ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1028 ปณิธานการต่อสู้อย่างไร้ที่สิ้นสุด!
ชีวิตและความตาย เดิมทีก็คือพลังงานสองอย่างที่อยู่ตรงข้ามกันอย่าง สิ้นเชิง
ข้อนี้เนี่ยเทียนเคยพิสูจน์ได้นานแล้วตั้งแต่ตอนที่ใช้พลังชีวิตผสานรวม กับโครงกระดูกปีศาจเลือด
พรสวรรค์การผสานรวมชีวิตเหมือนกัน แต่เมื่อเอามาใช้กับเต่าทมิฬ กลับให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างยอดเยี่ยม
ทว่าพอเอามาใช้กับโครงกระดูกปีศาจเลือด เขากลับรู้สึกได้ถึงขีดจำกัด มากมาย ยากที่จะสำแดงศักยภาพของสัจธรรมแห่งการผสานรวมชีวิต ออกมาได้อย่างเต็มที่
บางทีเผ่าโครงกระดูกอาจเป็นหนึ่งในชนเผ่ามากมายของทางช้างเผือก อันกว้างใหญ่ที่ไม่เหมาะสมให้เขาใช้การสูบดึงพลังชีวิตดึงพลังงานมามาก ที่สุด
เพราะว่าสายเลือดมีความขัดแย้งกันเอง
หากคนที่ลูกน้องของซือคงฉั่วสังหารได้ไม่ใช่เผ่าโครงกระดูก เพื่อให้ หล่อหลอมแก่นเลือดได้เร็วขึ้นและได้เข้าไปหาเวทลับทางสายเลือดจาก ดินแดนเลือด บางทีเนี่ยเทียนอาจยอมละวางความแค้นที่มีต่อซือคงฉั่ว แล้วเข้าไปช่วยรบเพื่อเก็บเอาศพของศัตรูมา
แต่ในเมื่อเป็นเผ่าโครงกระดูก เขาจึงไม่มีความสนใจแม้แต่น้อย
“เปิดศึกกันแล้ว”
มีทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่กั้นขวาง แต่เผยฉีฉีที่ติดต่อกับฟุานเหวินก็ ยังรับรู้สถานการณ์การต่อสู้ทางฝั่งนั้นได้อย่างชัดเจน
“ศึกครั้งนี้พลังสองฝุายสูสีกัน เกรงว่าคงดำเนินไปอีกนาน” เผยฉีฉีนั่ง ลงช้าๆ ราวกับว่าเมื่อจับตามองสถานการณ์ของทางฝั่งนั้นจนรู้แน่ชัดแล้ว จึงวางใจลงได้ “แม้พวกลูกน้องนิสัยเลวทรามของซือคงฉั่วจะปากเสีย ทว่า พลังการต่อสู้กลับห้าวหาญ ทางฝุายของเผ่าโครงกระดูกมีเพียงมหา ราชาเลี่ยกู่แค่คนเดียว ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะกำราบซือคงฉั่วได้”
“หากไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ พวกลูกน้องของซือคงฉั่วน่าจะมีคน ตายไปหลายคน แต่นักรบของเผ่าโครงกระดูกที่มีสายเลือดระดับแปดก็ ต้องตายกันไปไม่น้อย”
“พวกเราแค่จับตามองสถานการณ์ก็พอ ยังไม่ต้องรีบร้อนจากไป คอย ดูการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่อาจเกิดขึ้น”
เนี่ยเทียนกล่าวอย่างสบายใจ “ถูกต้อง ขอแค่สามารถลดทอนกำลัง ของลูกน้องซือคงฉั่วไปได้ ก็ถือว่าพวกเราทำสำเร็จแล้ว หึหึ เขาเล่นงานคน อื่นมามากมาย คราวนี้กลับถูกพวกเราผลักลงหลุมกับดักเสียบ้าง สะใจ จริงๆ!”
ระหว่างที่คนทั้งสองพูดคุยกัน หวงจินหนันก็มาถึงอย่างเงียบเชียบ “ทางฝั่งนั้นเปิดศึกกันแล้วหรือ?”
“เริ่มแล้ว” เนี่ยเทียนเหลือบมามองเขา “เจ้าฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง แล้ว?”
