ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1042 เปิดดินแดนเลือด!
บทเรียนอันเจ็บปวดในดินแดนสวรรค์ทมิฬทำให้เนี่ยเทียนตระหนักได้ ว่าพลังการต่อสู้ของเขายังอ่อนด้อยอยู่มากนัก
ความวุ่นวายในแผ่นดินของเผ่ามนุษย์ไม่มีทางสงบลงในเวลาสั้นๆ ยังดี ที่ดินแดนดวงดาวทั้งสามแห่งของเขาไม่ได้รับผลกระทบ
คนที่จะตัดสินแพ้ชนะของเผ่ามนุษย์ได้อย่างแท้จริงคือผู้แข็งแกร่งแดน เทพเจ้าเท่านั้น
เขารู้ดีว่าด้วยตบะและขอบเขตของเขาในเวลานี้ อันที่จริงมิอาจสร้าง ประโยชน์อะไรได้มากมาย แล้วก็ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มเพิ่มพลังการต่อสู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
กระดูกท่อนนั้นของสัตว์ยักษ์มวลดารา เขาได้ให้เมิ่งหลีจากสำนัก อักขระเทพเอาไปไว้ที่ทางช้างเผือกนอกอาณาจักรวอหลิวและให้อีกฝุาย เฝูาพิทักษ์เป็นอย่างดี
เนื่องด้วยดินแดนพงฟูาเป็นของเขา ทั้งตัวเขาเองยังอยู่ในอาณาจักรวอ หลิว เขาจึงไม่กังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดอะไรกับกระดูกท่อนนั้น
ก่อนที่จะปิดด่าน เขาได้บอกให้ต่งลี่พยายามช่วยเขาหาเลือดเนื้อของ สัตว์วิเศษระดับสูงมากให้ได้มากที่สุด ทางที่ดีที่สุดควรเป็นสัตว์ระดับแปด
การสร้างแก่นเลือดไม่จำเป็นต้องระมัดระวังอะไรนัก เขาจึงเลือกที่จะ ทำมันในอาณาจักรวอหลิวแห่งนี้
ส่วนศพของชนต่างเผ่าที่ฟางหยวนได้มาจากมหาสมุทรดาวมอดดับก็ได้ กลายมาเป็นวัตถุที่เขาใช้ชุบหลอมในช่วงแรก
จากการร่ายใช้การสูบดึงพลังชีวิต แก่นเลือดหยดใหม่หลายหยดก็ก่อ ตัวขึ้นมาในหัวใจของเขา
ส่วนต่งลี่นั้นก็คอยไปเก็บรวบรวมเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษระดับสูงจาก ในดินแดนปราการดวงดาว ดินแดนพงฟูาและดินแดนดาวตกมาให้แก่เขา เพื่อให้เขาชุบหลอมได้อย่างต่อเนื่อง
การหล่อหลอมแก่นเลือดมักจำเป็นต้องใช้ศพของสัตว์วิเศษระดับแปด ที่สมบูรณ์แบบ สัตว์วิเศษระดับแปดมีศักยภาพเทียบเคียงได้กับแดนว่าง เปล่าของมนุษย์ ซึ่งสัตว์วิเศษที่มีอยู่ในแต่ละสำนักของสามดินแดนนี้ล้วน ถูกส่งมาให้ถึงมือเนี่ยเทียน
ทว่าจำนวนที่ส่งมากลับยังไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของเนี่ย เทียนได้
ครึ่งเดือนต่อมา เนี่ยเทียนที่ชุบหลอมแก่นเลือดได้สามสิบกว่าหยดก็ไม่ มีเลือดเนื้อสัตว์วิเศษให้ใช้อีกแล้ว
และเวลานี้เอง ลูกน้องของฟางหยวนก็ได้มาหาเขา เอาแหวนเก็บของ อีกวงหนึ่งมามอบให้
ในแหวนเก็บของวงใหม่มีศพของชนต่างเผ่าอยู่สิบกว่าศพซึ่งสายเลือด แทบจะเป็นระดับแปดทั้งหมด
เนี่ยเทียนจึงทำการชุบหลอมใหม่อีกครั้ง
ภายหลังสำนักอักขระเทพ สำนักภูเขาพันกระบี่และสำนักทองไพศาล ต่างก็ใช้กำลังของตัวเองติดต่อไปยังดินแดนอื่นๆ แล้วนำหยกวิเศษ วัตถุดิบ วิเศษไปแลกเนื้อสัตว์วิเศษกับศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดมา ให้แก่เขา
