ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 102 หายนะปลิด้ชีวิต
เงาโลหิตด้้านใต้พระจันทร์สีเลือด้ค่อยๆ ขยายขนาด้ใหญ่ เทียบเคียงได้้กับภูเขาหนึ่งลูก
คลื่นปราณเลือด้ที่น่ากลัวถึงขีด้สุด้แผ่กระจายออกมา จากบนร่างของเงาโลหิตขนาด้ยักษ์ระลอกแล้วระลอกเล่า ทำาให้ผู้มา เยือนทุกคนในหุบเขาต่างสัมผัสได้้ว่าเลือด้ลมในร่างกายไหลเวียนไม่ สะด้วก
“ซ่าๆ!”
แสงจันทร์สีเลือด้มากมายหลายเส้นดุ้จด้ั่งแม่น้ำาสีเลือด้ สายยาวไหลพุ่งออกมาจากในจันทร์โลหิตด้วงนั้น
แสงจันทร์สีเลือด้หลายสิบเส้นเมื่อย้อยด้ิ่งลงมากมราวกับ กลายมาเป็นด้าวตกที่ปะปนไปด้้วยแสงเลือด้เข้มข้น
บนแท่นด้อกบัวแสงสีเลือด้ที่เปล่งประกายแพรวพราว หญิงสาวที่ร่างพร่าเลือนผู้นั้นคล้ายกำาลังทำามุทรากระตุ้นเวทลับ เงา โลหิตขนาด้ยักษ์นั่นจึงพลันเปล่งเสียงร้องคำารามเขย่าคลอนฟอาด้ิน
เมื่อเสียงคำารามด้ังขึ้น ด้าวตกสีเลือด้ที่ด้ิ่งลงจึงยิ่ง เปลี่ยนมาเป็นแด้งฉานทอด้ยาว
“ตูมๆ!”
แสงจันทร์สีเลือด้มากมายราวกับด้าวตกแด้งกล่ำาเริ่ม กระแทกลงบนค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ของหอหลิงเป่า
ลายภาพเปลวเพลิงแน่นขนัด้จำานวนนับไม่ถ้วนลอยขึ้น อย่างชัด้เจนอยู่ในม่านแสงสีแด้งงามจับตานั้น แล้วกมแตกสลายกลาย เป็นเศษเลมกเศษน้อย จากนั้นจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งด้้วยความ รวด้เรมว
จุด้ลึกใต้ด้ินยิ่งระเบิด้การสั่นสะเทือนรุนแรงน่าตกใจ มากขึ้น บนภูเขาหินสามลูกที่โอบล้อมหุบเขามีลำาแสงเปลวเพลิงพวย พุ่งขึ้นสู่ท้องฟอา
ในหุบเขา แขกทุกคนที่มาเยือน รวมไปถึงผู้ฝึก ลมปราณของสำานักหลิงและหอเป่าต่างกมเงยหน้ามองท้องฟอา สายตา เผยความกังวลใจอย่างเหมนได้้ชัด้
“เพลิงพิภพเผานภา เกรงว่าคงต้านทานไว้ได้้ไม่นานนัก เพราะยังไงซะการที่สตรีน่ากลัวคนนั้นของสำานักโลหิตร่ายเวทอย่าง เตมกำาลัง กมากพอจะเขย่าคลอนฟอาด้ินได้้” หลิวเหยี่ยนเริ่มพิจารณา แล้วว่าหากม่านแสงเปลวเพลิงถูกเจาะทะลุจริงๆ ควรจะพาพวกเนี่ย เทียนหนีออกไปทันทีเลยหรือไม่
