ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 375 ‘เทพนอกรีต’ แสดงฝีมือ
หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า…
ถ้านับไม่ผิด จะมีปีกทั้งหมดสิบสองคู่… อ้างอิงจากเนื้อหา
ภายในพระคัมภีร์หลายเล่มของโบสถ์ นั่นคือจำนวนปีกของเทว
ทูตลำดับสูงสุด…
ฟอร์สพยายามนึกทบทวนภาพจากภวังค์สะลึมสะลือเมื่อครู่
เธอค่อนข้างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายมากมาย
นัก ความรู้สึกคล้ายกับขณะได้พบเจอเรื่องน่าประหลาดใจ
พอประมาณ เพียงแต่เคยเผชิญเรื่องน่าตกใจกว่านั้นจนชาชิน
แล้ว
ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไรหากมิสเตอร์ฟูลจะมีเทวทูตคอยรับ
ใช้ เมื่อประเมินจากการเรียกอีกฝั่ายว่า ‘ท่าน’ ของแฮงแมน
และจัสติสหลายต่อหลายหน เรื่องนี้นับว่าธรรมดามาก และต้อง
ไม่ลืมว่า ท่านคนนี้คือผู้ปิดกั้นเสียงเพรียกในคืนจันทร์เต็มดวงให้
เรา…
อย่างไรก็ตาม คำขอร้องของเรามีเพียง ‘ช่วยปั้องกันการ
ทำนายจากลอว์เรนซ์’ แต่ทำไมท่านต้องลงทุนส่งเทวทูตลง
มาอวยพร?
อลังการเกินเหตุไปหน่อยไหม?
หรือนี่คือกิจวัตรแสนธรรมดาของท่าน?
อีก… อีกหนึ่งปัญหาก็คือ ทำไมปีกของเทวทูตจึงมีสีดำ
สนิท? เป็นสัญลักษณ์ของพลังกัดกร่อน พลังความมืด หรือพลัง
แห่งความตายกันแน่? มิสเตอร์ฟูลมีพลังในขอบเขตเหล่านี้?
ท่านเป็นใครในประวัติศาสตร์…?
มรณาผู้ได้ชื่อว่าเสียชีวิตในยุคไร้ชีวิตชีวา?
ท่านกำลังวางแผนคืนชีพกลับมาอีกครั้งโดยอาศัยการ
ขับเคลื่อนจากชุมนุมทาโรต์?
ฟอร์สสูดลมหายใจยาว เธอกำลังมั่นใจเสียเต็มประดาว่า
สุภาพบุรุษนามลอว์เรนซ์ไม่มีทางทำนายถึงตนและพบความลับ
แน่
เมื่อตระหนักว่าตนก็เป็นหนึ่งในสมาชิกชุมนุมทาโรต์เช่นกัน
หญิงสาวยิ้มแห้งพลางพึมพำกับตัวเอง
เราคงต้องยืมคำจักรพรรดิโรซายมาใช้…
‘ค่อยเป็นค่อยไปทีละก้าว’ …
หลังจากคิดอะไรเรื่อยเปือย ฟอร์สกล่าวขอบคุณมิสเตอร์ฟูล
เป็นหนสุดท้าย จากนั้นก็ยุติพิธีกรรมตรงหน้าและดับเทียนไข
สามเล่ม ปิดท้ายด้วยการเก็บกวาดแท่นบูชาอันเต็มไปด้วย
สิ่งของ
…
เหนือห้วงสายหมอกสีเทา ไคลน์ตัดสินใจพับเรื่องตระกูลอับ
ราฮัมเก็บไปก่อน
มันเลือกทำตามแผนเดิม เสกปากกาและกระดาษหนัง
ขึ้นมาเขียนประโยคทำนาย
“สถานการณ์ปัจจุบันของเดซี่”
ไคลน์วางปากกาลง นำปึก ‘สมุดคำศัพท์’ ของเดซี่มา
ซ้อนทับกับกระดาษประโยคทำนายในมือซ้าย ก่อนจะเอนหลัง
แนบชิดพนักเก้าอี้
มันเข้าฌานพลางพึมพำ ‘สถานการณ์ปัจจุบันของเดซี่’
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อครบเจ็ด ไคลน์เข้าสู่ภวังค์นิทรา ดวงตากลายเป็นสีเข้ม
คล้ำและฉาบด้วยแสงเทา
