ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 374 ละเมอเทียม
ลอว์เรนซ์ภายในร้านกาแฟ กำลังมิอาจห้ามตัวเองไม่ให้
คิดถึงอนาคตอันมืดมิดของตระกูลอับราฮัม
นับตั้งแต่กระจายตัวออกเป็นครอบครัวเล็ก สภาอาวุโสของ
ตระกูลก็เริ่มสูญเสียอำนาจควบคุมลงทีละนิด สมาชิกตระกูล
หลายคนปฏิเสธการเลื่อนลำดับ เพราะไม่ต้องการนำชีวิตไป
เสี่ยงกับคำสาป ฉะนั้น คนในตระกูลส่วนใหญ่จึงติดค้างอยู่บน
ลำดับ 8 หรือ 9 สมาชิกใหม่บางคนไม่ต้องการเป็นผู้วิเศษ
ปรารถนาเป็นเพียงพลเมืองทั่วไปผู้พอจะมีความรู้ด้านศาสตร์
เร้นลับติดตัวและใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข
สภาอาวุโสมอบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับการ
ทอดทิ้งตระกูล อย่างไรก็ตาม พวกมันมิอาจลงมือบุ่มบ่าม
เพราะนั่นจะยิ่งเร่งให้เกิดการทำลายตัวเองเร็วขึ้น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เบื้องบนของตระกูลอับราฮัมเริ่ม
หาวิธีพลิกวิกฤติ พวกมันนำระบบ ‘ศิษย์อาจารย์’ ของ
โรงเรียนชีวิตมาปรับใช้ ยอมถ่ายทอดวิชาให้แก่สมาชิกซึ่งไม่ใช่
สายเลือดตระกูลโดยตรง หวังให้บุคคลซึ่งรอดพ้นจากคำสาป
เหล่านั้นพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูง และ
พยายามหาวิธีขจัดคำสาปอันยาวนานกว่า 1 500 ปีของตระกูล
อับราฮัมให้ได้ รวมถึงการช่วยตามหาบรรพบุรุษสูงสุด เบเทล
อับราฮัม ผู้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนาท่ามกลางสงครามสี่
จักรพรรดิ
แผนการเริ่มต้นอย่างราบรื่น สมาชิกนอกสายเลือดซึ่งไม่
ต้องเผชิญคำสาปเริ่มแข็งแกร่งขึ้นทีละนิดภายใต้การชุบเลี้ยง
ของตระกูล
ภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงสิบปี บุคคลเหล่านั้นได้
กลายเป็นผู้วิเศษลำดับ 5 แต่สายเลือดแท้ของตระกูลกลับไม่มี
ใครขึ้นไปถึงลำดับ 6 ได้เลย
เมื่อ ‘ลำต้น’ อ่อนแอแต่ ‘กิ่งก้าน’ ใหญ่โต ความพัง
พินาศจึงเริ่มคืบคลานเข้าหา เหล่าศิษย์ทะเยอทะยานเริ่มหวังจะ
ครอบครองสมบัติปิดผนึกทรงพลังของตระกูลอับราฮัม
ทว่า ความต้องการของพวกมันถูกปฏิเสธ และนั่นทำให้เกิด
แรงสะท้อนครั้งใหญ่ตามมา สมาชิกนอกสายเลือดลำดับ 6 และ
5 ทุกคนต่างมองว่าจุดยืนและตำแหน่งในตระกูลของพวกตนไม่
สอดคล้องกับพลัง อีกทั้งยังไม่ได้รับความเชื่อใจจากเหล่าอาวุโส
หลักฐานคือการไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานสมบัติปิดผนึก
ขณะสถานการณ์ภายในตระกูลเริ่มตึงเครียดและทั้งสอง
ฝั่ายกำลังเร่งมือเจรจาหาข้อสรุป เรื่องไม่คาดฝันก็ดันเกิดขึ้น
หนึ่งในผู้วิเศษนอกสายเลือดลำดับ 5 แห่งเส้นทางผู้ฝึกหัด
‘นักท่องเที่ยว’ โบทิส ถูกพระผู้สร้างแท้จริงล่อลวงให้เข้าสู่
ชุมนุมแสงเหนือ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่
หลังจากเหตุการณ์นองเลือดดังกล่าว สภาอาวุโสของ
ตระกูลอับราฮัมถูกทำลายจนเกือบทั้งหมด เกินกว่าครึ่งของ
สมบัติปิดผนึกทรงพลังสูญหาย เหลือทิ้งไว้เพียงสามชิ้น หายนะ
ในครั้งนี้ส่งผลให้น้องชายร่วมสายเลือดของลอว์เรนซ์ ริชาร์ด
ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า
ไม่เพียงโบทิสจะได้รับผลประโยชน์จากการปฏิวัติอย่าง
มหาศาล มันยังรวบรวมวัตถุดิบหลังจากคลังสมบัติตระกูลอับ
ราฮัมได้ตามในปรารถนา และด้วยความช่วยเหลือจากพระ
ผู้สร้างแท้จริง โบทิสจึงประสบความสำเร็จในการเลื่อนลำดับ
พลังพร้อมกับก้าวขึ้นไปเป็นตัวตนระดับครึ่งเทพ กลายเป็นหนึ่ง
ในห้านักบุญคนสำคัญแห่งชุมนุมแสงเหนือ
นักบุญแห่งความลับ
เมื่อหายนะจบลง อาวุโสใหญ่ของตระกูลอับราฮัมผู้เหลือ
รอดต่างช่วยกันระดับสมองเพื่อหาทางออก แต่พวกมันกลับไม่
พบหนทางดังกล่าวเลย อารมณ์เศร้าและหดหู่เริ่มกัดกินจิตใจ
สมาชิกตระกูลทีละนิด
ลอว์เรนซ์ไม่ต้องการจมอยู่ในสภาพแวดล้อมอันดำมืดนาน
นัก มันลาออกจากสภาอาวุโสและเดินทางมายังกรุงเบ็คลันด์
เพื่อตามหาพี่น้องของตน ประกอบด้วยลาโบโร่ น้องชายแม่
เดียวกัน และแซม น้องชายต่างแม่
แต่ปัจจุบัน ลอว์เรนซ์เพิ่งได้ทราบความจริงว่าตนคือผู้เหลือ
รอดเพียงคนเดียวจากเชื้อสายอับราฮัมฝังพ่อ
อายุอานามเฉียดใกล้แปดสิบ ลูกหลานและทายาททั้งหมด
เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ปฏิวัติของโบทิส
เพียงหวนนึกถึงอดีตก็มากพอจะทำให้เกิดความเศร้าโศกสุด
พรรณนาจากก้นบึ้งจิตใจ
ความเจ็บปวดอันดับหนึ่งคือการมองไม่เห็นโอกาสแก้แค้น
และมองไม่เห็นแสงสว่างของตระกูล
เราแก่มากแล้ว และเคยบาดเจ็บหนักมาก่อน หากไม่จำเป็น
เราจะไม่ใช้พลังพิเศษโดยเด็ดขาด เพราะนั่นจะเพิ่มโอกาสคลุ้ม
คลั่งและไปกระตุ้นคำสาปเข้า… ตระกูลอับราฮัมจะเป็นเช่นไร
หลังจากนี้?