เช่นเด้ียวกับหญิงชราเวิง เขาเองกมไม่คิด้ว่าหอหลิงเป่า จะหนีรอด้หายนะครั้งนี้ไปได้้ ด้ังนั้นจึงเริ่มคิด้เพื่อคนข้างกายแล้ว
“คนผู้นั้นของสำานักภูตผีกมน่าจะลงมือแล้ว เพียง แต่…ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการใด้มาทำาลายค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผา นภา” สายตาสื่ออี้ล่องลอย มองไปรอบด้้าน คล้ายกำาลังตามหาอะไร บางอย่าง
และเวลานี้เอง
ด้้านใต้ภูเขาหินลูกหนึ่งมีห้องหินตั้งอยู่อย่างโด้ด้เด้ี่ยว เบื้องใต้ห้องหินแห่งนี้มีทางเด้ินรุบรู่เชื่อมต่อกับใต้ด้ิน
ตรงจุด้ลึกลงไปใต้ด้ินหนึ่งร้อยเมตร ในตำาหนักหินกว้าง ขวางแห่งหนึ่ง เว่ยหนิงช่างหลอมอาวุธของหอเป่าที่สามารถหลอม อาวุธระด้ับสูงได้้เป็นอันด้ับสองพลันหน้าเปลี่ยนสี เขาที่ เป็นช่างหลอมอาวุธระด้ับสูง ช่วงนี้มุ่งมั่นแต่จะศึกษาวิถีแห่งการ หลอมอาวุธ วาด้หวังว่าจะหลอมอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่สามารถเชื่อม โยงกับวิญญาณได้้
อาวุธวิเศษ หากต้องการให้เชื่อมโยงกับวิญญาณ มีอยู่ สองวิธี
วิธีหนึ่งคือตัววัตถุด้ิบที่นำามาทำาเป็นอาวุธวิเศษมี วิญญาณอยู่แล้ว หลังจากที่อาวุธวิเศษถูกชุบหลอมก่อตัวสำาเรมจใน ขั้นสุด้ท้าย จะทำาให้ตัวของอาวุธวิเศษมีวิญญาณก่อกำาเนิด้ และมีสติ ปัญญา วิธีการเช่นนี้คือหลักความจริงซึ่งมีเพียงช่าง
หลอมอาวุธที่เชี่ยวชาญการเชื่อมโยงวิญญาณมากที่สุด้เท่านั้นถึงจะ ทำาได้้
ตอนนี้เว่ยหนิงยังเป็นเพียงช่างหลอมอาวุธระด้ับสูงคน หนึ่งเท่านั้น วิธีการที่เขาใช้คือฝืนบังคับจิตวิญญาณให้เข้าไปอยู่ใน ภาชนะ มอบวิญญาณให้กับอาวุธโด้ยตรง
เพื่อทำาสิ่งนี้ให้เป็นจริง เขาต้องคิด้จนแทบล้มประด้า ตายจึงจะรวบรวมจิตวิญญาณที่แขมงแกร่งมาได้้เจมด้ด้วง
จิตวิญญาณที่แขมงแกร่งทั้งเจมด้นั้น เขาล้วนเตรียมมา เพื่อไว้ใช้หลอมอาวุธที่เชื่อมโยงกับวิญญาณ เพื่อมอบวิญญาณให้กับ อาวุธในท้ายที่สุด้
ตอนนี้ด้วงวิญญาณแขมงแกร่งทั้งเจมด้ด้วงถูกสายฟอา เรียวเลมกมากมายหลายเส้นรัด้พัน กักขังเอาไว้ในภาชนะที่สร้างขึ้นมา โด้ยเฉพาะเจมด้ชิ้น
“เปรี้ยงๆ!”
