ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1011 ผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่ามนุษย์ในอนาคต!
เนื่องจากเจ้าลัทธิจิตมืดคือแดนเทพเจ้า เดิมทีดินแดนสวรรค์ทมิฬจึง ถือเป็นดินแดนดวงดาวระดับสูง
อาณาจักรที่เคยอยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬ มีทั้งหมดยี่สิบกว่าแห่ง ซึ่ง กระจายอยู่ทั่วทุกมุมในดินแดน
เมื่อสี่สำนักใหญ่ที่เก่าแก่มาเยือนและเปิดศึกนองเลือดกับลัทธิจิตมืด จึงมีอาณาจักรหลายแห่งที่สิ่งมีชีวิตสูญพันธ์ กลายมาเป็นดวงดาวที่ตาย แล้ว
หลังจากที่ลัทธิจิตมืดถูกทำลาย สี่สำนักเก่าแก่ก็ร่วมมือกันส่งคนมาขุด หาทรัพยากรและวัตถุดิบในดินแดนสวรรค์ทมิฬ
แต่หลังจากที่ลัทธิจิตมืดฟื้นกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง คนของสี่สำนัก ใหญ่ที่ถูกส่งไปยังดินแดนสวรรค์ทมิฬกลับถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง เป็นเหตุ ให้ดินแดนสวรรค์ทมิฬถูกเปลี่ยนเจ้านายอีกครั้ง
ลัทธิจิตตวิสุทธิ์คือสำนักที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติมากที่สุดของเผ่า มนุษย์
แม้ว่าประตูข้ามอาณาจักรส่วนใหญ่ที่พวกเขาสร้างไว้ในดวงดาวมอด ดับบางแห่งจะถูกทำลายไป แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ถูกค้นพบ ซึ่งยังคง ถูกซุกซ่อนอยู่
แล้วก็เพราะอาศัยประตูข้ามอาณาจักรเหล่านั้น พวกเนี่ยเทียนถึงไม่ จำเป็นต้องเดินทางผ่านเส้นทางดวงดาวอันยาวนาน แต่มาถึงที่นี่ได้โดยตรง
อาณาจักรดวงดาวแห่งหนึ่งที่ตายมานานหลายปีแล้ว
ผู้แข็งแกร่งของสามฝุายที่มีโม่เหิง จีหยวนฉวน ลู่เจี้ยเฟิงเป็นหัวหน้า ทยอยกันเดินออกมาจากในประตูข้ามอาณาจักร
ประตูข้ามอาณาจักรบานนั้นเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ไม่มีตำแหน่งที่แน่นอน
บางทีอาจด้วยเหตุนี้ ประตูข้ามอาณาจักรแห่งนี้ถึงได้ไม่ถูกลัทธิจิตมืด ค้นพบ
“ตอนนี้ดินแดนสวรรค์ทมิฬยังมีอาณาจักรอีกสิบห้าแห่งที่สามารถให้ ลัทธิจิตมืดตั้งรกรากได้ ไม่ว่าอาณาจักรใดของทั้งสิบห้าแห่งนี้ล้วนมีลูกศิษย์ ของลัทธิจิตมืดเคลื่อนไหว” พอมาถึงจีหยวนฉวนก็กล่าวว่า “เจ้าลัทธิจิต มืดอาจอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง หรืออาจอยู่ในอาณาจักรดวงดาวที่มอดดับไป แล้ว”
“สิ่งแรกที่พวกเราต้องทำในการเดินทางมาครั้งนี้ก็คือต้องรู้ตำแหน่งที่ แน่ชัดของเจ้าลัทธิจิตมืดเสียก่อน”
“เมื่อเจอตัวเจ้าลัทธิจิตมืด พวกเราก็สังหารเขาทิ้ง คนที่เหลืออยู่ก็ย่อม จัดการได้ง่ายมาก ต่อให้ลูกศิษย์พวกนั้นหนีไปจากดินแดนสวรรค์ทมิฬก็ไม่ น่ากลัว”
“รอบๆ อาณาจักรทั้งสิบห้าแห่งมีประตูข้ามอาณาจักรทั้งหมดห้าแห่ง สองแห่งอยู่ในอาณาจักรแห่งใดแห่งหนึ่ง และยังมีอีกสามแห่งที่สร้างอยู่ใน ประตูลับห้วงมิติของจุดลึกในช่องทางห้วงมิติ”
“คนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์จะไปกับพวกเจ้า ช่วยให้พวกเจ้าตามหาประตู ข้ามอาณาจักรทั้งห้าแห่งนั้น พวกเราจะรับผิดชอบสร้างประตูข้าม
