ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1020 ศึกสะท้านโลก
เผยฉีฉีออกแรงกระชาก
ร่างครึ่งหนึ่งของเนี่ยเทียนเหมือนน้ำที่ผสานรวมเข้าไปในทะเล พลัน ผลุบหายเข้าไปในด้านหนึ่งของผลึกใส
“ฟิ้วๆๆ!”
ปราณเลือดสีแดงสดหลายเส้นเป็นเหมือนเชือกปุานสีแดงที่รัดพันร่าง ของหวนจินหนันเอาไว้
จ้าวเหิงที่เป็นแดนเอตทัคคะเป็นฝุายสลายพลังน้ำที่รัดพันร่างของหวน จินหนันออกไป ทำให้สะเก็ดน้ำสาดกระจาย
เลือดลมที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังชีวิตอันลึกลับของเนี่ยเทียนตรงดิ่งเข้าไป แทนที่หยดน้ำ กลายมาเป็นม่านแสงสีเลือดที่ห่อหุ้มร่างของหวงจินหนัน เอาไว้
“อู้!”
ในผลึกใส เผยฉีฉีเพิ่มแรงกระชากรั้งให้มากขึ้น
เนี่ยเทียนอุ้มหวงจินหนันให้หายเข้าไปในผลึกพร้อมกัน เขารู้สึกเหมือน ตัวเองกำลังลอดทะลวงไปตามห้วงมิติที่แตกต่างกัน
มีดห้วงมิติคมกริบตวัดกรีดความว่างเปล่านับพันนับหมื่นครั้ง เนี่ยเทียน ที่อยู่ในช่องทางห้วงมิติแปลกประหลาดซึ่งมีแสงหลากสีไหลว่ายเวียนรู้สึก ได้ว่าลำแสงพวกนั้นเหมือนจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกลาญ
“สวบๆๆ!”
เนี่ยเทียนแทบไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่มองเห็นหวงจินหนันที่ ตัวเองอุ้มเอาไว้และตัวเขาเองถูกลำแสงสาดยิงอย่างต่อเนื่อง
ม่านแสงสีเลือดที่ห่อหุ้มหวงจินหนันเอาไว้ปริแตกไม่หยุด แต่ก็ถูกเขา กรอกเทเลือดลมเข้าไปใหม่จึงก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงกระดูกส่งมาจากกล้ามเนื้อทุกอณูในร่างเนี่ย เทียน เลือดลมแห่งชีวิตที่เข้มข้นของเขาไหลทะลักออกมาจากกระดูก เส้น เอ็น อวัยวะภายในและเลือดสดเพื่อขัดขวางการรุกรานของพลังห้วงมิติ
เรือนกายของเผยฉีฉีที่อยู่ท่ามกลางช่องทางประหลาดหลากสีนี้พร่า เลือนมองเห็นได้ไม่ชัด นางเหมือนเซียนที่ล่องลอย แล้วก็เหมือนทั้งผีที่ไร้ เรือนกาย
การลอดผ่านห้วงมิติครั้งนี้แตกต่างไปจากการข้ามประตูอาณาจักรและ การใช้ค่ายกลนำส่งในอดีตอย่างสิ้นเชิง
ลำแสงบินทะยานผ่านไป ทั้งยังคอยทำร้ายเขาและหวงจินหนันอยู่ ตลอดเวลา
มีเพียงเผยฉีฉีที่เท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
การลอดทะลวงนี้ใช้เวลานานมาก เนี่ยเทียนเจ็บปวดจนแทบไม่อยากมี ชีวิตอยู่ ซ้ำยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหน
“พรวด!”