ไม่นานนักก็มีข่าวดีส่งมา มีเนื้อสัตว์วิเศษและศพชนต่างเผ่าชุดใหม่ส่ง มาให้ถึงมือเนี่ยเทียนอีกครั้ง
จนกระทั่งบัดนี้เนี่ยเทียนถึงเห็นประโยชน์ดีๆ จากการได้ครอบครอง ดินแดนสามแห่งที่มีสำนักอยู่มากมาย
“ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณต่างก็เป็นตัวกิน ทรัพยากรของโลก”
ทอดสายตามองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าซึ่งมีแหวนเก็บของวางอยู่ หลายวง เนี่ยเทียนก็ให้สะท้อนใจ
แหวนเก็บของเหล่านั้นมาจากสำนักอักขระเทพ สำนักภูเขาพันกระบี่ สำนักทองไพศาลและยังมีสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ สำนักคุมสัตว์ ซึ่งด้านในแหวน แต่ละวงล้วนมีเนื้อสัตว์และศพของชนต่างเผ่าระดับไม่เท่ากันอยู่เป็น จำนวนมาก
“มิน่าเล่าผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ถึงต้องพึ่งพาสำนัก คนที่ฝึกตนด้วย ตัวเองไม่มีทางรวบรวมเนื้อสัตว์วิเศษมากมายขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ ได้ แน่นอน”
“การฝุาทะลุขอบเขต การสร้างดินแดนล้วนต้องอาศัยวัตถุดิบวิเศษใน ฟูาดิน ยิ่งขอบเขตของแต่ละคนขยับสูงล้ำมากขึ้นเท่าไหร่ ทรัพยากรที่ ต้องการก็ยิ่งมากขึ้น”
“ผู้แข็งแกร่งที่สามารถฝึกตนจนถึงแดนเทพเจ้า นอกจากมีพรสวรรค์ แล้ว ทรัพยากรที่พวกเขาใช้ไปเกรงว่าก็คงมากจนน่าตกใจเหมือนกัน”
“สำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งคงไม่มีความสามารถสร้างผู้แข็งแกร่งระดับแดน เทพเจ้าขึ้นมาได้แม้แต่คนเดียว”
บัดนี้เนี่ยเทียนรู้ลึกซึ้งทีเดียวว่าสำนักหนึ่งมีประโยชน์ต่อคนคนหนึ่งได้ มากขนาดไหน
ความวุ่นวายของโลกภายนอก เขาไม่คิดจะสนใจ ยังคงตั้งใจชุบหลอม แก่นเลือดของตัวเองต่อไป
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง ภายใต้การสั่งสมเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษและชนต่าง เผ่าจำนวนมาก ในที่สุดเขาก็สามารถชุบหลอมแก่นเลือดห้าสิบหยดเอาไว้ ในหัวใจได้สำเร็จ
“พอแล้ว! แก่นเลือดห้าสิบหยด!”
ลำบากมานาน ตอนนี้พอกวาดพลังจิตไปเห็นแก่นเลือดใสราวอัญมณี ห้าสิบหยดที่อยู่ในหัวใจ เขาก็พลันเกิดความตื่นเต้น ครั้นจึงเริ่มทดลองเข้า ไปยังต้นกำเนิดสายเลือดของตัวเองอย่างดินแดนเลือดดู หมายจะหาเวท ลับทางสายเลือดที่เหมาะสมกับตัวเอง
เขาสร้างกระแสจิตวิญญาณขึ้นมากลุ่มหนึ่ง แล้วปล่อยให้มันบินเข้าหา ปราณเลือดสีเขียวเส้นที่ขดตัวอยู่ในหัวใจ
กระแสจิตวิญญาณมุดสวบเข้าไปด้านใน
จุดลึกของปราณเลือดสีเขียวมีผลึกโซ่สายเลือดที่ลึกลับเกินจะหยั่งอยู่ มากมาย ซึ่งบัดนี้พวกมันต่างก็ส่องประกายแสงพร่างพราว
แก่นเลือดเลื่อนขั้นห้าสิบหยดล้อมวนอยู่รอบปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น จุดลึกของแก่นเลือดที่มีพลังชีวิตเปี่ยมล้นไพศาลถูกจุดไฟเผาไหม้
แก่นเลือดห้าสิบหยดพลันอยู่ในสภาวะเดือดพล่านทั้งหมด!