ฉากแล้วฉากเล่าแล่นผ่านสายตา บ้างปะติดปะต่อ บ้างขาด
ช่วง และบ้างก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉากก่อนหน้าเลย
ไคลน์ได้เห็นบุตรสาวคนเล็กของไลฟ เด็กหญิงวัยสิบสามสิบ
สี่ ผู้ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากของชีวิตแม้จะถูกเตารีดลวก
มือหลายครั้งหลายหน
เด็กหญิงถูกชายสวมแจ็กเกตตัวหนาและหมวกแก๊ปสีเทา
เข้มเข้าจู่โจมจากข้างหลัง มันใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูก
เด็กหญิงมิดชิด จากนั้นก็ลากเธอเข้าไปในซอยเปลี่ยว
ชายอีกคน ผู้สมรู้ร่วมคิด แต่งกายในลักษณะคล้ายกัน จับ
ขาสองข้างของเดซี่ยกขึ้นและช่วยกันหิ้วไปยังรถม้าอีกฟากของ
ซอย
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสองนาที่ ถัด
จากนั้นไม่นาน พี่สาวของเดซี่ เฟรย่า เดินกลับมาตามหา
น้องสาว แต่รถม้าได้แล่นจากไปไกลแล้ว
…
ภายในรถม้า มีดเย็นเฉียบคมกริบกำลังจ่อไปยังใบหน้าอัน
มอมแมมของเดซี่ ถ้อยคำลามกมากมายดังแว่วข้างหูเด็กสาว
เป็นระยะ
…
รถม้าแล่นเข้าไปในคฤหาสน์หรูหรา
…
เดซี่นอนหมดสติอยู่ในห้องอันคับแคบและมืดสนิท ด้าน
นอกมีเสียงหญิงสาวกำลังร่ำไห้ กรีดร้อง และสาปแช่งดังเป็น
ระยะ
…
เดซี่ตื่นขึ้นและรีบตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทันใดนั้น
ประตูห้องเปิดออก เด็กหญิงถูกเตะเข้าช่องท้อง ความเจ็บปวด
แสนสาหัสแล่นไปทั่วร่างจนสามารถพยุงตัวลุกยืน
เด็กสาวสะอื้นและเอาแต่ส่งเสียงร้องหา ‘คุณแม่’ กับ
‘เฟรย่า’ จนอ่อนเพลียและหมดสติไป
…
ไคลน์ลืมตาพร้อมกับตระหนักว่า กระดาษในมือซ้ายถูกขยำ
จนยับย่นด้วยแรงบีบเกร็ง
มันปักใจเชื่อทันทีว่าคาพินคือผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไป
ของเด็กสาวจำนวนมาก ขณะเดียวกัน อีกฝั่ายยังเป็นหัวหน้า
ใหญ่ขององค์กรลับชั่วร้ายบางกลุ่ม
แต่ปัญหาก็คือ หากดูจากอาชีพและการงานของมัน คาพิน
ไม่น่าจะมีผู้วิเศษทรงพลังหนุนหลังได้เลย อย่างมากก็คงไม่เกิน
ลำดับ 7 และมีลำดับ 8 กับ 9 เป็นจำนวนมากคอยทำงานลิ่วล้อ
ฉะนั้น สัมผัสวิญญาณของไคลน์ขณะอยู่หน้าคฤหาสน์คาพิน ไม่
ควรจะร้องเตือนอย่างบ้าคลั่งถึงอันตรายจากด้านใน
หรือคาพินจะเป็นผู้วิเศษลำดับ 6 ไม่ก็ 5?
แต่ถ้ามีพลังถึงระดับนั้นจริง ก็ไม่จำเป็นต้องลดตัวมาทำงาน
สกปรกและวุ่นวาย แค่ข่มขู่แก๊งอันธพาลทั้งหมดในเขต
ตะวันออกและเรียกเก็บค่าคุ้มครองเกี่ยวกับกิจกรรมผิด
กฎหมาย เท่านี้ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว…
หรือจะมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังธุรกิจค้ามนุษย์ของคาพิน
อีกทอด?