“พลังการต่อสู้ฟื้นคืนมาแปดส่วนแล้ว” หวงจินหนันหัวเราะเบาๆ “อาจารย์ข้ามอบยาวิเศษในการรักษาบาดแผลมาให้ไม่น้อย อาการ บาดเจ็บของข้าส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะเลือดเนื้อถูกกรีดตอนหนีออกมา จากอาณาจักรแห่งที่เก้า เจ้าช่วยข้ารักษาบาดแผลทางกาย ส่วนข้าก็ใช้ยา วิเศษมาชดเชยพลังของจิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งเสียหายไปตอนร่ายใช้กาย ธรรมแห่งเทพ ตอนนี้แม้แต่โอสถวิญญาณก็หายดีแล้ว หากต้องต่อสู้เร็วๆ นี้ก็ไม่มีปัญหา”
นับแต่ที่หนีออกมาจากอาณาจักรแห่งที่เก้า มาถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านไป นานมากแล้ว
ศิษย์ผู้กล้าทั้งสามคน เนื่องจากเนี่ยเทียนไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ เพียง แค่ช่วยเผยฉีฉีกับหวงจินหนันรักษาบาดแผล อันที่จริงเขาจึงมีสภาพดีที่สุด
อีกทั้งตอนนี้สายเลือดของเขายังเลื่อนขั้นมาถึงระดับเจ็ดได้สำเร็จ
พลังการต่อสู้ของสายเลือดระดับเจ็ดเท่ากับผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ ขอบเขตวิญญาณ
ดูเหมือนว่าสายเลือดแห่งชีวิตของเขาจะไม่มีการแบ่งขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง แต่เป็นการก้าวกระโดดก้าวใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ
ขอแค่กลั่นแก่นเลือดขึ้นมาได้ห้าสิบหยด ใช้จิงชี่เลือดเนื้อมหาศาลมา สร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย มอบพลังงานเลือดเนื้อที่มากกว่าเดิม ให้แก่อวัยวะภายใน กระดูก เส้นเอ็น เลือดสด พลังการต่อสู้ของเขาก็จะ ระเบิดออกมาได้อย่างเต็มที่
เมื่อเขาอยู่ในสภาวะเช่นนั้นก็จะเท่ากับชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ด ขั้นสูงแล้ว
ถ้าหากเขายังสามารถตอบสนองความต้องการของปราณเลือดสีเขียว เส้นนั้นโดยการหาพลังงานเลือดเนื้อปริมาณมหาศาลมาทำให้มันจำศีล รอ แปรสภาพในครั้งถัดไป สายเลือดของเขาก็จะอยู่ในระดับเจ็ดขั้นสูงสุด
แต่ว่าหากแก่นเลือดห้าสิบหยดถูกเผาผลาญมากเกินไป สายเลือดของ เขาก็จะลดระดับลงไปอีก
ความลี้ลับมหัศจรรย์พวกนี้เขาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งนับตั้งแต่ที่สายเลือด มีการแปรสภาพแล้ว
หลังจากที่คนทั้งสามพูดคุยกันง่ายๆ ก็ไม่ได้แยกจากกันอีก แต่ร่วมกัน จับตามองการต่อสู้ของดวงดาวมอดดับแห่งนั้นอย่างใกล้ชิดโดยฟังผ่านการ สื่อสารระหว่างเผยฉีฉีกับฟุานเหวิน
“แดนว่างเปล่าสองคนที่เป็นลูกน้องของซือคงฉั่วถูกเผ่าโครงกระดูกฆ่า ตาย”
“นักรบเผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับแปดคนหนึ่ง เรือนกายกระดูก พังทลาย ตายกะทันหัน”
“ซือคงฉั่วยังไม่ลงมือ”
“มีคนผู้หนึ่งเชี่ยวชาญการควบคุมแมลงคุณไสย เขาปล่อยแมลงคุณ ไสยออกมาเต็มฟูา ให้พวกมันกัดกินเรือนกายของโครงกระดูก คนผู้นั้นมี ตบะเป็นแดนเอตทัคคะช่วงกลาง พลังการต่อสู้ไม่ธรรมดา สร้างปัญหา ใหญ่ให้กับเผ่าโครงกระดูก”
“มหาราชาเลี่ยกู่ลงมือกับเขา ใช้เวทลับสายเลือดแห่งความตายทำให้ แมลงคุณไสยจำนวนนับไม่ถ้วนตายไปในเสี้ยววินาที!”
“มหาราชาเลี่ยกู่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส!”
“……”
เผยฉีฉีที่นั่งนิ่งคอยเล่าข้อมูลล่าสุดที่ได้รับมาให้เนี่ยเทียนและหวง จินหนันฟังเป็นระยะ
คนทั้งสองพยักหน้ารับอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากนางจึงรู้ สถานการณ์อันดุเดือดของสนามรบทางฝั่งนั้น ดูท่าศึกนองเลือดระหว่าง ลูกน้องของซือคงฉั่วกับเผ่าโครงกระดูกคงยังไม่สามารถยุติได้ในเวลาสั้นๆ นี้
“บุตรแห่งดวงดาวคนที่หกแข็งแกร่งมาก!” ครู่หนึ่งเผยฉีฉีก็กล่าวขึ้นมา ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เขาลงมือแล้ว! ข้าไม่สามารถเห็นสมรภูมิรบได้ด้วย ตัวเอง แต่จากคำอธิบายของผู้อาวุโสฟุานเหวินทำให้รู้ว่าซือคงฉั่วที่มีตบะ แค่แดนว่างเปล่าช่วงต้นแข็งแกร่งอย่างเกินจะเปรียบ! เวทลับการสืบทอด หลายอย่างของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวล้วนเปล่งประกายเจิดจรัสเมื่อ มาอยู่ในมือของเขา เผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับแปดกลับไม่มีใคร ต้านทานความคมกริบของเขาได้แม้แต่คนเดียว!”
