ราชันเร้นลับ Lord of the Mysteries - บทที่ 376 มิสเตอร์เฮรัส
ภายในห้องอันเต็มไปด้วยกลิ่นสารสกัดอมานด้าและยา
เนตรแห่งวิญญาณหอมฟุั้ง หนึ่งในสมุนของคาพินผู้กำลังถูก
ไคลน์สิงร่าง ขยับปากสวดภาวนาถึงนามเต็มอันศักดิ์สิทธิ์ของ
เดอะฟูลด้วยเสียงกังวาน
ท่ามกลางบทสวดโทนเดียวเป็นทำนองและกลิ่นหอมฟุั้งรอบ
กาย สติมนุษย์เริ่มล่องลอย ดวงวิญญาณของชายสวมหมวก
แก๊ปเริ่มกระจัดกระจายทีละนิด สมองของมันกำลังขาวโพลน
แต่ยังรับรู้ได้อย่างสะลึมสะลือ คล้ายกับกำลังท่องมนตร์เพื่อ
สะกดจิตตัวเอง
ด้วยการ ‘ช่วยเหลือ’ จากไคลน์ในร่างวิญญาณ รวมถึง
ผลจากการสวดภาวนาถึงพระนามเต็มของเดอะฟูล ชายสวม
หมวกแก๊ปจึงเข้าสู่ภาวะ ‘ละเมอเทียม’ อย่างรวดเร็ว
วิญญาณดาราของมันถูกกระชากขึ้นไปยังห้วงมิติสูงเหนือสาย
หมอกสีเทา
ไคลน์ฉวยโอกาสจบพิธีกรรมอัญเชิญและส่งร่างจิตตัวเอง
กลับขึ้นไปยังเก้าอี้เดอะฟูล
ตรงหน้ามีแสงสว่างกำลังกระเพื่อมในลักษณะคลื่นน้ำ ร่าง
มายาของสมุนคาพินถูกฉายออกมาเป็นลำแสง ห้วงมิติ
สั่นสะเทือนเล็กน้อยจากผลของพิธีกรรม ละอองพลังบางส่วน
เริ่มไหลเวียนไปพร้อมกับสายหมอกเบื้องล่าง
ไคลน์หยิบไพ่จักรพรรดิมืดพลางเสกกระดาษรูปคนขึ้นบน
มือ
เพียงสะบัดข้อแขน กระดาษรูปคนลอยไปด้านหน้าพร้อม
กับขยายขนาด ขณะเดียวกันก็ดูดซับละอองพลังสีเทาปริมาณ
มหาศาลรอบห้วงมิติสายหมอก
กระดาษคนเริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นชายสวมหมวกแก๊ปเทา
และโค้ทสีดำตัวหนา รูปลักษณ์เหมือนกับสมุนของคาพินทุก
ประการ แม้แต่ออร่าก็ยังยากจะแยกแยะออกจากกัน
ร่างมายาอันเกิดจากกระดาษคน เริ่มลอยเข้าไปซ้อนทับกับ
ร่างวิญญาณจริงของลูกสมุนคาพิน ทันใดนั้น ผนึกปริศนา
ภายในวิญญาณของมันพลันถูกสะกด
ขณะเดียวกัน ไคลน์ ผู้ถือไพ่จักรพรรดิมืดไว้ในมือข้างหนึ่ง
ทำการแผ่พลังวิญญาณของตน เข้าไปในร่างมายาของสมุน
คาพินจนเกิดเป็นกลุ่มแสงเจิดจ้า
นี่คือหนึ่งในความพิเศษของพิธีกรรมพันธสัญญาลับ เมื่อ
มนุษย์แสนอ่อนแอและต่ำต้อยยอมทำพันธสัญญากับตัวตน
ยิ่งใหญ่ ประสบการณ์ทางวิญญาณอันน่ามหัศจรรย์จะแล่นไป