ทันใดนั้นเนี่ยเทียนก็รู้สึกมหัศจรรย์เหมือนร่างจมลึกอยู่ในทะเลเลือดที่ เปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิต กระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเขาถูกสายเลือดสี เขียวชักนำ และเมื่อแก่นเลือดห้าสิบหยดที่เดือดพล่านทำการกระตุ้นก็ เหมือนว่ากระแสจิตวิญญาณจะข้ามผ่านพันธนาการห้วงมิติหลายชั้น ให้ ความรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณได้เข้าไปยังพื้นที่อัศจรรย์บางอย่างที่ยากจะ บรรยายได้
นั่นคือทะเลเลือดที่พลุ่งพล่านผืนหนึ่ง!
จุดลึกของทะเลเลือดมีแก่นเลือดใสแวววาวอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ใน แก่นเลือดแต่ละหยดแฝงเร้นไว้ด้วยพลังชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าแก่นเลือดของ เขาหลายร้อยหลายพันเท่า!
บางจุดในทะเลเลือดคล้ายจะมีของบางอย่างที่แฝงเร้นไว้ด้วยปราณ บริสุทธิ์อันเป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิต
ปราณนั้นกว้างใหญ่ไพศาลอย่างถึงที่สุด แม้แต่เลือดลมของเซวี่ยฝูุ ต้าจุนและคูกู่ต้าจุนก็ยังห่างชั้นไกลจนเทียบไม่ติด!
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเขาคล้ายจะถูกชักนำให้มาที่นี่ พอก้าว เข้ามา แก่นเลือดมากมายที่อยู่ด้านในก็แย่งชิงกันส่องแสงเจิดจ้า
ห่างไปไกลลิบๆ วัตถุที่แผ่ปราณของต้นกำเนิดแห่งสายเลือดก็เป็นฝุาย ส่งผ่านความคิดออกมาด้วยตัวเอง
ข้อความนั้นคล้ายจะนาบประทับจิตสำนึกที่มหัศจรรย์บางอย่างเอาไว้ พอผสานรวมกับกระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเขาก็ได้นาบประทับเวทลับ ทางสายเลือดเข้ามาให้เขาด้วย
เขาจึงเริ่มทำความเข้าใจกับเวทลับทางสายเลือดนั้นทันที
“เวทลับผนึกแห่งชีวิต พลังชีวิตไหลหาย…”
แทบจะวินาทีเดียวกับที่เขาได้รับจิตสำนึกนั้นมา มันก็พลันแปรเปลี่ยน มาเป็นคาถาที่พิเศษซึ่งตราตรึงเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณเขา และถูก เขาวิเคราะห์ออกมาอย่างไร้อุปสรรค
ระหว่างขั้นตอนนี้เขาพอจะสัมผัสได้ว่าแก่นเลือดห้าสิบหยดของเขา กำลังลุกไหม้โชติช่วง
แม้แต่จิตวิญญาณ พลังจิตวิญญาณของเขาก็ไหลหายไปอย่างรวดเร็ว ด้วย
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้าไปอยู่ในทะเลเลือดลึกลับนั้นนานแค่ไหน
รอจนเขาบรรลุเวทลับทางสายเลือดทั้งสองอย่างผนึกแห่งชีวิตและพลัง ชีวิตไหลหายได้สำเร็จ กระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของเขาก็ออกมาจาก ทะเลเลือดแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็ฟื้นตื่นขึ้นมาจากความรู้สึกมหัศจรรย์
เวลานี้เขาถึงเพิ่งค้นพบว่ากระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นยังคงอยู่ในหัวใจ ของตัวเอง
แก่นเลือดที่เผาไหม้พลันหยุดชะงัก ก่อนที่แก่นเลือดทั้งห้าสิบหยดจะ ผสานรวมและชุบหลอมกันเอง
ไม่นานแก่นเลือดแห่งชีวิตห้าสิบหยดก็เหลือแค่ยี่สิบเจ็ดหยด
“การเปิดดินแดนเลือด ปล่อยให้กระแสจิตวิญญาณเข้าไปเอาเวทลับ ทางสายเลือดมาจากข้างในจะต้องเผาผลาญพลังของแก่นเลือด ” เขา พึมพำ “แก่นเลือดแห่งชีวิตห้าสิบหยด เผาผลาญไปสิ้นถึงยี่สิบสามหยด ส่วนที่เหลือถึงหล่อหลอมขึ้นมาใหม่”
“พลังจิตวิญญาณก็หายไปไม่น้อยกว่าจะได้เวทลับทางสายเลือดสอง อย่างนี้มา”
“ฟิ้ว!”