“เขาสังหารเผ่าโครงกระดูกสายเลือดระดับแปดติดต่อกันถึงสามคน คนหนึ่งในนั้นคือสายเลือดระดับแปดขั้นสูงด้วย!”
“เอ๊ะ!”
เผยฉีฉีอึ้งไปครู่ ครั้นจึงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ “บนเรือรบกระดูกขาวที่จอดอยู่ ข้างนอกมีเผ่าโครงกระดูกอยู่คนหนึ่งที่สายเลือดไม่สูงเท่าไหร่นัก ทว่าในมือ ของเขาถือดาบเล่มหนึ่งเอาไว้ ดาบนั้นปลดปล่อยอานุภาพน่าหวาดกลัว คล้ายจะสามารถกำราบซือคงฉั่วผ่านความว่างเปล่าได้ ประสิทธิผลของมัน ไม่เลวเลยทีเดียว”
“นั่นคือพ่าเก๋อเซิน ผู้มากพรสวรรค์ของเผ่าโครงกระดูก วัตถุที่อยู่ในมือ ของเขาคือมีดกระดูกสลายอันเป็นสมบัติล้ำค่าของเผ่าโครงกระดูก” หวง จินหนันอธิบาย
เขาเพิ่งคิดจะบอกเล่าถึงความร้ายกาจและตำแหน่งที่สูงส่งของพ่าเก๋อ เซินในเผ่าโครงกระดูกอย่างละเอียด แต่จู่ๆ กลับต้องหน้าเปลี่ยนสี รีบหยิบ เอาลูกผลึกแก้วออกมา
ในผลึกใสมีเรือรบทางช้างเผือกสองลำซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นของภูตผี ปีศาจเผยกาย
“เรือรบของภูตผีปีศาจ ทิศทางที่บินไปต้องผ่านดวงดาวของพวกเรา ด้วย” หวงจินหนันตระหนักได้ทันที “พวกเขาน่าจะปูวนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ นี้ และถูกเผ่าโครงกระดูกเรียกให้ไปรวมตัวกัน”
“รู้ระดับสายเลือดของพวกเขาไหม?” เผยฉีฉีถาม
“น่าจะไม่มีมหาราชาสายเลือดระดับเก้า” หวงจินหนันบอก
“หากไม่มีมหาราชาสายเลือดระดับเก้า พวกเราก็ลองสู้ด้วยได้” เผยฉีฉี หันไปมองเนี่ยเทียน “เจ้าบอกว่าขาดแคลนศพของชนต่างเผ่าไม่ใช่หรือ?”
เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ “ถือว่าช่วยซือคงฉั่วสักครั้งก็แล้วกัน!”
เรือฟูามายาถูกเผยฉีฉีเรียกออกมา ศิษย์ผู้กล้าสามคนที่มาจากลัทธิ จิตตวิสุทธิ์ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและสำนักห้าธาตุพากันพลิ้วกาย เข้าไปในตัวเรือ
“ไม่จำเป็นต้องเดินทางผ่านทางช้างเผือกอันยาวไกล พวกเรามุ่งหน้า ตรงไปเลยก็แล้วกัน” นิ้วเรียวยาวขาวดุจหยกของเผยฉีฉีกรีดกรายอยู่ไม่กี่ ที รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งก็ถูกแหวกออก
รอยแยกห้วงมิติเส้นแคบยาวไม่สามารถรองรับเรือรบทางช้างเผือกลำ โตได้ ทว่าหากเป็นเรือฟูามายากลับไม่มีปัญหา
นี่ก็คือความสะดวกของอาวุธวิเศษประเภทบิน
“ฟิ้ว!”
เรือฟูามายาพุ่งพรวดเข้าไป พริบตาเดียวก็มาโผล่อยู่เบื้องหน้าเรือรบ ทางช้างเผือกสองลำของภูตผีปีศาจ
เรือฟูามายาสามารถสกัดกั้นสิ่งเจือปนนอกอาณาจักร ทำให้คนทั้งสาม ที่อยู่ด้านในไม่ถูกรุกราน
“อู้ๆๆ!”
