ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1009 ลัทธิจิตมืดที่ฟื้นกลับมาคืนชีพอีกครั้ง!
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 1009 ลัทธิจิตมืดที่ฟื้นกลับมาคืนชีพอีกครั้ง!
เนี่ยเทียนยังคงรับฟังผู้อาวุโสทั้งสี่คุยกันเงียบๆ
ไม่นานนัก เขาก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวจากการพูดคุยกัน ของคนทั้งสี่
เผ่ามนุษย์อยู่อาศัยในดินแดนดวงดาวอันกว้างใหญ่ไพศาล สำนัก มากมาย นอกจากสำนักเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ทั้งสี่อย่างพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว สำนักห้าธาตุ ลัทธิจิตตวิสุทธิ์และหอทอดฟูาแล้ว ก็ยังมีสำนักที่ แข็งแกร่งอยู่อีกบางแห่ง
บางทีสำนักเหล่านั้นอาจไม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเท่าสี่สำนักใหญ่ ไม่ มีรากฐานลึกล้ำเท่าสี่สำนักใหญ่
ทว่าในบรรดานั้นก็มีบางสำนักที่มีผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้า เพียงแต่ จำนวนและศักยภาพกลับยากที่จะแข็งข้อกับสี่สำนักใหญ่ได้
สำหรับศักยภาพของสำนักเหล่านี้ สี่สำนักใหญ่นับว่ายังพอจะใจกว้าง ให้ได้บ้าง
แต่ว่าหากสำนักและกลุ่มอิทธิพลพวกนี้ก่อเรื่องก่อราว ละเมิดกฎที่สี่ สำนักใหญ่ตั้งเอาไว้ พวกเขาก็จะถูกปราบปราม
ยกตัวอย่างเช่นการใช้จิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์ของตัวเองมาฝึกวิชาชั่ว ช้า ใช้เลือดเนื้อ ทารกของเผ่ามนุษย์มาสร้างเป็นอาวุธชั่วร้าย หรือไม่ก็แอบ สมคบคิดกับชนต่างเผ่าอย่างลับๆ บุคคลที่อยู่ในประเภทเหล่านี้ล้วน
จะต้องถูกสี่สำนักใหญ่มองว่าเป็นผู้ที่ทำผิดหลักทำนองคลองธรรมและ ร่วมมือกันดับทำลาย
ผู้อาวุโสที่ตายไปมีนามว่าเซียวซีเฮ้อ เขาและผู้อาวุโสอีกสองท่านของ สำนักห้าธาตุและลัทธิจิตตวิสุทธิ์ได้รวบรวมพลังการต่อสู้ของสามสำนัก ใหญ่เข้าด้วยกัน แล้วรับผิดชอบในการไปกวาดล้างกองกำลังหนึ่งที่ชื่อว่า ลัทธิจิตมืด
ลัทธิจิตมืดคือสำนักของเผ่ามนุษย์ วิชาที่ฝึกฝนมีความคล้ายคลึงกับ เวทลับทางจิตวิญญาณของเผ่าอสูรกายอยู่หลายส่วน
ว่ากันว่าลัทธิจิตมืดและเผ่าอสูรกายมีการไปมาหาสู่กันแน่นแฟูน
เจ้าลัทธิจิตมืดเชี่ยวขาญเวทลับทางจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายมากมาย ทั้งยัง เคยช่วยเผ่าอสูรกายโดยการเอาวิญญาณของเผ่ามนุษย์ไปหลอมเป็นผลึก จิตวิญญาณแล้วขายให้กับอสูรกาย เพื่อแลกมาด้วยทรัพยากรในการฝึกตน ที่เหมาะสมกับคนของลัทธิจิตมืด
หลังจากที่เรื่องนี้เปิดเผย สี่สำนักใหญ่เดือดดาลอย่างหนัก จึงระดมผู้ แข็งแกร่งแดนเทพเจ้าให้ไปสังหารเจ้าลัทธิจิตมืด
ก่อนที่จะตาย เจ้าลัทธิจิตมืดมีขอบเขตเป็นแดนเทพเจ้าช่วงต้น
เนื่องจากวิชาฝึกตนของเขาลึกล้ำเกินจะหยั่ง ทั้งยังซ่อนจิตวิญญาณอัน เป็นต้นกำเนิดกลุ่มหนึ่งไว้ข้างนอก พอเขาตายไป จิตวิญญาณต้นกำเนิด ของเขาก็ถูกพวกคนของลัทธิจิตมืดที่เหลืออยู่หาเจอ
