ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1002 อดีตที่น่าเศร้า
เหนือเพดานสูง หันหว่านหรงกำลังอธิบายถึงความพิเศษของ อาณาจักรฟูามืดให้เนี่ยเทียนฟัง
“ทำไมมหาสมุทรดาวมอดดับถึงเป็นพื้นที่ทำสงครามระหว่างเผ่ามนุษย์ และชนต่างเผ่าล่ะ?” เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ “หรือว่าสนามรบสุ้ยเมี่ยไม่ใช่พื้นที่ การต่อสู้ระหว่างเผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่า?”
“ไม่เหมือนกัน” หันหว่านหรงยิ้มบางๆ “ที่ตั้งของสนามรบสุ้ยเมี่ยคือ พื้นที่ที่แต่ละเผ่าพันธ์ทอดทิ้งมานานหลายปี พื้นที่แห่งนั้น ไม่ว่าใครจะแพ้ หรือชนะก็ล้วนไม่สามารถสั่นคลอนรากฐานของโลกเผ่ามนุษย์ได้”
“ทว่ามหาสมุทรดาวมอดดับคือปราการกั้นขวางระหว่างโลกของเผ่า มนุษย์และชนต่างเผ่า เมื่อข้ามผ่านมหาสมุทรดาวมอดดับมาได้ ชนต่างเผ่า ก็จะสามารถเข้าออกอาณาจักรดวงดาวต่างๆ ของเผ่ามนุษย์ได้โดยตรง”
“ส่วนสนามรบสุ้ยเมี่ยที่แม้ว่าจะมีรอยแยกห้วงมิติให้เข้ามาในดินแดน ของเผ่ามนุษย์เราอยู่ไม่น้อย แต่เรือรบทางช้างเผือกขนาดใหญ่ของชนต่าง เผ่ากลับยากที่จะลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติได้ จึงยากที่จะยกทัพใหญ่มา เยือน”
“รอยแยกห้วงมิติและประตูข้ามอาณาจักรมากมายของสนามรบสุ้ย เมี่ยในตอนนี้ล้วนถูกทำลายไปหมดแล้ว”
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า กล่าวอีกว่า “ดินแดนดาวตกก็เคยมีชนต่างเผ่ามา เยือน ดินแดนพงฟูาเองก็เคยมีชนต่างเผ่าปรากฏตัว แม้แต่แผ่นดินลอยตัว
ชนต่างเผ่าก็ยังเข้าไปได้ อันที่จริงพวกเขาไม่จำเป็นต้องข้ามผ่านมหาสมุทร ดาวมอดดับก็สามารถมาถึงแผ่นดินของพวกเราได้นี่นา”
“ข้าอธิบายให้เจ้าฟังอย่างนี้แล้วกัน” หันหว่านหรงสีหน้าเคร่งเครียด “ตอนนี้ดินแดนมากมายที่เผ่ามนุษย์เราอยู่อาศัย ก่อนหน้านั้นเคยเป็นโลก ใบใหม่ที่ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณเป็นผู้บุกเบิก”
“ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณข้ามผ่านมหาสมุทรดาวมอดดับมาตามหา โลกใบใหม่นี้ และจับเผ่ามนุษย์เป็นทาสให้โดยสารเรือรบทางช้างเผือกมา เคลื่อนไหวอยู่ทั่วโลกใบใหม่ ก่อนจะครอบครองดินแดนดวงดาวแห่งแล้ว แห่งเล่า ตอนนั้นชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณเองก็มีการเข่นฆ่ากันไม่หยุด”
“ยามที่พวกเขากรีฑาทัพ เผ่ามนุษย์ยังไม่บรรลุถึงวิธีการใช้ปราณ วิญญาณฟูาดินหรือหินวิเศษมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ยังไม่เดิน ไปบนเส้นทางของการลุกผงาด”
“ตอนนั้นชะตาของเผ่ามนุษย์เราน่าเศร้าสลดอย่างถึงที่สุด”
“รอจนเผ่ามนุษย์เราเข้าใจวิชาการฝึกตน ไม่จำเป็นต้องอาศัยสายเลือด ก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นมาได้ เผ่ามนุษย์เราจึงเริ่มหลุดพ้นจากการเป็นทาส ของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ”
“สิบล้านปีให้หลัง เผ่ามนุษย์จึงยืนหยัดอยู่บนโลกใบใหม่ได้ในที่สุด”
“และเผ่ามนุษย์ของเราก็ขับไล่ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณออกไปได้!”
