ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1012 ลอดทะลวงความว่างเปล่า
มองเห็นว่ากลุ่มของพวกเนี่ยเทียนทยอยกันหายไปจากรอยแยกห้วงมิติ เส้นที่ปริออกจากความว่างเปล่า ทุกคนก็พากันเงียบงัน
รอยแยกห้วงมิติค่อยๆ ปิดประสานเข้าหากัน พวกเนี่ยเทียน หวง จินหนันคือกลุ่มแรกที่จากไปก่อน
ผู้แข็งแกร่งมากมายของสามสำนักเก่าแก่ที่อยู่ที่นี่ รวมไปถึงคน บางส่วนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ต่างก็มีแต่ความตกตะลึงเต็มใบหน้า
ผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติสามารถลอดทะลวงพื้นที่ห้วงมิติได้ นี่คือ ความรู้ทั่วไป
ลัทธิจิตตวิสุทธิ์มีเวทลับอย่างหนึ่งที่ไม่ถ่ายทอดให้กับใคร ชื่อว่า “ลอด ทะลวงความว่างเปล่า” เป็นวิชาการลอดผ่านห้วงมิติที่ลึกลับที่สุดในโลก
ทว่าต่อให้เป็น “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” ก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ มากมาย
ตามที่เล่าลือกันมา คนที่ฝึก “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” ซึ่งมี ขอบเขตเป็นเขตวิญญาณจะสามารถเคลื่อนที่ในรัศมีเล็กๆ ของอาณาจักร ใดอาณาจักรหนึ่งได้
ส่วนแดนว่างเปล่านั้นจะสามารถเข้าออกพื้นที่ใดๆ ก็ตามในอาณาจักร หนึ่งได้ตามใจชอบ
ไม่ว่าจะเป็นที่ใดของอาณาจักรแห่งหนึ่ง แดนว่างเปล่าก็ล้วนสามารถ อาศัย “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” มาเปิดรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งแล้ว เดินทางไปถึงที่ใดก็ตามในเสี้ยววินาที
ส่วนแดนเอตทัคคะที่เนื่องจากการสั่งสมความรู้ด้านห้วงมิติและพลัง ของตัวเองได้มากขึ้น “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” จึงพัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น ทำให้สามารถเดินทางจากดินแดนดวงดาว จากอาณาจักรดวงดาวไปถึง สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยประตูข้ามอาณาจักร ไม่ จำเป็นต้องใช้ช่องทางห้วงมิติ
ระหว่างดินแดนกับดินแดนด้วยกันจะมีปราการข้ามดินแดนอยู่ เมื่อ แดนเอตทัคคะเปิดช่องทางห้วงมิติแล้วจะข้ามผ่านปราการของดินแดน ข้ามผ่านจากดินแดนหนึ่งไปยังอีกดินแดนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย
แดนเทพเจ้าที่เชี่ยวชาญสัจธรรมของห้วงมิติสามารถข้ามผ่านดินแดน ดวงดาวไปถึงดินแดนอีกแห่งหนึ่งได้ในเสี้ยววินาที
ผู้ที่ฝึกตนมาถึงแดนเทพเจ้า ต่อให้ดินแดนดวงดาวจะกว้างใหญ่ไพศาล แค่ไหน แต่ในสายตาของพวกเขาก็ไม่มีขีดจำกัดใดๆ
ว่ากันว่าเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์เพียงแค่คิดก็สามารถปรากฏตัวในดินแดน ใดๆ ก็ตามของเผ่ามนุษย์ได้ตามใจชอบ
เผยฉีฉีมีตบะแค่เขตวิญญาณช่วงต้นเท่านั้น หากดูตามหลักทั่วไปแล้ว ต่อให้เชี่ยวชาญเวทลับที่ไม่สืบทอดของลัทธิจิตตวิสุทธิ์อย่าง “ลอดทะลวง ความว่างเปล่า” นางก็ต้องได้แค่เดินทางไปในพื้นที่เล็กๆ ของอาณาจักรใด อาณาจักรหนึ่งอย่างอิสระเท่านั้น
แต่เมื่อครู่นี้นางเพิ่งจะแหวกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งให้เปิดออก ซึ่ง เห็นได้ชัดว่าสถานที่ที่รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเชื่อมโยงไปก็คืออาณาจักร แห่งหนึ่งในดินแดนสวรรค์ทมิฬ
ความสามารถเช่นนี้ ต้องเป็นคนที่ฝึก “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” ด้วยตบะที่อยู่ในขั้นแดนเอตทัคคะเท่านั้นถึงจะควบคุมได้อย่างเชี่ยวชาญ!