ทั่วร่างกายชั่วขณะ และในคราวนี้ เดอะฟูลรับบทบาทเป็น
ตัวตนยิ่งใหญ่ผู้นั้น
สำหรับพิธีกรรมพันธสัญญาลับ ฝั่ายต่ำต้อยและอ่อนแอ
ไม่ใช่ผู้ได้ประโยชน์เพียงฝั่ายเดียว แต่ตัวตนอันยิ่งใหญ่ก็จะได้รับ
สิทธิ์ให้ซักถามอีกฝั่ายได้ตามต้องการเช่นกัน
หากไม่เพราะไคลน์ยังอ่อนหัดในด้านนี้ มันคงจะฝัง ‘การ
ชี้นำ’ ลงในจิตใจอีกฝั่ายไปแล้ว
“บุคคลทรงพลังในคฤหาสน์คาพินมีลักษณะเป็น
อย่างไร” ไคลน์ซักถามหลังจากทำพันธสัญญาทางวิญญาณ
เสร็จ
โดยไม่มีการต่อต้าน ภาพเคลื่อนไหวเริ่มฉายเข้าสู่สมองชาย
หนุ่มทันที่ ลักษณะคล้ายกับกำลังรับชมภาพยนตร์
ในฉากดังกล่าว ชายสวมหมวกแก๊ปกำลังยืนด้วยอากัปกิริยา
นอบน้อมและยำเกรง เบื้องหน้ามีสุภาพบุรุษวัยกลางคน สวม
สูทหางยาวสีดำและผ้าคลุมหัวสีขาว
สุภาพบุรุษผู้นี้มีโครงหน้าเรียวยาวและกลิ่นอายเคร่งขรึม
ริมฝีปากเม้มชิด มอบความรู้สึกเย็นชาเหนือคำบรรยาย
มันกำลังเลื่อนมือไล่ไปตามสายโซ่สีทองของนาฬิกาพก
หยิบนาฬิกาพกสีเดียวกันออกมาพร้อมกับกดปุั่มเปิดฝา
หลังจากชำเลืองมองเวลา มันเงยหน้าและกล่าวด้วยเสียงทุ้ม
“จ้องหน้าฉัน”
ชายสวมหมวกแก๊ปรีบเงยหน้ามองเนื่องจากไม่กล้าขัดคำสั่ง
“ขอรับ มิสเตอร์เฮรัส…”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง มันพบว่าดวงตาของอีกฝั่ายกำลังส่องแสง
ตามด้วยเสียงคำสั่งขึงขัง
“จงรักษาความลับ! ห้ามแพร่งพรายข้อมูลของคฤหาสน์
หลังนี้ให้ผู้อื่นรับรู้โดยเด็ดขาด!”
ชายสวมหมวกแก๊ปยืนสั่นเทาโดยมิอาจขัดขืน ความรู้เดียว
ในใจคือ ตนต้องทำตามคำสั่งของชายคนนี้อย่างเคร่งครัด
มันก้มหน้าต่ำอีกครั้ง
“ขอรับ มิสเตอร์เฮรัส”
…
ฉากถัดมา ชายสวมหมวกแก๊ปแบกเด็กสาวหมดสติลงบันได
นำพาไปสู่ห้องใต้ดิน
เมื่อถึงด้านล่าง มันพบกับห้องหนึ่งถูกแยกออกมาเป็นพิเศษ
ด้านในมีชายเคราดกไม่ทราบอายุกำลังนั่งบนเก้าอี้
ชายเคราดกมีดวงตาสีฟั้าเย็นชา ในมือถือเศษผ้ากำมะหยี่
พลางทำความสะอาดปืนไรเฟิลสีเทาขาวบนโต๊ะอย่างพิถีพิถัน
ลำกล้องปืนทั้งหนาและยาว เชื่อมติดกับกล่องโลหะสี
เดียวกันผ่านท่อ
ไรเฟิลแรงดันไอน้ำ!
อาวุธสงครามในความควบคุมของกองทัพ!