อาศัยจิตวิญญาณต้นกำเนิดดวงนั้น เจ้าลัทธิจิตมืดก็ได้เจอกับตัวเลือกที่ เหมาะสมกับเขาแล้วจุติกลับมาฝึกตนใหม่
แล้วก็เพราะว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวพบว่ามีลูกศิษย์ของลัทธิ จิตมืดปูวนเปี้ยนไปทั่ว ทั้งยังจับคนของเผ่ามนุษย์มาดึงวิญญาณจึงทำการ ตรวจสอบอย่างละเอียด จนแน่ใจว่าเจ้าลัทธิจิตมืดไม่ได้ตายไปจริงๆ ทั้งยัง ก่อเรื่องชั่วช้าขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากนั้นเซียวซีเฮ้อจึงเป็นคนรวบรวมผู้อาวุโสสองท่านของสำนักห้า ธาตุและลัทธิจิตตวิสุทธิ์ให้เดินทางไปยังดินแดนเก่าของลัทธิจิตมืด เพื่อหวัง จัดการพวกกบฏที่เหลืออยู่ให้สิ้นซาก
ใครเลยจะคาดคิดว่าพวกเซียวซีเฮ้อที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้ายจะไป ตายกันทั้งหมด
“เจ้าลัทธิจิตมืดต้องฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งแล้วแน่นอน” เหยียนจั้นสี หน้ามืดคล้ำ “เขาสามารถกลับคืนมามีสภาวะเหมือนตอนยังมีชีวิตอยู่ได้อีก ครั้ง นอกจากพวกลูกศิษย์ช่วยตามหาซากวิญญาณที่อยู่ในแต่ละแห่งให้เขา แล้ว เกรงว่าอสูรกายเองก็คงแอบออกหน้าให้ไม่น้อย เหล่าเซียวตายไป แล้ว แดนเอตทัคคะของของสำนักห้าธาตุและลัทธิจิตตวิสุทธิ์ก็ตายไป เหมอืนกัน”
“เมื่อพวกเขาตายไป จิตวิญญาณก็น่าจะถูกเจ้าลัทธิจิตมืดเก็บเอาไป”
“หากไม่ผิดไปจากที่คาด พลังการต่อสู้ของเจ้าลัทธิจิตมืดในเวลานี้ น่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่เคยมีชีวิตอยู่”
“ลัทธิจิตมืดที่เคลื่อนไหวอยู่ในดินแดนของเผ่ามนุษย์แอบก่อเรื่องยุแยง ให้แต่ละดวงดาวขัดแย้งกันเอง เวลาที่คนเผ่ามนุษย์มีการเข่นฆ่ากัน เขาก็ จะฉวยโอกาสไปรวบรวมซากวิญญาณมาทำเป็นผลึกจิตวิญญาณ ผลึกจิต วิญญาณสามารถช่วยให้ศักยภาพของลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดเพิ่มพูนขึ้นอย่าง
รวดเร็ว และหากเอาไปขายให้อสูรกายก็ยังแลกเปลี่ยนมาเป็นวัตถุดิบที่ใช้ ในการฝึกตนได้อีกมากมาย”
“ศักยภาพของลัทธิจิตมืดกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว”
เว่ยไหลขมวดคิ้วเป็นปม “หากเจ้าลัทธิจิตมืดมีศักยภาพเหนือกว่าใน อดีต นี่ก็ถือว่าเป็นปัญหายุ่งยากจริงๆ”
หันไปมองเรือนกายที่โชกไปด้วยเลือดของเซียวซีเฮ้อ ดวงตาเขาก็เต็ม ไปด้วยความเจ็บปวดคับแค้น “ขอบเขตและศักยภาพของพวกเราพอๆ กับ เหล่าเซียว ขนาดเหล่าเซียวยังรบจนตัวตาย ต่อให้พวกเรา…ไปที่รังของ ลัทธิจิตมืดก็หาใช่ว่าจะกำจัดเนื้อร้ายก้อนนี้ทิ้งไปได้ พวกเรารออีกหน่อย เถิด รอให้ผู้อาวุโสใหญ่กลับมาก่อน”
“แต่ทางฝุายสำนักห้าธาตุและลัทธิจิตตวิสุทธิ์เร่งพวกเรามาแล้ว พวก เราต้องการให้พวกเราลงมือโดยเร็วที่สุด” เหยียนจั้นกล่าว
“คิดจะสังหารลัทธิจิตมืดก็จะเป็นต้องมีแดนเทพเจ้าออกหน้า ” เว่ ยไหลแค่นเสียง “สำนักห้าธาตุกับลัทธิจิตตวิสุทธิ์คิดจะใช้ใคร?”
