ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1018 กายธรรมแห่งเทพเจ้า
อันที่จริงเนี่ยเทียนเองก็รู้มาโดยตลอดว่าศิษย์พี่หญิงเผยของเขาคนนี้มี พรสวรรค์เลิศล้ำ มีพลังแฝงเร้นที่มากมายเกินจะหยั่ง
นับตั้งแต่ที่ได้วัตถุดิบห้วงมิติระดับเพาะฟ้าไปจากสนามรบสุ้ยเมี่ย ได้รับความโปรดปรานจากเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์ และได้รับการอบรมสั่งสอน อย่างตั้งใจ เผยฉีฉีก็ย่อมต้องแข็งแกร่งมากกว่าเดิม
ข้อนี้ดูออกจากขอบเขตของเผยฉีฉีที่พัฒนาไปอย่างพรวดพราด
ทว่ายามที่เผยฉีฉีลงมือสังหารศัตรูอย่างแท้จริง ภาพที่กระบี่ไร้รอยห้อ ตะลุยไปทั่วฟ้าดิน คร่าชีวิตของผู้คนที่อยู่รอบด้าน เนี่ยเทียนก็ยังคงตก ตะลึงอย่างห้ามไม่ได้
—เขาไม่นึกเลยว่าเผยฉีฉีจะแข็งแกร่งจนน่าครั่นคร้ามได้ถึงเพียงนี้!
นับตั้งแต่ที่นางเริ่มลงมือ ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดที่เป็นเขตวิญญาณ เหมือนกันก็พากันตายอนาถอย่างต่อเนื่อง
ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดที่เชี่ยวชาญเวทลับจิตวิญญาณเรือนกายปริแตก แม้แต่จิตวิญญาณก็ยังถูกกระบี่ไร้รอยฟาดฟันจนไม่เหลือเศษซากวิญญาณ ทิ้งไว้แม้แต่เสี้ยวเดียว
ราวกับว่าซากวิญญาณของพวกเขาได้ถูกกระบี่ไร้รอยส่งไปยังฟ้าดินที่ ไม่มีใครรู้จัก และยากที่จะกลับมารวมตัวกันใหม่ได้อีกครั้ง
นี่ก็หมายความว่าลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดที่ตายด้วยน้ำมือของเผยฉีฉีไม่มี โอกาสที่จะจุติกลับมาฝึกตนใหม่อีกแล้ว!
คนที่ตื่นตะลึงเช่นเดียวกันยังมีหวงจินหนันเทพบุตรแห่งสำนักห้าธาตุ
หวงจินหนันถือทวนยาวสีทองเล่มนั้นไว้ในมือ เขาเพิ่งจะฆ่าลูกศิษย์ ลัทธิจิตมืดเขตวิญญาณช่วงกลางไปได้คนหนึ่ง ขณะที่กำลังรวบรวมพลัง วิญญาณก็เห็นว่าซากศพของลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดที่อยู่กลางอากาศร่วง ระนาวลงมาราวเม็ดฝน
หากดูกันตามขอบเขตแล้ว เผยฉีฉีคือเขตวิญญาณช่วงกลาง แข็งแกร่ง กว่าเขาระดับหนึ่ง
ทว่าเผยฉีฉีกลับสร้างความเสียหายให้กับลัทธิจิตมืดเหนือเกินกว่าเขา ไปไกลโข
ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดเขตวิญญาณสิบกว่าคนถูกสังหารในเวลาสั้นๆ ดินแดนมายาของแดนว่างเปล่าช่วงต้นสามคนก็ถูกแทงทะลุจนเป็นหลุม เป็นบ่อ
แม้จะยังไม่ตาย ทว่าแดนมายาของแดนว่างเปล่าช่วงต้นสามคนนี้ก็ถูก สั่นคลอนรากฐานแล้ว!
