ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 103 ภัยพิบัติ
ในหอหลิงเป่า ผีร้ายเจมด้ตนล่องลอยไม่อยู่นิ่ง ไล่ฆ่าลูกศิษย์ ของหอเป่าและสำานักหลิงไปทั่วทุกหนแห่ง
ด้้านใต้พระจันทร์โลหิต สตรีน่าหวาด้กลัวที่มาจาก สำานักโลหิตผู้นั้นใช้เวทลับกระตุ้นเงาโลหิตมหึมาให้กระแทกลงบน ค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้ที่มาร่วมงานพินิจของวิเศษเหล่านั้นด้่าเอมด้อึง ต่างกม ค่อยๆ หนีเข้าไปใกล้ริมขอบภายนอกหอหลิงเป่าเช่นเด้ียวกับพวกอู ซิ่งแห่งสำานักหลิงอวิ๋น
พวกเขาต่างกมีความคิด้ไม่ต่างจากพวกอูซิ่ง: หากค่าย กลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ถูกตีแตก จะต้องทำาทุกวิถีทางเพื่อรีบ หนีไปให้ได้้โด้ยเรมวที่สุด้ ไม่มีทางเฝอารักษาอยู่ที่นี่ไปพร้อมกับหอหลิง เป่าอย่างแน่นอน
“ตามข้ามา อย่าได้้พลัด้หลงไปเด้มด้ขาด้!”
อูซิ่งเด้ินด้ิ่งอยู่บนถนนกว้างขวาง ด้้านหลังมีหลิวเหยี่ ยน สื่ออี้ หลัวซินตามมาติด้ๆ พวกคนของอารามเสวียนอู้ที่มีหญิง ชราเวิงเป็นผู้นำากมเด้ินประชิด้ตามพวกเขามาเช่นกัน
เนี่ยเทียน เจียงหลิงจูและเย่กูโม่ต่างกมีสีหน้ามืด้คล้ำา แอบรวบรวมพลังวิญญาณ เตรียมพร้อมสำาหรับการรับศึกทุกขณะ
“เนี่ยเทียน!”
และเวลานี้เอง ด้้านหลังมีเสียงพันเทาตะโกนด้ังมา เขา หันกลับไปมองกมเหมนว่าพันเทากำาลังห้อตะบึงเข้ามาใกล้ด้้วยด้วงตาที่ แด้งก่ำา
อูซิ่งหันกลับไป เมื่อพบว่าเป็นพันเทาลูกชายของพัน เป่ากมให้รู้สึกแปลกใจเลมกน้อย
“คารวะผู้อาวุโสอู ผู้อาวุโสเวิง!” พันเทาตะโกนเสียงด้ัง กล่าว: “ข้าคุ้นเคยกับทุกอย่างในหอหลิงเป่าเป็นอย่างด้ี หากทุกท่าน คิด้จะหนีไป กมให้ข้าเป็นผู้นำาทางจะด้ีกว่า”
อูซิ่งสีหน้ากระตุก เอ่ย: “บิด้าของเจ้า…กมไม่อยากให้เจ้า อยู่ต่อ?”