ลอว์เรนซ์จิบกาแฟเฟอร์โม่พลางเข้าสู่ความเงียบงันเป็น
เวลานาน
…
เมื่อกลับถึงห้องเช่า ฟอร์สรีบเข้าห้องนอนและลงกลอน
ประตูไม้ด้านหลัง
หญิงสาวนั่งบนขอบเตียง กำลังก้มหน้าเพื่อทำจิตใจให้สงบ
ริมฝีปากขยับเอ่ยพระนามเต็มอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเปรียบดังอนาคต
และความหวังสุดท้ายของเธอ
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ ดิฉันขอรายงาน
ประสบการณ์ของวันนี้ ดิฉันได้พบกับพี่ชายสามีของหญิงชรา
ผู้ทำให้ดิฉันกลายเป็นผู้ฝึกหัด บทสนทนาช่วยให้ทราบว่า เขา
เป็นสมาชิกของตระกูลใหญ่แห่งหนึ่ง… ดิฉันไม่ได้เอ่ยถึง
ศาสตร์เร้นลับ แต่กังวลว่าเขาอาจมีพลังทำนายระดับสูง และจับ
ได้ว่าดิฉันปิดบังความจริง…”
…
ปัจจุบัน ไคลน์กำลังนั่งบนเก้าอี้เดอะฟูลภายในห้วงมิติเหนือ
สายหมอก
มันจ้องมองดาวแดงตัวแทนเมจิกเชี่ยวซึ่งกำลังขยายใหญ่
และกระเพื่อมยุบพองในลักษณะคล้ายคลื่นน้ำ เสียงสวดภาวนา
ไม่ชัดเจนดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ
หลังจากได้ฟังเรื่องราว ไคลน์เคาะขอบโต๊ะทองแดงโบราณ
พลางกล่าวกับตัวเอง
ระมัดระวังตัวดีมาก… แจ้งเดอะฟูลเพื่อขอความช่วยเหลือ
ทันทีหลังจากเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝัน…
ยิ่งไปกว่านั้น ความกังวลของเธอแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ…
ลำดับ 7 ของเส้นทางผู้ฝึกหัดคือ ‘โหราจารย์’ …
เนื่องจากได้อ่านหนังสือแห่งความลับมาพอสมควร ชาย
หนุ่มผุดไอเดียสร้างพิธีกรรมสำหรับต่อต้านการถูกทำนายได้
ทันที่
ไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า ด้วยหนังสือแห่งความลับและ
อาชีพลำดับ 7 นักมายากล ตัวตนของเราบนมิติสายหมอกได้
เข้าใกล้ความเป็นเทพมากขึ้นทุกขณะ… ถึงในความเป็นจริง
เราจะยังเป็นได้แค่ ‘ของเลียนแบบ’ ก็ตาม…
จะว่าไป เราเคยแสดง ‘กล’ ให้มิสจัสติสและแฮงแมน
เห็นหลายครั้ง หลอกลวงพวกเขาได้แนบเนียน แต่ทำไมถึงไม่มี
พัฒนาการในด้านพลังวิญญาณเลย? ไม่ได้รู้สึกว่าโอสถย่อยเร็ว
ขึ้น… หรือต้องกระทำบนโลกจริงเท่านั้น?
เป็นไปได้ เพราะบางที่ ‘การปรบมือ’ ของผู้ชมอาจถูก
ห้วงมิติสายหมอกกีดขวางไว้ เฉกเช่นการกีดขวางพลังของเทพ
สุริยันเจิดจรัสและพระผู้สร้างแท้จริง…
ถ้าเช่นนั้น พลังของห้วงมิติสายหมอกจะมีลักษณะเหมือน
‘กลไกอัตโนมัติ’ มากกว่ามีความรู้สึกหรืออารมณ์เป็นของ
ตัวเอง… แต่สำหรับเรา ให้เป็นแบบนี้ดีแล้ว…
ท่ามกลางห้วงความคิด ไคลน์ถ่ายความรู้ในสมองลงบน
แผ่นกระดาษหนังโบราณและโยนเข้าไปในดาวแดงตัวแทนเมจิก
เชี่ยน
ฉากสายหมอกไร้ก้นบึ้งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเห็นฟอร์ส
ตามด้วยการหล่นลงมาจากฟากฟั้าของกระดาษหนังสีน้ำตาล
หนึ่งแผ่น
เมื่อหญิงสาวอ่านข้อมูลบนกระดาษอย่างถี่ถ้วน สีหน้าแวว
ตาเผยความโล่งใจชัดเจน
หากมีพลังของท่านเดอะฟูล… การทำนายของมิสเตอร์
ลอว์เรนซ์คงถูกรบกวนแน่!