ขณะก้มหน้าครุ่นคิด ไคลน์ใช้พลังของมิติสายหมอก ฟืนฟู
สมุดคำศัพท์ของเดซี่ให้กลับคืนสภาพเดิม
หลังจากความเงียบงันครอบงำหลายวินาที่ ชายหนุ่มเสก
กระดาษหนังแผ่นใหม่และเขียนประโยคทำนายลงไป
“การช่วยเดซี่เป็นเรื่องอันตราย”
เมื่อทบทวนสองรอบ ไคลน์ปลดลูกตุ้มวิญญาณจากข้อมือ
ซ้าย ปล่อยให้ส่วนปลายหล่นตามแรงโน้มถ่วงและลอยเหนือ
แผ่นกระดาษจนเกือบแนบชิด
มันใช้เวลารวบรวมสมาธิราวสามวินาที่ จากนั้นก็หลับตาลง
และเริ่มท่องประโยคทำนายบนกระดาษหนัง
หลังจากท่องครบเจ็ด ไคลน์ลืมตาขึ้นและจ้องลูกตุ้มในมือ
ซ้าย
จี้บุษราคัมหมุนตามเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วพอประมาณ
และยังมีวงการแกว่งค่อนข้างกว้าง!
หมายความว่า ภารกิจช่วยเหลือเดซี่จะเต็มไปด้วยอันตราย!
แต่ก็ไม่ได้สิ้นหวังเสียทีเดียว ยังมีโอกาสสำเร็จอยู่พอสมควร
หากเราจับจุดได้ถูกต้องและลงมืออย่างเหมาะสม…
ไคลน์ถอดรหัสจากผลของลูกตุ้ม
มันเอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้ง หลับตาลงและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขื่นขม
ตัวเรากำลังมองหาโอกาส ‘ชิงลงมือก่อน’ มาตลอดไม่ใช่
หรือ…
นี่ยังไงล่ะ!
ในฐานะนักมายากล เราต้องท้าทายอุปสรรคเหนือขีดจำกัด
บ้าง ไม่อย่างนั้น โอสถของเราต้องชื่อนักตุกติก ไม่ใช่นักมายา
กล…
อุปสรรคอันยากลำบากซึ่งฟังดูคล้ายกับไม่มีทางสำเร็จ หาก
เราเอาชนะได้ ถึงแม้จะด้วยกลโกงและภาพลวงตา แต่นั่นก็ถือ
เป็นนักมายากลในอุดมคติของเรา… สิ่งนี้จะเป็นกฎของนัก
มายากลหรือไม่ ไว้ค่อยพิสูจน์หลังจากภารกิจสำเร็จแล้ว…
ไคลน์เคาะขอบโต๊ะพลางวิเคราะห์
สำหรับมัน อุปสรรคสำคัญในภารกิจช่วยเดซี่ออกมาก็คือ
มันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคาพินเลยสักเรื่องเดียว ไม่ทราบว่าผู้วิเศษ
คนอื่นในคฤหาสน์มีลำดับเท่าไร และอยู่บนเส้นทางใด
สิ่งนี้ทำให้การเตรียมตัวของนักมายากลไม่ครอบคลุมมาก
พอ และกฎเหล็กของนักมายากลก็คือ ‘ห้ามแสดงกลโดยไม่
เตรียมตัว’
สำหรับนักมายากล เหตุการณ์ซึ่งดูเหมือนจะฉุกละหุก
ความจริงแล้วมีการเตรียมตัวมาบ้างเสมอ ยกตัวอย่างเช่น การ
ฝึกฝนตัวเองสม่ำเสมอจนสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ชม
ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งนี้ถือเป็นการเตรียมตัวประเภทหนึ่ง
เช่นกัน และนำไปใช้ได้กับการแสดงกลแทบทุกชนิด
เราควรให้จัสติสช่วยสืบข้อมูลของคาพินโดยอ้างว่า ‘ผู้รับ
ใช้’ ต้องการดีไหม?