แต่นี่นางกลับละเมิดหลักการทั่วไป คือปาฏิหาริย์ที่แทบจะไม่เคย ปรากฏขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์!
“มิน่าเล่า มิน่าเล่าเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์ถึงได้บอกกับเจ้าว่าห้ามก้าวก่าย การกระทำของนาง” ลู่เจี้ยเฟิงส่ายหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้าง จะปลงอนิจจัง “เด็กรุ่นหลังน่ากลัว เด็กรุ่นหลังน่ากลัวจริงๆ!”
ด้วยความสามารถของเผยฉีฉี ในเมื่อนางสามารถไปไหนมาไหนใน ดินแดนสวรรค์ทมิฬได้ตามใจชอบ หากนางเดินทางคนเดียวก็ไม่น่าจะมี อันตรายอะไรนัก
ไม่ว่าเจอกับคนใดของลัทธิจิตมืด ต่อให้เป็นเจ้าลัทธิเอง ขอแค่เผยฉีฉี ไม่ถูกสังหารในเสี้ยววินาที นางก็จะสามารถอาศัย “ลอดทะลวงความว่าง เปล่า” หายตัวไปที่อื่นได้ในเสี้ยววินาที
ต่อให้เจ้าลัทธิจิตมืดเป็นแดนเทพเจ้าช่วงต้นแล้วจะอย่างไร?
ไม่สามารถสังหารเผยฉีฉีได้ในเสี้ยววินาที ปล่อยให้นางหายตัวไปที่ อาณาจักรอื่น เกรงว่าเจ้าลัทธิจิตมืดเองก็คงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ
นางเดินทางไปกับเนี่ยเทียน ถือว่าพวกเนี่ยเทียน หวงจินหนันได้เปรียบ กว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด หากรู้ทิศทางการเคลื่อนไหว
ของเจ้าลัทธิจิตมืด ขอแค่นางแหวกรอยแยกห้วงมิติออกก็จะสามารถส่ง พวกเนี่ยเทียนให้จากไปได้สบายๆ หรือไม่ก็เชิญให้พวกโม่เหิง ลู่เจี้ยเฟิง จี หยวนฉวนมาช่วยเหลือได้
“ผู้หญิงคนนี้ดันเลือกเนี่ยเทียนเสียได้! ” ซือคงฉั่วร้องคำรามอยู่ในใจ “หากนางมากับข้า ข้าก็ไม่มีทางพ่ายแพ้แน่นอน! ท่ามกลางทางช้างเผือก อันกว้างใหญ่ไพศาล คนที่พิเศษอย่างนาง เกรงว่าคงไม่มีอีกแล้ว ก็ไม่น่า แปลกที่เจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์โปรดปรานนางมากเป็นพิเศษ!”
“ยินดีกับพวกเจ้าด้วย” ครู่หนึ่งโม่เหิงถึงได้เอ่ยแสดงความยินดีเบาๆ
รอบกายของจีหยวนฉวนมีคนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์อยู่มากมาย ซึ่งพวก เขาก็เพิ่งเคยได้เห็นความมหัศจรรย์ของเผยฉีฉีเป็นครั้งแรก ดวงตาแต่ละ คนจึงฉายความยินดี
“ท่านเจ้าลัทธิช่างมีสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก พอได้รู้ความพิเศษของ นาง เขาก็ใช้” ลอดทะลวงความว่างเปล่า “ติดต่อกันหลายครั้ง จนกระทั่ง ไปเจอตัวนางในพื้นที่เปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง ต้องเกลี้ยกล่อมกันแทบตายถึงจะ พานางลับมายังลัทธิจิตตวิสุทธิ์ได้” จีหยวนฉวนหัวเราะหึหึ “ด้วยวิธีการ ของเจ้าลัทธิ คิดจะตามหาใคร ขอแค่คนผู้นั้นอยู่ในโลกของเผ่ามนุษย์ก็ ไม่ใช่เรื่องยาก”
“อนาคตของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ย่อมต้องยิ่งแข็งแกร่งเจริญรุ่งเรือง” ลู่เจี้ย เฟิงกล่าวน้ำเสียงอิจฉา
พรสวรรค์ของเผยฉีฉีหาได้ยากยิ่ง ตบะแค่เขตวิญญาณก็สามาถใช้ “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” เดินทางไปยังอาณาจักรต่างๆ ในดินแดนแต่ ละแห่งได้ตามใจชอบ
การที่สามารถควบคุมพลังงานเช่นนี้ได้ ความปลอดภัยของเผยฉีฉีก็ถือ ว่าได้รับการรับประกันที่แน่นหนาที่สุดแล้ว
นอกจากเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์หรือผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติในระดับ เดียวกันแล้ว คนอื่นๆ ที่ต่อให้ขอบเขตจะเหนือกว่านางไปมาก ถ้าคิดจะ สังหารเผยฉีฉีก็เป็นเรื่องที่ลำบากยากยิ่ง
และบุคคลที่สามารถสร้างภัยคุกคามให้กับเผยฉีฉีได้ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใน ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ อีกทั้งคนเหล่านั้นยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเผยฉีฉี
นี่หมายความว่าการเคลื่อนไหวในดินแดนเผ่ามนุษย์ของเผยฉีฉี ขอแค่ นางระวังตัวสักหน่อย ไม่ตกเข้าไปในหลุมพรางของใคร นางก็ไม่มีทางเจอ กับอันตรายถึงตาย
เจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์ให้ความสำคัญกับนางและเห็นนางล้ำค่าถึงขนาดนี้ แต่กลับวางใจให้นางเดินทางอยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬได้ตามใจชอบ เห็น ได้ชัดว่าการกระทำเช่นนี้หาใช่ไม่มีเหตุผล
……
“ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างของพวกเนี่ยเทียนเดินออกมาจากจุดลับห้วงมิติ ทำให้มีแสง สว่างเปล่งวูบวาบติดๆ กัน
แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะล้วนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นมีแดนเอตทัคคะของจ้าวเหิงที่แอบห่อหุ้มเนี่ยเทียนและเผยฉีฉี เอาไว้อย่างเงียบเชียบ ทำให้พวกเขาไม่ต้องถูกสิ่งสกปรกนอกโลกรุกราน
หวงจินหนันนั่งอยู่ในดอกบัวสีทองที่ปลดปล่อยแสงสีทองอร่ามห่อหุ้ม ร่างของเขาเอาไว้จนมิด
ห่างออกไปไม่ไกลมีอาณาจักรดวงดาวอยู่แห่งหนึ่งที่ถูกวงแสงสีเทาเข้ม ล้อมวน ซึ่งนั่นก็คือหนึ่งในอาณาจักรของดินแดนสวรรค์ทมิฬ
“ร้ายกาจนัก!”
“ข้ามอาณาจักรโดยการใช้” ลอดทะลวงความว่างเปล่า “มาถึงที่นี่ วิธีการเช่นนี้ช่างทำให้คนตื่นตะลึงได้จริงๆ”
“คุณหนูเผยน่าจะเป็นผู้มากพรสวรรค์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนใน ประวัติศาสตร์ของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ ตบะเขตวิญญาณ แต่กลับสามารถเข้า ออกทั่วทุกอาณาจักรได้ตามใจชอบ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริงๆ!”
พอมาถึงที่นี่ หวงจินหนันและพวกลูกน้องของเขาต่างก็เอ่ยชมกันไม่ หยุดปาก
ดวงตาแดนเอตทัคคะช่วงท้ายของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ที่มากับเผยฉีฉีผู้นั้นมี ประกายประหลาดเปล่งวาบ ก่อนที่ประกายนั้นจะจางหายไป เขายังคง เงียบงันไม่พูดจา
เขาคือผู้อาวุโสคนหนึ่งของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ แต่ว่าวิชาหลักที่ฝึกตนไม่ใช่ เวทลับห้วงมิติ แต่เป็นพลังความเย็น
เขาเป็นคนเย็นชา ไม่ชอบพูด เพียงแค่มาเป็นเพื่อนเผยฉีฉีและคอยให้ การดูแลนางเป็นอย่างดีเท่านั้น
ก่อนจะมาที่นี่เขาก็ได้รับคำสั่งว่าหากเผยฉีฉีเจอเข้ากับคนของลัทธิจิต มืดโดยไม่ทันระวัง เขาต้องโจมตีให้สุดความสามารถเพื่อช่วยถ่วงเวลาให้ เผยฉีฉีหนีรอดกลับไปได้
เขาที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้าย ต่อให้ลัทธิจิตมืดคิดจะสังหารก็ยัง ต้องใช้เวลา