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองได้เดินออกมาจากช่องทางห้วงมิติอันแปลก ประหลาด
นาทีถัดมาเขาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ยักษ์ ก้อนหนึ่งนอกอาณาจักร
เผยฉีฉีขมวดคิ้ว นางยืนอยู่ข้างหน้าเขา มีเส้นแสงห้วงมิติที่เล็กละเอียด จำนวนมากว่ายวนอยู่บนผิวที่ใสราวผลึกของเผยฉีฉี ราวกับว่าเป็นความ มหัศจรรย์ที่นาบประทับอยู่ในพรสวรรค์ทางสายเลือดของนาง
หวงจินหนันที่หายใจรวยรินอยู่ในมือของเขาร้องครางด้วยความ เจ็บปวด คล้ายจะกำลังค่อยๆ คืนสติ
ม่านแสงที่ปกปูองหวงจินหนันได้หายไปแล้ว เรือนกายที่ใหญ่โตของ ของเขาเต็มไปด้วยรอยเลือด รอยเลือดพวกนั้นเล็กบางอย่างยิ่ง ไม่ได้บาด ลึกเข้าไปถึงกระดูกของเขา
เนี่ยเทียนหันมามองตัวเองก็พบว่ารอยเลือดที่ตัดสลับอยู่เต็มร่างของ เขามีมากกว่าของหวงจินหนันเสียอีก มองดูแล้วแน่นขนัดราวกับใยแมงมุม
เมื่อเทียบกับหวงจินหนันแล้ว เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บของเขา สาหัสมากยิ่งกว่า
เพียงแต่ว่าเนื่องจากเรือนกายของเขาแข็งแกร่ง และเมื่อมีสายเลือด แห่งชีวิต บาดแผลของเขาจึงไม่มีเลือดสดหยดออกมาแม้แต่หยดเดียว
อีกทั้งบาดแผลที่ปริแตกยังประสานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วย
“จิงชี่เลือดลมของทั้งร่างถูกเผาผลาญไปแปดส่วน แต่หวงจินหนันก็ยัง ได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้” สีหน้าเนี่ยเทียนเคร่งเครียด หันไปมองยังเผย ฉีฉีที่ยืนหันหลังให้เขาเงียบๆ “ศิษย์พี่หญิงเผย เจ้า…”
“ถือว่าพวกเจ้าดวงแข็ง” เผยฉีฉีหันหน้ากลับมา
เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
สีหน้าของเผยฉีฉีซีดเผือด ดวงตาไม่มีประกายสดใส ปราณสายเลือดที่ อุดมสมบูรณ์เปลี่ยนมาเป็นอ่อนจางจนแทบจะสัมผัสไม่ถึง
นางสลัดแขนของตัวเองอยู่เป็นระยะ และปลายนิ้วก็มีสะเก็ดแสงแตก ปะทุออกมา
“ตอนนี้ข้า ไม่เหลือพลังให้ต่อสู้ไปชั่วขณะ” นางนั่งลงช้าๆ หินวิเศษที่มี พลังของห้วงมิติหลายก้อนลอยออกมาจากชายแขนเสื้อของนาง
พลังห้วงมิติที่กระเพื่อมออกมาจากในหินล้วนตรงดิ่งมารวมกันอยู่ที่ นาง
เรือนกายของนางผอมซูบลงกว่าก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด แก้มอวบ อิ่มซูบตอบลงไปคล้ายคนที่ถูกดึงจิงชี่เลือดเนื้ออุดมสมบูรณ์ออกไป ทำให้ อ่อนระโหยโรยแรงเต็มที
แต่พอพลังห้วงมิติกรอกเทเข้ามา เรือนกายที่ผ่ายผอมของนางก็คล้าย จะค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นอวบอิ่มขึ้นทีละนิด
“ขอโทษนะ ทำให้เจ้าลำบากแล้ว” เนี่ยเทียนกล่าวขอโทษ
เผยฉีฉีก้มหน้ามองหวงจินหนันที่ร้องครางด้วยความเจ็บปวดทว่ากลับ ยังไม่ฟื้นตื่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่เป็นไร ขอแค่ไม่ตายก็ดีแล้ว”
“ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน?” เนี่ยเทียนถาม
“หินอุกกาบาตก้อนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรแห่งที่เก้ามากที่สุด หิน อุกกาบาตก้อนนี้มาจากดวงดาวมอดดับที่ปริแตกดวงหนึ่ง” เผยฉีฉียื่นมือ
ออกไปชี้โลกลักษณะครึ่งวงกลมที่มีหมอกเย็นเยียบล้อมวน “นั่นก็คือ อาณาจักรแห่งที่เก้า ซึ่งยังถูกคำสาปลับน้ำแข็งสวรรค์ปิดผนึก”
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองไปก็เห็นว่าพื้นที่ระหว่างพวกเขาและอาณาจักร แห่งที่เก้าเต็มไปด้วยประกายแสงเจิดจ้าจำนวนนับไม่ถ้วน
“พวกนั้น!” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ท้องฟูาตรงกลางระหว่างหินอุกกาบาตที่พวกเขา อยู่กับอาณาจักรแห่งที่เก้ามีเรือรบทางช้างเผือกหลายลำเพิ่มขึ้นมา
เรือรบทางช้างเผือกเหล่านั้น บ้างก็เป็นของสามสำนักเก่าแก่ แต่ที่ มากกว่ากลับดูเหมือนจะเป็นเรือรบทางช้างเผือกของลัทธิจิตมืด สำนักสาป แห่งความตายและเผ่าโครงกระดูกกับอสูรกาย
เรือรบทางช้างเผือกแต่ละลำต่างก็สาดยิงคลื่นพลังงานที่สามารถดับ ทำลายฟูาดินใส่กัน มองดูคล้ายฝูงฉลามที่ฉีกทึ้งเหยื่ออยู่กลางทะเลลึก
“ตึง!”
เรือรบทางช้างเผือกรูปร่างประหลาดคล้ายนกยักษ์ถูกมีดแสงขนาด มหึมาตวัดฟันจึงระเบิดแตกอยู่กลางอากาศ
รถศึกหลายลำที่มีลักษณะเป็นเหมือนนกตัวเล็กๆ บินออกมาจากเรือ รบทางช้างเผือกที่ระเบิดออก บนรถศึกเหล่านั้นต่างก็มีคนของสำนักสาป แห่งความตายหลายคนหรือหลายสิบคนยืนอยู่ในจำนวนที่ไม่เท่ากัน
ในทางช้างเผือก มีเรือรบทางช้างเผือกที่ผุพังกระจัดกระจายให้เห็นอยู่ ทั่วพื้นที่
ศพของเผ่ามนุษย์ อสูรกายและเผ่าโครงกระดูกลอยอยู่เกลื่อนกลาด
“ทำไมจู่ๆ นอกอาณาจักรแห่งที่เก้าถึงได้ระเบิดศึกแห่งทางช้างเผือกที่ น่ากลัวแบบนี้ขึ้นมา?” เนี่ยเทียนแทบไม่กล้าเชื่อสายตาของตัวเอง
หวงจินหนันฟื้นขึ้นมาในที่สุด ประโยคแรกที่เขาพูดหลังจากตื่นขึ้นมาก็ คือ “ฟูาเปลี่ยนแล้ว”
มุมหนึ่งของท้องฟูารอบอาณาจักรแห่งที่เก้ามีน้ำวนสีดำลูกหนึ่งหมุนวน ดูคล้ายปากของภูตผีปีศาจที่อ้าออกกว้าง
จู่ๆ ในจุดลึกของน้ำวนก็มีเรือรบขนาดมหึมาลำหนึ่งที่ประกอบกัน ขึ้นมาจากกองกระดูกโผล่ออกมา บนเรือรบ พวกเผ่าโครงกระดูกยืนอยู่ ด้วยความฮึกเหิม พากันดึงพลังแห่งความตายออกมาใช้
เหนืออาณาจักรแห่งที่เก้าขึ้นไปพลันมีร่างมนุษย์ยักษ์ร่างหนึ่งขยาย ใหญ่ขึ้นมา
เงาร่างนั้นเหมือนก่อตัวขึ้นมาจากดินแดน พอจะมองเห็นได้ว่าคือโม่ เหิงผู้อาวุโสใหญ่ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางทางช้างเผือกเช่นนี้ เดิมทีโม่เหิงที่มีเรือน กายเป็นเผ่ามนุษย์ควรจะตัวเล็กกระจ้อยร่อยเท่าเมล็ดข้าวสาร
ทว่าเงาร่างของโม่เหิงนั้น ต่อให้ตอนนี้อยู่ห่างกันไกลมาก แต่ก็ยังให้ ความรู้สึกราวกับว่าเขาตัวใหญ่พอๆ กับอาณาจักรแห่งที่เก้า
“กายธรรมแห่งเทพ!”