“ทว่าชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณยังทิ้งรอยแยกห้วงมิติหรือช่องทาง ห้วงมิติที่พิเศษมากมายไว้ในโลกของพวกเราตอนนี้”
“ช่องทางห้วงมิติเหล่านั้นอาจจะอยู่ในอาณาจักรแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือ อาจจะอยู่ในดวงดาวที่มอดดับ ไม่ก็หินอุกกาบาตแห่งใดแห่งหนึ่ง”
“แล้วก็เพราะช่องทางที่ถูกทิ้งไว้จึงมีชนต่างเผ่าหรือไม่ก็สัตว์โบราณ สามารถเข้าออกในโลกของเผ่ามนุษย์เราได้เป็นระยะ”
“ช่องทางห้วงมิติที่สามารถเชื่อมโยงกับโลกของพวกเราถูกผู้แข็งแกร่ง ของชนต่างเผ่าทิ้งตราประทับทางสายเลือดเอาไว้ ต่อให้หาช่องทางห้วงมิติ มากมายเจอ เผ่ามนุษย์ที่เกิดมาก็อ่อนแอ ไม่มีความมหัศจรรย์ทาง สายเลือดจึงยากที่จะเดินทางผ่านช่องทางห้วงมิติที่ชนต่างเผ่าซุกซ่อนไว้ ไปเยือนโลกของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ”
“สำหรับช่องทางห้วงมิติประเภทนี้ หากเราพบเจอเมื่อไหร่ก็จะเลือก ทำลายทิ้งไปโดยตรง”
“หลายปีที่ผ่านมา ช่องทางห้วงมิติที่ถูกทำลายไปมีมากหลายร้อยแห่ง ทว่าก็ยังคงมีช่องทางห้วงมิติที่ลึกลับบางส่วนที่พวกเรายังหาไม่เจอ ซึ่งเป็น เหตุให้ชนต่างเผ่ายังคงเดินทางเข้ามาได้”
“เมื่อชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณเดินทางมาตามช่องทางห้วงมิติ เหล่านั้นก็จะไม่อยู่นานนัก พวกเขามักจะปล้นสะดมพื้นที่รอบด้านเพื่อช่วง ชิงทรัพยากรไป จับเผ่ามนุษย์ของเราไปเป็นทาส ขณะที่สำนักเผ่ามนุษย์ ใหญ่ๆ ที่แข็งแกร่งยังไม่ทันรู้ตัว พวกเขาก็จะรีบถอยกลับออกไปอย่าง รวดเร็ว”
กล่าวมาถึงตรงนี้ หันหว่านหรงก็เงียบไปครู่หนึ่ง
“และจนถึงตอนนี้พวกเราก็ยังไม่สามารถสร้างช่องทางห้วงมิติหรือ ประตูข้ามอาณาจักรไว้ในฟูาดินของของชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณเพื่อให้ เผ่ามนุษย์ของเราเดินทางเข้าออกอย่างอิสระได้”
“แต่ตอนนี้เมื่อพวกเราแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีความมั่นใจมากพอ พวกเราก็คิดได้ถึงวิธีที่เฉียบขาดที่สุด”
“นั่นคือข้ามผ่านมหาสมุทรดาวมอดดับไปโดยตรง ไม่จำเป็นต้องอาศัย ช่องทางห้วงมิติใดๆ ก็สามารถบุกไปยังฟูาดินของชนต่างเผ่าและสัตว์ โบราณได้!”