อาณาจักรแห่งใหม่ หากพบร่องรอยของลัทธิจิตมืดก็ส่งข้อความเสียงหากัน แล้วรวบรวมกองกำลังไปสังหารคนพวกนั้นซะ”
“……”
จีหยวนฉวนเล่ากลยุทธ์คร่าวๆ ให้กับทุกคนฟัง
เห็นได้ชัดว่ากลยุทธ์นี้ผ่านการพูดคุยกับพวกโม่เหิงและลู่เจี้ยเฟิงมา ก่อนแล้ว คนอื่นๆ จึงไม่มีความเห็นใดๆ ที่แตกต่าง
“ซือคงฉั่ว เจ้าพาคนของเจ้าไปที่ประตูข้ามอาณาจักรแห่งหนึ่งเพื่อตาม หาเจ้าลัทธิจิตมืด” โม่เหิงกล่าว “จำเอาไว้ว่าต้องแน่ใจในตำแหน่งของเจ้า ลัทธิจิตมืดเสียก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนต่อสู้ แต่ให้รีบส่งข้อความเสียงให้ ข้าทันที”
“วางใจเถอะ ข้าผ่านการต่อสู้มานานปี ประสบการณ์โชกโชน ไม่มีทาง เกิดเรื่องไม่คาดคิดแน่นอน” ซือคงฉั่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฟางหยวน เจ้าเองก็เลือกประตูข้ามอาณาจักรบานหนึ่ง ทำอะไรต้อง ระวังให้มาก” โม่เหิงสั่งความต่อ
ฟางหยวนพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ
“ส่วนเจ้า…” โม่เหิงมองเนี่ยเทียนแวบหนึ่ง เขาขมวดคิ้วน้อยๆ “เจ้า ตามข้ามาก็แล้วกัน”
“เนี่ยเทียน! ในเมื่อเจ้าเดินทางเพียงคนเดียว เกรงว่าคงไม่คาดหวังใน ค่าคุณความดีอะไร” หวงจินหนันหัวเราะร่า แล้วเป็นฝุายเอ่ยเชื้อเชิญ “เจ้ามากับข้าเป็นไง?”
โม่เฟิงหันมามองทางลู่เจี้ยเฟิงด้วยสายตาประหลาดใจ
ลู่เจี้ยเฟิงยิ้มน้อยๆ “เนี่ยเทียนไม่ได้พาลูกน้องคนใดมาด้วย การ เดินทางมาครั้งนี้น่าจะเป็นเพราะแค่อยากพิสูจน์ถึงความร้ายกาจของลัทธิ จิตมืด พี่โม่ หากท่านวางใจให้เนี่ยเทียนไปกับเสี่ยวหนันก็ถือว่าเป็น ทางเลือกที่ไม่เลวไม่ใช่หรือ ท่านคิดว่าอย่างไร?”
โม่เหิงลังเลเล็กน้อย
“เนี่ยเทียน!” และเวลานี้เอง เผยฉีฉีที่อยู่กับคนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ก็ ตะโกนขึ้นมาเบาๆ
พวกโม่เหิงต่างก็มองนางด้วยความแปลกใจ
“พวกเจ้าทุกฝุายล้วนต้องการผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติคนหนึ่งให้ไป เป็นเพื่อน” ภายใต้การจับตามองของทุกคน เผยฉีฉีกล่าวอย่างเป็น ธรรมชาติ “ข้ากับเนี่ยเทียนรู้จักกันมาก่อน เคยรบเคียงบ่าเคียงไหลกันมา หลายครั้ง เขาไปที่ไหน ข้าในฐานะที่เป็นผู้ร่วมเดินทางของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ ก็จะไปกับเขาด้วย”
พอนางกล่าวประโยคนี้จบ เนี่ยเทียนยังไม่ทันแสดงท่าทีอะไร พวกหวง จินหนัน ฟางหยวนกลับทำสีหน้ามีเลศนัย
เผยฉีฉีคือลูกศิษย์คนที่สี่ซึ่งเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้ ด้วยตัวเอง ตามหลักแล้วนางไม่จำเป็นต้องไปเป็นเพื่อนฝุายไหน นาง สามารถพาคนที่ลัทธิจิตตวิสุทธิ์จัดหาให้นางเดินทางไปเพียงลำพัง เพื่อตาม หาเจ้าลัทธิจิตมืดในดินแดนสวรรค์ทมิฬ
ดูจากความหมายของนาง แสดงว่านางไม่ต้องการนำใคร แต่ต้องการ อยู่กับเนี่ยเทียน
เผยฉีฉีที่ใบหน้างามเป็นเอก อาภรณ์สีฟูาปลิวสะบัด สง่างามประหนึ่ง ดอกบัวสีฟูาที่ทั้งงดงามทั้งเยือกเย็น ภายใต้การจับตามองของทุกคน นาง ยังคงยืนตระหง่านอย่างไม่สะทกสะท้านคล้ายไม่เห็นสายตาประหลาดของ ทุกคนอยู่ในสายตา
นางแค่มองไกลๆ มาที่เนี่ยเทียน