ในด้วงตาของพันเทาเตมไปด้้วยความเจมบปวด้ พยัก หน้าแล้วพูด้ว่า: “เขาต้องการให้ข้ามีชีวิตรอด้ออกไปพร้อมกับพวก ท่าน”
“ด้ี! งั้นเจ้ามานำาทาง!” อูซิ่งกล่าวอย่างเด้มด้เด้ี่ยว
เขารู้จักตัวตนของพันเทาเป็นอย่างด้ี รู้ว่าท่านปู่ของพัน เทาคือผู้อาวุโสใหญ่สำานักหลิง อีกทั้งปีนั้นยังเป็นบุคคลหลักที่ร่วม สร้างค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ด้้วย
มีพันเทาเป็นผู้นำาทาง พวกเขาไม่เพียงแต่เด้ินทางได้้ สะด้วกมากขึ้นในหุบเขาของหอหลิงเป่า อีกทั้งหากหลุด้พ้นไปจาก หุบเขา บางทีอาจจะเจอเส้นทางใหม่ หนีพ้นการไล่ล่าจากสำานักภูตผี สำานักโลหิตไปได้้อย่างปลอด้ภัย
หลังจากที่พันเทาได้้รับการยอมรับจากอูซิ่ง จึงมาเด้ิน อยู่หน้ากลุ่มอย่างรวด้เรมว คอยบอกทางให้กับอูซิ่งอยู่ตลอด้เวลา
อูซิ่งพยักหน้าติด้ต่อกัน ค่อยๆ เด้ินออกห่างจากถนน กว้างขวางภายใต้การนำาทางของเขา ไม่ได้้ไปทางประตูสำานักที่อยู่ ด้้านนอกหอหลิงเป่า แต่กลับเด้ินไปทางหนึ่งในภูเขาสามลูก
“หากเพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก ภูเขาหินที่ด้ึงดู้ด้ เปลวเพลิงใต้พิภพกมอาจสูญเสียประสิทธิภาพที่เคยมีไป” พันเทาเด้ิน พลางพูด้ไปด้้วย: “ภูเขาหินสามลูกนั้นด้้านในล้วนว่างเปล่า มีทาง หินเส้นหนึ่งที่เชื่อมต่อออกไปยังโลกภายนอก แน่นอนว่าด้้านนอกกม น่าจะมีคนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตรออยู่ แต่ข้าเชื่อว่าผู้ แขมงแกร่งของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตทางด้้านนั้นไม่น่าจะมีเยอะ มากนัก”
“ทำาตามที่เจ้าบอก!” หญิงชราเวิงกล่าว
ในใจของพวกเราล้วนเข้าใจด้ี ในเมื่อพันเทากมอยากมี ชีวิตรอด้ออกไป ย่อมไม่มีทางหลอกพวกเขาแน่นอน
พันเทาเติบโตมาในหอหลิงเป่าตั้งแต่เด้มก เขาย่อมต้อง คุ้นเคยกับสภาพแวด้ล้อมทุกแห่งของที่นี่มากกว่าพวกเขาอยู่แล้ว
ด้ังนั้นภายใต้การนำาของพันเทา ทุกคนจึงออกห่างจาก เหล่าผู้มาเยือนที่หนีตายไปสี่ทิศทั้งที่ไม่รู้ว่าเกิด้เรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ค่อยๆ เข้าไปใกล้ภูเขาหินลูกหนึ่ง
“เปรีกยะๆ!”
เสียงปริแตกกัมปนาทพลันด้ังขึ้นเหนือหัวของทุกคน เนี่ยเทียนที่กำาลังห้อตะบึงสุด้ชีวิต เงยหน้าขึ้นมอง
เขาพบว่าม่านแสงเปลวเพลิงที่ปกคลุมไปทั่วนภากาศ นั้นมีมุมหนึ่งปริแตกออกเป็นสีเลือด้ มือที่หนาใหญ่ของเงาโลหิต ขนาด้ยักษ์ที่เกิด้จากการรวมตัวของพลังวิญญาณและแสงจันทร์สี เลือด้โด้ยสตรีผู้นั้นของสำานักโลหิตสอด้เข้ามาในรูโหว่สีเลือด้นั่น แล้ว พยายามฉีกกระชากออกไปสองด้้านอย่างต่อเนื่อง
“เปิด้!”
ท่ามกลางความว่างเปล่า สตรีสำานักโลหิตที่นั่งอยู่บน แท่นด้อกบัวแสงสีเลือด้เปล่งระยับผู้นั้นพลันแค่นเสียงขึ้นมาหนึ่งครั้ง
“เพล้ง!”
หลังจากเสียงของนางตวาด้ขึ้น รอยโหว่ขนาด้ยักษ์กมถูก เงาโลหิตนั่นฉีกกระชากออก
นาทีถัด้มา ผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิตที่สวมชุด้แด้งเลือด้ จึงทะยานด้ิ่งลงมาตามช่องโหว่นั้น
“บัด้ซบ! ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก แล้ว!”
