ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1013 เสียงเรียกว่าเจ้าทึ่ม
“สวบ!”
มือซ้ายที่เรียวยาวราวลำเทียนของเผยฉีฉีกรีดแหวกความว่างเปล่าดุจ มีดแกะสลัก
แสงมีดห้วงมิติสาดยิงออกไปจากปลายนิ้วของนางอย่างต่อเนื่อง ทั้งยัง กรีดรอยแยกห้วงมิติเส้นใหม่ให้ปรากฏขึ้นมาอีกเส้นหนึ่ง
“ไปเถอะ ไปที่อาณาจักรแห่งที่สิบสามกัน”
เงาร่างของแต่ละคนพากันข้ามผ่านรอยแยกห้วงมิติที่ปริแตกนั้นไป พริบตาเดียวก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ไม่นานก็เหลือแค่จ้าวเหิงที่ยังอยู่ที่เดิม
“เจ้าไปก่อนเถอะ” เผยฉีฉีเอ่ยขึ้นกะทันหัน
จ้าวเหิงที่เป็นแดนเอตทัคคะช่วงท้ายไม่ยอมขยับตัวก็เพราะใช้แดน เอตทัคคะของตัวเองมาปกป้องไม่ให้เนี่ยเทียนและเผยฉีฉีถูกพลังงาน สกปรกจากนอกโลกรุกราน
จ้าวเหิงอึ้งไปทันทีที่ได้ยิน “คุณหนูเผย เจ้าบอกว่า ให้ข้าล่วงหน้าไป ก่อนงั้นรึ?”
เผยฉีฉีพยักหน้ารับ
“ข้าไปก่อน แล้วพวกเจ้าสองคน…” จ้าวเหิงกล่าวอย่างเป็นกังวล
“ไม่เป็นไร” เผยฉีฉีเรียกอาวุธวิเศษประเภทบินลำหนึ่งออกมาจาก แหวนเก็บของแล้วกวักมือเรียกเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนขยับเข้าไปหานางโดยอัตโนมัติ
อาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นคือเรือสายฟ้าที่เผยฉีฉีเคยใช้ในอดีต ทว่า วินาทีที่เนี่ยเทียนพลิ้วกายลงไปเขากลับรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์เหมือน ตัวเองอยู่ในห้วงมิติแห่งอื่น
ด้านในเรือสายฟ้าสลักลวดลายห้วงมิติที่ซับซ้อนเอาไว้มากมาย ซึ่งมี คลื่นห้วงมิติที่แปลกประหลาดไหววน
จ้าวเหิงจ้องเรือสายฟ้าอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก็พลันตระหนักได้ รู้ว่าเรือ สายฟ้าที่มองดูเหมือนธรรมดาได้เปลี่ยนมาเป็นไม่ธรรมดา สามารถ ต้านทานพลังซับซ้อนที่อยู่นอกทางช้างเผือกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขาวางใจลงได้ จึงไม่พูดมากความอีก แต่รีบมุดหายเข้าไปในรอยแยก ห้วงมิติทันที
“ศิษย์พี่หญิงเผย ยินดีกับเจ้าด้วย”
พอเหลืออยู่กันแค่สองคน เนี่ยเทียนก็ยิ้มกว้างด้วยรอยยิ้มสดใส “ตอน ที่เจ้าถูกหงส์น้ำแข็งพาตัวไปจากอาณาจักรวอหลิว ข้ายังเป็นห่วงเจ้า ใครก็ คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะไปได้สมบัติห้วงมิติระดับเพาะฟ้าชิ้นนั้นมาจากสนาม รบสุ้ยเมี่ย ทั้งยังได้รับความโปรดปราณจากเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์อีกด้วย”
“เรื่องเดียวที่ข้าเสียดายก็คือ ท่านอาจารย์ตายไปแล้ว” เผยฉีฉีกล่าวอ ย่างเสียใจ
“ผู้อาวุโสเจิน…” เนี่ยเทียนถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ปลอบใจนางถึงจะดี
จากข่าวที่ได้มาในแต่ละช่องทาง เขาจึงพอจะรู้สิ่งที่เผยฉีฉีประสบพบ เจอในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ จึงไม่จำเป็นต้องให้เผยฉีฉีเล่าให้ฟังอีกครั้ง
“เจ้า สบายดีไหม?” เผยฉีฉีถามขึ้นกะทันหัน
“ข้าสบายดีมากๆ เลย” เนี่ยเทียนยิ้มกว้างอีกครั้ง “พอได้กลายมาเป็น บุตรแห่งดวงดาวที่โดดเด่นนี้ ทางสำนักก็ยกดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟ้าและดินแดนดาวตกให้กับข้า ขอบเขตของข้าก็มีการพัฒนาไป ทีละก้าวอย่างมั่นคง ตอนนี้ข้าแค่อยากรู้ว่าบิดามารดาอยู่ที่ไหน จึงยังไม่มี เรื่องทุกข์ใจอะไร”