“ตอนนี้ยังไม่รู้ได้” เหยียนจั้นกล่าว
ขณะที่คนทั้งกลุ่มพูดคุยกัน จู่ๆ เว่ยไหลก็นิ่วหน้า แล้วรีบหยิบผลึกใส กลมๆ ก้อนหนึ่งออกมา
ในผลึกกลมมีเงาวิญญาณของผู้อาวุโสใหญ่โม่เหิงอยู่ ก่อนที่เงาพร่า เลือนในนั้นจะค่อยๆ กลายมาเป็นชัดเจน
“ร่างจริงของข้าเดินทางไปที่ลัทธิจิตตวิสุทธิ์แล้ว” เสียงของโม่เหิงดัง ออกมาจากในผลึกใส “พวกเจ้าสี่คนเฝูาอยู่ที่นครสะเก็ดดาวต่อไป ฟาง
หยวน ซือคงฉั่ว เนี่ยเทียน บุตรแห่งดวงดาวทั้งสามคนจงไปพบข้าที่ลัทธิ จิตตวิสุทธิ์อีกสามวันให้หลัง”
เว่ยไหลตะลึง “ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านจะลงมือเองเลยรึ?”
“เจ้าตำหนักทั้งสามท่านต่างก็ไม่ว่าง คงต้องเป็นข้าเท่านั้น” โม่เหิง ตอบกลับ “ดินแดนสวรรค์ทมิฬคือรังเก่าของลัทธิจิตมืด บุตรแห่งดวงดาว ทั้งสามคนสามารถรวบรวมผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง หรือจะเดินทางไป เพียงลำพังก็ได้ หลังจากภารกิจครั้งนี้สิ้นสุดลงจะคิดคำนวณค่าคุณความดี ตามความชอบของบุตรแห่งดวงดาวแต่ละคน”
ซือคงฉั่วยิ้มอย่างโอหัง “ผู้อาวุโสใหญ่ ตามความเห็นข้า ไม่จำเป็นต้อง ให้ศิษย์พี่ห้าและศิษย์น้องเจ็ดไปก็ได้”
ลูกผลึกหมุนคว้าง เส้นสายตาของโม่เหิงทอดมาที่ตัวเขา
ซือคงฉั่วอธิบาย “ลูกน้องของศิษย์พี่ห้า ฟางเทียนอี้ที่แข็งแกร่งที่สุด จนถึงตอนนี้แดนเอตทัคคะก็ยังฟื้นตัวไม่ได้เต็มที่ ส่วนศิษย์น้องเจ็ด ไม่มี แดนเอตทัคคะช่วงท้ายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาแม้แต่คนเดียว แดนเอตทัคคะ คนอื่นๆ ก็ล้วนกำลังปิดด่าน เตรียมจะฝุาทะลุสู่ขอบเขตใหม่ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ศิษย์น้องเจ็ดพอจะรวบรวมมาได้น่าจะมีแค่แดนว่าง เปล่าเท่านั้น ให้แดนว่างเปล่าไปรังเก่าของลัทธิจิตมืด ประโยชน์ที่พวกเขา จะสร้างได้ย่อมต้องมีจำกัด”
หยุดไปครู่ เขาก็พูดต่อว่า “แล้วนับประสาอะไรกับที่ขอบเขตของศิษย์ น้องเจ็ดยังต่ำเกินไป เป็นแค่เขตลี้ลับช่วงท้ายเท่านั้น ให้เขาไปที่ดินแดน สวรรค์ทมิฬ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าจะเป็นประโยชน์หรือไม่ ซ้ำร้ายพวกเรา อาจจะยังต้องแบ่งสมาธิไปรบกวนเขาด้วยก็เป็นได้”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ พวกผู้อาวุโสทั้งสี่อย่างเว่ยไหลคิดตามอย่าง ละเอียด ทุกคนก็เงียบเสียงกันไป
คำพูดของซือคงฉั่วมีเหตุผล
เป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้ายเหมือนกัน เซียวซีเฮ้อที่สามารถเลื่อนขั้น ขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้อาวุโสอันทรงเกียรติของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ เขาก็ย่อมต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าฟางเทียนอี้
ขนาดผู้อาวุโสอย่างเซียวซีเฮ้อยังไปตายอยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬ สำนักห้าธาตุและลัทธิจิตตวิสุทธิ์เองก็มีแดนเอตทัคคะช่วงท้ายตายไปฝั่งละ คน ทั้งยังมีแดนเอตทัคคะคนอื่นอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ด้วยกำลังที่ฟาง หยวนและเนี่ยเทียนมีอยู่ในมือ ต่อให้ไปที่ดินแดนสวรรค์ทมิฬ แล้วจะทำ อะไรได้?