“เมื่อไม่กี่พันปีที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของ พวกเรา และยังมีสำนักห้าธาตุ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์และหอทอดฟูาสามารถบุก เข้าไปเข่นฆ่าในฟูาดินของพวกชนต่างเผ่าได้”
“ทว่าค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็สาหัสสากรรจ์มากเช่นกัน”
“พวกเราสี่ฝุายมีคนตายไปมากมาย แต่ก็พอจะสร้างประตูข้าม อาณาจักรในโลกของชนต่างเผ่าไว้ได้ ทว่ากลับไม่สามารถดำรงอยู่ได้นาน นัก เพราะถูกชนต่างเผ่าหาเจอและทำลายทิ้งเสียก่อน”
“ทว่าการโจมตีกลับของพวกเราก็ไม่เคยหยุดพักมาก่อน”
“เพราะฟูาดินที่กว้างใหญ่ไพศาลหลังจากข้ามผ่านมหาสมุทรดาวมอด ดับไปได้มีพื้นที่ที่เผ่ามนุษย์ของพวกเราเคยเป็นผู้ค้นพบ ที่นั่นยังมีเผ่า มนุษย์ของเราหลายคนที่ถูกจับไปเป็นทาส กลายมาเป็นเปูาหมายที่ถูกชน ต่างเผ่าระบายความแค้นใส่”
“ทุกครั้งที่ชนต่างเผ่าทำการเซ่นสังเวยขนาดใหญ่ก็มักจะสังหารเผ่า มนุษย์นับล้านคน”
“แค่คิดถึงว่าฟูาดินแห่งนั้นมีเผ่ามนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องแบกรับ ความยากลำบาก พวกเราก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีได้”
คำพูดของหันหว่างหรงคล้ายเป็นการคลี่ภาพม้วนผืนหนึ่งออกต่อหน้า เนี่ยเทียน ซึ่งกลางภาพม้วนนั้นบันทึกประวัติศาสตร์การดิ้นรนของเผ่า มนุษย์เอาไว้
ในภาพแสดงให้เห็นถึงอดีตอันน่าเศร้าของเผ่ามนุษย์
ในที่สุดเนี่ยเทียนก็เข้าใจว่า ที่แท้พื้นที่กำเนิดของเผ่ามนุษย์คือฟูาดินที่ อยู่ด้านหลังมหาสมุทรดาวมอดดับ
และแรกเริ่มสุดดวงดาวมากมายที่พวกเขาอยู่อาศัยในตอนนี้ก็คือโลกที่ เผ่ามนุษย์ซึ่งทถูกชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณจับมาเป็นทาสค้นหาบุกเบิก
พื้นที่กำเนิดของเผ่ามนุษย์ยังมีเผ่ามนุษย์อีกมากมายที่ถูกเลี้ยงให้เป็น เหมือนสัตว์ของชนต่างเผ่า ถูกพวกเขาจับสังหารเพื่อใช้บูชาฟูาดินได้ ตามใจชอบ
และมีความเป็นไปได้มากว่าเผ่ามนุษย์พวกนั้นอาจจะยังมีคนธรรมดาที่ ไม่รู้แม้แต่ว่าควรจะฝึกตนอย่างไร
เมื่อผ่านการพัฒนามานาวนานหลายต่อหลายปี ในที่สุดเผ่ามนุษย์ก็ ค้นหาวิธีที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้จากโลกใบใหม่ที่ค้นพบ เหยียบขึ้นมาบนเส้นทางของการฝึกตน ทั้งยังได้เปรียบในด้านการแพร่ พันธ์ จึงแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว
จนถึงตอนนี้เผ่ามนุษย์ได้แข็งแกร่งจนถึงขั้นที่มีความมั่นใจในการจู่โจม กลับไปแล้ว
“น่าเสียดายที่พอพวกเราแข็งแกร่งมากขึ้นจนไม่กลัวชนต่างเผ่าอีก ต่อไป ภายในของพวกเรากลับมีปัญหามากมายเกิดขึ้น” หันหว่านหรงถอน หายใจเบาๆ ก่อนจะอธิบายต่อ “สี่สำนักเก่าแก่ทั้งสี่เคยรวบรวมกองทัพ ใหญ่โจมตีไปยังมหาสมุทรดาวมอดดับสามครั้ง ทว่าทุกครั้งล้วนถูกชนต่าง เผ่าอย่างภูตผีปีศาจร่วมมือกับสัตว์โบราณโจมตีจนทุกอย่างที่พวกกเราทำ ลงไปเสียเปล่า กลายเป็นว่าฝุายเรามีคนบาดเจ็บและล้มตายกันไป มากมาย”
“ก่อนหน้าที่พวกเรายังไม่ยกทัพเข้าโจมตี สัตว์โบราณและภูตผีปีศาจ เองก็มีการเข่นฆ่ากันเอง ทว่าเมื่อเผ่ามนุษย์รวมพลังกันโจมตีไปยัง มหาสมุทรดาวมอดดับเมื่อไหร่ พวกเขาก็จะร่วมมือกันโจมตีพวกเรา กลับมาอย่างดุเดือด”