“รีบหนีกันเถอะ!”
“ใครอยู่ต่อกมจะต้องตายไปพร้อมกับคนของหอหลิง เป่า!”
บนถนน เหล่าแขกผู้มาเยือนหนีกระเจิงกันไปสี่ทิศ โหวกเหวกด้้วยความลนลานหวาด้กลัว พยายามหนีออกไปจาก หุบเขาด้้วยความเรมวที่มากกว่าเด้ิม
ตรงทางเข้าหุบเขา เวลานี้กลับค่อยๆ มีเงาร่างมากมาย เริ่มปรากฏให้เหมนเด้่นชัด้ ผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผีจำานวนมากได้้ มารออยู่ที่ทางเข้าหุบเขานานแล้ว
“ฟิ้วๆๆ!”
และเวลานี้เอง เงาโลหิตมากมายที่ร่วงลงมาจาก ท้องฟอาแยกย้ายกันออกไปแล้วเริ่มไล่ฆ่าผู้คนที่หนีกระเจิด้กระเจิง ทันที
ผู้แขมงแกร่งที่แท้จริงกลับกระโจนเข้าใส่จุด้ที่คนของสำา นักหลิงและหอเป่ารวมตัวกันแล้วลงมือเข่นฆ่าในพริบตาเด้ียว
“ตูม!”
กระถางยักษ์ทองสัมฤทธิ์ใบหนึ่งพลันลอยขึ้นกลางฟอา ด้้วยฝีมือของช่างหลอมอาวุธหอเป่าคนหนึ่ง
เมื่อกระถางยักษ์ทองสัมฤทธิ์ใบนั้นปรากฏขึ้นกมปลด้ ปล่อยแสงห้าสี แต่ละชั้นแสงกระเพื่อมไหว สาด้ส่องไปยังเงาโลหิตที่ ฉีกกระชากค่ายกลเพลิงพิภพเผานภานั่น
เงาโลหิตขนาด้มหึมาถูกแสงห้าสีสาด้ส่องจึงค่อยๆ ละลายไปทีละนิด้ราวกับเกลมด้หิมะ
“ผู้อาวุโสฝางฮุย!”
“ผู้อาวุโสฝางฮุยลงมือแล้ว!”
พวกผู้ฝึกลมปราณของหอเป่าและสำานักหลิงพอเหมน กระถางทองสัมฤทธิ์ใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นกมรู้ทันทีว่าผู้ที่แขมงแกร่งที่สุด้ ของหอหลิงเป่าเด้ือด้ด้าลแล้วจริงๆ
กระถางยักษ์ทองสัมฤทธิ์ที่พุ่งขึ้นฟอา บนปากกระถางมีผู้ เฒ่ารูปร่างผอมเลมกคนหนึ่งยืนอยู่ ผู้เฒ่าคนนั้นใบหน้าเยมนชา มอง สตรีสำานักโลหิตที่อยู่ใต้ด้วงจันทร์สีเลือด้นั้นด้้วยสายตาเยมนเยียบ
“เพลิงพิภพรวมตัว!”
ฝางฮุยทำามุทรา เหมนเพียงว่าม่านแสงเปลวเพลิงที่แตก ออกนั้นพลันกลายมาเป็นสะเกมด้ไฟมากมายหลายก้อน ไหลกรากเข้า มาในกระถางยักษ์ในชั่วพริบตาเด้ียว
จากนั้นในกระถางยักษ์ทองสัมฤทธิ์กมีรุ้งห้าสีลอยออก มามากมายกว่าเด้ิม
รุ้งห้าสีเหล่านั้นกลายมาเป็นกระบี่ยักษ์เปลวเพลิงเล่ม หนาใหญ่จำานวนมาก ใช้ปราณกระบี่สะท้านฟอาสะเทือนด้ินตวัด้ฟัน ลงไปยังหญิงสาวผู้นั้น
“ฟู่ว!”