หลังจากโม่เหิงเผยกาย ยักษ์ที่อยู่บนอาณาจักรแห่งที่เก้าก็กำหมัดแล้ว ต่อยลงไปยังอาณาจักรแห่งที่เก้า
“ตูมๆๆ!”
เสียงกัมปนาทรุนแรงสะเทือนฟูาดินดังออกมาจากปราการนอก อาณาจักรแห่งที่เก้า ทำเอาผนังน้ำแข็งที่ห่อหุ้มอาณาจักรแห่งที่เก้าไว้หลุด ออกมาเป็นผืนๆ
อักขระคำสาปจำนวนมากบินออกมาจากปราการราวฝูงแมลงวัน ทว่า กลับถูกพลังของหมัดนั้นกระแทกจนแหลกสลายทั้งหมด
กายธรรมใหญ่โตของโม่เหิงยังคงเหวี่ยงหมัดต่อยลงไปราวค้อนเหล็ก
“ครืนๆๆ!”
เทือกเขาในอาณาจักรแห่งที่เก้าปริแตก ตลอดทั้งอาณาจักรส่ายไหว คล้ายมิอาจแบกรับกำลังมหาศาลนั้นได้
“นั่นคือ?” เนี่ยเทียนร้องอุทานตกใจ
“กายธรรมของผู้อาวุโสโม่เหิง!” แม้ว่าหวงจินหนันจะยังอ่อนแออยู่มาก ทั้งอาการยังบาดเจ็บสาหัส ทว่าดวงตาของเขากลับยังคงมีแสงสีทองสาด ส่องออกมา “ผู้แข็งแกร่งแดนเทพเจ้า ดินแดนจะสามารถขยายใหญ่ได้นับ พันเท่า ทั้งยังจำแลงร่างกายธรรมแห่งเทพออกมาได้ กายธรรมแห่งเทพ เป็นหนึ่งเดียวกับร่างจริงของตัวเอง ไม่ว่าจะโบกมือหรือยกเท้าก็ล้วน สามารถทำให้ดวงดาวเคลื่อนโคจร อาณาจักรพังทลายได้”
“กายธรรมแห่งเทพ!” เนี่ยเทียนตื่นตะลึงอย่างหนัก
“คาดไม่ถึงเลยว่าแค่ดินแดนสวรรค์ทมิฬเล็กๆ จะชักนำให้เกิดศึก สะท้านโลกแบบนี้ขึ้นมาได้” เผยฉีฉีทอดสายตามองไปไกล “ลัทธิจิตมืด สำนักสาปแห่งความตายแล้วก็น่าจะยังมีพวกคนที่ฝึกวิชาชั่วร้ายมารวมตัว
กันอยู่ที่นี่ พวกคนที่ฝึกวิชาผิดทำนองคลองธรรมเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ แนบแน่นกับพวกชนต่างเผ่า พวกเขาคงตั้งใจสร้างกับดักนี้ขึ้นมา”
“ดินแดนสวรรค์ทมิฬกลายมาเป็นสนามรบภายในและสนามรบกับชน ต่างเผ่าของเผ่ามนุษย์แล้ว” หวงจินหนันสีหน้าเคร่งขรึม “เกรงว่า อาณาจักรอื่นๆ ของที่นี่ก็คงจะเป็นเหมือนอาณาจักรแห่งที่เก้านี้”
“อาจจะมีต้าจุนของชนต่างเผ่ามาปรากฏตัวด้วยซ้ำ” เผยฉีฉีพึมพำ เบาๆ
