ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1004 ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนะ?
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 1004 ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนะ?
คนที่มีเรื่องขัดแย้งก็คือจงหลีเจียนเจ้าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
จงหลีเจียนเห็นยาอาทิตย์มืดเม็ดหนึ่งจากในมือของคนพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว
ยาก็เหมือนกับคาถาวิเศษที่แบ่งออกเป็นระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง ระดับใต้ดินและระดับเพาะฟูา ทุกระดับของยาต่างก็แบ่ง ออกเป็นขั้นที่หนึ่งถึงขั้นที่เจ็ด
ยาอาทิตย์มืดคือยาวิเศษระดับใต้ดินขั้นเจ็ด ซึ่งมีตัวยาหลักคือแก่น เลือดของสัตว์วิเศษที่มีธาตุเปลวเพลิงอย่างสัตว์เพลิงฟูา นกวิหคเพลิงเป็น ต้น นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบจากวัตถุดิบวิเศษธาตุไฟอีกหลากหลาย ชนิด
ปราณเปลวเพลิงที่ร้อนแรงซึ่งมีอยู่ในยานี้จะช่วยให้จงหลีเจียนรวบรวม จิตวิญญาณ ซึ่งเป็นพลังช่วยเหลือเพิ่มเติมในยามที่เขาเลื่อนขั้นสู่แดน เอตทัคคะ
ยาอาทิตย์มืดซึ่งเป็นระดับใต้ดินขั้นเจ็ดเป็นสิ่งที่อาจารย์หลอมโอสถ ของดินแดนพงฟูามิอาจหลอมออกมาได้
หลังจากที่จงหลีเจียนเห็นยาอาทิตย์มืดและทำการสอบถาม อีกฝุายก็ เปิดราคาด้วยหยกวิเศษแปดแสนก้อน
หยกวิเศษแปดแสนก้อน สำหรับเจ้าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ไม่ใช่ราคา น้อยๆ แต่เพื่อการเลื่อนขั้นสู่แดนเอตทัคคะ เขาจึงรับปากที่จะซื้อมัน
ตอนที่เขากำลังลงมือซื้อ ผู้ฝึกวิชาเปลวเพลิงคนหนึ่งซึ่งมีขอบเขตแค่ แดนว่างเปล่าช่วงกลางกลับหมายตายาอาทิตย์มืดเม็ดนั้น
คนผู้นั้นก็รู้เหมือนกันว่ายาอาทิตย์มืดหาได้ยากมาก รู้ว่าต่อให้เป็นใน อาณาจักรฟูามืดเองก็ใช่ว่าจะเจอยาอาทิตย์มืดได้ตลอดเวลา
เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะ เขาที่มีแค่แดนว่าง เปล่าช่วงกลางจึงขัดแย้งกับจงหลีเจียนด้วยเรื่องของยาอาทิตย์มืดเม็ดนั้น
เดิมทีมูลค่าของยาอาทิตย์มืดคือแปดแสนหยกวิเศษ แต่การปรากฏตัว ของเขาเป็นเหตุให้ผู้ขายเพิ่มราคาของยาอาทิตย์มืดไปถึงสองล้านก้อนหยก วิเศษอย่างรวดเร็ว
หยกวิเศษสองล้านก้อนเหนือเกินกว่าราคาแท้จริงของยาอาทิตย์มืดไป มาก แต่จงหลีเจียนกลับยังคงกัดฟันที่จะซื้อ
ทว่าคนผู้นั้นกลับยังพูดจาเสียดสีเย้ยหยันอย่างต่อเนื่อง
“ทำไมล่ะ แค่หยกวิเศษสองล้านก้อนก็ทำให้เจ้าเริ่มลำบากใจแล้วอย่าง งั้นหรือ?” คนผู้นั้นแสยะปากหัวเราะเสียงแปร่ง “เจ้าก็คือลูกน้องของเนี่ย เทียนบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดใช่ไหม? ว่ากันว่าเนี่ยเทียนผู้นั้นได้ผลเก็บ เกี่ยวมหาศาลจากในอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่าและแผ่นดินลอยตัว กะอีแค่ หยกวิเศษไม่กี่ก้อนก็ทำให้เจ้าร้องโอดครวญเสียแล้ว ดูท่าคงพึ่งคนผิดเสีย แล้วกระมัง”
รอบด้านมีคนมากมายที่มาล้อมวงรอดูเรื่องสนุก
บางคนก็เป็นแดนว่างเปล่าของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ส่วนบาง คนก็คือลูกน้องของบุตรแห่งดวงดาวคนอื่น
แม้แต่คนของสำนักห้าธาตุ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์และหอทอดฟูาที่มาทำการ แลกเปลี่ยนที่นี่ซึ่งพอได้ยินเสียงความขัดแย้งของฝั่งนี้ก็พากันขยับเข้ามา ใกล้เช่นกัน
“เอ๊ะ!”