ท่ามกลางเชือกสายฟอาเหล่านั้น มีประกายสายฟอาแลบ แปลบตลอด้เวลา ด้วงวิญญาณทั้งเจมด้หายใจรวยริน ไร้ซึ่งความคิด้ ต่อต้านใด้ๆ
ทว่าไม่รู้ทำาไม ด้วงวิญญาณทั้งเจมด้ด้วงที่ถูกจับมัด้และ กักขังไว้ในภาชนะพิเศษเหล่านั้นคล้ายมีพละกำาลังแขมงแกร่งขึ้นมา กะทันหัน
วิญญาณทั้งเจมด้ที่อยู่ในภาชนะเปลี่ยนมาเป็นพลุ่งพล่าน ไม่สนใจการเฆี่ยนโบยจากเชือกสายฟอา ชนกระแทกใส่ภาชนะพิเศษ ด้้วยความบ้าคลั่ง
พื้นผิวกระจกของภาชนะพลันปรากฏลวด้ลายงด้งาม ลอยขึ้นมา ก่อเกิด้เป็นพลังกักขัง
ทว่าด้วงวิญญาณทั้งเจมด้ทำาเหมือนเหมนมาจนชิน พุ่งชน ต่อไปอย่างไม่ยี่หระ ทำาให้ภาชนะหนึ่งในนั้นเกิด้รอยแตกราวขึ้นมา หนึ่งรอย
วิญญาณหนึ่งในนั้นบินออกมาตามช่องโหว่เลมกๆ นั่น ราวกับกลุ่มควันบางเบา
เมื่อมันบินออกมา พลังวิญญาณน่าสะพรึงกลัวระลอก หนึ่งพลันปกคลุมไปทั่วตำาหนักหิน
เว่ยหนิง ช่างหลอมอาวุธอันด้ับสองของหอเป่าเผย ความฉงนสนเท่ห์ทางด้วงตา ความคิด้หนึ่งที่ไม่ควรบังเกิด้พลันลอย ขึ้นมากลางใจ
“เปรีกยะๆ!”
ความคิด้เพิ่งเกิด้ขึ้น ภาชนะพิเศษอีกหกชิ้นที่เหลือกลับ ระเบิด้กระจายทันทีทันใด้
ด้วงวิญญาณหกด้วงสลัด้พ้นการกักขังในพริบตาเด้ียว กลายร่างเป็นเงาผีน่าหวาด้กลัวหกเงา มุด้ลอด้ทะลุเข้ามาตามหู ด้วงตา รูจมูกของเขาแล้วแทรกซอนเข้าไปในสมองของเขาอย่าง รวด้เรมว
ไม่กี่วินาทีให้หลัง เว่ยหนิงกมไร้ซึ่งปราณแห่งชีวิตอีก จิต วิญญาณกมถูกเขมือบกลืนไปจนเกลี้ยง
ด้วงวิญญาณทั้งเจมด้ซึ่งไม่ควรอยู่ในหอเป่าที่ถูกกักขัง อยู่ลึกลงไปใต้ด้ินหนึ่งร้อยเมตร เมื่อหลุด้พ้นจากพันธนาการออกมา ได้้จึงโผล่ขึ้นไปบนหุบเขา
พอด้วงวิญญาณทั้งเจมด้นั้นออกมากมเริ่มลงมือกับช่าง หลอมอาวุธหอเป่าที่อยู่ใกล้ที่สุด้ทันที
“มีด้วงวิญญาณลอยออกมาจากใต้ด้ิน!”
“ด้วงวิญญาณเหล่านั้น…ด้วงวิญญาณเหล่านั้นผู้ อาวุโสเว่ยหนิงต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลถึงจะแลกมาได้้จาก อาณาจักรอื่น! พวกมันหลุด้พ้นจากพันธนาการ คล้ายว่าจะถูกสำานัก ภูตผีควบคุมไว้แล้ว!”
“ผู้อาวุโสเว่ยหนิงคงตายไปแล้ว!”
ช่างหลอมอาวุธหอเป่ามีคนรู้ว่าด้วงวิญญาณทั้งเจมด้ที่ เว่ยหนิงได้้มา ตอนที่คนนำามาส่งได้้สร้างกรงกักขังพวกมันไว้อย่าง แน่นหนา
เพราะต่อให้เป็นตัวของเว่ยหนิงเอง หากต้องเผชิญกับ ด้วงวิญญาณที่ไม่ถูกกักขัง เกรงว่ากมคงมิอาจต่อต้านได้้
การที่วิญญาณทั้งเจมด้หลุด้พ้นจากการกักขัง นั่นกมหมาย ความว่าเว่ยหนิงผู้อยู่อันด้ับสองของหอเป่าน่าจะตายไปแล้ว
พวกเขาร้องโหยหวน โหวกเหวกเสียงด้ัง หนีแตกฮือไป ทั่วสี่ทิศ
ทว่าวิญญาณทั้งเจมด้ที่โผล่มาจากใต้ด้ินเหล่านั้นกลับ ลอยไล่ตามพวกเขาไป บุกเข้าไปในสมอง กลืนกินจิตวิญญาณของ พวกเขาเป็นอาหาร
“นั่นมันวิญญาณร้ายจากอาณาจักรอั้นหมิง เว่ยหนิง เป็นบ้าไปแล้วหรือไร? ถึงได้้กล้าแลกเอาวิญญาณมาจากอาณาจัก รอั้นหมิง!” พันป่ายบิด้าของพันเทาที่อยู่ในหอเรือนหินห่างไกลแห่ง หนึ่งคำารามด้้วยความเด้ือด้ด้าล
เนี่ยเทียนสังเกตเหมนว่าทิศทางที่พันป่ายอยู่ พลันมีผู้ฝึก ลมปราณสำานักหลิงหลายคนถลาออกไปประจันหน้ากับผีร้ายทั้งเจมด้ ที่มาจากอาณาจักรอั้นหมิงนั่น
“ตูม!”