เส้นแสงสีเลือด้แด้งฉานจำานวนนับไม่ถ้วนมารวมกัน จากแปด้ทิศ ถักทอตัด้สลับแน่นขนัด้อยู่ด้้านหน้าหญิงสาวผู้นั้น
ไม่นานด้้านหน้าหญิงสาวกมีงวงสีเลือด้ยาวเหยียด้ ปรากฏขึ้น งวงสีเลือด้นั้นปกคลุมไปทั่วฟอาด้ิน ด้ึงรั้งกระบี่ยักษ์เปลว เพลิงหลายเล่มอย่างต่อเนื่อง
ผู้แขมงแกร่งระด้ับเขตลี้ลับสองคน หลังจากที่ค่ายกล เพลิงพิภพเผานภาแตกทลายออกกมเปิด้ศึกกันกลางอากาศทันที
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองครั้งเด้ียวกมไม่สนใจการต่อสู้กลาง อากาศนั้นอีก แต่รีบติด้ตามพันเทาและอูซิ่งไปยังภูเขาลูกนั้น
“เอาะ นั่นคือ…”
ระหว่างทาง อยู่ๆ เนี่ยเทียนกมอุทานขึ้นมาเบาๆ มองไป ยังลานบ้านที่ตั้งอยู่โด้ด้เด้ี่ยว
ลานบ้านนั้นอันอิ่งเคยพาเขามาในวันแรกที่มาถึงที่นี่
นั่นคือที่พักของพี่น้องอันซืออี๋!
“พี่หญิงอัน! ท่านอยู่ข้างในหรือไม่?” หลังจากที่เนี่ย เทียนเข้ามาใกล้จึงตะโกนเสียงด้ัง
ในลานบ้าน อันซืออี๋และอันอิ่งที่มองการต่อสู้กลาง ท้องฟอาด้้วยใบหน้าราวกับขี้เถ้ามอด้พลันตัวสั่นเยือก
“เนี่ยเทียน! นั่นเสียงของเนี่ยเทียน!” อันอิ่งถลาออกมา จากในลานบ้าน เมื่ออยู่หน้าประตูกมองเหมนได้้ทันทีว่าเนี่ยเทียนกำาลัง ตามพวกอูซิ่งมุ่งหน้าไปยังภูเขาลูกหนึ่ง “ท่านพี่ นั่นคือเนี่ยเทียนและ ผู้อาวุโสอูซิ่ง พวกเขากำาลังมุ่งหน้ามาทางนี้ อ้อ แล้วกมีพันเทาด้้วย พันเทากมอยู่ในกลุ่มพวกเขาด้้วย!”
“พันเทา…” อันซืออี๋ตะลึงไปครู่ ทันใด้นั้นกมเข้าใจโด้ย พลันว่าเหตุใด้พันเทาถึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เหตุใด้ถึงได้้พาพวกอูซิ่งมา ทางนี้ “กลับมาเถอะ พวกเขาคิด้จะใช้ช่องทางในภูเขาหินหนีออกไป ยังโลกภายนอก พันเทาจากไป บิด้าและท่านปู่ของเขายังสามารถ ปกปองเขาได้้ แต่พวกเราไม่ได้้เป็นแบบนั้น”
สีหน้านางมืด้คล้ำา “อย่าให้เนี่ยเทียนมองเหมนเจ้า จะได้้ ไม่ไปเพิ่มภาระให้กับเขา…”
“แต่เขามองเหมนข้าแล้วนี่นา” อันอิ่งกล่าว
“พี่สาวเจ้าล่ะ? พวกเจ้ามัวยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นทำาไม? รีบ ตามพวกเรามาสิ!” เนี่ยเทียนตะโกนมาแต่ไกล
“ไม่ พวกเราไปไม่ได้้” อันอิ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูส่ายหัว อย่างหด้หู่
“ทางนั้น!”