เงาร่างมากมายโผล่วาบขึ้นมาบนเรือรบของภูตผีปีศาจ สายเลือดของ ภูตผีปีศาจเหล่านั้นมีระดับไม่เท่ากัน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นภูตผีปีศาจ ระดับสูง พวกเขาใช้สายตาประหลาดใจจับจ้องมาที่พวกเนี่ยเทียนสามคน
เนี่ยเทียนเองก็มองพวกเขาเช่นกัน
เรือรบสองลำของภูตผีปีศาจมาจากอาณาจักรปีศาจแห่งที่ห้าและแห่ง ที่สี่ เนี่ยเทียนแค่กวาดตามองภูตผีปีศาจที่อยู่บนเรือรบครู่เดียว สีหน้าของ เขาก็เปลี่ยนมาเป็นสนอกสนใจ “นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนคุ้นเคย”
ดินแดนดาวตกเคยถูกภูตผีปีศาจรุกราน และเคยมีภูตผีปีศาจคนหนึ่งที่ ควบขี่ม้าศึกสีดำปลอด ร่างสวมเสื้อเกราะหนักอึ้ง มือถือทวนยาวสีดำสนิท ซึ่งเคยปรากฏตัวในอาณาจักรเสวียนเทียน
ภูตผีปีศาจตนนั้นมีนามว่าเอ้าเติง มาจากอาณาจักรปีศาจแห่งที่สี่ ตอน นั้นฝีมือประหัตประหารของเขาทำให้หลิงตงแห่งวิมานสวรรค์รับมือได้ อย่างยากลำบาก
ปีนั้นเอ้าเติงมีสายเลือดระดับเจ็ด เทียบเคียงได้กับเขตวิญญาณของเผ่า มนุษย์
เวลาผ่านไปนานหลายปี สายเลือดระดับเจ็ดของเอ้าเติงเปลี่ยนมาเป็น ระดับแปด พลังการต่อสู้เทียบเคียงได้กับแดนว่างเปล่าของเผ่ามนุษย์
อีกคนหนึ่งเนี่ยเทียนเคยเจอพร้อมกับหัวมู่ นั่นก็คืออันเก๋อซือซึ่งมาจาก อาณาจักรปีศาจแห่งที่ห้า ปีนั้นเขาเองก็มีสายเลือดระดับเจ็ด และตอนนี้ก็ มีสายเลือดระดับแปดไม่ต่างจากเอ้าเติง
ชนต่างเผ่าที่รุกรานเข้าไปยังดินแดนดาวตกในครั้งแรกก็คือเผ่าของ ภูตผีปีศาจ ซึ่งพวกเขาเข้ามาทางรอยแยกห้วงมิติที่ปริแตกอยู่ในอาณาจักร เสวียนเทียน อาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋
ปีนั้นเนื่องจากขอบเขตของเนี่ยเทียนต่ำเกินไป จึงได้แต่แหงนหน้ามอง เอ้าเติงและอันเก๋อซือ แม้แต่ความกล้าและคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ ก็ยังไม่มี
แต่มาวันนี้ สายเลือดแห่งชีวิตของเนี่ยเทียนเลื่อนสู่ระดับเจ็ด ขอบเขต ก็เปลี่ยนมาเป็นเขตลี้ลับช่วงท้าย ทั้งยังครอบครองกระดูกท่อนหนึ่งของ สัตว์ยักษ์มวลดารา!
“ในที่สุด! ในที่สุดข้าก็มีพลังที่จะต่อสู้กับพวกเขาได้แล้ว!”
เนี่ยเทียนห้าวเหิม รีบเรียกกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราท่อนนั้น ออกมาจากในแหวนเก็บของ
ชั่วขณะที่ท่อนกระดูกเข้ามาอยู่ในมือ ดวงตาของเขาก็พลันฉาย ประกายประหลาด ครั้นจึงหัวเราะร่าเสียงดัง ก้าวเดินออกไปจากเรือฟูา มายา เรียกเรือดาราของตัวเองออกมา จากนั้นก็มุ่งหน้านำไปที่เรือรบของ ภูตผีปีศาจก่อนใคร
เรือดาราไม่มีม่านแสงแผ่ปกคลุม ทว่าเขาที่ถือกระดูกของสัตว์ยักษ์มวล ดาราอยู่ในมือกลับไม่ถูกพลังงานซับซ้อนวุ่นวายนอกอาณาจักรรุกราน!
“เป็นเจ้าเองรึ?!”
บนเรือรบสองลำของภูตผีปีศาจ เอ้าเติงและอันเก๋อซือที่มีสายเลือด ระดับแปดต่างก็ร้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน
ต่อให้เวลาผ่านไปนานหลายปี ทว่าพวกเขาที่จดจำเนี่ยเทียนได้อย่าง ลึกซึ้งก็ยังจำอีกฝุายได้ทันทีที่เห็นหน้า
——