ฟอร์สแสดงกิริยาขอบคุณและรีบจัดเตรียมพิธีกรรมตามขั้น
ตอนบนแผ่นกระดาษ
แต่ไหนแต่ไร ฟอร์สเคยเห็นตัวอย่างการถูกวิญญาณมารสิ่งสู่
ขณะประกอบพิธีกรรมมาแล้วหลายหน และด้วยความสัตย์จริง
เธอมิได้มอบความเชื่อใจเดอะฟูลให้เต็มร้อย แต่คำสาปในคืน
จันทร์เต็มดวงได้บังคับให้เธอต้องพึ่งพาอีกฝั่ายอย่างมิอาจเลี่ยง
ไม่ว่าผลลัพธ์จะเลวร้ายสักเพียงใด แต่ก็คงไม่แย่ไปกว่า
ความตาย… ถ้าไม่ได้มิสเตอร์ฟูลช่วยเหลือ เราคงคลุ้มคลั่งและ
กลายเป็นสัตว์ประหลาดในคืนจันทร์โลหิตไปแล้ว…
ทุกวันหลังจากนั้นคือกำไร นี่คือชีวิตอันได้รับมาจาก
มิสเตอร์ฟูล ท่านมีสิทธิ์พรากมันกลับไปได้ทุกเมื่อ…
เฮ่อ แต่ก็คงดีกว่าถ้าท่านไม่ทำ…
ฟอร์สถอนหายใจพลางจุดเทียนไขตัวแทนเดอะฟูลจำนวน
สองเล่ม
ช่วงต้นของพิธีกรรมไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากพิธีกรรมอื่นของ
เดอะฟูล เธอช่ำชองเป็นอย่างดีแล้ว ทุกสิ่งดำเนินอย่างราบรื่น
ผงสมุนไพร น้ำมันสกัด และสารสกัดถูกโปรยลงบนเปลวเทียนสี
เหลืองส้ม
เมื่อกลิ่นอันปลอดโปร่งชั่วนิรันดร์ถูกเติมเต็มห้องนอน สาย
หมอกมายาเจือจางเริ่มปกคลุมรอบแท่นบูชา ตามคำอธิบาย
ของเนื้อหาบนแผ่นกระดาษหนัง ฟอร์สรีบหลับตาลงและเพ่ง
สมาธิเข้าฌาน ปากพึมพำพระนามเต็มของเดอะฟูลหนแล้วหน
เล่า
เสียงสวดโทนเดียวอันซ้ำซากได้ทำให้จิตใจมนุษย์เริ่มสงบ
ฟอร์สค่อยๆ เข้าสู่ภวังค์หลับลึกทีละนิด พลังวิญญาณเริ่ม
กระจัดกระจาย สติสัมปชัญญะเริ่มพร่ามัว ทว่า เธอยังคงรักษา
ความกระจ่างชัดของจิตไว้ได้ ฟอร์สรู้สึกราวกับวิญญาณของตน
กำลังลอยขึ้นด้านบนด้วยความเร็วไม่มากไม่น้อยเกินไป
มองผิวเผิน สิ่งนี้จะคล้ายกับขั้นตอนในพิธีกรรม ‘พันธ
สัญญาลับ’ ซึ่งเป็นการยืมพลังจากตัวตนภายนอก แต่ก็ยังมี
จุดแตกต่างอยู่หลายข้อ เพราะพิธีกรรมหนนี้ถูกผสมผสานเข้า
กับพิธีกรรมสื่อวิญญาณจนสามารถสื่อสารกับดวงจิตของ
เปั้าหมายโดยตรง หากบรรลุขั้นสูงสุด จะมีอำนาจในการพา
ผู้วิเศษเปั้าหมายท่องเที่ยวไปทั่วโลกวิญญาณ โดยยังคงรักษา
ความกระจ่างของจิตใต้สำนึกได้ตลอดเวลา
ผู้วิเศษกลุ่มเชี่ยวชาญทางจิตได้ตั้งชื่อเทคนิคนี้ว่า ‘ละเมอ
เทียม’ พวกมันสามารถทำให้สามัญชนเข้าสู่ภวังค์ดังกล่าว
โดยใช้การเทคนิคสะกดจิตเข้าช่วย
ด้วยวิธีข้างต้น คนธรรมจะเข้าสู่ห้วงนิทราโดยสมบูรณ์ แต่
ยังสามารถตอบคำถามได้อยู่
แม้กระทั่งในสภาพดวงตาและปากปิดสนิท ผู้วิเศษเส้นทาง
เกี่ยวกับจิตจะตรวจพบร่างวิญญาณรอบตัวได้ไม่ยาก จากนั้นจึง
ค่อยทำการสื่อสาร