และเวลานี้เอง ผู้แขมงแกร่งสำานักโลหิตที่สวมชุด้สีเลือด้ สามคน พอลงมาจากท้องฟอากมพุ่งเข้ามายังลานบ้านโด้ด้เด้ี่ยวที่พวก เนี่ยเทียนและอันซืออี๋อยู่
อูซิ่งที่อยู่ด้้านหน้าขบวนมองเหมนเนี่ยเทียนหยุด้ชะงัก แล้วเอ่ยเร่งเร้าพี่น้องอันซืออี๋จึงขมวด้คิ้วน้อยๆ
ทว่าประเด้ี๋ยวเด้ียวเขากมพูด้กับอันซืออี๋และอันอิ่ง: “พี่ น้องตระกูลอัน พวกเจ้าจากไปพร้อมกับพวกเรา จะรอด้ออกไปได้้ หรือไม่ ข้าเองกมไม่กล้ารับรอง แต่ข้ารับรองได้้ว่า หลังจากนี้หอหลิง เป่าจะไม่ซักไซ้เอาความที่พวกเจ้าหนีไปอย่างแน่นอน!”
อันซืออี๋ที่เด้ิมทีตัด้สินใจกระโจนเข้าสู่ความตาย พอได้้ ยินอูซิ่งรับรองเช่นนี้ ด้วงตาคู่งามจึงเปล่งประกายวาบ
นางรีบตัด้สินใจใหม่ทันทีทันใด้ เอ่ยกันอันอิ่งว่า: “ไป กันเถอะ มีประโยครับรองของผู้อาวุโสอู พวกเราสามารถหนีไปพร้อม กับพวกเขาได้้!”
“ใครกมไปไหนไม่ได้้ทั้งนั้น!” ผู้แขมงแกร่งคนหนึ่งของ สำานักโลหิตแสยะยิ้มชั่วร้าย กลายร่างเป็นแสงสีเลือด้เข้ามาใกล้
“รนหาที่ตาย!” อูซิ่งแค่นเสียงเยมน ในแขนเสื้อข้างซ้าย ของเขาพลันมีสายฟอาสีเขียวสาด้ส่องออกมา
“ฟู่วๆ!”
สายฟอาเส้นหนายาวเส้นหนึ่งบินพรวด้ออกมาจากปลาย แขนเสื้อของเขา
สายฟอาเส้นนั้นพอบินออกมาแล้วกมเปลี่ยนแปลงอย่าง ต่อเนื่อง เด้ี๋ยวกมเป็นเหมือนมังกรสายฟอา เด้ี๋ยวกมเป็นเหมือนงูไฟฟอา ปลด้ปล่อยเสียงฟอาคำารณและอานุภาพของสายฟอาที่น่ากลัวออกมา
“อูซิ่งแห่งสำานักหลิงอวิ๋น!” คนผู้นั้นของสำานักโลหิตหนี ไปด้้วยความหวาด้กลัว
ทว่าสายฟอาที่มาจากปลายแขนเสื้อของอูซิ่งกลับยัง ไล่กวด้คนผู้นั้นราวเงาที่ตามติด้ แค่ไม่กี่วินาทีกมกระแทกโครมลงบน ด้้านหลังของเขา
คนผู้นั้นร่วงผลมอยลงมากลางอากาศ ตลอด้ร่างมีควัน เขียวลอยกรุ่น คล้ายถูกสายฟอาฟาด้ผ่าจนไหม้เกรียม
“อูซิ่ง! อูซิ่งอยู่ที่นี่!”
“ทุกคนรีบมาสังหารอูซิ่งแห่งสำานักหลิงอวิ๋น!”
ลูกศิษย์สำานักโลหิตอีกสองคนคำารามอย่างบ้าคลั่ง ตะโกนเรียกให้ผู้แขมงแกร่งของสำานักโลหิตที่อยู่ใกล้เคียงตามมาสมทบ
อูซิ่งถลึงตาใส่เนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง กล่าว: “รีบไป!”