กระแสจิตวิญญาณกลุ่มนั้นย้อนกลับเข้าไปหาจิตวิญญาณที่แท้จริงของ เขาอีกครั้ง เมื่อเขาลืมตาก็ทำการใคร่ครวญวิชาผนึกแห่งชีวิตและพลังชีวิต ไหลหายอย่างละเอียด
ไม่ว่าจะเป็นผนึกแห่งชีวิตหรือพลังชีวิตไหลหาย ยามที่ร่ายใช้ก็ล้วน จำเป็นต้องใช้แก่นเลือดมากระตุ้น
วิชาผนึกแห่งชีวิต เปูาหมายหลักที่ใช้เล่นงานก็คือสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดลม อย่างสัตว์โบราณ ชนต่างเผ่า
และหากร่ายใช้ผนึกแห่งชีวิตกับคนที่มีสายเลือดเท่าเขา เขาจะสามารถ กำราบปราณเลือดลม เลือดสดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของอีกฝุาย รวมถึงการ
กระตุ้นใช้แก่นเลือดก็จะถูกจำกัดเป็นวงกว้าง ทำให้พลังการต่อสู้ของศัตรู ถูกลดทอนลงไปฮวบฮาบ
ผนึกแห่งชีวิตก็มีประสิทธิผลที่แน่นอนสำหรับชนต่างเผ่าหรือสัตว์ โบราณสายเลือดระดับสูงเช่นกัน เพียงแต่ว่าอานุภาพจะอ่อนด้อยลงมา จากเดิมไม่น้อย
ส่วนพลังชีวิตไหลหาย การไหลหายที่ว่านี้ก็คืออายุขัย!
เวทลับทางสายเลือดเช่นนี้ถือเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตสำหรับ เผ่ามนุษย์!
หากเผ่ามนุษย์ถูกพลังชีวิตไหลหายครอบคลุมไว้ภายใน พลังชีวิตของ คนผู้นั้นก็จะไหลหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็จะเริ่มแก่ชรา ขอบเขตสิ้นสุด ของชีวิตก็จะลดต่ำลงมาเรื่อยๆ
สำหรับเผ่ามนุษย์ที่เดิมทีอายุขัยก็ไม่มากพออยู่แล้ว เวทลับทาง สายเลือดอย่างพลังชีวิตไหลหายนี้จึงเป็นอาวุธสังหารชิ้นใหญ่อย่างแท้จริง!
ยามที่ต่อสู้ หากเขาใช้พลังชีวิตไหลหาย คู่ต่อสู้ก็จะอ่อนแอแก่ชรา อายุขัยค่อยๆ ถดถอยลง
เผ่ามนุษย์หลายคนยอมให้ตัวเองบาดเจ็บสาหัสเสียยังดีกว่าให้อายุขัย สั้นลง
เพราะเดิมทีอายุขัยก็คือเป็นข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของเผ่ามนุษย์อยู่แล้ว
“ผนึกแห่งชีวิต พลังชีวิตไหลหาย หนึ่งสามารถเอามาใช้กับชนต่างเผ่า ส่วนอีกหนึ่งเอามาใช้กับเผ่าเดียวกันที่มีอายุขัยไม่มากพอ”
ดวงตาเนี่ยเทียนเปล่งประกายสดใส “ผนึกแห่งชีวิตยังถือว่าดีหน่อย แต่พลังชีวิตไหลหายนั่น สำหรับคนเผ่าเดียวกันแล้ว เกรงว่าคงจะเป็นวิชา ชั่วช้าที่น่ากลัวที่สุดเลย! ขนาดขีดจำกัดอายุขัยยังสามารถทำลายได้ ทั้งยัง ทำให้คนแก่เร็วขึ้น ตายเร็วขึ้น”
“พลังชีวิตไหลหายกับพรสวรรค์การมอบชีวิตคือวิธีการที่พลิกฟูาจริงๆ หนึ่งสามารถต่อชีวิต แต่อีกหนึ่งกลับทำให้คนตายได้เร็วกว่าเดิม!”
——