“สวัสดีครับ มิสเตอร์เบไลซ์…” ชายสวมหมวกแก๊ป
ก้มศีรษะทักทาย
…
ชายสวมหมวกแก๊ปเดินเข้าไปในเขตห้องใต้ดินซึ่งถูกจัด
อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โครงสร้างอาคารเหมือนกับเรือนจำ
ไม่มีผิด หลังจากเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง มันวางเด็กสาวไม่ได้สติ
ลงบนพื้นและขังเธอไว้
สมุนคาพินปิดประตูลงกลอนมิดชิด ก่อนจะกลับออกมายัง
ทางเดินและหยิบตะเกียงของตัวเองเตรียมจากไป
ทันใดนั้น มุมสายตาเหลือบเห็นร่างของใครบางคนกำลังย่าง
กรายเข้ามาหาจากอีกฟากของทางเดินยาว
อีกฝั่ายไม่พึ่งพาอุปกรณ์มอบแสง ราวกับสามารถมองผ่าน
ความมืดได้ด้วยตาเปล่า
ด้วยความช่วยเหลือจากตะเกียง ชายสวมหมวกแก๊ปพบว่า
บุคคลดังกล่าวคือหญิงสาวในวัยสามสิบ
สตรีปริศนาสวมหมวกใบเล็กสีน้ำตาลอ่อน เสื้อเชิ้ตสตรีผ้า
บางสีขาว และรองเท้าหนังหรูหรายาวถึงเข่า
บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นเก่า มุมปากยกโค้งพลางเผย
รอยยิ้ม
ชายสวมหมวกแก๊ปก้มศีรษะลงด้วยความหวาดกลัวและ
เปล่งเสียงตะกุกตะกัก
“ส…สวัสดีครับ มาดามเคธี่”
หญิงสาวเมินเฉย ย่างกรายเข้าใกล้ชายสวมหมวกแก๊ปทีละ
นิดก่อนจะเดินผ่านไปราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ
เมื่อสตรีนามเคธี่ลับสายตา ชายสวมหมวกแก๊ปพึมพำเสียง
ค่อยด้วยสีหน้าฉุนเฉียว
“นังตัวดี! ถ้าเป็นบนเตียง ฉันเชื่อเหลือเกินว่าหล่อนจะ
เร่าร้อนยิ่งกว่าพวกโสเภณี!”
มันใช้มือกดเปั้ากางเกงพลางยกตะเกียงสูง จากนั้นก็รีบส่ง
ตัวเองขึ้นจากห้องใต้ดิน
…
ชายสวมหมวกแก๊ปพบกับบุรุษสองคนภายในห้องโถงใหญ่สี
ทองอร่าม
คนหนึ่งสูง 1.65 เมตร ลงพุงเล็กน้อย รูปลักษณ์ไม่โดดเด่น
แต่ดวงตาแฝงความอำมหิตไม่ปิดบัง อีกคนสูงกว่าเล็กน้อย ราว
1.70 เมตร ค่อนข้างชรา บนใบหน้าเผยริ้วรอยเล็กน้อย สันดั้ง
โด่งนูน ดวงตาสีน้ำตาลเปียมชีวิตชีวา บรรยากาศรอบตัวคล้าย
กลับไม่หวาดสิ่งใดบนโลก
“สวัสดีครับ มิสเตอร์คาพิน” ชายสวมหมวกแก๊ปโน้ม
ตัวทักทายชายลงพุง ตามด้วยการหันไปกล่าวกับอีกคน
“สวัสดีครับ มิสเตอร์พาร์คเกอร์”
…
ฉากถัดมา ในช่วงเช้าตรู่ ชายสวมหมวกแก๊ปกำลังยืนคุยกับ
สุภาพบุรุษวัยกลางคนนามเฮรัสหน้าทางเข้าห้องใต้ดิน
เฮรัส สวมผ้าคลุมหัวสีขาว ชำเลืองมองชายสวมหมวกแก๊ป
ก่อนจะเหยียดแขนขวาทาบลงบนบานประตูห้องใต้ดินด้วยสี
หน้าเรียบเฉยและทำการเปล่งเสียง
“กักขัง!”
