ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 346 นักมายากลก่อนขึ้นเวที
สี่ทุ่มตรง ณ ตรอกหลังประตูผับวีรบุรุษ
เฉกเช่นคราวก่อน ไคลน์ในชุดโค้ทสีดำกระดุมสองแถวและ
หมวกทรงกึ่งสูงสีเดียวกัน เดินวนในผับหนึ่งรอบโดยไม่สั่ง
เครื่องดื่ม ก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อไปยังถนนเส้นใกล้เคียง
ประหนึ่งมาเดินออกกำลังกายยามค่ำคืน
เมื่อพ้นจากตรอกแคบ รถม้าคันหนึ่งแล่นมาหยุดตรงหน้า
ไคลน์ หลังบานกระจกห้องโดยสารคือใบหน้าของซอมบี้มาริค
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังคงเปียมจิตสังหารเช่นเคย
ไคลน์ใช้มือขวากดหมวก มือซ้ายถือไม้ค้ำย่างกรายขึ้นไปบน
ห้องรถสารรถม้าอย่างเป็นธรรมชาติ
ชายหนุ่มนั่งลงพร้อมกับขยับโบหูกระต่าย ประหนึ่ง
สุภาพบุรุษจัดระเบียบเครื่องแต่งกายก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยง
“ชุดของคุณไม่เหมาะสำหรับต่อสู้”
มาริคในเชิ้ตขาวกั๊กดำและกางเกงรัดรูป สำรวจไคลน์หัว
จรดเท้าพลางขมวดคิ้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชายคนนี้ยังคงเคลือบแคลงในพลังของ
ไคลน์ เพียงแต่เลือกจะเชื่อใจชารอนมากกว่า
ไคลน์เผยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“พลังพิเศษของผมต่างจากคุณ แนวทางต่อสู้ย่อมต่างกัน
เสื้อผ้าประเภทนี้ไม่ส่งผลให้ความคล่องตัวน้อยลง ตรงกันข้าม
มันช่วยสนับสนุนพลังของผมมาก ยกตัวอย่างเช่น การมีกระเปั๋า
ลับหลายช่อง ช่วยให้ผมแยกเก็บวัตถุต่างๆ โดยไม่เกิดความ
สับสน มั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีการหยิบผิดขณะสู้จริงแน่นอน”
ขณะกล่าว ไคลน์ล้วงยาระงับประสาทสามขวดออกจากช่อง
กระเปั๋าลับ มันซื้อมาจากนักปรุงยาร่างท้วมเมื่อนานมาแล้ว
อย่างจำใจ เพราะต้องการตบตาชารอน
เมื่อสิ้นเสียงพูด ร่างมายาพลันปรากฏตัวบนกระจกห้อง
โดยสาร
เธอสวมชุดเดรสโกธิกสีดำ หมวกใบเล็กสีเดียวกัน ไม่ใช่ใคร
อื่นนอกจากลำดับ 5 แห่งเส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์
วิญญาณอาฆาต ชารอน
“คุณพูดมากกว่าปรกติ” ชารอนจ้องมองไคลน์พร้อม
กับกล่าวด้วยน้ำเสียงล่องลอย “ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ”
ผมแค่พยายามโหมโรงการแสดง…
ไคลน์ยิ้มแห้ง
“คงเพราะประหม่ากระมัง”
โดยไม่ปล่อยให้ชารอนพูดต่อ ชายหนุ่มยื่นยาระงับประสาท
สามขวดให้มาริค
“คุณหาโอกาสดื่มเอาเอง ผมมั่นใจว่าคุณมีประสบการณ์
มากกว่า และคงตัดสินใจดื่มในจังหวะเหมาะสมได้… ไม่ช้า
หรือเร็วเกินไป ไม่มากไม่น้อยเกินไป”
มาริคเพ่งมองขวดแก้วใสบรรจุของเหลว ก่อนจะเขย่าอย่าง
ทะนุถนอมและเอ่ยปาก
“สองขวดครึ่ง ถ้ามากกว่านั้น ประสาทของผมจะถูก
ระงับเกินเหตุ ไม่สามารถขยับร่างกายได้ชั่วขณะ”
“สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ” ไคลน์ชื่นชมพลางหันไปมอง
มาดามชารอนในกระจก
“คุณเลือกจุดซุ่มโจมตีได้หรือยัง?”