พอนางกล่าวจบ เนี่ยเทียนก็ตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ตะโกนขึ้นว่า “จุดที่ห่างไปไกลมากมีคลื่นเลือดลมซัดปั่นปุวน คลื่นเลือดลมนั้นเป็น เหมือนมหาสมุทรที่แผ่ขยายมาไกลนับพันนับหมื่นลี้ จุดที่สายเลือดของข้า รับสัมผัสถึงล้วนถูกเลือดลมที่น่ากลัวนั้นปิดผนึกเอาไว้”
หวงจินหนันตึงเครียดสุดขีด “คุณหนูเผยเดาถูกแล้ว บางทีดินแดน สวรรค์ทมิฬแห่งนี้อาจถูกเลือดลมที่เหนียวข้นของต้าจุนชนต่างเผ่าปกคลุม เอาไว้ การเชื่อมโยงระหว่างพวกเรากับโลกภายนอกน่าจะถูกตัดขาดไป กลางคันแล้ว ต่อให้เป็นบุคคลอย่างจีหยวนฉวนก็อาจจะยังไม่สามารถ ออกไปจากดินแดนสวรรค์ทมิฬได้ง่ายๆ”
เผยฉีฉีถอนหายใจเบาๆ “มหาสมุทรดาวมอดดับ และดวงดาวที่เผ่า มนุษย์ใช้เป็นสนามรบกับชนต่างเผ่าก็น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่นกัน”
“นี่คือสงครามใหญ่ที่มีการวางแผนมาก่อน” หวงจินหนันพยักหน้ารับ “เกรงว่าดินแดนสวรรค์ทมิฬคงเป็นเพียงแค่หนึ่งในสนามรบเท่านั้น สนาม รบใหญ่อาจอยู่ที่มหาสมุทรดาวมอดดับ หรือไม่ก็อยู่ที่อื่น แต่มีข้อหนึ่งที่
สามารถยืนยันได้เลยก็คือสำนักเก่าแก่ทั้งสี่ต้องถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แน่นอน”
“อู้!”
มีสายฟูาสีเทาซีดเส้นหนึ่งบินมาจากจุดลึกของทางช้างเผือกอันห่างไกล
สายฟูาเส้นนั้นทะลวงผ่านเส้นแบ่งนับพันล้านลี้ของทางช้างเผือก พุ่ง ตรงมาถึงอาณาจักรแห่งที่เก้าในชั่วพริบตา
สายฟูาสีเทาซีดหยุดชะงัก พลังงานแห่งความตายตลบอบอวลราวกับ ก้อนเมฆที่ล้อมเวียนวน จุดลึกของพลังงานแห่งความตายเข้มข้นมีร่าง กระดูกน่ากลัวซึ่งใหญ่โตยิ่งกว่าร่างของมหาราชาเลี่ยกู่เผยกายออกมา
นั่นคือเผ่าโครงกระดูกคนหนึ่ง
ใต้เท้าของเผ่าโครงกระดูกคนนั้นมีกองกระดูกขาวโพลนจำนวนนับไม่ ถ้วนประกอบกันขึ้นมาเป็นแท่นบูชากระดูกขาวแท่นหนึ่ง
“คูกู่ต้าจุน! หนึ่งในสามต้าจุนของเผ่าโครงกระดูก! สายเลือดระดับ สิบ!”
หวงจินหนันมองเห็นแท่นบูชากระดูกขาวนั่นไกลๆ ก็ร้องครางราว กำลังฝัน สายตาของเขาแข็งทื่อ ร่างก็สั่นเทิ้มไม่หยุดคล้ายมองเห็นเทพแห่ง ความตาย
——