ผลึกใสที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างชิ้นหนึ่งพลันบินออกมาจากกลางฝุามือของ เผยฉีฉี ผลึกใสนั้นมีหลายหน้า ทุกหน้าล้วนเรียบรื่นแวววาวราวกระจก สามารถส่องให้เห็นห้วงมิติต่างๆ ที่ไม่เหมือนกันได้
ก้อนผลึกลอยอยู่ในมือของนางและหมุนเบาๆ อย่างเงียบเชียบ
มีดแสงห้วงมิติที่ลึกลับบินออกมาจากผลึกแต่ละด้านคล้ายกำลังรับ สัมผัสกับอะไรบางอย่าง
“อาณาจักรแห่งนั้นถูกระบุให้เป็นอาณาจักรแห่งที่สิบสาม มีค่ายกล นำส่งแห่งมิติอยู่หลังหนึ่งและมีรอยแยกห้วงมิติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอีก สิบกว่าเส้น” เผยฉีฉีโยนผลึกใสออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
ทันใดนั้นผลึกใสก็ไปเปล่งแสงวาบทีหนึ่งอยู่ตรงจุดลึกของทางช้างเผือก แล้วจึงหายวับไป
เวลาสั้นๆ เพียงแค่สองนาที ผลึกใสก็กะพริบวูบขึ้นมาอีกครั้งแล้วเข้า มาอยู่กลางฝุามือของเผยฉีฉีแต่โดยดี
“ค่ายกลนำส่งที่สร้างไว้ในอาณาจักรแห่งที่สิบสามน่าจะเป็นของลูก ศิษย์ลัทธิจิตมืด ตอนนี้มันถูกทำลายไปแล้ว” เผยฉีฉีกำมือ ก้อนผลึก หายไปอีกครั้ง “รอยแยกห้วงมิติเส้นอื่นเชื่อมโยงไปยังที่ใด ข้าเองก็สัมผัส
ไม่ได้ แต่ไม่มีทางใช่อาณาจักรอื่นๆ ในดินแดนสวรรค์ทมิฬแน่นอน ลูกศิษย์ ลัทธิจิตมืดเองก็ไม่มีทางอาศัยรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นกลับมาจาก อาณาจักรอื่นหรือหนีไปจากอาณาจักรแห่งที่สิบสามนี้”
จ้าวเหิงกล่าวอย่างตะลึงพรึงเพริด “คุณหนูเผย เจ้าจะบอกว่าค่ายกล นำส่งของลัทธิจิตมืดถูกเจ้าทำลายไปแล้วอย่างนั้นน่ะหรือ?”
เผยฉีฉีพยักหน้ารับ “ตอนนี้สามารถเดินทางไปที่อาณาจักรแห่งที่สิบ สามได้แล้ว ขอแค่โชคของพวกเราไม่แย่นัก หากเจอกับเจ้าลัทธิจิตมืด ตั้งแต่ก้าวแรก ก็ง่ายที่เราจะยึดครองอาณาจักรแห่งที่สิบสามนี้ จำเอาไว้ว่า ต้องเว้นชีวิตพวกคนที่ขอบเขตสูงๆ เพื่อที่จะได้ถามตำแหน่งที่แน่ชัดของ เจ้าลัทธิจิตมืดจากปากของพวกเขา”
หวงจินหนันอึ้งไปครู่ ก่อนจะถอนหายใจ “วิธีการของคุณหนูเผยช่าง ทำให้คนนับถือยิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนเองก็ตะลึงงันไปเหมือนกัน
ตัวอยู่นอกอาณาจักร นางแค่ใช้ก้อนผลึกที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างก้อนนั้นก็ สามารถทำลายค่ายกลที่ลัทธิจิตมืดจัดวางไว้ในอาณาจักรแห่งที่สิบสามนี้ได้ โดยไม่เปลืองแรงสักกะผีก
การลงมือของนางเท่ากับช่วยทุกคนปัดกวาดอุปสรรคล่วงหน้า หลังจากเข้าไปในอาณาจักรแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีลูกศิษย์ของ ลัทธิจิตมืดคนไหนเดินทางจากอาณาจักรอื่นมาให้ความช่วยเหลือ
เมื่อไม่มีค่ายกลนำส่ง แต่อาศัยเรือรบทางช้างเผือกบินมาในทันที ก็ จำเป็นต้องใช้เวลาหลายวัน
หากเป็นอาณาจักรที่อยู่ห่างไกลหน่อยก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งเดือน หรือ อาจนานหลายเดือนถึงจะมาถึง
ระยะเวลาช่วงนี้ก็มากพอให้พวกเขาไล่สังหารลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดที่ เหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งที่สิบสามได้จนหมด
——