“เกรงว่าลัทธิจิตตวิสุทธิ์จะแข็งแกร่งขึ้นไปได้อีกระดับเพราะการดำรง อยู่ของผู้หญิงคนนี้! ” หวงจินหนันสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะ พึมพำกับตัวเองอย่างขมขื่น “เพื่อตามหาร่องรอยของนางในทางช้างเผือก อันกว้างใหญ่ไพศาล เจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์ถึงกับยอมใช้เวทลับไปพาตัวนางมา เข้าสำนักด้วยตัวเอง ช่างชาญฉลาดและมีสายตาเฉียบแหลมเสียจริง”
การเข่นฆ่ายังคงดำเนินต่อไป
ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดที่เพิ่งทยอยกันมาถึง ส่วนใหญ่ล้วนตายด้วยน้ำมือ ของเผยฉีฉี
แดนว่างเปล่าช่วงต้นสามคนเองก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ตอนที่แดน มายาของพวกเขาถูกแทงทะลุ สีหน้าของแต่ละคนที่มองไปยังเผยฉีฉีจึง เหมือนคนที่เห็นผีตอนกลางวันแสกๆ
“มีฝีมือแค่นี้เองน่ะหรือ”
เงาร่างที่ล่องลอยไม่อยู่หนึ่งของเผยฉีฉีคล้ายโผล่ออกมาจากห้วงมิติอีก แห่งหนึ่ง
ร่องรอยของนางจะปรากฎให้เห็นในจุดลึกของคลื่นห้วงมิติที่แผ่ทับ ซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น
ทว่าทุกครั้งที่นางเผยกายกลับต้องมีศพของลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดคนหนึ่ง ร่วงตึงลงมากระแทกพื้น
ไม่นานหวงจินหนันก็ค้นพบว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือ อีกแล้ว
เผยฉีฉีคนเดียวก็สังหารกำลังเสริมของลัทธิจิตมืดจนพ่ายแพ้ไม่เป็น กระบวนท่าได้แล้ว
“ดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเหมือนกันนะ” เนี่ยเทียนลูบคลำ จมูก หัวเราะแห้งๆ “ข้าแค่อาศัยวิญญาณร้ายห้าดวงทำให้สะพานมืดพวก นั้นพังทลาย ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จแล้ว”
เดิมทีเขายังคิดจะใช้ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดารามาสังหารแดน ว่างเปล่าช่วงต้นสักคนหนึ่ง
ใครจะไปคาดคิดว่าเผยฉีฉีจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้?
“หืม?”
ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นว่าเมื่อลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดตายอนาถ วิญญาณมืด ที่พวกเขาชุบหลอมขึ้นมาสูญเสียการควบคุมจากเจ้าของ ก็ถูกลูกศิษย์ลัทธิ จิตมืดคนที่ขาดแคลนวิญญาณมืดจับไปใช้เป็นทาสทันที
วิญญาณมืดที่โบยบินเต็มท้องฟ้าคล้ายได้รับการเรียกขานด้วยวิชาลับ จากเขาจึงพากันเข้าไปรวมตัวอยู่ที่สะพานมืด
ปัญหาของเขาจึงถูกแก้ไขได้ชั่วคราว
สะพานมืดทั้งแปดเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งมิอาจทำลายอีกครั้ง นอกจากลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดและแดนเอตทัคคะสองท่านอย่างจ้าวเหิงและห ลิงโยวแล้ว พลังจิตวิญญาณของคนอื่นๆ ล้วนได้รับผลกระทบจากสะพาน มืดจึงไหลหายไปอย่างเงียบเชียบ
พลังจิตวิญญาณของจ้าวเหิงและหลิงโยวไม่หลุดออกไปจากมหาสมุทร จิตวิญญาณ ไม่ถูกสะพานมืดชักนำ
ทว่าหากพวกเขาร่ายใช้เวทลับที่มีจิตวิญญาณเมื่อไหร่ พลังจิตวิญญาณ ที่หลุดออกไปนอกร่างของพวกเขาก็จะยังคงถูกชักนำไปส่วนหนึ่ง ทำให้ไม่ สามารถสำแดงอานุภาพได้อย่างเต็มที่
การต่อสู้จึงตกอยู่ในสภาวะนิ่งงันคุมเชิงกันและกัน
“ศิษย์ผู้กล้าของลัทธิจิตตวิสุทธิ์!”
“ต้องเป็นลูกศิษย์สายตรงของเจ้าลัทธิแน่นอน! เพียงว่าลูกศิษย์ผู้สืบ ทอดของเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์ล้วนเป็นผู้ชาย นาง…เป็นไงมาไงกันแน่?”
“หรือว่านางคือบุตรสาวนอกสมรสของเจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์? แต่เท่าที่ข้า รู้มา เจ้าลัทธิจิตตวิสุทธิ์มีลูกชายแค่คนเดียว แถมยังตายไปนานแล้วนี่นา?”
แดนว่างเปล่าช่วงต้นสามคนของลัทธิจิตมืดคอยควบคุมแดนมายาของ ตัวเอง พลางขยับเข้ามาใกล้และใช้จิตสื่อสารกัน
“พวกเราสามคนมากักตัวนางให้ได้กันเถอะ!”
“ตกลง!”
แดนว่างเปล่าช่วงต้นสามคนสื่อสารกันง่ายๆ ก่อนจะใช้แดนมายาของ ตัวเองมาผสานรวมกันอยู่กลางอากาศ
วิชาการฝึกตนของพวกเขาล้วนมาจากพลังเงามืด ดินแดนที่สร้างขึ้นจึง มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน ใช้เวทลับของลัทธิจิตมืดมาสร้างเป็นดินแดน
เมื่อดินแดนทั้งสามผสานรวม รูโหว่จำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกกระบี่ไร้รอย แทงทะลุจึงหายไปในเวลาสั้นๆ
แดนว่างเปล่าแดนใหม่มีพื้นที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าเดิม พลังเงามืดที่หลอม รวมเข้าด้วยกันก็ยิ่งมากขึ้น
ดินแดนมายานั้นเป็นเหมือนพยับเมฆหนาชั้นที่ตรงเข้ามารวมตัวกันซึ่ง มีวิญญาณมืดว่ายวนอยู่ภายใน
“ตูม!”
ดินแดนมายาตรงเข้ามาปกคลุม รับเอาคลื่นห้วงมิติที่เผยฉีฉีปลดปล่อย ออกมาไว้ข้างใน
เผยฉีฉีรวมไปถึงกระบี่ไร้รอยแต่ละเล่มที่นางปลดปล่อยออกมาล้วนถูก พันธนาการในเวลาเดียวกัน
กระบี่ไร้รอยที่ไร้รูปลักษณ์ไร้ร่องรอยกลับเปลี่ยนมาเป็นชัดเจนเมื่ออยู่ ในดินแดนมายาแห่งนั้น
เงาร่างที่ผลุบๆ โผล่ๆ ของเผยฉีฉีถูกล้อมวนไปด้วยกระบี่ไร้รอยเล่ม แล้วเล่มเล่า ซึ่งทั้งร่างของนางก็ปรากฏอยู่ในดินมายานั่นเช่นกัน
ไม่รู้ว่านางเรียกเรือสายฟ้าออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เรือนกายสูงโปร่งที่ ล่องลอยประดุจเทพเซียนยืนอยู่ในเรือสายฟ้า เรือสายฟ้าที่บินทะยานอยู่ ในดินแดนว่างเปล่าแห่งนั้นปานประหนึ่งเรือน้อยลำเล็กที่โคลงเคลงอยู่ กลางมหาสมุทรมืดดำ
จู่ๆ ก็มีเสียงร้องคำรามโหยหวนดังออกมาจากฟ้าดินที่อยู่เหนือศีรษะ ของเนี่ยเทียนขึ้นไป
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองก็เห็นว่าแดนว่างเปล่าลูกน้องของหวงจินหนัน คนหนึ่งเอามือสองข้างกุมหัว
ร่างของเขาค่อยๆ ร่วงดิ่งลงมา
ดินแดนว่างเปล่าของเขาเต็มไปด้วยวิญญาณมืด
ในจุดลึกของดวงตาเขามีดวงวิญญาณที่ชัดเจนดวงหนึ่งซึ่งถูกสายโซ่ที่ ประกอบจากวิญญาณมืดหลายดวงรัดพันเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาสะพาน มืดแห่งหนึ่ง
ดินแดนมายาที่เดิมทีเต็มไปด้วยสีเขียวขจีของแมกไม้ พลังชีวิตเปี่ยมล้น
มาบัดนี้กลับเป็นเหมือนดินแดนแห่งความตาย
ดินแดนว่างเปล่าของเขาค่อยๆ ปลิวสลายไปตามสายลม
จิตวิญญาณของคนผู้นั้นก็ถูกโซ่วิญญาณมืดพาตัวไป กลายมาเป็นส่วน หนึ่งของสะพานมืด
ขนาดของสะพานมืดพลันขยายใหญ่เป็นสิบกว่าเมตรทันที!
นับตั้งแต่ที่เขาร้องขึ้นมาก็มีเสียงร้องโหยหวนดังต่อเนื่องอีกถี่ๆ
ลูกน้องของหวงจินหนันอีกหลายคนตายอยู่ที่นี่ แดนว่างเปล่าแหลก สลาย ซากวิญญาณถูกพาตัวไปเป็นสารบำรุงทำให้สะพานมืดแข็งแกร่ง เพื่อเอาไว้ทำผลึกจิตวิญญาณในภายหลัง
หวงจินหนันพลันตาแดงก่ำ
“กายธรรมบูรพาจารย์! ปรากฏ!”
เขาพลันถลาเข้าไปในสนามรบ แสงสีทองอร่ามสาดส่องเจิดจ้า
แสงสีทองมารวมตัวกันอยู่กลางกระหม่อมของเขา แล้วก่อตัวกันขึ้น เป็นเงาร่างสีทองเล็กๆ เงาหนึ่ง เงาร่างนั้นเผยกายแค่แวบเดียว อาณาจักร แห่งที่เก้าของดินแดนสวรรค์ทมิฬก็เหมือนถูกทาทับไปด้วยสีทองจึงกลาย มาเป็นสีทองอร่าม
เงาร่างสีทองเล็กๆ นั้นขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง พริบตาเดียวก็กลายมา เป็นคนยักษ์สีทองที่หัวค้ำฟ้าเท้าเหยียบดิน
คนยักษ์ก่อตัวขึ้นมาจากแสงสีทองพร่างพราว ใบหน้าของเขาพร่าเลือน แต่กลับเป็นเหมือนทวยเทพที่ควบคุมพลังแห่งทองของโลกใบนี้
หินวิเศษธาตุทองซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาลำธารแต่ละแห่งที่กระจาย ตัวอยู่ทั่วทุกมุมในอาณาจักรแห่งที่เก้าพากันระเบิดกระจาย ทำให้มีลำแสง สีทองนับล้านๆ เส้นพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
มือทั้งสองข้างของยักษ์สีทองประกบเข้าหากันคล้ายถือดาบแสงสีทอง เล่มหนึ่งที่แข็งแกร่งมิอาจทำลายได้
ดาบแสงตวัดผ่านความว่างเปล่า ปราการที่ขวางกั้นอาณาจักรแห่งที่ เก้าซึ่งถูกพลังของ “คำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์” ทำให้เกาะตัวเป็นน้ำแข็ง พลันสั่นสะเทือน
ดาบแสงสีทองกรีดทำลาย
วิญญาณมืดสลายกระจายตัวออกจากกัน สะพานมืดแห่งหนึ่งถูกดาบ แสงฟาดฟันจนหักออก แต่กลับผสานรวมเข้าด้วยกันใหม่ในเสี้ยววินาที
ดาบแสงฟาดฟันไปทั่วทุกแห่งในความว่างเปล่า เทพแห่งความมืดที่ถูก ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดแดนเอตทัคคะคนหนึ่งบงการถูกดาบแสงฟันจนขาด ออกเป็นชิ้นๆ ซากวิญญาณของเทพแห่งความมืดพลันกระจายตัวออกจาก กัน
หัวตาของหวงจินหนันมีเลือดไหลลงมาไม่หยุด ดวงตาสีทองของเขามี ประกายเปลวเพลิงสีทองลุกท่วม
“เทพบุตร! จะทำต่อไม่ได้แล้วนะ! ” จ้าวเหิงร้องเสียงหลง “อานุภาพ แห่งเทพของเจ้าสำนัก ท่านยังมิอาจแบกรับได้ไหว!”
หยดน้ำหลายหยดที่มีขนาดประมาณเล็บมืดซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ล้วนหล่อหลอมมาจากบ่อน้ำในเทือกเขาลำธาร
หยดน้ำหยดแล้วหยดเล่าบินออกไปจากแดนเอตทัคคะของจ้าวเหิง แล้วห่อหุ้มหวงจินหนันไว้ด้านใน พอหยดน้ำหยดหนึ่งห่อร่างเขาไว้แล้วก็มี หยดใหม่ตรงเข้ามาห่อเอาไว้อีก พริบตาเดียวก็กลายมาเป็นตราผนึกเก้าชั้น
จิตวิญญาณของหวงจินหนันที่เชื่อมโยงเข้ากับกายธรรมยักษ์ทองเหนือ ศีรษะถูกตัดขาดไปในทันที
กายธรรมสีทองแผดเสียงคำรามไร้เสียง ก่อนกลายมาเป็นแสงสีทอง กลุ่มหนึ่งที่ไหลหายเข้าในกระหม่อมของหวงจินหนัน ร่วงดิ่งลงสู่มหาสมุทร จิตวิญญาณของเขา
หวงจินหนันที่อยู่ในหยดน้ำพลันหมดสติ หัวตาที่ปิดเข้าหากันยังคงมี เลือดสดไหลออกมา โอสถสีทองในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขา ถึงกับมีรอยแตกร้าวเป็นเส้นๆ
“เนี่ยเทียน! ช่วยปกป้องเขาแทนข้าหน่อย!”
จ้าวเหิงสั่งความด้วยความตึงเครียด หยดน้ำที่ห่อหุ้มหวงจินหนันเอาไว้ พลันลอยไปหยุดอยู่ตรงฝ่าเท้าของเนี่ยเทียน
“ถึงกับใช้อานุภาพแห่งเทพของเจ้าสำนักทองเชียวหรือนี่?” เนี่ยเทียน ตะลึงพรึงเพริดสุดขีด
เวทลับที่มหัศจรรย์ของสี่สำนักเก่าแก่มีมากมายไร้ที่สิ้นสุดจริงๆ ก่อน หน้านี้เผยฉีฉีก็เปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ ต่อมาก็เป็นหวงจินหนันที่ใช้เวทลับ บางอย่างปลดปล่อยพลังที่อาจารย์ตัวเองมอบให้ ทำให้มีพลังการต่อสู้ที่ พอจะประมือกับแดนเอตทัคคะได้ครั้งหนึ่ง
“ตึกๆๆๆๆ!”
ห่างออกไปไกลพลันมีเสียงกัมปนาทที่เป็นราวกับเสียงรัวกลองดัง ขึ้นมา
เนี่ยเทียนเรียกเรือดาราออกมาแล้วโยนหวงจินหนันเข้าไปข้างใน ก่อน จะขับเรือให้ไปยังขอบฟ้า
เขามองไปยังจุดที่มีเสียงดังเกิดขึ้น
เผ่าโครงกระดูกเรือนกายมโหฬารตนหนึ่งที่บนไหล่มีเผ่าโครงกระดูก อีกคนหนึ่งซึ่งตัวเล็กกว่ายืนอยู่กำลังก้าวตรงมาทางนี้
เผ่าโครงกระดูกที่ตัวเล็กกว่ามากคนนั้นก็คือพ่าเก๋อเซินที่เนี่ยเทียนเคย เจอมาก่อนเมื่อครั้งอยู่ในสนามรบสุ้ยเมี่ย
ในมือของพ่าเก๋อเซินยังคงถือมีดกระดูกสลายซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของ เผ่าโครงกระดูกเอาไว้!
อยู่ห่างกันไกลมาก แต่พ่าเก๋อเซินก็ยังเหมือนมองเห็นเขาจึงถึงกับหัน มาแสยะยิ้มให้เขา
“เผ่าโครงกระดูก!”
——