ไคลน์พยายามขบคิดหาทางออก
ถัดมาไม่นาน มันปฏิเสธ
ไม่ได้… เราไม่มีทางได้ข้อมูลจริง ถึงแม้คาพินจะมีสาย
สัมพันธ์กับบุคคลระดับสูง แต่ถ้าเป็นธุรกิจมืด รายละเอียดคงไม่
ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ อย่างมาก มิสจัสติสจะได้ทราบเพียงว่า
คาพินสนิทสนมสมาชิกสภาหรือข้าราชการระดับสูงคนใด แต่ไม่
เกี่ยวข้องกับผู้วิเศษภายในคฤหาสน์หลังนั้น ไม่ต้องพูดถึงข้อมูล
อย่างกับดักและโครงสร้างอาคาร…
จริงอยู่ หากสืบขยายผลจากความสัมพันธ์ข้างต้น มิสจัสติส
จะได้ข้อมูลตามความต้องการของเราภายในสองหรือสาม
สัปดาห์ แต่นั่นก็นานเกินไป ภารกิจช่วยเหลือเดซี่ต้องรีบกระทำ
โดยด่วน เร็วเท่าไรยิ่งดี ยิ่งช้าก็จะมีแต่ความสูญเสีย…
ดวงตาไคลน์กวาดไปรอบโต๊ะทองแดงยาว เหลือบมองกอง
ขยะด้านล่าง สมองชายหนุ่มเริ่มกลั่นกรองออกมาเป็นแผนการ
ทางหนึ่ง เราจะให้มิสเมจิกเชี่ยนและเพื่อนของเธอ มิสซิล
สืบหาปูมหลังเพื่อระบุว่าผู้วิเศษรอบตัวคาพินมีลักษณะเป็น
อย่างไร หญิงสาวทั้งสองมีเส้นสายในเขตตะวันออกกว้างขวาง
รู้จักหลายแก๊ง และเข้าร่วมหลายชุมนุมผู้วิเศษ…
ส่วนอีกทางหนึ่ง เราจะลงมือรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง โดย
การจับตัวคนรับใช้หรือบอดี้การ์ดของคาพิน รอจังหวะพวกมัน
ออกมานอกคฤหาสน์ จากนั้นก็ใช้พิธีกรรมสื่อวิญญาณ
สอบสวน…
เมื่อได้ข้อสรุป ไคลน์ไม่รีบร้อนขอความช่วยเหลือจากเมจิก
เชี่ยน มันตัดสินใจรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเองก่อน จะได้มี
รายละเอียดเพื่อสั่งงานกับเมจิกเชี่ยนและมิสซิลได้ครอบคลุม
เพียงกะพริบตาหนึ่งหน ร่างมายาของชายหนุ่มอันตรธาน
หายไปจากพระราชวังคนยักษ์เหนือสายหมอกสีเทา
…
หลังเสร็จอาหารกลางวัน ชายสวมหมวกแก๊ปสีเทาเข้ม
และโค้ทตัวหนาเดินออกจากประตูหลังคฤหาสน์คาพินอย่าง
ระมัดระวัง มันเดินข้ามถนนอีกหลายเส้นและขึ้นไปนั่งบนรถม้า
เช่า
“เขตตะวันออก” ชายคนเดิมใช้มือลูบคลำปานแดงบน
ใบหน้าพลางแจ้งคนขับรถ
รถม้าเริ่มเคลื่อนตัว ชายคนดังกล่าวมองออกไปนอก
หน้าต่างด้วยสีหน้ากึ่งเบื่อหน่าย ขณะเดียวกันก็ชื่นชมความงาม
ของหญิงสาวริมถนนเป็นระยะ
“ถ้าลักพาตัวพวกหล่อนได้ก็คงดี…”
ชายคนเดิมปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นพลางเผย
รอยยิ้มขื่นขมอย่างนึกเสียดาย
ขณะรถม้าแล่นไกลจากถนนไอริส ร่างของมันพลันกระตุก
แผ่วเบา ดวงตาเหม่อลอยและไม่เพ่งมอง
ชายสวมหมวกแก๊ปรีบเคาะผนังห้องโดยสารและตะโกนกับ
คนขับเสียงดัง
“หยุด! หยุดก่อน! ฉันลืมของ! เอาเงินไป!”