“เรื่องนี้ข้ามีแผนการรับมือ เอาตามนี้แหละ” โม่เหิงกล่าวอย่างเฉยชา
พอเขาพูดจบ เงาวิญญาณของเขาก็หายไปจากลูกผลึกใส
เนี่ยเทียนเองก็เข้าใจดีว่าเงาวิญญาณนั้นเป็นเพียงแค่การฉายภาพ สะท้อนที่โม่เหิงแบ่งจิตวิญญาณออกมาเท่านั้น ร่างจริงของเขา ตอนนี้ไม่ได้ อยู่ในนครสะเก็ดดาว
“ข้าไปเตรียมตัวล่ะ ศิษย์พี่ห้า ศิษย์น้องเจ็ด ขอให้พวกเจ้าโชคดี ” ซือคงฉั่วหัวเราะร่าแล้วเดินจากไป
ท่าทางของเขาไม่มีแม้แต่ความเคารพให้กับเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ตรงนั้น
“อีกสามวันให้หลัง ค่ายกลใหญ่ของสำนักจะส่งพวกเจ้าไปที่ลัทธิจิตต วิสุทธิ์” เว่ยไหลเองก็ไม่ถือสา แค่เอ่ยกำชับว่า “ผู้อาวุโสใหญ่บอกแล้ว
พวกเจ้าสามารถรวบรวมลูกน้องของตัวเอง หรือไม่ก็เดินทางไปเพียงลำพัง สุดท้ายหลังจากจบเรื่องจะได้รับค่าคุณความดีมากน้อยเท่าไหร่ก็ต้องดูที่ว่า พวกเจ้ามีประโยชน์มากแค่ไหน”
เนี่ยเทียนและฟางหยวนพยักหน้ารับ ก่อนจะพากันเดินออกมา
“แม้ว่าซือคงฉั่วจะพูดจาไม่น่าฟัง แต่นี่ก็เป็นความจริง” ฟางหยวน ขมวดคิ้ว “เจ้าประมุขตระกูลฟางของข้าตอนนี้ยังปิดด่านซ่อมแซมแดน เอตทัคคะ ตอนที่ไปมหาสมุทรดาวมอดดับ ข้าเสียหายอย่างใหญ่หลวง มี แดนว่างเปล่าหลายคนที่พึ่งพาข้าถูกสังหารไป คราวนี้กำลังที่ข้าจะรวบรวม ได้เกรงว่าคงมีจำกัดมาก”
“แต่ซือคงฉั่วนั้นแตกต่าง ช่วงที่ผ่านมาเขาออกยาตราทัพไปทั่วทุกแห่ง ทว่ากลับไม่มีความเสียหายยิ่งใหญ่อะไรนัก อีกอย่างเขายังรวบรวมผู้ แข็งแกร่งมาได้อีกไม่น้อย”
ฟางหยวนยิ้มขื่น “ข้าได้ยินมาว่าสำนักเชื่อมฟูาของดินแดนเชื่อมฟูาก็ ยอมสวามิภักดิ์แก่เขาแล้ว เจ้าสำนักเชื่อมฟูาคือแดนเอตทัคคะช่วงกลาง ศักยภาพไม่ธรรมดา เมื่อเป็นเช่นนี้ ในบรรดาผู้พักพิงของซือคงฉั่วจึงมีแดน เอตทัคคะช่วงท้ายหนึ่งคน บวกกับแดนเอตทัคคะช่วงกลางอีกสามคน กอง กำลังของเขา เมื่อเทียบกับข้าตอนที่อยู่ในสภาวะพร้อมสุดแล้วก็ไม่ด้อย กว่าแม้แต่น้อย”
“แดนเอตทัคคะ…” เนี่ยเทียนมีสีหน้าประหลาด
“เจ้าเคยสัมผัสมาก่อนหรือ?”