“ข้าเองก็อยากรู้ว่าบิดามารดาอยู่ที่ไหนเหมือนกัน” เผยฉีฉีพึมพำ
เนี่ยเทียนตะลึง นาทีถัดมาก็พลันเข้าใจ บิดามารดาของเผยฉีฉีคือผู้ฝึก ลมปราณของซวีเฉิงในอาณาจักรเลี่ยคง
เดิมทีซวีเฉิงคือสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนดาวตก เนื่องจากพวก เขาค้นพบช่องทางห้วงมิติที่ลึกลับแห่งหนึ่ง คนทั้งซวีเฉิงจึงพากันย้าย ออกไปจากอาณาจักรเลี่ยคง จากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย
เมื่อหลายปีก่อน เผยฉีฉียืนกรานจะไปที่แผ่นดินลอยตัวก็เพราะนึกว่า แผ่นดินลอยตัวก็คือที่ที่คนของซวีเฉิงพากันจากไป
ไปที่แผ่นดินลอยตัว เคลื่อนไหวอยู่พักหนึ่ง แต่นางก็ยังหาร่องรอยใดๆ ที่เกี่ยวกับซวีเฉิงไม่เจอ
ที่นางและเจินฮุ่ยหลันสองคนพลัดหลงเข้าไปในดินแดนพงฟ้าก็เพราะ เข้าใจว่าสถานที่ที่ซวีเฉิงหายไปก็คือที่ใดที่หนึ่งในดินแดนพงฟ้า
ผลลัพธ์กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าดินแดนพงฟ้าเองก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับซวี เฉิง ซ้ำร้ายเจินฮุ่ยหลันยังต้องไปตายด้วยน้ำมือของคนตระกูลสิ่ง
“เจ้ากลายเป็นคนของลัทธิจิตตวิสุทธิ์แล้ว แต่ก็ยังไม่พบสถานที่ที่ซวี เฉิงหายไปอย่างนั้นหรือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“กำลังตามหาเบาะแส แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลอะไร” เผยฉีฉีส่าย หน้า “ดีใจมากที่ได้เจอกับเจ้าอีกครั้ง เดิมทีคิดว่าจะรอให้ผ่านไปสักระยะ หนึ่งก่อนแล้วค่อยไปที่ดินแดนดาวตก นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าเองก็จะมาเข้า ร่วมภารกิจในดินแดนสวรรค์ทมิฬครั้งนี้ด้วย”
“ข้าเองก็เหมือนกัน” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านลุงหัวกับเจ้าหลี่เหย่สบายดีไหม?” เผยฉีฉีถามขึ้นเบาๆ
“ดินแดนดาวตกไม่มีสงคราม ตอนนี้พวกเขาน่าจะยังมีชีวิตที่ไม่เลว” เนี่ยเทียนมองนางแล้วพลันเอ่ยขึ้นว่า “ปีนั้นตอนอยู่อาณาจักรวอหลิว เจ้า ปรับเปลี่ยนค่ายกลของจ้าวซานหลิง ทำให้พวกเรากลับไปดินแดนดาวตก ได้ แต่ว่าทำไมเจ้าถึงต้องหลบหน้าพวกเรา ท่านลุงหัวเป็นห่วงเจ้ามากนะ”
“แล้วเจ้าล่ะ?” เผยฉีฉีเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ใสกระจ่างราวอัญมณีจ้อง มองมายังเขา
เนี่ยเทียนตะลึง “อะไรหรือ?”
“เจ้าเองก็เป็นห่วงข้าหรือเปล่า?” เผยฉีฉีเอ่ยถาม
“ต้องห่วงแน่อยู่แล้วสิ ข้ากลัวว่าเจ้าจะเจอกับเรื่องไม่คาดคิด สาเหตุ หลักที่ข้าไปสนามรบสุ้ยเมี่ยก็เพราะอยากเจอเจ้า อยากพาเจ้ากลับมา ” เนี่ยเทียนยิ้มเจิดจ้า “หากไม่เป็นเพราะจับร่องรอยของเจ้าไม่ได้ ตอนที่เจ้า กับจ้าวซานหลิงร่วมมือกันไปสังหารประมุขตระกูลสิ่ง ข้าก็น่าจะได้อยู่ ด้วย”
“เป็นห่วงมากแค่ไหน?” เผยฉีฉีถามอีกครั้ง
“เป็นห่วงมาก มากที่สุดเลย” เนี่ยเทียนตะโกน
มุมปากของเผยฉีฉียกขึ้นเป็นรอยโค้งงดงาม นางพูดกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “เหมือนที่เป็นห่วงต่งลี่หรือเปล่า?”