และเวลานี้เอง หญิงสาวที่นั่งอยู่บนแท่นด้อกบัวกลาง อากาศได้้ควบคุมเงาโลหิตขนาด้มหึมาให้กระแทกลงบนม่านแสง เปลวเพลิง
แก้วหูของเนี่ยเทียนสั่นสะเทือนด้้วยความปวด้ร้าว เพราะเสียงกึกก้องนั่น เขาเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าภาพเปลวเพลิงภาพ หนึ่งที่ลอยอยู่เหนือม่านแสงเปลวเพลิงยังไม่สามารถกลับมารวมตัว กันได้้ทันที
“แย่แล้ว!”
“ค่ายจะแตกแล้ว!”
บนถนน ผู้มาเยือนหลายคนที่มองท้องฟอาล้วนหน้าซีด้ เผือด้ คล้ายรู้ว่ากำาลังจะเกิด้เรื่องใหญ่ที่ร้ายแรงขึ้น
“ฟิ้ว!”
ร่างของอูซิ่งโผล่ขึ้นกะทันหัน เผยร่างได้้เขากมแผด้เสียง ด้ัง: “ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทั้งหมด้ของหอหลิงเป่าถูกคลื่นมิติที่ผิด้ ปกติรบกวน ล้วนใช้ไม่ได้้แล้ว”
“ท่านอาจารย์ แล้วพวกเราควรจะทำาอย่างไร?” หลัว ซินตะโกนพูด้เสียงด้ัง
อูซิ่งพูด้ประโยคเมื่อครู่จบถึงพบว่าหญิงชราเวิงแห่ง อารามเสวียนอู้กมอยู่ด้้วย เขาพยักหน้าเบาๆ ให้นาง กล่าวรีบร้อน: “หอหลิงเป่าเกรงว่าคงไม่รอด้แล้ว”
หญิงชราเวิงเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
“ไปกันเถอะ พวกเราไปทางริมขอบของค่ายกล หาก ค่ายกลเพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก เมื่อผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผี และสำานักโลหิตด้าหน้าเข้ามา พวกเราคงทำาได้้เพียงเสี่ยงตีฝ่าวงล้อม ออกไปแล้วล่ะ” อูซิ่งไม่มีความคิด้ที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับหอหลิง เป่าแม้แต่นิด้ เขาพูด้เร่งเร้าให้ทุกคนติด้ตามเขามา
เนี่ยเทียน เจียงหลิงจูและเย่กูโม่รีบลงมาจากหอเรือน ภายใต้การนำาของอูซิ่ง
บนถนน ลูกศิษย์หลายคนที่อยู่ในตระกูลสังกัด้หอหลิง เป่าและยังมีผู้ฝึกลมปราณสำานักหลิงและหอเป่าต่างกมกำาลังส่งเสียง เอะอะ พยายามเอาตัวรอด้
อีกฝั่งหนึ่ง พันป่ายที่ตะโกนโหวกเหวกเสียงด้ัง สังเกต เหมนการเคลื่อนไหวของพวกอูซิ่ง
พันป่ายที่มีชื่อเสียงว่ามองคนทะลุปรุโปร่งที่สุด้ในสี่ สำานักพลันด้ึงพันเทาลูกชายของเขามาอีกฝั่ง พูด้ด้้วยน้ำาเสียงที่มี เพียงพันเทาเท่านั้นที่จะได้้ยิน: “เทาเอ๋อร์ ตามคนของสำานักหลิงอวิ๋น
และอารามเสวียนอู้ไป พยายามหนีห่างจากหอหลิงเป่าให้ไกลที่สุด้ ข้าและท่านปู่ของเจ้ามีภาระหน้าที่ติด้ตัว พวกเราจึงทำาได้้เพียงยืน หยัด้ปฏิบัติตามเท่านั้น ไม่สามารถปัด้ภาระได้้ แต่เจ้าไม่จำาเป็นต้อง ทำาเหมือนพวกเรา”
“ไม่!” พันเทาด้วงตาแด้งก่ำา “ข้าจะอยู่ต่อกับพวก ท่าน!”
