ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 365 แวมไพร์ผู้มีงานอดิเรกพิเศษ
วิหารสุขสงบสวยงามเป็นพิเศษในค่ำคืนปัจจุบัน โดยเฉพาะ
การมีจันทร์แดงเหนือท้องฟั้าคอยสาดแสงอ่อนโยนลงด้านล่าง
เลียวนาร์ดเดินเข้าไปในห้องพักเดี่ยวของตัวเองพลางโยนถุง
มือแดงลงบนโต๊ะหนังสือ
มันนั่งลงหน้ากระจกเงาลวดลายซับซ้อนด้วยสีหน้าอึมครึม
แสงจันทร์สีแดงนวลจากนอกหน้าต่างกำลังฉายฉาบแผ่นหลัง
หลังจากความเงียบงันผ่านไปราวสิบวินาที่ ชายหนุ่มกล่าว
เสียงค่อยพร้อมกับขบกรามอย่างเจ็บใจ
“คุณเป็นปรสิต!”
น้ำเสียงเจือความโกรธชัดเจน และยังแฝงมาด้วยความตึง
เครียด ผิดหวัง และหวาดกลัว
เสียงกึ่งชราของใครบางคนดังสวนขึ้นแทบจะในทันที่
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิด…”
“แล้วคุณต้องการอะไรจากผม!! กลืนกินอายุขัยของร่าง
ต้นเหมือนกับพวกปรสิตอื่น? หรือรอให้ผมแข็งแกร่งขึ้น จากนั้น
ค่อยเขมือบตะกอนพลังไปเป็นของตัวเอง เหมือนกับการ
เพาะเลี้ยงโอสถแบบมีชีวิต?”
เลียวนาร์ดบีบเสียงให้แผ่ว แต่ความโกรธไม่สามารถเก็บ
ซ่อนกันได้
เสียงกึ่งชราในหัวพลันคิกคัก
“นายเคยคิดมาตลอดไม่ใช่หรือ ว่าการได้พบฉันเปรียบดัง
วาสนาครั้งสำคัญของชีวิต นายเชื่อโดยไม่เคลือบแคลงว่าตัวเอง
คือพระเอกของโลกยุคสมัยใหม่… แต่ในความเป็นจริง นายก
ลับเอาแต่ระแวงในตัวฉันและไม่เคยนำความพิเศษมาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ ถึงแม้ฉันจะยอมสอนเทคนิคสวมบทบาทให้ แต่นายก
ลับทดลองทำมันเพียงผิวเผิน ไม่ใส่ใจจะย่อยโอสถเลยสักนิด
ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างสูญเปล่า ไม่กระตือรือร้นจะพัฒนา
ตัวเองไปเป็น ‘ฝันร้าย’ จนกระทั่งนายได้เผชิญหน้ากับ
ทายาทของพระผู้สร้างแท้จริงและพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพช นาย
นึกเคียดแค้นในความอ่อนแอของตัวเอง นึกเสียใจเมื่อไม่
สามารถช่วยชีวิตพวกพ้องไว้ได้แม้แต่คนเดียว ตราบาปในครั้ง
นั้นได้ทำให้นายเริ่มมองเห็นภาพหลอน เลียวนาร์ด… ลองนึก
ดูให้ดี นายคิดว่าคนอย่างฉันจะไม่รู้จักเทพธิดารัตติกาลเลย
หรือ? สมัยพวกเราทำสงครามระหว่างกัน ยานิสยังไม่ถือกำเนิด
ขึ้นมาบนโลกด้วยซ้ำ ฉันจะไม่ทราบเชียวหรือว่าโบสถ์เทพธิดา
รัตติกาลรู้จักปรสิต จะไม่ทราบเลยหรือว่าถุงมือแดงรู้วิธีรับมือ
กับผู้วิเศษลำดับสูง? แล้วฉันเคยขัดขวางการเข้าร่วมถุงมือแดง
ของนายสักครั้งไหม?”
สีหน้าของเลียวนาร์ดสลับไปมาอยู่พักใหญ่ มันไม่กล่าวสิ่งใด
เป็นเวลานาน
เสียงชราในหัวดังขึ้นอีกครั้ง
“ตัวนายแก่ชราเร็วกว่าคนอื่นหรือ? ก็ไม่… ฉันยังมีชีวิต
อยู่ได้อีกไม่ต่ำกว่าร้อยปี ไม่มีความจำเป็นต้องรีบช่วงชิงอายุขัย
ของโฮสต์ ในกรณีของตะกอนพลัง อา… พวกเราไม่อยู่บน
เส้นทางเดียวกัน และไม่ใช่เส้นทางซึ่งสามารถสลับกันได้ หาก
ฉันกินเข้าไปจะไม่ต่างอะไรกับกินยาพิษ ฉันจะกลายเป็นคนกึ่ง
เสียสติและเพิ่มโอกาสคลุ้มคลั่งให้ตัวเองไปเพื่ออะไร? เส้นทาง
รัตติกาลอยู่กลุ่มเดียวกับยักษาและมรณา ส่วนเส้นทางของฉัน
อยู่กลุ่มเดียวกับนักทำนายและผู้ฝึกหัด”
เลียวนาร์ดนั่งจ้องร่างกายอาบแสงจันทร์ของตัวเองผ่าน
กระจกเงา ก่อนจะเปล่งเสียงแผ่วเบาหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน
“แล้วคุณต้องการอะไรจากผม? มีจุดประสงค์ใดแอบแฝง
กันแน่?”
เสียงกึ่งชราถอนหายใจ
“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือ ร่างหลักของฉันได้รับความ
เสียหายหนัก จำเป็นต้องสิงร่างโฮสต์เพื่อฟืนฟูพลังให้กลับคืนมา
ทีละนิด ขณะเดียวกันก็เป็นการหลบหนีให้พ้นจากสายตาศัตรู
ทรงพลัง… เหยี่ยวราตรีและโบสถ์รัตติกาลจึงเป็นตัวเลือก
น่าสนใจ”
เลียวนาร์ดแหงนหน้ามองเพดานโดยไม่พูดอะไรนานหลาย
วินาที่ ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้ม
“อาร์คบิชอปและอาวุโสใหญ่สามารถสัมผัสถึงคุณได้
ไหม? รวมถึงบรรดาสมบัติวิเศษสายตรวจจับ”
เสียงชราตอบอย่างผ่อนคลาย
“หากปรสิตถูกตรวจพบได้ง่ายดาย ปั่านนี้อาวุโสใหญ่
นามเครสไทน์คนนั้นคงไม่ทำแค่ตักเตือนแน่ แต่จะส่งนายไป
ตรวจสอบอย่างละเอียดทุกซอกมุมร่างกาย จริงอยู่ ปรสิต
สามารถถูกตรวจพบได้ด้วยวิธีพิเศษ และโบสถ์รัตติกาลก็ทราบ
วิธีดังกล่าว แต่สิ่งนั้นค่อนข้างซับซ้อนและเต็มไปด้วย
ผลข้างเคียง อาจแย่ถึงขั้นลามไปทำให้เทพธิดาเดือดร้อน ฉะนั้น
นายยังปลอดภัยจนกว่าจะกลายเป็นอาวุโสใหญ่หรือบุคคล
ระดับสูงของโบสถ์ ผู้ต้องคอยเข้าร่วมประชุมในสภาสูงและ
ใกล้ชิดสมบัติปิดผนึกระดับ 0 บ่อยครั้ง กว่าจะถึงตอนนั้น ฉัน
คงฟืนฟูพลังกลับมาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองไปแล้ว”
เลียวนาร์ดนั่งฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“แล้วศัตรูทรงพลังในความหมายของคุณคือใคร?”