ชารอนหงึก
“รถม้าคันนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังปลายทาง”
หญิงสาวยังคงไม่ยอมบอกเปั้าหมาย
รอบคอบและระวังตัวมาก… ไคลน์พยักหน้ารับและ
ซักถามต่อ
“พวกคุณจะได้รับบาดเจ็บจากพลังชำระล้างของขอบเขต
สุริยันไหม?”
“ถ้าเป็นซอมบี้ก็ใช่ รวมถึงร่างวิญญาณของฉันด้วย”
ชารอนอธิบายครอบคลุม
ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ หากลำดับ 5 วิญญาณอาฆาตอยู่
ในร่างกายเนื้อ พลังชำระล้างของสุริยันก็จะไม่เป็นผล…
ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรอง
“แล้วพลังปัดเปั่า? พลังปราบมาร?”
ในเมื่อศัตรูคือผู้วิเศษเส้นทางเดียวกับตน ชารอนจึงไม่คิด
ปิดบังข้อมูล
“พลังปราบมารสามารถสร้างความเสียหายกับร่างเนื้อได้
พลังปัดเปั่าก็เช่นกัน เพียงแต่จะไม่ส่งผลรุนแรงนัก”
ไคลน์ยกมุมปากยิ้ม
“เข้าใจแล้ว”
ชายหนุ่มยังคงวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็นอีกสักพัก
ก่อนจะซักถามเพิ่มเติม
“ในตอนนี้ พวกคุณสัมผัสถึงพลังชำระล้างและปัดเปั่าได้
ไหม?”
“ไม่เลย” มาริคตอบเสียงแหบ
ได้ผล… เราสามารถผนึกเข็มกลัดสุริยันด้วยกำแพง
วิญญาณได้ เพียงแต่ว่า ความร้อนบัดซบยังคงเท่าเดิม…
ไคลน์แอบถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ตามด้วยการยืนยัน
ข้อมูลเป็นหนสุดท้าย
“วิญญาณอาฆาต·สตีฟ ซอมบี้·เจสัน และมนุษย์
หมาปั่า·ไทร์ พวกมันมีสมบัติวิเศษหรืออาวุธวิเศษนอกจาก
มงกุฎจันทร์ชาดไหม?”
“พวกเราก็ไม่ทราบ” มาริคเลื่อนมือขึ้นมาสัมผัสหว่าง
คิ้ว สีหน้ากำลังครุ่นคิด
เมื่อศึกใหญ่ใกล้เข้ามา อารมณ์ของมันย่อมแปรปรวน เป็น
ความเครียดปนกังวล ส่งผลให้สมาธิในการระงับแรงปรารถนา
และจิตสังหารลดลง
ชารอนนั่งฟังอย่างเงียบงันสักพักก่อนจะตอบโดยไม่เผยสี
หน้าวิตกกังวล
“ขณะถูกผลของมงกุฎจันทร์ชาดครอบงำ ทั้งเจสันและไทร์
จะอยู่ในภาวะพลุ่งพล่าน
“ดังนั้นถึงพวกมันจะมีสมบัติวิเศษ แต่ก็คงไม่มีสติมาก
พอจะใช้งาน”
“นอกเสียจากจะเป็นประเภทแสดงผลตลอดเวลา”