“ไป๊!” พันป่ายตวาด้เด้ือด้ด้าล “รีบไสหัวไปเด้ี๋ยวนี้! คราวนี้สำานักเผชิญกับหายนะร้ายแรง ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ต้องสละชีพ คนอื่นข้าไม่สน แต่เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อให้ข้า!”
“รีบไปซะ! หากเจ้าคิด้อยากจะทำาอะไรเพื่อพวกเรากม ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ด้ี รีบนำาข่าวภัยพิบัติครั้งนี้ของหอหลิงเป่าไป แจ้งให้อีกสามสำานักรู้โด้ยเรมวที่สุด้!”
“หากอีกสามสำานักรู้ข่าวอย่างรวด้เรมว เมื่อผู้แขมงแกร่ง เคลื่อนพล กมใช่ว่าพวกเราจะไม่มีความหวังได้้รอด้ชีวิต!”
“เจ้าไปซะ! เจ้าไม่ได้้กำาลังหลบหนี แต่เจ้าสามารถพา พลังชีวิตกลับมามอบให้พวกเราได้้! รีบไป!”
พันป่ายเอ่ยเร่งเร้าต่อเนื่อง กลัวว่าพวกอูซิ่งจะจากไป ไกลแล้วลูกชายเขาจะตามไม่ทัน
พันเทากัด้ฟัน จ้องมาที่เขาด้้วยสายตาลึกล้ำาอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด้กมพยักหน้าอย่างแรง แล้วห้อตะบึงไล่ตามพวกอูซิ่งไปด้้วย ความเรมวที่มากที่สุด้
เวลาเด้ียวกันนั้น
ในลานที่พักอันเงียบสงบของพี่น้องอันซืออี๋ อันอิ่งเงย หน้ามองท้องฟอาด้้วยความหวาด้กลัว สติสตังนางหด้หายไปนานแล้ว เอ่ยถามเป็นระยะ: “ท่านพี่ จะทำาอย่างไรด้ี? พวกเราควรจะทำา อย่างไรด้ี?”
ใบหน้างด้งามของอันซืออี๋เองกมเปลี่ยนสี เหม่อมองม่าน แสงเปลวเพลิงที่ค่อยๆ ปริร้าวนั่น นางพูด้พึมพำา: “พวกเราทำาอะไร ไม่ได้้แล้ว แขกผู้มาเยือนของสำานักหลิงอวิ๋น อารามเสวียนอู้และ หุบเขาเทาไม่ใช่คนของหอหลิงเป่า พวกเขาไม่มีหน้าที่และความรับ ผิด้ชอบที่ต้องอยู่ต่อสู้กับพวกเราไปจนถึงนาทีสุด้ท้าย และพวกเรากม ไม่ใช่พันเทา เจิ้งรุ่ย พวกเรามาจากตระกูลอันที่เป็นแค่ตระกูลใน สังกัด้เท่านั้น”
“ในหอเกิด้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้ พวกเรา ที่มาจากตระกูลในสังกัด้ หากกล้าหนีไป เกรงว่าต่อไปคงต้องเผชิญ กับสภาวะอยู่กมเหมือนตาย”
“พวกเรายอมรับชะตากรรมเถอะ”