลของ
คุณ” ไอเซนการ์ดยอมรับโดยไม่ปิดบัง
สองนักสืบมองหน้ากันพลางส่งรอยยิ้ม ต่างฝั่ายต่างชื่นชม
ในความช่างสังเกตของกันและกัน
ไคลน์เดินทางกลับถึงอาคารหมายเลข 15 ถนนมินส์ก่อนฟั้า
มืด
ปัจจุบัน เรามีเงินสดทั้งสิ้น 1 224 ปอนด์ รวมกับทอง
ปอนด์อีก 5 เหรียญและเศษเงินซึ่งไม่ได้นับละเอียด นับว่า
ร่ำรวยมากถ้าเทียบกับสมัยเพิ่งเข้ามาอาศัยในเบ็คลันด์…
แต่วัตถุดิบหลักโอสถลำดับ 6 นั้นมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 500
ปอนด์ต่อชิ้น หากชิ้นใดหายากเป็นพิเศษ ราคาก็จะพุ่งขึ้นไปอีก.
ผู้ครอบครองวัตถุดิบหลักลำดับ 6 มาขายย่อมไม่ใช่คนโง่ ไม่
มีทางปล่อยไก่ขายต่ำกว่ามาตรฐานแน่ แทบจะหมดสิทธิ์
ต่อรอง…
แม้ว่าแม่ค้าอาวุธเถื่อนผู้มีช่างฝีมือหนุนหลังคนนั้นจะแสดง
ท่าทางอยากได้สูตรโอสถเส้นทางจักรพรรดิมืดจนออกนอกหน้า
แต่ก็คงไม่หน้ามืดตามัวทุ่มซื้ออย่างบ้าคลั่ง โอสถทุกชนิด
จำเป็นต้องใช้เวลาย่อยสักพักใหญ่ ในเมื่อเธอยังอยู่ลำดับ 9 คง
ไม่มีทางซื้อสูตรโอสถไปจนถึงลำดับ 6 ในคราวเดียว นอกจาก
จะเป็นเจ้าของเหมืองหรือไม่ก็เจ้าของธนาคารใหญ่.
แล้วก็ เราไม่ควรทำเงินจากการขายโอสถมากเกินไป.
ขณะครุ่นคิด ไคลน์ไม่รีบร้อนเตรียมอาหารเย็นให้ตัวเอง
ในทันที่ ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับขึ้นไปยังห้องนอน ขึงผ้าม่าน
มิดชิด และส่งตัวเองเข้าสู่มิติสายหมอกเทา
มันมีบางสิ่งต้องรีบยืนยัน
ขณะนั่งบนเก้าอี้เดอะฟูล ไคลน์เหยียดแขนออกไปสัมผัสกับ
กุญแจทองเหลืองราบเรียบไร้การตกแต่ง
อ้างอิงจากเนื้อหาภายในสมุดบันทึกของทายาทตระกูลอับ
ราฮัมเล่มเมื่อคืน ไคลน์ผุดข้อสันนิษฐานว่า ผู้ฝึกหัดคนนั้นคลุ้ม
คลั่งทันทีเนื่องจากดื่มโอสถในคืนจันทร์เต็มดวง
หมายความว่า ‘คำสาป’ ของกุญแจ อันจะทำให้เจ้าหลง
ทางและนำพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันตราย ต้องเป็น
ผลมาจากการปนเปือนของเสียงเพรียกมิสเตอร์ประตู มิใช่ความ
เคียดแค้นภายในดวงวิญญาณหรือตะกอนพลังเพียงอย่างเดียว
ถ้าอย่างนั้น จะเกิดอะไรกับมาสเตอร์คีย์ในคืนจันทร์เต็ม
ดวง…? ไคลน์พึมพำ
มันเสกกระดาษและปากกา เขียนประโยคทำนายซึ่ง
ไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว
“กุญแจดอกนี้จะแสดงผลอย่างไรในคืนจันทร์เต็มดวง”
มือข้างหนึ่งถือกระดาษ อีกข้างถือมาสเตอร์คีย์ จากนั้นก็
เอนหลังพิงพนักเก้าอี้และเผยรอยยิ้มจืดชืด
เรากำลังรนหาความตายอีกแล้ว…
แต่คราวนี้คงมิได้อันตรายสักเท่าไร มิสเตอร์ประตูอยู่ห่าง
จากโลกกายภาพค่อนข้างมาก กำลังจมอยู่ท่ามกลางความมืด
มิดสีดำสนิท ไม่เพียงเท่านั้น ฝั่ายเรามีห้วงมิติสายหมอกช่วย
เป็นกำบัง.
อย่างไรก็ตาม การทำนายในคราวนี้ไม่ต่างจากการระบุตัว
มิสเตอร์ประตูโดยตรง ส่งผลให้ไคลน์ผู้มากประสบการณ์ไม่
ประมาท
มันหลับตาลงและเริ่มเข้าฌาน ตาดำเปลี่ยนจากสีน้ำตาล
เป็นสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำสนิท ปากขยำพึมพำ :
“กุญแจดอกนี้จะแสดงผลอย่างไรในคืนจันทร์เต็มดวง”
.
หลังจากท่องครบเจ็ด ไคลน์หลับตา
ท่ามกลางโลกมายาสีเทาไม่คมชัด ชายหนุ่มมองเห็นห้องใต้
ดินแห่งเดิม-จุดเสียชีวิตของทายาทตระกูลอับราฮัม
คราบเลือดและชิ้นเนื้อภายในห้องแห้งกรังไปนานแล้ว แต่
นาฬิกาพกสีเงินเลี่ยมเพชรและมาสเตอร์คีย์ยังไม่ถูกใครขโมยไป
พวกมันกำลังนอนนิ่งบนพื้นห้อง
ทันใดนั้น เสียงโหยหวนหวีดแหลมพลันเสียดทะลวงแก้วหู
ไคลน์
ความรู้สึกคล้ายกับถูกเข็มเล่มเล็กแทงใส่สมองโดยตรง
จากนั้นบรรจงสอดลึกลงไปทีละนิดอย่างเชื่องช้า ปิดท้ายด้วย
การหมุนคว้านไปมาราวกับต้องการถลกหนังหัวทั้งเป็น!
ความเจ็บปวดแสนสาหัสส่งผลให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์
นิทราและเหยียดหลังตรงด้วยร่างกายสั่นกระตุก
สายตาก้มมองเส้นเลือดดำซึ่งปูดโปนขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ
บนหลังมือ แต่ก็กลับสภาพเดิมภายในเวลาไม่นานนัก
หืม สงบเสงี่ยมกว่าการจ้องมองเทพสุริยันเจิดจรัสโดยตรง
มาก และแสบแก้วหูไม่เท่ากับการฟังเสียงเพรียกกัดกร่อนจิตใจ
จากพระผู้สร้างแท้จริง.
ไคลน์คลายการเกร็งมือ พร้อมกับใช้มือข้างเดิมเคาะลงบน
โต๊ะทองแดง
แน่นอน มันทราบดี หากตนทดลองทำเรื่องรนหาความตาย
เช่นนี้บนโลกจริง ผลลัพธ์คงไม่ลงเอยอย่างราบรื่นแน่
หากปล่อยให้มิสเมชิกเชี่ยนได้ยินเสียงเพรียกต่อไปเรื่อยๆ
อนาคตของเธอคงมีเพียงการคลุ้มคลั่งรออยู่…และจากการ
ประเมินเบื้องต้นของเรา คำสาปภายในกุญแจจะสร้างเสียง
เพรียกได้รุนแรงกว่าการได้ยินตามปรกติของผู้วิเศษเส้นทางผู้
ฝึกหัด.
แต่มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง หลวงพ่อยูทรอฟสกี้น่าจะเคยผ่านคืน
‘จันทราโลหิต’ พร้อมกับกุญแจดอกนี้ไม่ใช่หรือ? แล้วทำไม
เขาถึงยังสบายดี.