คนขับรถม้าไม่ต่อปากต่อคำกับชายฉกรรจ์อารมณ์เกรี้ยว
กราด ไม่แม้แต่จะปริปากบ่นขณะบังคับม้าให้หยุดนิ่งริมถนน
หลังจากจ่ายเงินหกเพนนีเป็นค่าเดินทาง ชายสวมหมวก
แก๊ปสีเทาเดินย้อนกลับไปทางเดิมหลายสิบเมตร ก่อนจะเดิน
เข้าไปในโรงแรมราคาถูกแห่งหนึ่ง
โดยไม่ต้องแสดงตนหรือยื่นบัตร มันจ่ายค่าเช่าและเข้าพัก
ได้ทันที่
หลังจากเข้าห้อง ชายคนเดิมปิดประตูด้านหลังแต่ไม่ลง
กลอน ก่อนจะเดินไปนั่งบนขอบเตียงด้วยสีหน้าดำมืด
ทันใดนั้น ร่างวิญญาณของใครบางคนได้ลอยออกจากร่าง
ของชายสวมหมวกแก๊ป
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไคลน์ในชุดคนงาน!
มันใช้เทคนิคอัญเชิญกายจิตตัวเองลงมายังโลกจริง และใช้
หนึ่งในพลังพิเศษของกายจิต ‘สิงร่าง’ กับชายสวมหมวก
แก๊ป ตามด้วยการควบคุมให้เดินไปยังห้องเปลี่ยวเพื่อง่ายต่อ
การใช้พิธีกรรมสื่อวิญญาณ
เมื่อชายสวมหมวกแก๊ปหมดสติ ร่างวิญญาณไคลน์
อันตรธานหายไปจากห้องพักโรงแรมโดยสมบูรณ์
ถัดมาไม่นาน ประตูห้องเดิมเปิดออกอีกหน นักสืบเชอร์ล็อก
ย่างกรายเข้ามาด้วยร่างจริงอย่างเงียบเชียบ
อาศัยกำแพงวิญญาณผนึกเสียงและสิ่งรบกวน ไคลน์รีบ
ดำเนินพิธีกรรมสื่อวิญญาณอย่างชำนาญ ปล่อยให้กลิ่นสาร
สกัดอมานด้าและยาเนตรแห่งวิญญาณลอยปกคลุมอากาศ
หลังจากเตรียมตัวเสร็จและกำลังจะเริ่มประกอบพิธีกรรม
ชายหนุ่มพลันตื่นตระหนกและรีบยั้งมือ
ไคลน์ตรวจพบว่าร่างวิญญาณของชายสวมหมวกแก๊ป ถูก
ผนึกไว้ด้วยพลังลึกลับบางชนิด
จริงอยู่ มันสามารถฝืนทำลายผนึกและสื่อวิญญาณโดยตรง
ได้ แต่การกระทำดังกล่าวจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าของผนึก
ทันที!
และศัตรูก็จะทราบว่า มีใครบางคนคิดปองร้ายพวกมันอยู่!
เป็นพลังของเส้นทางใดกัน? เราไม่เคยเห็นมาก่อน…
ระมัดระวังตัวจนน่าเหลือเชื่อ…
คาพินต้องพัวพันกับเรื่องใหญ่มากแน่นอน…
ไคลน์เริ่มขมวดคิ้ว
ทันใดนั้น สายตาชำเลืองชายหมดสติพลางเผยรอยยิ้มมุม
ปาก
“คิดว่าแค่นี้จะขัดขวางฉันได้หรือ…”
ไคลน์หยุดพิธีกรรมสื่อวิญญาณ และเริ่มประกอบพิธีกรรม
อัญเชิญตัวเองอีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีถัดมา กายจิตของมันลอยออกจากเทียนไขบน
แท่นบูชา
โดยไม่ลังเล ไคลน์ในสภาพร่างวิญญาณ พุ่งเข้าไปสิงร่างชาย
หมดสติอีกครั้ง
ทันใดนั้น ชายสวมหมวกแก๊ปยืนขึ้นพลางลืมตา สีหน้า
เป็นไปอย่างไร้อารมณ์
มันยืนตัวตรง เดินไปหยุดหน้าแท่นบูชาและสวดภาวนาด้วย
เสียงทุ้มต่ำ
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสาย
หมอกเทา ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ”