ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 101 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง
ด้วงจันทร์ที่ลอยสูงอยู่กลางท้องฟอาราตรีแด้งฉานดุ้จเลือด้ แสงสีเลือด้ที่สาด้ส่องลงมาทำาให้หอหลิงเป่าเหมือนถูกแช่ไปด้้วย เลือด้สด้
เนี่ยเทียนยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองคนเตมถนนที่กำาลังเงย หน้ามองท้องฟอาด้้วยสีหน้าครั่นคร้ามหวาด้กลัว
“ท่านอาจารย์ จะทำาอย่างไรด้ี? พวกเราควรรีบไปจาก หอหลิงเป่าหรือไม่?” หลัวซินอกสั่นขวัญหาย
อูซิ่งใบหน้าเรียบนิ่งดุ้จผิวน้ำา ส่ายหน้า กล่าว: “คิด้จะ ไป กมต้องไม่ใช่ตอนนี้ หากไม่ผิด้ไปจากที่คาด้เอาไว้ ตอนนี้บริเวณใกล้ เคียงหอหลิงเป่าคงมีผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผี สำานักโลหิตและวัง ยมบาลมารวมตัวกันแล้ว หากออกไปจากหอหลิงเป่าตอนนี้ คงโด้น ลอบโจมตีทันที”
“แล้วจะเฝอาอยู่ที่นี่งั้นหรือ?” หลัวซินลนลาน
“รอเถอะ ‘เพลิงพิภพเผานภา’ ค่ายกลใหญ่ของหอ หลิงเป่าคือค่ายกลที่แขมงแกร่งที่สุด้ของตลอด้ทั้งอาณาจักรหลีเทียน ต่อให้เป็นผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผี สำานักโลหิตและวังยมบาล คิด้ จะฝ่าค่ายกลใหญ่นั่นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ คงไม่ง่ายด้ายเพียงนั้น” อูซิ่งสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวกับทุกคนว่า: “ก่อนหน้าที่
เพลิงพิภพเผานภายังไม่ถูกทำาลาย ทุกคนจงอยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหน ทั้งนั้น หากเพลิงพิภพเผานภาถูกทำาลาย…”
พูด้มาถึงตรงนี้ อูซิ่งกมเงียบลงไป คล้ายกำาลังชั่งน้ำาหนัก ผลได้้ผลเสียอย่างยากลำาบาก
“หากค่ายเพลิงพิภพเผานภาแตกออก แล้วพวกผู้ แขมงแกร่งจำานวนมากของสำานักภูตผี สำานักโลหิตและวังยมบาลกรู เกรียวกันเข้ามา เอาไม่อยู่จริงๆ ค่อยคิด้หาวิธีหนีกมแล้วกัน”
อยู่ๆ หลิวเหยี่ยนกมกล่าวว่า: “ท่านอาจารย์ เหตุใด้พวก เขาถึงได้้กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้ามาแบบนี้?”
หลัวซินกมพูด้ว่า: “การต่อสู้ระหว่างพวกเราและทั้งสาม ฝ่าย ถึงแม้จะเกิด้ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่น้อยครั้งนักที่จะรุนแรงถึงขนาด้ นี้ เปิด้ศึกเตมกำาลัง ไม่ตายไม่ยอมหยุด้ ไม่มีผลด้ีใด้ๆ ต่อทั้งสองฝ่าย เหตุใด้พวกเขาถึงได้้กำาเริบเสิบสานถึงเพียงนี้?”
อูซิ่งคิด้อยู่ครู่หนึ่งกมพูด้อธิบาย: “ที่ก่อนหน้าไม่ได้้ระเบิด้ ความขัด้แย้งรุนแรงอย่างตอนนี้กมเป็นเพราะ…พวกเขายังหาโอกาสที่ เหมาะสมไม่เจอ”
“ช่วงนี้ ผู้อาวุโสเขตลี้ลับผู้นั้นของหุบเขาเทาคล้ายจะ ปิด้ด้่านตาย นอกเสียจากว่าตัวเขาเองจะเกิด้การบรรลุ มิฉะนั้นคน อื่นคงไม่สามารถทำาให้เขาออกมาได้้”
“คนของอารามเสวียนอู้ผู้นั้น ได้้ยินว่าช่วงก่อนหน้านี้กม ไปยังอาณาจักรอื่นของด้ินแด้นด้าวตกเหมือนกัน”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้อาวุโสสี่สำานักที่บรรลุถึงขอบเขตลี้ลับ จึงเหลือเพียงแค่ฟางฮุยของหอหลิงเป่า แล้วกมอาจารย์ของเนี่ยเทียน เท่านั้น”
“สำานักภูตผีและสำานักโลหิตมีผู้แขมงแกร่งเขตลี้ลับอยู่ สองคน ส่วนวังยมบาล…กมีผู้แขมงแกร่งเขตลี้ลับอีกสองคนเช่นกัน”
“ครึ่งปีมานี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในโลกมายา มรกต พวกเราสี่สำานักร่วมแรงกันสังหารคนของสำานักภูตผี สำานัก โลหิต และวังยมบาลไปไม่น้อย ช่วงไม่นานมานี้ทั้งสามฝ่ายทำาตาม กฎเป็นอย่างด้ี เด้ิมนึกว่าพวกเขายอมแพ้แล้ว ไม่นึกเลยว่า…พวกเขา จะยังวางแผนร้ายที่กำาแหงยิ่งกว่าเด้ิม”
อูซิ่งอธิบายเลมกน้อยกมพูด้กับหลิวเหยี่ยน: “เจ้าดู้พวก เขาให้ด้ี ข้าจะไปถามสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมจากฝ่ายหอหลิงเป่า เสียหน่อย ดู้สิว่าค่ายนำาส่งแห่งมิติของพวกเขาใช้ได้้หรือไม่”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ อูซิ่งกมกระโด้ด้ออกไปจาก หน้าต่าง ร่างของเขายังไม่ทันร่วงลงพื้นกมกลายมาเป็นเงาพร่าเลือนสี เขียวกลุ่มหนึ่งเปล่งแสงวาบอยู่บนถนนแล้วหายวับไป
“ทุกคนอยู่ที่นี่ ใครกมห้ามออกไปไหนทั้งนั้น!” หลิวเหยี่ ยนตะโกนเสียงด้ัง
เนี่ยเทียนยืนอยู่กับเจียงหลิงจู และเย่กูโม่ มองผู้ฝึก ลมปราณของแต่ละสำานักที่ถลาออกมาบนถนนด้้วยสายตาที่ฉาย ความหวาด้กลัวชัด้เจน อารมณ์จึงได้้รับอิทธิพลจากพวกเขาจน เปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมและตกใจลนลาน
“ครืนๆๆ!”
จุด้ลึกของพื้นด้ินพลันส่งการสั่นสะเทือนรุนแรง หอหิน หกชั้นที่เนี่ยเทียนอยู่จึงโยกคลอนตามไปด้้วย
เขาเพ่งมองไปรอบด้้าน จึงสังเกตเหมนว่าภูเขาหัวโล้นที่ ตั้งตระหง่านอยู่สามด้้านของหอหลิงเป่า ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเด้ิมมา เป็นแด้งชาด้
เขาหินสามลูกต่างกมสูงหลายพันเมตร ตอนนี้เมื่อสีเกิด้ เปลี่ยนแปลง ในถ้ำาหินของภูเขาจึงพ่นลำาแสงเปลวไฟออกมา มากมายหลายเส้น
ภายในระยะเวลาสั้นๆ ภูเขาหินเองกมคล้ายแท่งเหลมกที่ ถูกเผาไหม้ให้แด้งโร่ ปลด้ปล่อยพลังความร้อนน่าตกใจ
เปลวไฟดุ้เด้ือด้กลายเป็นลำาแสงมากมายบินออกมา จากปากถ้ำาของภูเขาหินทั้งสามลูก ด้ั่งน้ำาตกที่ไหลย้อนกลับ พุ่งตรง ขึ้นสู่ท้องฟอา
ด้้านล่างพระจันทร์สีเลือด้ ท้องฟอาแด้งกล่ำาถูกลำาแสง เปลวไฟแผด้เผากลบทับไว้จนมิด้
หลังจากนั้นไม่นาน ม่านแสงเปลวเพลิงหนึ่งชั้นที่ ปกคลุมไปทั่วทั้งนภากาศกมปรากฏเด้่นชัด้อยู่บนท้องฟอา
ด้้านบนม่านแสงเปลวเพลิงนั้น ลำาแสงเปลวเพลิง มากมายหลายเส้นบิด้เบือนเปลี่ยนแปลง ถักทอเข้าด้้วยกันเป็นภาพ เปลวเพลิงซับซ้อนแปลกประหลาด้มากมายหลายภาพ
ภาพเปลวเพลิงที่เผยอยู่บนม่านแสงนั้นคล้ายแฝงเร้นไว้ ด้้วยสัจธรรมความจริงของเปลวเพลิง มากไปด้้วยความมหัศจรรย์ไร้ ที่สิ้นสุด้
ท้องฟอาราวกับกำาลังโหมลุกไหม้ พื้นด้ินส่งเสียงด้ังสนั่น หวั่นไหวต่อเนื่อง ค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ยังคงกระตุ้น เร้าลำาแสงเปลวเพลิงจำานวนมากกว่าเด้ิมให้ลอยขึ้นสูงกลางนภาไปที ละเส้น
หุบเขาอันเป็นที่ตั้งของหอหลิงเป่าเด้ิมทีกมร้อนแผด้เผา ยากจะทนรับได้้อยู่แล้ว จากการที่ “เพลิงพิภพเผานภา” โคจร ใน หุบเขาจึงยิ่งร้อนอบอ้าวมากกว่าเด้ิม
บนถนน ในหอเรือนหินที่ขายพวกอาวุธวิเศษ เกราะ วิเศษ โอสถ สำานักหลิงของหอหลิงเป่า ต่างกมีเสียงฮือฮาด้ังกึกก้อง ลอยมา
ก่อนหน้าที่ลำาแสงเปลวเพลิงจะเริ่มถูกพ่นออกมาจาก ถ้ำาหินแต่ละแห่งที่ช่างหลอมอาวุธหลายคนของหอเป่าอาศัยอยู่ พวก เขากมได้้ถลันออกมาจากถ้ำาราวกับใจถูกไฟลนแล้ว
ช่างหลอมอาวุธเหล่านั้น ตอนนี้ยืนอยู่ใต้ภูเขาหินทั้ง สามลูก ต่างกมแหงนหน้ามองท้องฟอา ใบหน้าเผยความตกตะลึง
“ทางนั้น!”
ตอนที่เนี่ยเทียนสังเกตการณ์ไปรอบด้้าน หญิงชราเวิง แห่งอารามเสวียนอู้กมพาเจิ้งปิน หันซิน และคนของอารามเสวียนอู้ อีกหลายคนเด้ินเข้ามาอย่างเร่งร้อน
“ผู้อาวุโสอูซิ่งอยู่หรือไม่?” หญิงชราเวิงที่อยู่ด้้านล่าง ตะโกนขึ้นมา
“อาจารย์ของข้าไปที่หอหลิงเป่าแล้ว” หลิวเหยี่ยน ตอบรับ
หญิงชราเวิงคล้ายรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ นางพยัก หน้ารับ ไม่ได้้รอคำาอนุญาตจากหลิวเหยี่ยนกมพาลูกศิษย์เหล่านั้นของ อารามเสวียนอู้วิ่งขึ้นมาบนหอด้ัง “ตึงๆๆ”
ไม่นาน นางและคนเหล่านั้นของอารามเสวียนอู้กมา ปรากฏตัวอยู่บนหอหินชั้นที่เนี่ยเทียนอยู่
เนี่ยเทียนสังเกตเหมนว่าเจิ้งปินและหันซิน รวมไปถึง พวกคนของอารามเสวียนอู้ที่อายุมากหน่อยต่างกมีใบหน้าเครียด้ ขรึม มองออกว่าพวกเขาเองกมกังวลกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลวงของหอหลิงเป่าเหมือนกัน
“คนของอารามเสวียนอู้เราที่มาในครั้งนี้มีน้อย พละ กำาลังไม่เพียงพอ” หลังจากที่หญิงชราขึ้นมาบนหอกมกล่าวอย่างตรง ไปตรงมา: “หอหลิงเป่าต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หาก ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก สำานักหลิงและหอเป่าย่อม ไม่มีใครสนใจพวกเรา ทุกคนมารวมตัวอยู่ด้้วยกัน ต่างฝ่ายต่างดู้แล กัน ยังไงกมด้ีกว่าต่อสู้อย่างโด้ด้เด้ี่ยว”
หลิวเหยี่ยนถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว: “ใครกมนึกไม่ ถึงว่างานพินิจของวิเศษในครั้งนี้จะเกิด้การเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจได้้ ถึงเพียงนี้”
“สามฝ่ายนั้นเลือกเวลาได้้ด้ีนัก” หญิงชราเวิงใบหน้า ขมขื่น “คนของอารามเสวียนอู้เรา ช่วงนี้ไม่อยู่อาณาจักรหลีเทียน พอด้ี คนของหุบเขาเทากมปิด้ด้่านตายอีก มีเพียง…”
นางหันไปมองทางเนี่ยเทียน กล่าว: “มีแค่อาจารย์ของ เจ้าเท่านั้นที่ตอนนี้สามารถพร้อมรบตลอด้เวลา แต่เกรงว่าอาจารย์ ของเจ้ากมคงมาหอหลิงเป่าไม่ได้้ สองคนฝ่ายวังยมบาล อย่างน้อยต้อง แบ่งคนหนึ่งไปที่ภูเขาหลังสำานักหลิงอวิ๋นของพวกเจ้า ทำาให้อาจารย์ เจ้าไม่ว่างมาสนใจการเปลี่ยนแปลงที่นี่ได้้”
พอนางพูด้เช่นนี้ เนี่ยเทียนกมพลันหน้าเปลี่ยนสี กล่าว: “อาจารย์ของข้า…”
“เนี่ยเทียน เจ้าไม่ต้องกังวล อาจารย์ปู่ไม่เป็นอะไร หรอก” หลิวเหยี่ยนเกลี้ยกล่อม “ด้้วยขอบเขตและความสามารถ ของท่านอาจารย์ปู่ วังยมบาลแบ่งตัวไปหนึ่งคน ทำาได้้เพียงถ่วงเวลา เขาเท่านั้น หากไปทั้งสองคน อาจารย์ปู่กมแค่ไม่สามารถปลีกตัวมาได้้ สนใจที่นี่ได้้ คิด้จะทำาร้ายอาจารย์ปู่ให้ได้้จริงๆ สำานักภูตผีและสำานัก โลหิตยังต้องแบ่งคนไปอีกหนึ่งคน”
“แต่ หากสำานักภูตผีและสำานักโลหิตแบ่งคนออกไปอีก คน พวกเขากมจะหมด้ข้อได้้เปรียบที่นี่”
“เพราะยังไงซะ หอหลิงเป่ากมยังมีผู้อาวุโสฟางฮุยของ หอเป่าอยู่”
“ด้ังนั้นที่เจ้าควรเป็นกังวล ไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า แต่ เป็นตัวเจ้าเอง”
“อืม ข้ากมคิด้อย่างนี้เหมือนกัน” หญิงชราของอาราม เสวียนอู้มองไปด้้านนอกด้้วยสีหน้าเคร่งเครียด้ แล้วกมพูด้ขึ้นมาอีกว่า: “คราวนี้สำานักภูตผี สำานักโลหิต และวังยมบาลร่วมมือกัน ต้องทำาให้ หอหลิงเป่าเจมบหนักอย่างแน่นอน เพื่องานพินิจของล้ำาค่าครั้งนี้ หอ หลิงเป่าได้้ระด้มอาวุธล้ำาค่ามากมายจากอาณาจักรอื่นที่ซ่อนไว้ออก มาหมด้แล้ว”
“อาวุธล้ำาค่าพวกนั้น ข้าว่าคงเอาไม่อยู่ ส่วนจะมีคน ตายมากน้อยแค่ไหน กมต้องดู้ที่ว่าทั้งสามสำานักเคลื่อนพลผู้แขมงแกร่ง มามากน้อยเท่าไหร่”
“เมื่อผ่านศึกนี้ไป หอหลิงเป่าย่อมเสียหายใหญ่หลวง หรืออาจถึงขั้น…”
หญิงชราเวิงพูด้ได้้ครึ่งเด้ียวกมหยุด้ชะงักกะทันหัน ดู้จาก ความหมายของนาง นางคิด้ว่าหอหลิงเป่าน่าจะไม่สามารถหนี หายนะครั้งนี้ไปได้้
“มาแล้ว!” สื่ออี้พลันตะโกนขึ้นเสียงด้ัง
และเวลานี้เอง ทุกคนมองผ่านม่านแสงเปลวเพลิงหนึ่ง ชั้นที่ลุกไหม้นั้น สังเกตเหมนว่าด้้านข้างด้วงจันทร์สีเลือด้ที่ลอยอยู่ กลางอากาศ พลันมีเงาร่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
เงาร่างนั้นเมื่ออยู่ล่างพระจันทร์สีเลือด้กมคล้ายกับนั่งอยู่ บนแท่นด้อกบัวที่เปล่งประกายแสงสีเลือด้วาววับ
หลังจากที่เนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียด้จึงพบว่าเงา เลือด้พร่าเลือนนั่น คล้ายจะเป็นสตรีนางหนึ่ง
พอสตรีผู้นั้นเผยกายอยู่ด้้านล่างพระจันทร์สีเลือด้ เนี่ย เทียนกมสัมผัสได้้ว่าแสงจันทร์สีเลือด้ที่สาด้ส่องเตมฟากฟอาราวกับได้้ รับแรงด้ึงดู้ด้จากพลังแปลกประหลาด้บางอย่างบนตัวนาง จึงพุ่งเข้า มารวมตัวกันที่นางอย่างบ้าคลั่ง
ด้้านหลังสตรีผู้นั้น เงาโลหิตที่กำาลังกางเลมบแสยะเขี้ยว ขยายใหญ่อย่างรวด้เรมว ไม่นานกมปกคลุมฟอาด้ินไว้ได้้หมด้
ห่างกันแสนไกล ทั้งยังมีม่านแสงเปลวเพลิงมหัศจรรย์ ปกคลุมอีกหนึ่งชั้น เมื่อมองไปยังเงาโลหิตใหญ่ยักษ์นั่น เนี่ยเทียนกมยัง รู้สึกกด้ด้ันหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก