ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1019 มหาราชาเลี่ยกู่!
เผ่าโครงกระดูกที่กำลังก้าวตรงเข้ามาใกล้ เรือนกายกระดูกของเขาใส แวววาวราวกับหยก ดวงตาสีเขียวมรกตคล้ายหยกเขียวใสที่มองเห็นได้ ทะลุปรุโปร่ง
ปราณแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาทำให้อาณาจักรแห่งที่ เก้าของดินแดนสวรรค์ทมิฬคล้ายจะแหลกสลาย
“ครืนๆๆ!”
แผ่นดินรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยเสียงดังเลือนลั่นไม่หยุด
จุดลึกของแผ่นดินหลายแห่งปริแตก ศพของเผ่ามนุษย์ที่ถูกซ่อนไว้ข้าง ใต้พากันเผยกายออกมา
ท่ามกลางซากกระดูกมีพลังแห่งความตายล้อมเวียนวนแผ่ออกมาจาก ในศพเหมือนพยายามจะหาทางระบายออก
เผ่าโครงกระดูกร่างใหญ่มโหฬารตนนั้นอ้าปากสูดหนึ่งที พลังแห่งความ ตายสีเทาซีดก็ถูกมันดูดหายเข้าไปในปาก
“ไม่เลวทีเดียว”
คนเผ่าโครงกระดูกผู้นั้นพูดด้วยภาษามนุษย์ที่ชัดเจนพร้อมแสยะยิ้มชั่ว ร้าย “ลัทธิจิตมืดทำงานใช้ได้ ใช้ศพของเผ่ามนุษย์สิบล้านศพมาเชิญให้ข้า ลงมือ ค่าตอบแทนนี้ถือว่าพอแล้ว”
“มหาราชาเลี่ยกู่ เห็นเจ้าเด็กนั่นหรือยัง?” พ่าเก๋อเซินชี้ไปที่เนี่ยเทียน “คนที่ข้าเจอในสนามรบสุ้ยเมี่ยก็คือเขานั่นแหละ ตอนนั้นข้ายังไม่แน่ใจใน
ตัวตนของเขา ไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นถึงบุตรแห่งดวงดาวคนที่เจ็ดของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไอ้หมอนี่เหมือนจะมีความสัมพันธ์กับเผ่า ของพวกเรานิดหน่อย ในมือของเขามีศพสายเลือดระดับแปดของเผ่าเรา คนหนึ่งที่ถูกนำมาหลอมเป็นหุ่นเชิด”
“บุตรแห่งดวงดาวงั้นหรือ?” ดวงตาสีเขียวเป็นมันขลับของผู้แข็งแกร่ง เผ่าโครงกระดูกที่ถูกเรียกว่ามหาราชาเลี่ยกู่มีประกายแสงประหลาดวาบ ผ่าน “น่าเสียดายที่ขอบเขตต่ำไปสักหน่อย สังหารเขาก็แค่ทำให้ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเสียดายไปชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น หากเป็นบุตร แห่งดวงดาวคนอื่น พวกเขาน่าจะเสียหายกันหนักยิ่งกว่านี้”
ระหว่างที่พูด เผ่าโครงกระดูกสองคนก็เดินเข้ามาถึงสนามรบพอดี
ลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืด และยังมีเริ่นหยวนจีที่มาจากสำนักสาปแห่ง ความตายพอเห็นว่าเขามาถึง สีหน้าก็แสดงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าหลิงโยวและจ้าวเหิงสองคนที่มองเห็นเขากลับหน้าเปลี่ยนสี
“เผ่าโครงกระดูก มหาราชาเลี่ยกู่!”
“สายเลือดแห่งความตายคือระดับสูงขั้นเก้า!”
“เขาก็ถูกลัทธิจิตมืดและสำนักสาปแห่งความตายเชิญให้มาปรากฏตัว อยู่ในดินแดนสวรรค์ทมิฬด้วยหรือนี่?”
พวกคนที่รู้จักชื่อ “มหาราชาเลี่ยกู่” ต่างก็อารมณ์หนักอึ้ง มีความรู้สึก เหมือนจะหายใจไม่ออก
ในเมื่อ “มหาราชาเลี่ยกู่” ของเผ่าโครงกระดูกก็มาด้วย นั่นไม่เท่ากับ ว่ามหาราชาคนอื่นๆ ของเผ่าอสูรกายและเผ่าโครงกระดูกก็ต้องมาที่ดิน แดนสวรรค์ทมิฬด้วยหรอกหรือ?
พวกบุตรแห่งดวงดาวและเทพบุตร เทพธิดาที่อยู่ในอาณาจักรอื่นก็จะ เจอกับผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าอย่างพวกเขาหรือเปล่า?
ลัทธิจิตมืดรวบรวมกำลังพลไว้ในดินแดนสวรรค์ทมิฬมากน้อยแค่ไหน กันแน่?
แม้แต่หลิงโยวเองก็ยังเริ่มเป็นกังวล กังวลว่าต่อให้จีหยวนฉวนรู้เรื่องที่ พวกเขาถูกกักตัวอยู่ในอาณาจักรแห่งที่เก้าก็จะไม่สามารถละมาช่วย คลี่คลายปัญหาให้กับพวกเขาได้
เกรงว่าปัญหาที่พวกศิษย์ผู้กล้าอย่างโหลวหงแยน ฟางหยวน ซือคงฉั่ว เจอในอาณาจักรอื่นๆ ก็คงไม่น้อยไปกว่าพวกเขา
แดนเทพเจ้าสามท่านอย่างจีหยวนฉวน โม่เหิง ลู่เจี้ยเฟิงจะสามารถ สังหารเจ้าลัทธิจิตมืดในดินแดนสวรรค์ทมิฬแห่งนี้ได้จริงน่ะหรือ?
“คุณหนูเผย!”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิงโยวจึงตะโกนเสียงดังแล้วใช้สายตาบอกเป็นนัย
เขากำลังเร่งให้เผยฉีฉีรีบหนีออกไปจากอาณาจักรแห่งที่เก้า!
การมาถึงของ “มหาราชาเลี่ยกู่” ทำให้หลิงโยวรู้ว่าท่าไม่ดี หากปล่อย ให้เผยฉีฉีอยู่ในอาณาจักรแห่งที่เก้าต่อ คิดจะหนีไปหลังจากนี้ เกรงว่าคง ยากยิ่งกว่าเดิม
ฉวยโอกาสตอนที่ยังไม่มีศัตรูมาเพิ่มไปมากกว่านี้ ทางที่ดีที่สุดเผยฉีฉี ควรรีบหนีไป อย่าให้ตัวเองต้องตกอยู่ในอันตราย
“มหาราชาระดับเก้าเผ่าโครงกระดูก! ” ในใจเนี่ยเทียนมีคลื่นโถม กระหน่ำ พลันตระหนักได้ว่าหลังจากที่พวกลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดสังหาร พวกเซียวซีเฮ้อไปแล้วยังกล้าอยู่ต่อในดินแดนสวรรค์ทมิฬ รอให้กองกำลัง ของสามสำนักเก่าแก่ตามมาล้างแค้น เกรงว่าคงไม่ใช่เพราะพวกเขารนหาที่ ตาย แต่เป็นเพราะมีแผนการอย่างอื่นมากกว่า!
“เนี่ยเทียน!” เผยฉีฉีตะโกนเบาๆ
เรือสายฟูาที่ลอยอยู่ในแดนว่างเปล่าของคนทั้งสามพลันระเบิดออก ค่ายกลห้วงมิติที่สลักอยู่ด้านในตัวเรือระเบิดอานุภาพออกทั้งหมด
คลื่นห้วงมิติเจิดจ้ากระเพื่อมแผ่ออกมาอย่างเงียบเชียบตามหลังการ ระเบิดของเรือสายฟูา
แดนมายาพลันเปลี่ยนมาเป็นบิดเบือนยุ่งเหยิงภายในเสี้ยววินาที
เรือนกายของเผยฉีฉีเปล่งแสงวูบทีเดียวก็เดินออกมาจากในดินแดน มายาแห่งนั้น
เพียงแค่ครู่เดียวนางก็มาโผล่อยู่ในเรือดาราของเนี่ยเทียน มือซ้ายที่เย็น น้อยๆ เป็นฝุายยื่นออกมาคว้าแขนของเนี่ยเทียนพลางเอ่ยด้วยสีหน้า เคร่งเครียดผิดปกติ “พวกเราควรไปได้แล้ว”
“เขาล่ะ?” เนี่ยเทียนชี้ไปที่พื้นซึ่งมีหวงจินหนันที่หมดสติอยู่ในหยดน้ำ นอนอยู่
“ข้าบอกแล้วว่าข้าพาเจ้าหนีไปได้แค่คนเดียว” ดวงตาของเผยฉีฉีไร้ คลื่นอารมณ์ใดๆ “เขามีร่างกายเป็นมนุษย์ธรรมดา”
“คุณหนูเผย! ได้โปรดพาเทพบุตรของสำนักข้าไปด้วยเถิด! ” จ้าวเหิง ตะโกนเสียงดัง
“ข้ามีใจแต่ไร้กำลัง” เผยฉีฉียังคงเฉยชาดังเดิม
“เริ่นหยวนจี คำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ที่เจ้าสร้างขึ้นมามีช่องโหว่อะไร หรือไม่?” ดวงตาสีเขียวเป็นประกายของมหาราชาเลี่ยกู่เหลือบมองมาทาง เจ้าสำนักสาปแห่งความตายคนปัจจุบันที่กำลังต่อสู้กับหลิงโยวอยู่กลาง อากาศอย่างดุเดือด “ทำไมถึงมีคนรู้สึกว่าจะหนีรอดจากคำสาปลับน้ำแข็ง สวรรค์ของเจ้าไปได้?”