โดยปราศจากสุ้มเสียง บรรยากาศรอบตัวคนทั้งสอง
แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
…
มีผู้วิเศษสี่คน… ไม่สิ อย่างน้อยสี่… แข็งแกร่งกว่าใครคง
เป็นมิสเตอร์เฮรัส ลำดับ 6 เป็นอย่างน้อย บางทีอาจลำดับ 5…
เรายังไม่แน่ใจว่ามันอยู่บนเส้นทางใด แต่ลักษณะพิเศษคล้ายกับ
เส้นทางจักรพรรดิมืด… การสร้างกฎและออกคำสั่ง…
หากประเมินจากฉากเมื่อครู่ บริเวณการกักขังคงมีผลเฉพาะ
ห้องใต้ดินเท่านั้น หาใช่ทั้งคฤหาสน์… ต้องใช่แน่ คฤหาสน์
หลังใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนเข้าออก หากผนึกไว้ตลอดเวลา เกรง
ว่าจะไม่ใช่เรื่องสะดวกนัก…
แล้วตอนกลางคืนจะเหมือนกันไหม?
ไคลน์พยายามวิเคราะห์สถานการณ์จากข้อมูลเมื่อครู่ ก่อน
จะตั้งคำถามใหม่กับวิญญาณสมุนคาพิน
“โครงสร้างของคฤหาสน์เป็นอย่างไร”
ผลตอบรับเหมือนเช่นเคย ชายหนุ่มมองเห็นภาพโถงใหญ่
หรูหราอลังการ ห้องอาหารกว้างขวาง ทางเดินมากมายเชื่อม
กัน ห้องน้ำ และบางส่วนของห้องใต้ดิน
จากข้อมูลเหล่านี้ ไคลน์ปะติดปะต่อและวาดภาพเค้าโครง
ของคฤหาสน์คาพินในหัว
เมื่อตระหนักว่าพลังวิญญาณของตนเริ่มเหือดแห้ง ชายหนุ่ม
ถามเป็นข้อสุดท้าย
“คาพินสนิทกับบุคคลสำคัญคนใด”
ภาพเคลื่อนไหวฉายในสมองไคลน์อีกหน หญิงสาวกึ่งเปลือย
จำนวนมากกำลังเดินเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้แขก
ขณะเดียวกันก็ถูกลวนลามร่างกายตลอดเวลา แต่พวกเธอก็มิได้
ตอบโต้ ไม่อย่างนั้นคงถูกลากออกไปซ้อมจนปางตายเป็นแน่
ทั้งหมดค่อนข้างเด็ก ใบหน้าเหม่อลอยไร้อารมณ์ และหาก
ตอบสนองต่อแขกเชื่องช้าแม้เพียงเล็กน้อย พวกเธอจะถูกแส้ใน
มือลูกน้องคาพินเฆี่ยนตี
ไม่มีคนรับใช้ใดแสดงสีหน้าเห็นใจหรือหวาดกลัวหลังจาก
ประจักษ์ภาพดังกล่าว ตรงกันข้าม พวกมันพยายามอย่างหนัก
เพื่อให้ได้โอกาสปรนนิบัติเหล่าแขกและถูกชมเชย
ไคลน์มองเห็นคาพินท่ามกลางกลุ่มแขกพิเศษภายในงาน
ประกอบด้วยมิสเตอร์เฮรัสผู้เย็นชา สมาชิกสภาสามัญผู้ปรากฏ
ตัวบนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง และวาเดอร่า ชายร่างท้วมผู้
ถูกเรียกว่า รองผู้บัญชาการ…
…
รองผู้บัญชาการกรมตำรวจเบ็คลันด์?
นายตำรวจระดับสูง!