หรือจะเป็นเพราะ หลวงพ่อเก็บกุญแจไว้ในห้องนอน แต่
ขณะเกิดจันทราโลหิต เขากำลังสวดภาวนาอยู่ในโถง? หรือไม่ก็
คง ต้องสัมผัสกับกุญแจโดยตรงในคืนจันทร์เต็มดวงเท่านั้น จึง
จะได้ยินเสียงเพรียก.
ฟูั่ว! ถ้ายังไม่กลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูง เราจะไม่ใช้มันบน
โลกจริงในค่ำคืนจันทร์เต็มดวงเข็ดขาด…เนื้อหาของเสียงเมื่อครู่
คล้ายกับใครบางคนกำลังพูดว่า ‘ช่วยด้วย’ เป็นภาษาเฮอร์
มิสโบราณ.
ไคลน์ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนถึงรายละเอียดภายในนิมิตความ
ฝัน
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ มุมปากชายหนุ่มกระตุกโดยไม่รู้ตัว มันทำ
ตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าตนควรหัวเราะหรือร้องไห้กันแน่
ประโยคขอความช่วยเหลือจากหนึ่งชีวิต ได้ทำให้หลายชีวิต
ต้องถึงจุดจบ.
น่าเสียดาย หากหาโอกาสทำให้คนของโรงเรียนกุหลาบ-
ศัตรูของชารอนและมาริค ได้ยินเสียงเพรียกของมิสเตอร์ประตู
ได้ ภายใต้สภาวะกึ่งบ้าของพวกมัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คงได้
ระเบิดตัวเองไปทีละคนสองคนเป็นแน่
จากนั้น ชายหนุ่มนั่งตรึกตรองอยู่นานว่า จะมีวิธีใช้งาน
กุญแจดอกนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการหรือไม่
ไคลน์ตัดสินใจส่งตัวเองกลับโลกจริงและดำเนินชีวิตไปตาม
แผนเดิมก่อน คือกินอาหารมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อย เปลี่ยน
เสื้อผ้า และออกจากบ้าน
มันเดินทางสองต่อเพื่อไปถึงผับวีรบุรุษ จากนั้นก็เดินวนรอบ
ผับหนึ่งหนและกลับออกมาโดยไม่ได้สั่งเครื่องดื่ม
ขณะทำเรื่องดังกล่าว ไคลน์พบว่าคาสปาสกลับมาคุมธุรกิจ
ตลาดมืดเหมือนเดิมแล้ว
เมื่อเดินออกมาได้หนึ่งบล็อกถนน มันเช่ารถม้าและสั่งให้
คนขับตรงไปยังถนนเชอร์วู้ด
ในวินาทีเกือกม้ากระทบพื้นคอนกรีตเพื่อเริ่มออกตัว ภายใน
ห้องโดยสาร ร่างมายาของใครบางคนพลันโผล่เบื้องหน้าไคลน์
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมาดามชารอน หญิงสาวผู้มาพร้อมชุด
เดรสโกธิกสีดำ
“เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือ” เธอถามเย็นชา
หมวกใบเล็กเหนือศีรษะติดแน่นอยู่กับเส้นผมสีทองแวววาว
เมื่อผนวกเข้ากับผิวพรรณค่อนไปทางขาวซีด หญิงสาวผู้นี้ช่าง
งดงามราวกับตุ๊กตา
ไคลน์ตอบเถรตรง
“ก็ไม่เชิง ผมยังต้องการสมบัติวิเศษอีกสักชิ้น”
ชารอนตอบด้วยน้ำเสียงไม่สั่นคลอน
“ทางฉันเตรียมสมบัติวิเศษไว้แล้ว”
หืม นี่คือสาเหตุให้คุณตกลงรับงานคุ้มกันเป็นเวลา 3 วัน
เพื่อแลกกับเงินพันปอนด์สินะ ในตอนนั้น คุณคงพบสมบัติวิเศษ
ถูกใจแล้ว แต่มีเงินไม่มากพอจะซื้อมาครอบครอง.
ไคลน์ฉีกยิ้มเมื่อกระจ่าง
“ไม่ต้องรีบร้อน ยิ่งพวกเราเตรียมตัวได้รัดกุมมากเท่าใด
โอกาสประสบความสำเร็จก็ยิ่งมากเท่านั้น”
และไม่ว่าจะทำภารกิจนี้หรือไม่ เราก็ยังต้องการสมบัติวิเศษ
ในขอบเขตของเทพสุริยันเพื่อกลบจุดอ่อนด้านภูตผีอยู่ดี…ไคลน์
เสริม
เมื่อเห็นชารอนเงียบไป มันเล่าต่อ
“ผมมาหาพวกคุณในวันนี้เพราะต้องการทดลองบาง
สิ่ง”
“ทดลอง?” ชารอนถามกระชับ
ไคลน์ตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พยายามทำน้ำเสียงฟังดู
น่าเชื่อถือ
“จากคำอธิบายของมาริค คำสาปของคุณแตกต่างจาก
เขา ในกรณีของมาริค ซอมบี้จะต้องเผชิญความเจ็บปวด ต้อง
คอยการกัดฟันทนเอาไว้ ส่งผลให้ไม่เหลือเรี่ยงแรงมากพอ
สำหรับต่อสู้ แต่ของคุณไม่ใช่ คุณแค่อ่อนแอลงถ้าไม่ได้สูบ
วิญญาณมนุษย์ ผมพูดถูกไหม?”
ชารอนผงกศีรษะเบา
“ถูก”
“สำหรับตอนนี้ ผมยังไม่มีวิธีรักษาจุดอ่อนของคุณ แต่กับ
มาริคนั้นยังไม่แน่ใจ อาจมีวิธีช่วยระงับความเจ็มปวดให้เขาได้
ชั่วขณะ ตัวอย่างเช่น การกินยาบางชนิดเพื่อให้อยู่ในสภาวะไร้
อารมณ์ ด้วยวิธีดังกล่าว เขาจะมีเรี่ยวแรงมากพอสำหรับช่วย
พวกเราต่อสู้”
ไคลน์สาธยาย
ชารานส่ายหัว
“คงไม่ได้ผล ยาแบบนั้นไม่มีผลกับเขาอีกแล้ว”
ไม่มีผลอีกแล้ว? หรือกำลังหมายความว่า มันเคยได้ผลมา
ก่อนในอดีต?
ไคลน์ขมวดคิ้วซักถาม
“ทำไมจึงเป็นแบบนั้น”
“เมื่อก่อน เขาเคยใช้มันบ่อยครั้งจนเกิดอาการดื้อยา
หากยาชนิดใดเริ่มเสื่อมสรรพคุณ ก็จะเปลี่ยนชนิดของยาใหม่
แต่การเปลี่ยนตัวยาอาจได้ผลแค่สามสี่ครั้งแรก หลังจากนั้นก็
กลับมาไม่ได้ผลเหมือนเดิม…ในปัจจุบัน พวกเราไม่สามารถหา
ยาชนิดใหม่ให้เขาได้แล้ว…”
ขณะชารอนกำลังอธิบาย เธอพลันชะงักกลางคันราวกัลฉุก
คิดบางสิ่งได้
เมื่อเห็นท่าทีดังกล่าว ไคลน์ฉีกยิ้ม
“ผมมียาระงับประสาทชนิดพิเศษ สร้างโดยฝีมือนักปรุง
ยาคนนั้น”
หลังจากเห็นว่าชารอนไม่โต้แย้ง มันประสานมือด้านหน้า
และเล่าต่อ
“ผมจะให้คุณนำไปทดสอบกับมาริคก่อนหนึ่งขวด ถ้าจำ
ไม่ผิด วันพรุ่งนี้จะเป็นคืนจันทร์เต็มดวง หากได้ผล เราคงต้องให้
เขาดื่มรวดเดียวสองถึงสามขวดก่อนเริ่มศึก”
ถึงจะเกิดการดื้อยาในอนาคต แต่หากเอาชีวิตรอดจากวันชี้
ชะตาไม่ได้ เรื่องของอนาคตก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว.
ไคลน์ครุ่นคิดอย่างใจเย็น