“ผู้อาวุโสหัน”
“ฟางหยวน!”
รอจนเนี่ยเทียนและหันหว่านหรง รวมถึงฟางหยวนขยับเข้ามาใกล้ก็มี คนหลายคนอุทานขึ้นเบาๆ
คนส่วนใหญ่ล้วนรู้จักหันหว่านหรงและฟางหยวน พอเห็นว่าพวกเขา มาถึงจึงหันไปโค้งตัวคารวะแสดงความเคารพ
คนที่รู้จักเนี่ยเทียนมีน้อยยิ่งกว่าน้อย พอเห็นเขาจึงแค่พยักหน้าให้ เบาๆ เท่านั้น
เรื่องราวของเนี่ยเทียนแพร่ไปทั่วฝุายในของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวเมื่อไม่กี่ปีมานี้ คนหลายคนเคยได้ยินชื่อเสียงของเขา แต่คนที่เคยเห็น เขาจริงๆ กลับมีน้อยมาก
“หงเหยา”
ตอนที่ขยับเข้ามาใกล้ ฟางหยวนแค่นเสียงเย็นหนึ่งที สีหน้าเต็มไปด้วย ความรังเกียจ
“ข้าเองก็เดาว่าเป็นหงเหยา” หันหว่านหรงแอบขมวดคิ้ว
“ท่านน้าหัน ซือคงฉั่วล่ะ?” ฟางหยวนเอ่ยถามเบาๆ
“หลังจากที่เขาพาลูกน้องเข้ามา ตัวเองก็จากไปเพียงลำพัง ตอนที่เขา มาที่นี่ก็เป็นแดนว่างเปล่าช่วงต้นแล้ว” หันหว่านหรงกล่าว
“ลูกน้องสามารถอยู่ในอาณาจักรฟูามืดได้ตามใจชอบรึ?” เนี่ยเทียน เอ่ยถาม
“ตอนที่เข้ามาจำเป็นต้องมีคนนำ แต่ตอนที่จากไปไม่จำเป็น ” หัน หว่านหรงอธิบาย “การที่คนนำพาลูกน้องเข้ามาก็แค่แสดงให้เห็นว่าตัวตน ของลูกน้องตัวเองไม่ใช่คนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว แต่เรื่องที่ว่าจะไปจากอาณาจักรฟูามืดเมื่อไหร่นั้น ทางสำนักจะไม่ก้าว ก่าย”
เนี่ยเทียนพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ
ไม่นานคนทั้งสามก็มาถึงจุดที่เกิดเหตุวิวาท
หงเหยาที่ยังเอ่ยแขวะจงหลีเจียนซึ่งพอเห็นหันหว่านหรงและฟาง หยวนมาถึงก็สำรวมขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งยังโค้งตัวคารวะ แต่พอเห็นหน้าเนี่ย เทียนกลับแค่หัวเราะหึหึ ก่อนกล่าวว่า “หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าก็คือบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่เจ็ด เนี่ยเทียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปเมื่อไม่นานมานี้สินะ?”
“อืม” เนี่ยเทียนมีท่าทีเย็นชา
จงหลีเจียนโค้งตัวคารวะเนี่ยเทียน ก่อนจะยิ้มเจื่อน “นึกไม่ถึงว่าจะ สร้างความวุ่นวายไปถึงหูเจ้า”
เนี่ยเทียนโบกมือบอกเป็นนัยไม่ให้เขามากพิธี ครั้นจึงหันไปมองเจ้าของ ยาอาทิตย์มืด “เจ้าชื่อว่าอะไร?”
“เป๋าซื่อหมิง อาจารย์หลอมโอสถของสำนัก” ตอนที่คนผู้นั้นเผชิญหน้า กับเนี่ยเทียนถือว่ายังมีความเคารพนอบน้อมอยู่บ้าง “ยาอาทิตย์มืดหลอม ได้ไม่ง่าย ตัวยาเสริมหาง่าย แต่ตัวยาหลักหายาก ยาอาทิตย์มืดเม็ดนี้ข้าก็ เพิ่งหลอมออกมาได้เมื่อไม่นานมานี้ จึงเอามาขายที่อาณาจักรฟูามืด ใคร ให้ราคาสูงคนนั้นก็ได้ไป หงเหยาให้ราคาหยกวิเศษสองล้านก้อน ข้า…”
“การแลกเปลี่ยนอยู่ที่ความยินยอมของทั้งสองฝุาย! ” หงเหยาหัวเราะ ร่า ก่อนกล่าวอย่างโอหัง “หยกวิเศษในมือข้ามีมากพอ เมื่อข้าให้ราคาสูง ยาอาทิตย์มืดเม็ดนั้นก็ย่อมต้องเป็นของข้า!”
จงหลีเจียนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาหันไปพูดกับเนี่ยเทียน ว่า “หยกวิเศษที่ข้าเอามาได้เอาไปซื้อวัตถุดิบวิเศษอย่างอื่นแล้ว มา อาณาจักรฟูามืดครั้งแรก ข้าเองก็เตรียมตัวมาไม่พร้อม เฝิงอวี้หลินกับต่ง ฉีซงสองคนไปที่พื้นที่ของอีกสามสำนักเพื่อตามหาวัตถุดิบที่เหมาะสมต่อ การเลื่อนขั้นของพวกเขา ข้าจึงไม่สามารถหยิบยืมได้”
ที่เขาไม่ได้เพิ่มราคาจากหงเหยาก็เพราะกระเป๋าแบน หยกวิเศษที่ เตรียมมาตอนนี้เหลือไม่ถึงสองล้านก้อนแล้ว
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วน้อยๆ
เนื่องจากเขามีตบะแค่เขตลี้ลับ ในมือก็สะสมแค่ศพของสัตว์วิเศษและ ชนต่างเผ่า รวมไปถึงวัตถุดิบวิเศษของอีกสามธาตุ ไม่ได้ตั้งใจพกหยกวิเศษ ไว้มากนัก
“เนี่ยเทียน ในมือข้ามีหยกวิเศษมากพอ เจ้าให้ราคาได้ตามใจชอบ ถือ ซะว่าข้าให้เจ้ายืมก่อนชั่วคราว” ฟางหยวนเอ่ยขึ้นกะทันหัน
“ไม่จริงกระมัง?” หงเหยายิ้มสะใจ จ้องหน้าเนี่ยเทียนเขม็ง “เจ้าเป็น ถึงบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ด แต่ในมือกลับไม่มีหยกวิเศษมากพอ? แถมยัง ต้องขอยืมเอาจากคนอื่นด้วย?”
ทุกคนที่มุงดูก็มีท่าทางตะลึงงันไปเช่นกัน
บุตรแห่งดวงดาวที่ยากจนขนาดนี้ พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อนจริงๆ สี หน้าจึงเปลี่ยนมาเป็นปั้นยากอย่างห้ามไม่ได้
“เป๋าซื่อหมิงใช่ไหม?” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็พลันกล่าวว่า “ดู เหมือนว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้วสินะ?”
เป๋าซื่อหมิงหน้าเปลี่ยนสี “เจ้า เจ้ามองออกได้อย่างไร?”
“เป็นอย่างนี้จริงหรือไม่?” เนี่ยเทียนไม่ตอบแต่ถามกลับ
เป๋าซื่อหมิงถอนหายใจเบาๆ พยักหน้ารับ “เจ้าพูดถูกแล้ว ในอดีตที่ข้า ยังไม่ได้รับความสำคัญจากสำนัก ยังเป็นเพียงแค่อาจารย์หลอมโอสถตัว เล็กๆ ช่วงเวลานั้นเพื่อแสวงหาการบรรลุในวิถีโอสถ ข้าต้องกินยาที่ไม่สุก ไปมากมายเพื่อทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงที่ยิบย่อยของฤทธิ์ยา”
“ยาหลายตัวมีพิษร้ายเจือปนอยู่ด้านใน ปีนั้นข้าเองก็ทำตัวเหลวไหล กินยามากเกินไป เป็นเหตุให้มีพิษยาแต่ละชนิดตกตะกอนอยู่ในอวัยวะ ภายใน”
“รอจนข้าได้รับความสำคัญจากสำนัก เริ่มฝึกวิถีโอสถที่ถูกต้อง ภายใต้ พิษยาที่สั่งสมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พิษเหล่านั้นจึงได้แทรกซึมเข้าไปในอวัยวะ ของข้าจนยากที่จะกำจัดออกไปได้แล้ว”
“วิธีการฝึกตนของเผ่ามนุษย์เราไม่เหมือนกับชนต่างเผ่า ไม่นิยมการชุบ หลอมเลือดเนื้อ พิษยาที่อยู่ในร่างของข้า ข้าได้ไปให้คนมากมายช่วยดูให้ แต่ก็ยังมิอาจทำอะไรได้”