“หลังจากสามครั้งนั้น ฝุายในของเผ่ามนุษย์มีความเห็นแตกต่างกัน บางคนคิดว่าแค่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว ไม่ จำเป็นต้องยกทัพกลับไปโจมตีสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าอย่างภูตผีปีศาจ อีก”
“แต่ก็มีคนที่บอกว่าพวกเราใช้ชีวิตสุขสงบมานานจนลืมความอัปยศใน อดีตไปแล้ว”
“ซ้ำยังมีคนส่วนหนึ่งที่แอบมีการไปมาหาสู่ แลกเปลี่ยนทรัพยากรกับ สัตว์โบราณและชนต่างเผ่าอย่างลับๆ คิดไปว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้อย่าง เป็นสุข”
“ฝุายในของพวกเรายังมีคนที่แย่งชิงอำนาจ ชิงดีชิงเด่นกันเอง แม้แต่สี่ สำนักเก่าแก่อย่างพวกเราก็ยังขัดแย้งกันเองด้วยสาเหตุหลากหลาย ประการ”
“ชนต่างเผ่า สัตว์โบราณย่อมยินดีที่จะเห็นมนุษย์เราแตกหักกันเอง ชน ต่างเผ่าบางส่วนที่คิดร้ายยังจงใจหาวิธียุแยงเป็นเหตุให้ภายในของแต่ละ สำนักเกิดการเข่นฆ่ากันเองด้วยเรื่องของการเสาะหาฟูาดินแห่งใหม่หรือไม่ ก็ด้วยเรื่องอื่น”
“เผ่ามนุษย์ในตอนนี้เผชิญปัญหาทั้งภายในและภายนอก มองดูเหมือน แข็งแกร่ง ทว่ากลับมีปัญหามากกว่าช่วงแรกเริ่มมากมายนัก”
“ยุคสมัยช่วงแรกเริ่ม เพื่อขับไล่ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ แต่ละฝุาย ต่างก็สามัคคีปรองดองกัน พึ่งพาอาศัยกันและกัน ต่างก็มีเปูาหมาย เดียวกันในการต่อสู้”
“ทว่าเนื่องจากการลุกผงาดของพวกเรา เรื่องราวมากมายก็เปลี่ยนไป”
หันหว่านหรงกล่าวอย่างปลงอนิจจัง
นางและเนี่ยเทียนพูดคุยกันอยู่นานมาก หลังจากอธิบายเรื่องของ อาณาจักรฟูามืด มหาสมุทรดาวมอดดับ และความขัดแย้งของเผ่าพันธุ์ อย่างละเอียดแล้วนางก็พาเนี่ยเทียนลงมาข้างล่างอีกครั้ง
ฉวนจื่อเซวียน ฉวีหมิงเต๋อรออยู่นานแล้ว
“พวกเจ้าสามารถไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ” หันหว่างหรงรู้ว่าพวก เขาต้องการอะไร “ไม่เพียงแต่หินอุกกาบาตก้อนนี้เท่านั้น แม้แต่ถิ่นของ สำนักห้าธาตุ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์และหอทอดฟูาก็สามารถไปได้อย่างอิสระ
พวกเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนอะไร ขอแค่มีหยกวิเศษ ผลึกวิเศษหรือวัตถุดิบ วิเศษที่มีมูลค่ามากพอ หาคนที่เหมาะสมเจอก็สามารถทำการแลกเปลี่ยน ได้โดยตรง”
หลังจากเอ่ยขอบคุณเสร็จ พวกฉวนจื่อซวนก็พากันจากไปด้วยความฮึก เหิม
เนี่ยเทียนยังไม่ขาดทรัพยากรใดๆ ในการฝึกตน แต่เขาก็อยากไปเห็น ความพิเศษของอาณาจักรฟูามืด หลังจากที่พวกเขาจากไป เนี่ยเทียนก็แจ้ง ให้หันหว่านหรงรับรู้ ก่อนจะเริ่มเดินเตร่ไปทั่วด้าน
หลายวันหลังจากนั้น
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนหินอุกกาบาตของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว มองไกลๆ ไปยังทิศของมหาสมุทรดาวมอดดับที่มีเรือรบทางช้างเผือก ขนาดมหึมาหลายลำบินออกมา ดูเหมือนว่าเรือรบทางช้างเผือกพวกนั้นจะ เพิ่งผ่านสงครามนองเลือดในมหาสมุทรดาวมอดดับมา สภาพจึงผุพังไม่ น้อย
——