เหตุผลที่ไคลน์ไม่ใช้พิธีกรรมพันธสัญญาลับกับฟอร์สก็คือ
พิธีกรรมดังกล่าวจะมอบเพียงองค์ความรู้ด้านการปัดเปั่า ชำระ
ล้าง และมอบประสบการณ์สุดแสนวิเศษชั่วขณะ แต่จะขัดขวาง
การทำนายจากผู้อื่นไม่ได้
สรุปโดยสั้น พิธีกรรมพันธสัญญาลับจะส่งผลเฉพาะกายจิต
วิญญาณดารา กายปัญญา และกายอากาศเท่านั้น ไม่สามารถ
ดัดแปลงหรือแก้ไขพลังจากภายนอก ในทางกลับกัน พิธีกรรม
ละเมอเทียมช่วยให้ไคลน์มีอำนาจในการสร้างพลังรบกวน
รอบตัวเปั้าหมาย
ท่ามกลางความงุนงง ฟอร์สรู้สึกราวกับร่างของตนถูก
กระชากขึ้นไปอยู่บนห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา เธอได้พบกับ
มิสเตอร์ฟูลผู้กำลังนั่งบนเก้าอี้สูง จ้องมองลงมาด้วยสายตา
เหนือกว่า
ไคลน์เหลือบมองร่างมายาของหญิงสาวซึ่งถูกฉายออกจาก
ดาวแดงเข้ม ชายหนุ่มไม่รีบร้อนหยิบ ‘กระดาษคน’ ออก
จากกองขยะเหมือนในกรณีของเดอะซัน
ด้วยฐานะนักทำนายผู้เลื่อนลำดับพลังมาแล้วสองหน ไคลน์
มีวิธีมากมายสำหรับบิดเบือนผลทำนายของบุคคลอื่น จึงไม่
จำเป็นต้องพึ่งพาพลังเสริมจากวัตถุวิเศษ
ทันใดนั้น ด้วยอำนาจพิธีกรรมละเมอเทียม ห้วงมิติลึกลับ
เหนือสายหมอกเทาพลันสั่นสะเทือนแผ่วเบา ละอองพลัง
บางส่วนเกิดการไหลเวียนไปตามจังหวะการสั่นไหว
ไคลน์ใช้มือซ้ายวางลงบนไพ่จักรพรรดิมืดบนผิวโต๊ะทองแดง
พลางถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปเชื่อมต่อ เพื่อยกระดับตัวตนของ
เดอะฟูลขึ้นจากเดิมอีกหลายขั้น เฉกเช่นสมัยในอดีต มันเคยใช้
ยันต์เพลิงสุริยันและนกหวีดทองแดงของมิสเตอร์อะซิกช่วย
เสริมความแข็งแกร่งของร่างวิญญาณ
ถัดมา ไคลน์สะบัดข้อมือขวาแผ่วเบาและขว้างกระดาษคน
ออกไป
กระดาษคนเริ่มขยายขนาด ด้านหลังมีปีกเทวดาสีดำงอก
ยาว ขนทุกเส้นดูสมจริงและมีชีวิตชีวาจนน่าเหลือเชื่อ
‘เทวทูตกระดาษ’ เคลื่อนตัวผ่านดาวแดงตัวแทนเม
จิกเชี่ยนและซ้อนทับกับร่างกายของเธออย่างสมบูรณ์
โดยไม่มีการตักเตือน เทวทูตกระดาษเริ่มลุกไหม้และ
อันตรายหายไป
ฟอร์สในสภาวะกึ่งตื่นย่อมได้เห็นฉากของเทวทูตผู้น่าเกรง
ขามกำลังใช้ปีกโอบกอดร่างกายเธอไว้อย่างแนบแน่น!
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ ฟอร์สลืมตาตื่นขึ้นจากผล
ของละเมอเทียม เบื้องหน้ากลับเป็นเทียนไขสามเล่มกำลังลุก
ไหม้อย่างอ่อนโยน และหมอกควันอันคละคลุ้งฟุั้งท่วมห้องนอน
ปลายจมูกยังคงสัมผัสถึงกลิ่นของความปลอดโปร่งอันเป็นนิ
รันดร์
เทวทูต ฟอร์สเหม่อลอยเป็นเวลานานโดยยังไมไ เด้สินสุด พิธีกรรม ตรงหน้า