เริ่นหยวนจีเองก็แปลกใจมากเช่นกัน
เขาใช้ตบะแดนเอตทัคคะช่วงกลางต้านทานหลิงโยว ในดินแดนของ เขามีเศษกระดูก เนื้อหนังและอวัยวะแห้งเหี่ยวจำนวนมากลอยกระจัด กระจาย ของพวกนี้ล้วนใช้เวทลับของสำนักสาปแห่งความตายมาสลัก อักขระคำสาปที่อำมหิตเอาไว้
อักขระคำสาปและคำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์มีความเชื่อมโยงที่ มหัศจรรย์ต่อกัน
แล้วก็เพราะการดำรงอยู่ของคำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ เขาถึงได้ สามารถใช้พลังของเซียวซีเฮ้อที่หลงเหลืออยู่มาต้านทานหลิงโยวที่ เชี่ยวชาญพลังแห่งความเย็นเช่นเดียวกันเอาไว้ได้ชั่วคราว
อักขระคำสาปพวกนั้นพากันเปล่งแสงวูบวาบ ทำให้มองดูเหมือนว่าบน เศษกระดูก เนื้อหนังและอวัยวะแห้งเหี่ยวมีดวงตาหลายข้างปรากฏขึ้นมา
เริ่นหยวนจีรับสัมผัสอยู่ครู่หนึ่งก็ขมวดคิ้ว พึมพำเบาๆ “คำสาปลับ น้ำแข็งสวรรค์ไม่มีรอยโหว่อะไรนี่นา คำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ที่สมบูรณ์ แบบ ต่อให้เป็นนังเฒ่าประหลาดจีหยวนฉวนก็อย่าได้หวังว่าจะใช้ช่องทาง ห้วงมิติลอดทะลุมาถึงที่นี่ได้ง่ายๆ แม้ว่านังหนูที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้จะพิเศษ อยู่บ้าง แต่นางจะร้ายกาจยิ่งกว่าจีหยวนฉวนเชียวหรือ?”
เขาฉงนสนเท่ห์อย่างหนัก
เผยฉีฉีถลึงตาใส่เนี่ยเทียน ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ สายเลือดในร่าง ของนางพลันระเบิดออก ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่ยอมให้เขาปฏิเสธ “ข้าจะ พาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบโต้ ผลึกใสที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างก้อนนั้นก็บินออก อยู่กลางฝุามือของนาง
วินาทีที่ผลึกใสเผยกาย ดวงตาสีเขียวของมหาราชาเลี่ยกู่ก็ฉายความ ประหลาดใจออกมาในที่สุด “นั่นมันสมบัติล้ำค่าห้วงมิติชิ้นที่เคยปรากฏตัว ในสนามรบสุ้ยเมี่ย!”
เริ่นหยวนจีเองก็ร้องเสียงแหลม “วัตถุชิ้นนี้มาอยู่ในมือนางได้ อย่างไร?”
“ไปได้แล้ว!” เผยฉีฉีไม่ให้โอกาสเนี่ยเทียนได้พูด สายเลือดที่ลึกลับเกิน จะหยั่งของนางทำให้ห้วงมิติเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ ผลึกใสไม่เป็น
รูปเป็นร่างก้อนที่อยู่กลางฝุามือนางมีด้านหนึ่งที่เชื่อมโยงช่องทางของมิตินี้ ไปยังพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวนได้ในชั่วพริบตา
ร่างครึ่งหนึ่งของเผยฉีฉีผสานรวมเข้าไปยังด้านนั้นของผลึกใสแล้ว
ไม่ได้อาศัยรอยแยกห้วงมิติ เพราะดูเหมือนว่าแต่ละด้านที่เรียบรื่นราว กระจกของผลึกก้อนนั้นจะเป็นช่องทางห้วงมิติหลายแห่งที่สามารถ เชื่อมโยงไปยังจุดลับห้วงมิติจำนวนนับไม่ถ้วนของพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวนได้!
“พาหวงจินหนันไปด้วยเถอะนะ? ข้าจะใช้เลือดลมของตัวเองปกปูอง เขา หากไม่รอดจริงๆ ก็ถือว่าเขาดวงไม่แข็งพอ! ” เนี่ยเทียนตะโกนดัง “หากเขาอยู่ต่อก็มีแต่ตายอย่างเดียวเท่านั้น!”
สายตาของเผยฉีฉีเผยความซับซ้อน ลังเลตัดสินใจไม่ได้
เนี่ยเทียนไม่รู้ว่าหากพาหวงจินหนันไปด้วยอีกคนจะสร้างภาระที่หนัก หนาแค่ไหนให้กับนาง
“หวงจินหนันเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับข้ามาหลายครั้ง ข้าไม่อยาก ให้เขาต้องมาตายเสียเปล่าไปอย่างนี้” เนี่ยเทียนขอร้อง
เผยฉีฉีกัดฟัน พยักหน้าพลางพูดว่า “ก็ได้ แต่เขาจะรอดหรือไม่ ข้าไม่ กล้ารับประกัน”
“ข้าเข้าใจ!”
——