มาริคเสริม “สำหรับมนุษย์หมาปั่าทุกตน ไม่มีอาวุธวิเศษใดยอด
เยี่ยมและพึ่งพาได้มากไปกว่ากรงเล็บอีกแล้ว
“เป็นเหมือนกันทั้งผม เจสัน ไทร์ พวกเราสามารถฟัน
เหล็กให้ขาดสะบั้นพร้อมกับสร้างพิษใส่บาดแผล”
ไคลน์นั่งฟังอย่างตั้งใจ
“รับทราบ… ผมหมดคำถามแล้ว”
ท่ามกลางยามวิกาลอันปราศจากผู้คน รถม้าแล่นไปบนถนน
พร้อมกับเสียงล้อไม้เหยียบแอ่งน้ำขังเป็นระยะ
ผ่านไปสิบนาที่ มาริคสั่งให้ซอมบี้หยุดรถ
ไคลน์มองไปนอกหน้าต่าง มันได้พบกับอาคารชำรุดหลัง
หนึ่งในจุดไม่ห่างออกไป บรรยากาศมืดสนิท เสียงน้ำไหลดังแว่ว
เข้ามาในรถม้าเป็นระยะ
“นี่คือเขตอู่ต่อเรือไบลัมตะวันตก ถูกทิ้งร้างมานานหลาย
ปีแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมรื้อถอนและสร้างใหม่ จุดซุ่ม
โจมตีตามแผนของเราจะอยู่ใกล้กับเขตโกดัง” มาริคอธิบาย
อู่ต่อเรือไบลัมตะวันตกร้าง… หืม หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เราสามารถหนีลงแม่น้ำทัสซอคได้ทันที…
จากการสำรวจคราวก่อน วิหารใกล้สุดคือ ‘วิหาร
ชะแลง’ ของโบสถ์จักรกลไอน้ำ…
ไคลน์รีบทบทวนข้อมูลในความทรงจำ
ถัดมา มันลงจากรถม้าพร้อมกับจัดระเบียบเครื่องแต่งกาย
ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ก่อนจะเดินตามหลังชารอนและมาริคพร้อม
ไม้ค้ำในมือซ้าย ตรงเข้าไปในเขตอู่ต่อเรือซึ่งกำลังรอปรับปรุง
ซ่อมแซม
หลังจากเดินเท้าราวห้านาที่ ทั้งสามมาถึงลานโล่งซึ่งถูก
ล้อมรอบด้วยโกดังสินค้า
สภาพพื้นเป็นดินเปียกสีน้ำตาลเข้ม วัชพืชเหี่ยวแห้งปกคลุม
หลายจุด ตามมุมโกดังมีกล่องไม้วางกองสุมเป็นจุดๆ
“นั่นคือระเบิดของนาย” มาริคชี้
ไคลน์พยักหน้ารับและซักถาม
“พวกคุณไม่กลัวคนจรจัดมาขโมยหรือ”
“ซอมบี้ของผมกำลังหลับอยู่ใต้ดิน หากใครเข้ามาใกล้
พวกเขาจะโผล่ขึ้นมาขับไล่”
ขณะเดียวกัน มาริคชี้ไปอีกสองสามจุด
“ช่วยเลี่ยงพวกเขาขณะฝังระเบิดด้วย”
“ไม่มีปัญหา” ไคลน์ยิ้มรับ ตามด้วยการเอ่ยปากถาม
ต่อ “พลังปัดเปั่าและชำระล้างของผมจะส่งผลต่อพวกเขา
ไหม?”
“ไม่ พวกขาไม่ต่างอะไรกับซากศพในสภาพหลับลึก แถม
ยังมีชั้นดินหนาขวางไว้” มาริคยืนกรานหนักแน่น
หลังจากกวาดสายตาสำรวจสนามรบหนึ่งรอบ ชารอนเริ่ม
ร่ายยาวเป็นครั้งแรก
“คุณต้องรอตรงนี้และเตรียมความพร้อมของตัวเองให้
เรียบร้อย พวกเราจะออกไปล่อศัตรูเข้ามา… ไม่เกินสามสิบ
นาที่ ช่วยจัดการให้เสร็จก่อนหน้านั้น… หลังจากเตรียมตัว
เสร็จ จงซ่อนตัวอยู่ในโกดังเก็บของ ไม่ต้องรีบร้อนเผยตัวลงมือ
พยายามอดทนรอจังหวะสำคัญ… ไม่ว่าสถานการณ์จะ
อันตรายสักเพียงใด ให้มองว่าทุกสิ่งยังเป็นปรกติไว้ก่อน…
จนกระทั่งฉันอ่อนแอลงเพราะผลของมงกุฎจันทร์ชาด คุณต้อง
ใช้ ‘ดวงตา’ นั่นค้นหาตำแหน่งสตีฟและลอบจู่โจมมันด้วย
หมัดเด็ด ทางฉันก็จะใช้สมบัติวิเศษของตัวเองช่วยสนับสนุน
เช่นกัน”
ไคลน์ตั้งใจฟังโดยไม่ขัดคอ ก่อนจะอมยิ้มและกล่าว
“แผนการเรียบง่ายดี ผมชอบ”
“ยิ่งเรียบง่ายก็ยิ่งมีประสิทธิภาพ” ชารอนตอบด้วย
น้ำเสียงสุขุม
มาริคใช้ปลายนิ้วกดหว่างคิ้ว
“สตีฟไม่ใช่ไอ้งั่ง หากแผนการซับซ้อนเกินไปจนเกิด
ปัญหา เราทุกคนคงมีจุดจบไม่สวยแน่นอน”
เมื่อยืนยันแผนการเสร็จ ชารอนหายตัวไปท่ามกลางความ
ว่างเปล่า ส่วนมาริคก็รีบเคลื่อนตัวออกจากเขตอู่ต่อเรือ
หลังจากยืนมองทุกคนออกไปทำภารกิจของตัวเอง ไคลน์
หยิบกล่องโลหะใบเล็กออกจากกระเปั๋าเสื้อ ผิวรอบนอกถูกปก
คลุมด้วยชั้นพลังวิญญาณแผ่นบาง สิ่งนี้คือกำแพงวิญญาณฉบับ
ย่อส่วนซึ่งมันดัดแปลงสำหรับผนึกวัตถุวิเศษโดยเฉพาะ
ผลลัพธ์ค่อนข้างน่าประทับใจ สามารถปกปิดอิทธิพลของ
สมบัติวิเศษได้บางส่วน แต่มิอาจขจัดผลข้างเคียงต่อตัวผู้ใช้งาน
ได้
แน่นอน หากเป็นสมบัติวิเศษชนิดทรงพลังหรือมีเอกลักษณ์
เฉพาะตัวสูง กำแพงวิญญาณแผ่นบางของไคลน์ย่อมไม่สามารถ
ผนึกอำนาจไว้ได้หมดจด จำเป็นต้องออกแบบเวทผนึกให้
สอดคล้องกับธรรมชาติของพลังโดยเฉพาะ
โกดังสี่หลัง วัชพืชปกคลุมหนาแน่น พื้นมีสภาพเป็นดิน
โคลนเนื่องจากฝนตก…
ไคลน์หยิบกระดาษออกมาสะบัด
พรืด!
กระดาษพลันแข็งตัวราวกับแผ่นเหล็ก
ไคลน์ใช้มันแทนจอบเพื่อขุดหลุมตื้นในจุดใจกลางลานโล่ง
ก่อนจะนำกล่องโลหะสี่เหลี่ยมวางลงไปและฝังกลบ
กล่องดังกล่าวถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยชั้นดินบางๆ
เท่านั้น
ถัดมา ชายหนุ่มเดินไปหยิบระเบิดออกจากลังไม้และฝังไว้
ตามจุดรอบลานโล่งและโกดัง
ระเบิดบางส่วนถูกฝังไว้ใกล้กับจุดใจกลางสนามรบ
หลังจากจัดการเสร็จ ไคลน์นำปืนออกมาเปลี่ยนกระสุนให้
เป็นอัตราส่วน กระสุนชำระล้าง 3 นัด ต่อกระสุนปัดเปั่า 2 นัด
เมื่อเก็บปืนกลับเข้าไป มันจัดระเบียบเครื่องแต่งกาย
เล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงไปในจุดระหว่างโกดังเก็บสินค้าสอง
หลัง และวางกระดาษรูปคนลงบนพื้นดินในจุดฝังระเบิด
ไคลน์สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบอีกครั้งเพื่อให้ไม่ตก
หล่น จากนั้นก็หยิบกล่องโลหะสี่เหลี่ยมออกมาอีกหนึ่งกล่อง
บรรจงลบกำแพงวิญญาณและหยิบเข็มกลัดสีทองเข้มทรงนก
สุริยัน กลัดไว้บนหน้าอกซ้าย
ฟูั่ว! ไคลน์เปั่าปากพร้อมกับเดินออกจากลานโล่ง มันเดินวน
เป็นวงกลมรอบนอกพลางโปรยเศษขยะไว้ตามทาง
ขณะเดียวกันก็วางกระดาษไหม้ทับไว้ด้านบน
เมื่อกลับเข้ามาในสนามรบ ชายหนุ่มปีนโกดังสินค้าและ
ซ่อนตัวบนเงามืดหลังคา
มือข้างหนึ่งล้วงตรวจสอบยันต์ น้ำมันสกัด และผงสมุนไพร
ตามช่องลับในกระเปั๋า ก่อนจะหยิบกล่องบุหรี่ออกมาพร้อมกับ
ดีดนิ้ว
ทันใดนั้น กระดาษรูปคนซึ่งถูกวางไว้ระหว่างสองโกดังใน
ตอนแรก พลันเปลี่ยนร่างกลายเป็นสุภาพบุรุษสวมชุดคลุม
กระดุมสองแถวสีดำ หมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง มือข้างซ้ายถือไม้ค้ำ
เลี่ยงเงินแข็งแรงทนทาน
ตำแหน่งของสุภาพบุรุษคนดังกล่าวค่อนข้างไกลและเป็นมุม
อับสายตา หากใครเข้ามาจากด้านนอกก็ยากจะสังเกตเห็น
เมื่อ ‘ตัวแทน’ ไคลน์ประจำตำแหน่ง ร่างจริงของมัน
พลันเลือนหายไปจากการมองเห็น
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มยังคงสำรวจทางเข้าเขตโกดังอย่าง
ไม่ละสายตา
ถึงจะเตรียมการเป็นอย่างดีและเคยผ่านศึกเฉียดตายนับ
ครั้งไม่ถ้วน แต่ส่วนลึกภายในจิตใจก็ยังเกิดความประหม่า
ไม่ว่าการแสดงกลของนักมายากลจะสมบูรณ์แบบสัก
เพียงใด แต่ก็คงมีผู้ชมสักคนสามารถมองตามกลอุบายได้ทัน…
เหนือสิ่งอื่นใด ศัตรูในคราวนี้คือผู้วิเศษลำดับ 5 ซึ่งมาพร้อม
สมบัติวิเศษ รวมถึงลูกน้องลำดับ 6 และ 7 อย่างละหนึ่งคน!
นักมายากลทุกคนคงรู้สึกแบบนี้ก่อนขึ้นแสดงกลสินะ…
ไคลน์สูดลมหายใจยาวสุดปอด ฝืนข่มอารมณ์ส่วนเกินและ
อดทนต่อความร้อนอบอ้าวของร่างกาย
ในค่ำคืนนี้ พระจันทร์แดงบนฟากฟั้าถูกเมฆขาวบดบังเป็น
ส่วนใหญ่ เหลือเพียงแสงนวลเล็ดลอดลงมาเล็กน้อย
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ไคลน์เริ่มมองเห็นร่างของสามบุคคลกำลัง
ตรงมาทางลานโล่งด้วยความเร็วสูง
วิ่งมาในลักษณะแถวตอนลึกเรียงหนึ่ง