เสียงกึ่งชราหัวเราะ
“ฉันไม่รู้จักนามของมัน ทราบแค่ชื่อสกุล”
“ตระกูลใด?” เลียวนาร์ดขมวดคิ้ว
เสียงชราตอบกลับอย่างเย็นชา
“อามุนด์”
…
ย่านทิศใต้ของสะพาน
อาคารหมายเลข 46 ถนนหลวงอ่าวแม่น้ำ
ขณะเจ้าของบ้านกำลังดื่มด่ำไปกับอาหารมื้อค่ำแสนอร่อย
มันได้ยินเสียงกริ่งดัง
สาวใช้คนเดียวภายในบ้านเดินมายังประตูหน้าและส่องด้วย
ช่องตาแมว เธอมองเห็นตำรวจในชุดลายตารางหมากรุกสีขาว
สลับดำ
หญิงสาวเปิดประตูพลางซักถามด้วยน้ำเสียงเจือความ
ประหม่า
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
ตำรวจลึกลับไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไคลน์ผู้กำลังสวมบทบาท
โดยใช้กฎ ‘นักมายากลต้องเป็นฝั่ายเริ่มก่อน’
ชายหนุ่มถ่อมาถึงถนนเส้นนี้เพื่อจะยืนยันว่าให้แน่ใจว่า
พวกพ้องแวมไพร์ในอาคารหมายเลข 48 รวมถึงผู้ว่าจ้างให้
นักสืบสจ๊วตตามหาตัวเอ็มลิน·ไวท์ ล้วนเป็นแวมไพร์เคารพ
กฎหมายจริง
สัตว์ประหลาดผู้เคารพกฎหมาย…
ถึงจะฟังดูแปลกหูและน่าขัน แต่เราไม่ควรเอาความรู้สึก
ส่วนตัวมาตัดสิน…
ไคลน์เน้นย้ำกับตัวเอง
ชุดตำรวจในปัจจุบันไม่ได้เกิดการจากเย็บเลียนแบบให้
เหมือนจริง แต่เป็นเสื้อผ้าราคาถูกซึ่งกำลังฉาบด้วยเวทมนตร์
ลวงตา
นักมายากลก็ต้องทำภารกิจในแบบฉบับนักมายากล!
ไคลน์ไม่เข้าไปในตรวจสอบในบ้านหลัง 48 โดยตรงเพราะ
เชื่อว่า พวกพ้องของเอ็มลินคงย้ายหนีไปนานแล้ว
ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเหล่าอมนุษย์จะรีบย้ายบ้านหลังจากมี
สมาชิกหนึ่งคนหายตัวไปนานหลายวัน
ทุกคนในบ้านคงเชื่อว่าเอ็มลินถูกหน่วยพิเศษของทางการ
จับตัวไป ไม่ว่าจะเป็นเหยี่ยวราตรี จิตแห่งจักรกล ทูตพิพากษา
หรือหน่วยงานของรัฐบาลกลุ่มอื่น และบางทีก็ต้องเผื่อใจไว้ว่า
เอ็มลินอาจไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว
ฉะนั้น ไคลน์จึงเลือกใช้วิธีสอบปากคำชาวบ้านหลังข้างเคียง
แทน
ชายหนุ่มสวมรอยทำตัวโอหังเหมือนกับตำรวจระดับล่าง
สายตาดูแคลนชาวเมืองเสียเต็มประดา คางขึ้นพลางกล่าวโดย
ไม่ถอดหมวกทักทาย
“ผมมีบางสิ่งจะถามเจ้านายของคุณ”
สาวใช้รีบวิ่งเข้าไปในบ้านและกลับออกมาพร้อมชายวัย
สามสิบกว่าผู้สวมเสื้อเชิ้ตตัวหนา
“คุณตำรวจ มีอะไรจะถามผมหรือครับ?” เจ้าของบ้าน
ซักถามด้วยน้ำเสียงประหม่า
ไคลน์ยืนหน้าประตูพร้อมกับจ้องมองเข้าไป
“รู้จักผู้พักอาศัยของบ้านหลัง 48 ไหม?”
“รู้จักครับ” เจ้าของบ้านทำสีหน้าประหลาดใจ
เล็กน้อย ตามด้วยซักถาม
“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือ?”