เนี่ยเทียนเหมือนถูกฟ้าผ่า เขาตะลึงงันคล้ายคนโง่กะทันหัน
และเวลานี้เองจุดลึกในสมองของเขาก็มีภาพเหตุการณ์ตอนที่เพิ่งรู้จัก เผยฉีฉีลอยขึ้นมา
เผยฉีฉีที่เรือนกายสะโอดสะองค์ เย็นชาราวเกล็ดน้ำค้างแข็ง ครั้งแรกที่ เขาได้เจอนางก็ตะลึงงันราวกับเจอเทพธิดา ทว่าส่วนลึกในใจกลับรู้สึก ละอายที่ตัวเองเทียบนางไม่ได้อยู่เสมอ
จนถึงวันนี้ ความรู้สึกที่ว่านี้ก็ยังคงอยู่
ตอนที่เขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเผยฉีฉีที่เทือกเขาฮว้านคง ภาพ เหตุการณ์ที่ทั้งสองพยายามหนีการไล่ฆ่าจากหลี่หลางเฟิงพลันผุดขึ้นมา มิ อาจจางหายไปจากความทรงจำ
ตอนอยู่ในแผ่นดินลอยตัว ภาพที่เขา เผยฉีฉีและต่งลี่ร่วมมือกันรับมือ กับพวกซูหลินที่มาจากวิมานสวรรค์ก็ทยอยกันลอยขึ้นมาในหัวใจ
ยามนี้ไม่ว่าเขาจะยินดียอมรับหรือไม่ ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าสำหรับเผยฉีฉี แล้ว ความรู้สึกที่เขามีต่อนางแตกต่างไปจากที่เขารู้สึกกับทุกคน
เงาร่างของเผยฉีฉีตราตรึงอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขามานาน มากแล้วจนแม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว และมิอาจลบเลือนไปได้ตลอดกาล
“ฟุ่บ!”
รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เปิดออกเพราะพลังงานของเผยฉีฉีดำรงอยู่นาน เกินไป จึงเริ่มที่จะหดตัวเข้าหากัน
คนทั้งสองต่างก็มองข้ามมัน
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เผยฉีฉียังคงไม่ได้รับคำตอบจากเนี่ยเทียน เมื่อเห็น ว่ารอยแยกห้วงมิติกำลังจะประสานตัวเข้าหากัน นางก็ถอนหายใจอยู่ในใจ หนึ่งที ก่อนจะกล่าวว่า “พอสมควรแก่เวลาแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
“อ้อ ได้ ได้เลย” เนี่ยเทียนพยักหน้าติดๆ กันราวไก่จิกเมล็ดข้าวสาร
“เจ้าทึ่ม”
เผยฉีฉีด่าเบาๆ หนึ่งคำ ก่อนจะขับเรือสายฟ้าให้ลอดผ่านรอยแยกห้วง มิติเส้นนั้นไป
นาทีถัดมา พวกเขาก็มาปรากฏตัวในอาณาจักรแห่งที่สิบสาม
หวงจินหนันหันกลับมามองพวกเขาด้วยสายตาที่แฝงความหมายลึกล้ำ ก่อนกล่าวว่า “ทั้งสองท่าน ตอนนี้พวกเราเริ่มลงมือกันได้หรือยัง?”