ราวกับว่ามีเพียงความเห็นและท่าทีของเนี่ยเทียนเท่านั้นที่นางจะให้ ความสำคัญ
“ข้าเคยชินที่จะฟังคำสั่งจากศิษย์พี่หญิงเผยตั้งแต่ตอนอยู่ดินแดนดาว ตกแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มสดใส “ข้าจากกับศิษย์พี่หญิงเผยมานานหลายปี ข้า เองก็อยากมีเวลาพูดคุยกับนางให้มากๆ เหมือนกัน”
โม่เหิงหันไปมองยังจีหยวนฉวนแห่งลัทธิจิตตวิสุทธิ์
จีหยวนฉวนกล่าวเสียงเรียบเฉย “เจ้าลัทธิของข้าสั่งมาว่า ทุกการ เคลื่อนไหวของนางในดินแดนสวรรค์ทมิฬ นางล้วนตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ข้าจะไม่ก้าวก่าย”
ทุกคนตะลึงกันไปอีกครั้ง
ตำแหน่งของจีหยวนฉวนในดินแดนสวรรค์ทมิฬเป็นรองแค่เจ้าสำนัก เท่านั้น อยู่ใต้คนคนเดียว อยู่เหนือคนนับหมื่น
ยามที่ลูกศิษย์อีกสามคนของเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์ออกไปนอกอาณาจักรก็ ยังได้รับคำสั่งห้ามบางอย่างจากเขา
เผยฉีฉีเพิ่งเข้ามาอยู่ในลัทธิจิตตวิสุทธิ์ได้ไม่นาน แต่ฟังจากคำพูดของ นาง…ดูเหมือนว่าการกระทำของเผยฉีฉีจะไม่ได้รับขีดจำกัดใดๆ
“นังหนูคนนี้เพิ่งมาถึง แต่ไม่นึกเลยว่าท่านผู้นั้นของลัทธิจิตตวิสุทธิ์จะ ให้ความสำคัญกับนางถึงขนาดนี้?”
“นางมีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นกันแน่? หรือว่าท่านผู้นั้น…ตัดสินใจที่ จะเลือกให้นางเป็นคนรับช่วงต่อของตัวเองแล้ว?”
“น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!”
คนมากมายที่หันมามองเผยฉีฉีอีกครั้งต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม แม้แต่โม่ เหิงและลู่เจี้ยเฟิงเองก็ยังฉายความประหลาดใจออกมาทางดวงตา
พวกเขารู้กฎของลัทธิจิตตวิสุทธิ์อย่างลึกซึ้ง รู้ดีว่ากฎของที่นี่ไม่ เหมือนกับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวล้วนมีคุณสมบัติที่จะ กลายมาเป็นนายแห่งดวงดาวในอนาคต ทุกคนล้วนต้องอาศัยพละกำลัง ของตัวเองมาพิสูจน์ตัวตน จากนั้นยังต้องให้เจ้าตำหนักและรองเจ้าตำหนัก ทั้งสามคน รวมไปถึงผู้อาวุโสอีกสิบสองท่านลงคะแนนเลือก ถึงจะตัดสินใจ ได้ว่าใครจะได้เป็นนายแห่งดวงดาวที่แท้จริง
เจ้าตำหนักไม่สามารถตัดสินใจเลือกนายแห่งดวงดาวได้ตามใจชอบ
ทว่าเจ้าลัทธิคนต่อไปของลัทธิจิตตวิสุทธิ์กลับสามารถให้เจ้าลัทธิคน ปัจจุบันเป็นผู้ตัดสินใจเลือกได้โดยตรง
เจ้าลัทธิคนปัจจุบันตัดสินใจให้ใครเป็นผู้นำของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ใน อนาคต ขอแค่ปุาวประกาศออกมา ลูกศิษย์ทุกคนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ก็จะ เลือกเชื่อฟังอย่างไร้เงื่อนไข
เพื่อเผยฉีฉี เจ้าลัทธิคนปัจจุบันยอมตบหน้าตัวเองโดยการฉีกกฎที่บอก ว่าจะไม่รับศิษย์เพิ่มออก หลังจากรับเผยฉีฉีมายังปิดข่าวไม่ให้ใครรบกวน
การเดินทางมายังดินแดนสวรรค์ทมิฬ ขนาดจีหยวนฉวนก็ยังไม่ สามารถก้าวก่ายการกระทำของเผยฉีฉี เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ล้วนแสดง ให้เห็นว่าลูกศิษย์ผู้สืบทอดอย่างเผยฉีฉีมีตำแหน่งในใจของเจ้าลัทธิคน ปัจจุบันแตกต่างไปจากลูกศิษย์อีกสามคนโดยสิ้นเชิง!