“ตอนอยู่สนามรบสุ้ยเมี่ย เคยมีความขัดแย้งกับพวกศิษย์ผู้กล้าของ สำนักเชื่อมฟูา แล้วก็สังหารคนของสำนักเชื่อมฟูาไปไม่น้อย”
“ถ้าอย่างนั้นตอนเจอกับเจ้าสำนักเชื่อมฟูาในดินแดนสวรรค์ทมิฬ เจ้าก็ ระวังตัวหน่อยแล้วกัน” ฟางหยวนเงียบไปครู่ ก่อนพูดอีกว่า “ครั้งนี้เจ้า เตรียมจะพาคนไปที่ลัทธิจิตตวิสุทธิ์กี่คน”
“ไม่พาไปสักคน” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไม่พาไปสักคน?” ฟางหยวนตะลึง
“ถูกต้อง” เนี่ยเทียนพยักหน้า “ตอนนี้ข้ายังไม่สนใจค่าคุณความดีสัก เท่าไหร่ แต่ข้ากลับสนใจลัทธิจิตมืดของดินแดนสวรรค์ทมิฬมากกว่า ในมือ ข้ามีของสิ่งหนึ่งที่มาจากเผ่าอสูรกาย เมื่อมีของสิ่งนั้น ยามที่เจอกับลูกศิษย์ ลัทธิจิตมืด ข้าก็น่าจะพอคุ้มครองตัวเองได้ การเดินทางครั้งนี้ถือซะว่าข้าไป เปิดโลกพร้อมกับพวกท่านผู้อาวุโสใหญ่ก็แล้วกัน”
ขนาดผู้อาวุโสเซียวซีเฮ้อของสำนักยังไปตายอยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬ แค่นี้ก็แสดงให้เห็นว่าที่นั่นมีอันตรายมากแค่ไหน
พวกจิ่งเฟยหยางล้วนอยู่ในช่วงฝุาทะลุขอบเขต ฝุายในของสำนัก อักขระเทพ ภรรยาของจิ่งเฟยหยางเป็นคนนั่งบัญชาการณ์ตลอดทั้งปี ทั้ง ยังต้องคอยรับประกันว่าจะไม่มีใครไปรบกวนการฝุาขอบเขตของจิ่งเฟย หยางอีกด้วย นางจึงมิอาจละทิ้งมาได้
แดนว่างเปล่าคนอื่นๆ ที่จะไปยังดินแดนสวรรค์ทมิฬ ความช่วยเหลือที่ พวกเขาจะมีให้ก็มีจำกัด
อีกอย่างหากแดนว่างเปล่าไปเจอกับลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดในดินแดน สวรรค์ทมิฬ ความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะตายก็มีสูงมาก
ซ้ำลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดยังเชี่ยวชาญเวทลับชั่วร้ายด้านจิตวิญญาณ เมื่อ พวกเขาตายไป เกรงว่าแม้แต่จิตวิญญาณก็ยังหนีไม่พ้น ความหวังที่จะได้ กลับไปเกิดใหม่ย่อมต้องถูกตัดขาดไปด้วย
เขาเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นบุตรแห่งดวงดาวได้ไม่นาน พลังที่สั่งสมอยู่ในมือมี จำกัด จึงไม่ต้องการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นเหมือนเสาหลักของเขาต้อง ไปบาดเจ็บและล้มตายอยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬ
หลังจากบอกลากับฟางหยวน เขาก็ไปยังทางช้างเผือกกว้างใหญ่ ระหว่างดินแดนดาวตกและดินแดนปราการดวงดาวเพื่อเอากระดูกท่อน นั้นมา
——