“พวกเขาเข้าไปพัวพันกับคดีหนึ่ง ฉะนั้น คุณต้องเล่าให้
ผมฟังทุกเรื่อง”
ไคลน์โกหกหน้าตาย
ปัจจุบัน ชายหนุ่มเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของตัวเองด้วยภาพ
ลวงตา เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีส่วนใดคล้ายคลึงกับนักสืบเชอร์
ล็อก
หลังจากได้ยินเช่นนั้น เจ้าของบ้านแสดงสีหน้าคล้ายกับฉุก
คิดบางสิ่งได้
“กะแล้วเชียว ถึงว่าทำไมต้องรีบร้อนย้ายออกไปตั้งแต่
หนึ่งเดือนก่อน… ชาวเมืองส่วนใหญ่บนถนนอ่าวแม่น้ำจะรู้จัก
กับสองสามีภรรยาไวท์และบุตรชายเป็นอย่างดี เขาเป็นเด็ก
หนุ่มรูปหล่อแต่มีนิสัยประหลาด มิสเตอร์ไวท์เป็นหมอมีฝีมือ
เขาชำนาญการใช้ยาและเทคนิคหลั่งเลือดรักษา”
“หลั่งเลือดรักษา?” ไคลน์ถามกลับ
“ถูกต้อง แม้จะมีงานวิจัยจำนวนมากระบุว่าศาสตร์
ดังกล่าวไม่สามารถรักษาได้จริง เป็นเพียงความเชื่อโบราณ แต่
คนไข้ของมิสเตอร์ไวท์กลับหายสนิทหลังจากได้เข้าช่วยดูแล
อย่างไรก็ตาม มิสเตอร์ไวท์กำชับว่า นอกจากเขาแล้ว ห้ามไป
รักษาด้วยเทคนิคหลั่งเลือดกับใครเป็นอันขาด พวกนั้นเป็นของ
ปลอม” เจ้าของบ้านเล่าเรื่อง
…อย่าบอกนะว่า เบื้องหลังของเทคนิคหลั่งเลือดรักษาก็
คือแผนรวบรวมอาหาร? ส่วนขั้นตอนการรักษาจริงอยู่กับตัว
ยา…
เข้าใจแล้วตระกูลแวมไพร์อาศัยการรักษาบังหน้าเพื่อ
แลกเปลี่ยนอาหาร แต่ถ้าเลือดของคนไข้มีคุณภาพต่ำหรือมี
ปริมาณน้อยเกินไป พวกเขาก็จะถ่อไปไกลถึงโรงพยาบาลเพื่อ
ขโมยถุงเลือดแทน… สำหรับสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์ประหลาด
แวมไพร์เหล่านี้เคารพกฎหมายจนน่าเหลือเชื่อ…
ไคลน์เริ่มกระจ่าง
ขณะเดียวกัน สีอารมณ์ของเจ้าบ้านยังไม่เปลี่ยนแปลง
หมายความว่าอีกฝั่ายไม่ได้โกหก
เมื่อเห็นพนักงานตำรวจไม่ว่าอะไร เจ้าของบ้านจึงเริ่มเล่า
ต่อ
“มิสเตอร์ไวท์และภรรยาเป็นคนจิตใจดี ถึงแม้จะรักษา
คนไข้ปั่วยหนักไม่ได้ แต่หากเจ็บปั่วยเล็กน้อยถึงปานกลาง พวก
เขายินดีช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ทุกครอบครัวบนถนน
เส้นนี้ต่างชื่นชอบพวกเขา… เมื่อครู่ คุณบอกว่าบุตรชายของ
พวกเขา เอ็มลิน เข้าไปพัวพันกับคดีใช่ไหม? เด็กคนนั้นมักทำตัว
ประหลาดอยู่เสมอ ไม่พูดไม่จา และจ้องมองพวกเราด้วยสายตา
ดูแคลน วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้าน ผมไม่ทราบว่าเขาแอบ
ทำอะไรข้างใน… เหงื่อ? คุณตำรวจร้อนหรือ? แต่ผมกลับรู้สึก
ว่าอากาศข้างนอกกำลังเย็นเฉียบ”
เอ็มลินคงหมกตัวอยู่แต่ในบ้านตอนกลางวันเพราะกลัวแดด
และค่อยออกมาเที่ยวเล่นตอนกลางคืนแทน…
ไคลน์ปาดเหงื่อพร้อมกับกล่าว
“เป็นเพราะคดีอันน่าหงุดหงิด ผมจึงต้องเดินไปไหนมา
ไหนตลอดทั้งวัน!”