พอคิดมาถึงตรงนี้ สายตาของทุกคนที่มองไปยังเผยฉีฉีก็เปลี่ยนไป
บุตรแห่งดวงดาวอย่างซือคงฉั่ว ฟางหยวนและเนี่ยเทียน ใครจะได้ขึ้น ตำแหน่งในอนาคตล้วนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ได้
เผยฉีฉีเพิ่งเข้ามาอยู่ในลัทธิจิตตวิสุทธิ์ได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนจะ กลายเป็นคนที่ถูกเลือกไว้แล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่าในอนาคตนางจะ กลายเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่สี่ท่านของเผ่ามนุษย์!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ตำแหน่งของนางจึงดูจะเหนือกว่าบุตรแห่งดวงดาวอย่าง พวกเนี่ยเทียน ซือคงฉั่ว ฟางหยวน หรือไม่ก็เทพบุตร เทพธิดาอย่างหวง จินหนันและโหลวหงแยนแล้ว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้” โม่เหิงนิ่งคิด ก่อนกล่าวว่า “เนี่ยเทียน หากเจ้าไม่ ต้องการค่าคุณความดี เจ้าก็สามารถเลือกไปกับใครก็ได้”
หวงจินหนันยิ้มดีใจ หันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้กับเนี่ยเทียน
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ข้าเลือกไปกับพี่หวง” เนี่ยเทียนยักไหล่ “ข้าเคยมี ประสบการณ์รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาที่เทือกเขาฝังเลือดและที่ดินแดน เผ่ากิ้งก่า ต่างก็คุ้นเคยกันดี ร่วมมือกันจึงไม่เคยมีปัญหาอะไร”
ดังนั้นเขาจึงเดินไปหาหวงจินหนัน
พอเขาตัดสินใจได้ เผยฉีฉีที่ไม่พูดไม่จาก็เดินเข้าไปหาเขาอย่างเปิดเผย
เมื่อเผยฉีฉีขยับตัว จีหยวนฉวนจึงใช้สายตาบอกเป็นนัยให้กับคนผู้หนึ่ง
คนผู้นั้นมีตบะเป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้าย ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้อาวุโส คนหนึ่งของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ และเขาเองก็เดินตามเผยฉีฉีไปหยุดอยู่ตรง ตำแหน่งของหวงจินหนันเงียบๆ
“ยินดีต้อนรับๆ มีพวกเจ้าสองคนอยู่ด้วย ข้าก็ผ่อนคลายขึ้นมาอีกเยอะ มาก” หวงจินหนันกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เอาล่ะ คนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องสนใจ พวกเราเดินทางล่วงหน้ากันไป ก่อนเถอะ” เผยฉีฉีเหมือนจะพูดกับหวงจินหนัน แต่ดวงตากลับจับจ้องมา ที่เนี่ยเทียนตลอดเวลา
พอเนี่ยเทียนพยักหน้า นางไม่รอให้หวงจินหนันตอบรับก็พูดขึ้นว่า “ตามข้ามา”
มือเรียวยาวราวกับหยกของนางกรีดผ่านความว่างเปล่าหนึ่งที
รอยแยกห้วงมิติเส้นใหม่ปริแตกออกอย่างรวดเร็วราวสายฟูาแลบ ก่อน จะก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่างตามทิศทางการเคลื่อนโคจรของมือนาง
ในสายตาของคนมากมายต่างก็ฉายประกายแสงประหลาด มองไปยัง รอยแยกห้วงมิติที่เปิดออกกะทันหันนั้นด้วยสายตาแปลกใจคล้ายตกตะลึง อย่างหนัก
“พี่จี นาง…” เสียงของลู่เจี้ยเฟิงฟังดูแปร่งหู
จีหยวนฉวนพยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มก็เปลี่ยนมาเป็นขมปร่าเช่นกัน “นางเชี่ยวชาญเวทลับที่ไม่ถ่ายทอดให้ใครของลัทธิจิตตวิสุทธิ์เราแล้ว สามารถใช้พลังของตัวเองมาเปิดรอยแยกที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ห้วงมิติ ปั่นปุวนได้โดยตรง ทั้งยังอาศัยจุดลับห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนที่กระจายตัว ไปทั่วมาเข้าออกฟูาดินของอาณาจักรต่างๆ ในเผ่ามนุษย์ได้ตามใจชอบ”
“นี่ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร? นางมีแค่เขตวิญญาณเท่านั้นเองไม่ใช่ หรือ?” ลู่เจี้ยเฟิงอุทานเบาๆ
“นางแตกต่าง นางไม่เหมือนใครเลย” จีหยวนฉวนทอดถอนใจอย่าง ปลงอนิจจัง
——