“บางทีคงมีเพียงมหาราชาของชนต่างเผ่าที่มีการชุบหลอมสายเลือดมา ตลอดชีวิตเท่านั้นถึงจะใช้พลังสายเลือดมาขจัดพิษในอวัยวะภายในของข้า ได้”
“แต่…”
เขายิ้มเจื่อน “ข้าเองก็ตัดสินใจแล้วที่จะสละเรือนกายนี้ทิ้งแล้วไปจุติมา ฝึกตนใหม่”
เนี่ยเทียนพลันเดินผ่านผู้คนมาหยุดอยู่ด้านหลังเป๋าซื่อหมิง ภายใต้ สายตาตกตะลึงไม่เข้าใจของคนรอบด้าน เขาพลันยื่นมือลงไปกดทับตรง หัวใจด้านหลังของเป๋าซื่อหมิง
ปราณพืชหญ้าที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดขุมหนึ่งแทรกซอนเข้าไปในร่าง ของเป๋าซื่อหมิงทันที
“ไม่มีประโยชน์หรอก” เป๋าซื่อหมิงส่ายหัว “ข้าเองก็ศึกษาพลังพืช หญ้าเช่นกัน ทั้งยังเคยให้แดนเอตทัคคะที่เชี่ยวชาญพลังพืชหญ้ามาช่วย รักษาอาการบาดเจ็บของข้าด้วย แต่แดนเอตทัคคะก็ไม่มีวิธีดีอะไรในการ รักษาพิษยาในร่างของข้า พลังพืชหญ้าได้แค่สกัดกั้นการแทรกซอนของ ฤทธิ์ยาได้นิดหน่อยเท่านั้น ไม่สามารถรักษาต้นตอของปัญหาได้”
หงเหยาหัวเราะเสียงแปร่ง “เจ้าคงไม่นึกว่าด้วยตบะเขตลี้ลับของเจ้า จะสามารถแก้ไขปัญหาได้หรอกนะ?”
ฟางหยวนและหันหว่านหรงมีสีหน้าประหลาด
พวกเขาต่างก็รู้ว่าวิชาการฝึกตนของเนี่ยเทียนนั้นซับซ้อน พลังพืชหญ้า เป็นเพียงแค่วิชาหนึ่งเท่านั้น
คนอย่างเนี่ยเทียนที่ไม่ได้ตั้งใจฝึกวิชาพืชหญ้าโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมี ขอบเขตแค่เขตลี้ลับจะช่วยเป๋าซื่อหมิงได้จริงๆ หรือ?
จิงชี่เลือดเนื้อแห่งชีวิตที่มหัศจรรย์ขุมหนึ่งพลันผสานรวมเข้ากับจิงชี่พืช หญ้า โดยใช้วิธีเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ว่ายวนเข้าไปในร่างเป๋าซื่อหมิง
เป๋าซื่อหมิงที่เตรียมจะขยับออกห่างจากเนี่ยเทียนเพื่อไม่ให้เขาทำทุก คนเสียเวลาพลันตัวสั่นสะท้าน
จิงชี่เลือดเนื้อที่เนี่ยเทียนกรอกเข้าไปใหม่มีแก่นพืชหญ้าปะปน ซึ่งยาม ที่ว่ายวนอยู่ในอวัยวะภายในของเขาก็ได้ทำให้พิษยาที่สั่งสมอยู่ด้านในลด น้อยลงราวกับระเหยกลายเป็นไอไปอย่างไรอย่างนั้น
ดวงตาของเขาพลันฉายความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
และเพียงแค่ครู่เดียว เนี่ยเทียนก็หยุดมืออย่างเด็ดขาด ครั้นจึงมายืนอยู่ ด้านหน้าเป๋าซื่อหมิง “ยาอาทิตย์มืดเป็นของข้า แล้วข้าจะช่วยกำจัดพิษยา ในร่างของเจ้า”
ภายใต้การจับตามองของทุกคน เป๋าซือหมิงพลันลุกขึ้นยืนแล้วมอบยา อาทิตย์มืดที่หงเหยาและจงหลีเจียนแย่งชิงกันให้ถึงมือเนี่ยเทียนทันที ก่อน จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ใกล้เคียงกับการสะอื้น “โปรดช่วยข้าด้วยเถิด!”
“เป๋าซื่อหมิง!” หงเหยาคำรามเดือดดาล “เจ้าเป็นบ้าอะไรไป?”
“ไม่ว่าเจ้าจะจ่ายหยกวิเศษมากน้อยแค่ไหน ข้าก็ไม่ขายแล้ว” เป๋าซื่อห มิงแค่นเสียง “ต่อให้มีหยกวิเศษมากมายก็ซื้อชีวิตของข้าไม่ได้!”
——