เผยฉีฉีกลับมามีท่าทางเฉยชาดังเดิม “เวทลับของข้าทำได้แค่รับสัมผัส กับคลื่นห้วงมิติที่พิเศษเท่านั้น การตามหาลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืด ข้าไม่ เชี่ยวชาญ”
“เรื่องของลูกศิษย์ลัทธิจิตมืด ข้าจะสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกไปตาม หาเอง” หวงจินหนันคลี่ยิ้ม “ขอแค่ไม่ได้เจอกับเจ้าลัทธิจิตมืด คนอื่นๆ ก็ ล้วนจัดการได้อย่างง่ายดาย”
“หินส่งข้อความเสียงสองก้อนนี้ให้พวกเจ้า เวลาที่อยู่ในอาณาจักรแห่ง นี้ พวกเราจะได้สื่อสารกันได้”
เขายื่นหินส่งข้อความเสียงส่งให้
เผยฉีฉีและแดนเอตทัคคะช่วงท้ายคนนั้นรับกันไปคนละก้อน เนี่ยเทียน และหวงจินหนันเคยต่อสู้ร่วมกันมาแล้วสองครั้ง จึงมีหินส่งข้อความเสียง ประเภทนี้อยู่
“พวกเราจะเฝ้าอยู่ที่นี่ พวกเจ้าไม่ว่าใครก็ตามที่เจอกับการต่อสู้ที่มิอาจ จัดการได้ ข้าจะไปให้ความช่วยเหลือ” เผยฉีฉีกล่าว
“โชคดีที่มีเจ้า” หวงจินหนันรู้สึกดีใจ
เผยฉีฉีที่สามารถใช้ “ลอดทะลวงความว่างเปล่า” เคลื่อนไหวอยู่ใน อาณาจักรทั้งสิบห้าแห่งของดินแดนสวรรค์ทมิฬได้ตามใจปรารถนา เมื่ออยู่ ในอาณาจักรแห่งนี้ ขอแค่นางต้องการก็สามารถไปถึงที่ใดที่หนึ่งในเสี้ยว วินาทีได้เสมอ
เมื่อมีนางอยู่ด้วย อีกทั้งเบื้องหลังของนางยังมีแดนเอตทัคคะช่วงท้าย หวงจินหนันและลูกน้องของเขาที่แยกย้ายกันออกไปตามหาก็สามารถ ได้รับกองกำลังการช่วยเหลือตลอดเวลา
“เอาล่ะ อย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย” เผยฉีฉีกล่าวอย่างอดรนทนไม่ไหว
“เนี่ยเทียน แล้วเจ้าล่ะ?” หวงจินหนันถาม
“ข้า…”
“เขาก็อยู่ที่นี่ด้วย” เผยฉีฉีเอ่ยแทรก
หวงจินหนันหัวเราะหึหึ “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง พวกเราจะออกไปค้นหา รอบๆ นี้ก่อน ไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว”
จากนั้นเขาก็สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นแดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ กระจายตัวกันค้นหาลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดไปรอบๆ ด้านโดยมีเขาเป็นจุด ศูนย์กลาง
พอเขาจากไป แดนเอตทัคคะช่วงท้ายของลัทธิจิตตวิสุทธิ์ที่จีหยวนฉวน ส่งตัวมาก็พลิ้วกายบินจากไปไกลโดยไม่เอ่ยอะไร
ก่อนหน้านี้คนผู้นี้ก็ล่วงหน้ามาก่อน เขาไม่ได้ดึงดันจะอยู่ข้างกายเผย ฉีฉีอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ทันใดนั้นพื้นที่ตรงนี้จึงเหลือแค่พวกเนี่ยเทียนสองคน
“เมื่อครู่ที่เจ้าบอกว่าเจ้าทึ่ม คือด่าข้าหรือ?” เนี่ยเทียนลูบคลำจมูก
“ตอนนั้นนอกจากข้ากับเจ้าก็ไม่มีคนอื่นอยู่อีก ข้าย่อมไม่ได้ด่าตัวเอง อยู่แล้ว” เผยฉีฉีปรายตามองเขาหนึ่งที ก่อนจะเลือกนั่งลงที่เดิมแล้ว หลับตาเบาๆ เริ่มฝึกตนของตัวเองไป
คลื่นห้วงมิติที่มหัศจรรย์แผ่ซัดออกมาจากมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนและเลือดลมของนาง
เนี่ยเทียนมีสีหน้าจนใจ ได้แต่นั่งตามลงไป ก่อนจะปลดปล่อยกระแส จิตวิญญาณออกมาผสานรวมกับจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเพื่อสร้างดวงตา ดาราออกมา แล้วปล่อยให้มันลอยไปรอบด้าน
สายเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนที่มีพลังการรับสัมผัสเฉียบไวก็แผ่ ออกมาเช่นเดียวกัน
“ในปราณวิญญาณฟ้าดินของอาณาจักรแห่งที่สิบสามดินแดนสวรรค์ ทมิฬมีปราณเย็นเยียบขุมหนึ่งปะปน ปราณประเภทนี้มีลักษณะคล้ายกลับ ปราณของอสูร ดูเหมือนว่าจะมีประโยชน์ในการบำรุงจิตวิญญาณ”
พอรับสัมผัสได้ครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็หยิบเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมา
วิญญาณร้ายทั้งห้าดวงร้องคำรามออกมา พวกมันบินทะยาน เคลื่อนไหวไปตามการบังคับของเนี่ยเทียน
——