หลังจากนั้น ไคลน์ใช้ชุดคำถามซึ่งมันออกแบบมาอย่างดี
เก็บข้อมูลของสองสามีภรรยาไวท์และบุตรชายทุกซอกมุม
ชายหนุ่มเปลี่ยนบ้านสอบถาม จากนั้นก็ยิงคำถามเดิมวนไป
เรื่อยๆ จนได้คำตอบมากพอจะยืนยันว่า ครอบครัวไวท์เป็นคนดี
มีจิตใจเมตตาและเคารพกฎหมายมาก
แตกต่างจากแวมไพร์ในจินตนาการของเราโดยสิ้นเชิง…
ไคลน์แหงนหน้ามองดวงจันทร์สีเลือดซึ่งพยายามสาดแสง
แหวกผ่านกลุ่มเมฆหนาลงมาด้านล่าง ขณะเดียวกันก็นำข้อมูล
ทั้งหมดมาสรุปในหัว
ถัดมา ชายหนุ่มลบเวทมนตร์ลวงตาบนใบหน้าและเริ่มใช้
พลังทำนาย
หลังจากยืนยันว่าปลอดภัย ไคลน์เดินอ้อมไปยังด้านข้างของ
อาคารหลายเลข 48 และลอบปีนกำแพงอย่างเงียบเชียบ
คนอื่นอาจไม่ทราบว่าเอ็มลิน·ไวท์ถูกใครจับตัวไป จึง
กังวลว่าบ้านหลังนี้อาจมีคนของทางการคอยจับตามองอยู่ แต่
ไคลน์ทราบความเป็นมาอย่างละเอียด จึงมั่นใจว่าภายในบ้าน
ปลอดกับดัก
ขณะลอบเข้าไปจากชั้นสอง ไคลน์อาศัยแสงสว่างของดวง
จันทร์ช่วยนำทางจนพบกับสภาพห้องกระจัดกระจายไม่เป็น
ระเบียบ เดาได้ไม่ยากว่าคนในบ้านรีบร้อนเผ่นหนีมากเพียงใด
ไคลน์ยังพบหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรหายากอีกหนึ่งเล่ม
ภายในนั้นเขียนถึงสูตรการปรุงยาต้นตำรับท้องถิ่น
ชายหนุ่มก้าวเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปในห้องนอน ทันใด
นั้น มุมสายตาพลันเหลือบเห็นเงาคนเลือนราง
หัวใจชายหนุ่มพลันหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เสี้ยวหนึ่งของความคิด
เชื่อว่าตนกำลังถูกซุ่มโจมตี จึงเตรียมดีดนิ้วเพื่อย้ายตัวเองไปยัง
ก้านไม้ขีดไฟซึ่งโยนเตรียมไว้ด้านนอกตัวอาคาร
แต่โชคยังดี ไม่มีการโจมตีใดพุ่งเข้าใส่
แสงจันทร์สีแดงนวลลอดผ่านหน้าต่างห้องนอนพร้อมกับ
เผยภาพเครื่องเรือนและบรรยากาศภายในอย่างละเอียด
ในวินาทีนี้ ไคลน์ทราบทันทีว่าเงาคนเลือนรางเมื่อครู่คือสิ่ง
ใด
แม้จะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่เนตรวิญญาณกลับไม่แสดงสี
ออร่า
ทั้งหมดคือ ‘ฟิกเกอร์’ หลากหลายขนาด!
ตัวใหญ่สุดมีส่วนสูงน้อยกว่าไคลน์ไม่มาก เป็นโมเดลของ
หญิงสาวสวมเดรสยาวหรูหรา ตามขอบแขนเสื้อและปกเสื้อมี
ริบบิ้นลายลูกไม้ร้อยสวยงาม
‘ฟิกเกอร์’ หญิงสาวเหล่านี้สร้างจากขี้ผึ้ง ใบหน้าพวก
เธอทั้งสมจริงและมีชีวิตชีวาจนน่าเหลือเชื่อ เส้นผมสีทองมา
พร้อมดวงตาสีแดง ช่วยมอบกลิ่นอายความงดงามซึ่งยากจะหา
ได้จากมนุษย์จริง
ฟิกเกอร์ตัวเล็กสุดมีขนาดเท่าฝั่ามือ เป็นโมเดลของอัศวิน
หญิงสวมเกราะสีเงิน มอบบรรยากาศองอาจและกล้าหาญของ
วีรสตรี ขณะเดียวกันก็แฝงกลิ่นอายความงามและความเมตตา
ขณะไคลน์กวาดสายตาผ่านฟิกเกอร์ตัวแล้วตัวเล่า มันฉุก
คิดบางสิ่งขึ้นได้
ภายใต้อิทธิพลของจักรพรรดิโรซาย วงการฟิกเกอร์ได้
พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในระยะหลัง ถึงขั้นมีการแบ่งฟิกเกอร์
ออกเป็นสองประเภทใหญ่ ชนิดแรกคือ ฟิกเกอร์เน้นความน่ารัก
และสามารถเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และอีกประเภทหนึ่งคือ ฟิก
เกอร์เน้นความสวยงามสมจริง
ไคลน์เพ่งมองอย่างถี่ถ้วนก่อนจะโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงตก
ตะลึง
“ถ้าเราจำไม่ผิด… ฟิกเกอร์พวกนี้ราคาแพงบัดซบ! อย่า
บอกนะว่า เอ็มลินคือแวมไพร์หนุ่มคลั่งฟิกเกอร์?”