อา ไม่ผิดแน่ ไม่มีคนดีในกลุ่มลูกสมุนของคาพินแม้แต่คน
เดียว… เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไร คฤหาสน์ของคาพินคง
มีวิธีคัดกรองคนงานอย่างเข้มงวด เลือกเฟั้นเฉพาะพวกไว้ไว้ใจ
ได้โดยไม่เกี่ยงนิสัย…
ไคลน์ลูบหน้าผากพลางสั่งยกเลิกพิธีกรรมพันธสัญญาลับ
จากข้อมูล ชายหนุ่มได้ทราบว่าชายสวมหมวกแก๊ปเป็นเพียง
หัวหน้างานระดับล่าง จึงมีข้อมูลในความทรงจำไม่มาก
ปัจจุบัน แม้ว่าไคลน์จะเค้นความลับทั้งหมดออกมาจน
เกลี้ยง แต่ผนึกภายในดวงวิญญาณชายสวมหมวกแก๊ปกลับยัง
อยู่ในสภาพสมบูรณ์
ชายหนุ่มห่อหุ้มตัวเองด้วยพลังวิญญาณพลางหายตัวจาก
ห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา ส่งจิตตัวเองกลับลงมายังโลกจริง
ไคลน์นั่งข้างเตียงพลางจ้องมองชายสวมหมวกแก๊ปผู้กำลัง
หมดสติ จากข้อมูลเมื่อครู่ มันพยายามไตร่ตรองหาช่องโหว่และ
วางแผนขั้นตอนถัดไป
จนกระทั่ง เมื่อไคลน์ได้ข้อสรุปแน่ชัด มันพึมพำกับตัวเอง
ด้วยเสียงค่อย
บางที่ เราอาจไม่ต้องการผู้ช่วย…
ผู้ช่วยรังแต่จะถ่วงแข้งขา ไม่สะดวกต่อการหลบหนีจาก
อันตราย…
ต้องเลือกจังหวะลงมือให้ถูกต้อง นั่นคือกุญแจสำคัญของ
ภารกิจนี้…
…
เกือบห้าสิบนาทีถัดมา ชายสวมโค้ทดำและหมวกแก๊ปสีเทา
เดินไปโผล่ในเขตตะวันออก บนถนนถิ่นของแก๊งซีมังเกอร์
เมื่อมันพบคนผิวคล้ำร่างกายกำยำและมีสายตาดุร้าย ชาย
สวมหมวกแก๊ปรีบปรี่เข้าไปใกล้พลางแสร้งทำเป็นเดินชนโดยไม่
มองทาง
“ไอ้ขยะเอ๊ย! ระวังทางหน่อยสิวะ!” ชายสวมหมวกแก๊ป
ตะโกนฉุนเฉียวพร้อมกับปล่อยหมัดขวาตรงใส่โดยไม่รีรอ
ในฐานะชาวเขาบนทุ่งราบผู้หลงใหลการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจ
ชายผิวคล้ำย่อมไม่ยอมอ่อนข้อ การชกต่อยจึงเริ่มขึ้น
ระหว่างกำลังพัวพัน ชายสวมหมวกแก๊ปแอบชักมืดสั้น และ
ชายชาวเขาผิวคล้ำก็นำอาวุธลักษณะคล้ายกันออกมา
ฉัวะ!
ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด มีดสั้นในมือชายชาวเขา เฉือน
ใส่ต้นคอชายสวมหมวกแก๊ปจนโลหิตกระเซ็นเนื่องจากเส้นเลือด
ใหญ่ถูกตัดขาด
ชายสวมหมวกแก๊ปล้มลงไปนอนกับพื้นโดยรอบศีรษะมีบ่อ
เลือดสีแดงสดเจิ่งนอง
มันเสียชีวิตในทันที่ และร่างวิญญาณของใครบางคนภายใน
ตัวได้สลายไปพร้อมกัน
จิตไคลน์ถูกส่งกลับมายังห้วงมิติเหนือสายหมอกเทา
จากนั้นก็ส่งตัวเองกลับไปยังโลกจริงภายในโรงแรมราคาถูกบน
เขตเชอร์วู้ด
ชายหนุ่มทำลายหลักฐานทั้งหมดภายในห้องพัก ก่อนจะ
เดินลงไปยังล็อบบี้เพื่อทำการเช็กเอาต์
เมื่อกลับถึงบ้านบนถนนมินส์ ไคลน์ส่งตัวเองเข้ามิติหมอก
เทาอีกครั้ง
คราวนี้ มันต้องการทำนายถามถึงข้อมูลแสนธรรมดาแต่มี
ค่ามากเหลือเกินในภารกิจอันกำลังจะเกิดขึ้น
ปากกาและกระดาษถูกเสกวางตรงหน้า ชายหนุ่มขยับ
ข้อมือเขียนประโยคทำนาย :
“เวลาอาหารค่ำของคาพินในคืนนี้”