ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1043 กลับไปยังป่าม่านเทาอีกครั้ง
เนื้อสัตว์วิเศษและศพของชนต่างเผ่าที่แต่ละสำนักในสามดินแดนส่งมา ให้ ส่วนที่เหลืออยู่เนี่ยเทียนล้วนเอาการสูบดึงพลังชีวิตมาชุบหลอมจึงสร้าง แก่นเลือดขึ้นมาได้อีกยี่สิบสามหยด
และยังมีเนื้อสัตว์วิเศษสายเลือดระดับต่ำอีกบางส่วนที่พอเนี่ยเทียนดูด ซับมาก็มอบให้กับปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน เนื้อสัตว์วิเศษและศพของชนต่างเผ่าที่อยู่ในแหวน เก็บของทั้งหมดก็ถูกเนี่ยเทียนดูดซับไปจนเกลี้ยง
ทว่านี่ก็ยังอยู่ห่างไกลจากการที่จะทำให้ปราณเลือดสีเขียวจำศีลเพื่อ แปรสภาพปลุกพรสวรรค์ในครั้งถัดไป
เวลานี้ไม่มีต้นกำเนิดจิงชี่เลือดเนื้อจำนวนมากกว่าเดิมมาให้เนี่ยเทียน ได้ใช้อีกแล้ว
“หลังจากที่สายเลือดแห่งชีวิตเลื่อนสู่ขั้นเจ็ด ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะ สะสมจิงชี่เลือดเนื้อตามที่ต้องการได้สำเร็จ” เนี่ยเทียนนั่งนิ่งๆ อยู่ในห้อง ลับ ทอดสายตามองแหวนเก็บของว่างเปล่าหลายวงที่อยู่บนพื้น แอบ ครุ่นคิดว่า “ดูท่าหลังจากนี้คงต้องอาศัยพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ใช้ ค่าคุณความดีแลกมาด้วยศพของชนต่างเผ่าจำนวนมากกว่าเดิมซะแล้ว”
สัตว์วิเศษและชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดมีพลังเท่าเทียมกับผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของเผ่ามนุษย์ ซึ่งสัตว์วิเศษและชนต่างเผ่าเช่นนี้ก็ ใช่ว่าจะหาได้ทั่วไปในดินแดนดวงดาวของเผ่ามนุษย์
ดินแดนดวงดาวสามแห่งของเขาไม่ถือว่าอยู่ในระดับสูงนัก จึงไม่ สามารถหาจิงชี่เลือดเนื้อมามอบให้เขาได้อย่างต่อเนื่องไม่มีวันหมด
“ตอนนี้สายเลือดก็แค่ขั้นเจ็ดเท่านั้น หากสายเลือดแห่งชีวิตฝ่าทะลุสู่ ขั้นแปด ขั้นเก้า จิงชี่เลือดเนื้อที่ต้องการคงยิ่งมหาศาลราวมหาสมุทร เมื่อ ถึงเวลานั้นจริงๆ สายเลือดแห่งชีวิตของข้าคิดจะทำการเลื่อนขั้น แรง กดดันที่ได้รับคงมากกว่าเดิม”
เนี่ยเทียนนิ่วหน้า ทั้งดีใจทั้งเป็นกังวล
ขอบเขตของเขาในเวลานี้ยังคงเป็นเขตลี้ลับช่วงท้าย อันที่จริงถือว่า อ่อนด้อยกว่าระดับสายเลือดของเขา
ส่วนสายเลือดแห่งชีวิตของเขาที่สามารถฝ่าทะลุพันธนาการทาง สายเลือดได้ติดต่อกันก็ล้วนเป็นเพราะหลายปีมานี้เขาออกกรีฑาทัพไปทั่ว ออกตกเหนือใต้ เจอกับเรื่องปาฏิหาริย์มากมายหลายครั้ง และได้รับ เนื้อสัตว์วิเศษและศพของชนต่างเผ่ามานับไม่ถ้วน
วัตถุดิบวิเศษ หินวิเศษ หยกวิเศษของเขาที่สั่งสมมาตลอดหลายปีก็ แทบจะเอามาใช้กับทางด้านนี้ทั้งหมด นั่นถึงทำให้เขาสร้างสายเลือดระดับ เจ็ดขึ้นมาได้
“ต้นกำเนิดของจิงชี่เลือดเนื้อไม่สามารถเอามาจากเผ่ามนุษย์ มีเพียง สัตว์วิเศษและชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะได้ ตอนนี้ดินแดนของเผ่า มนุษย์เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สงครามในมหาสมุทรดาวมอดดับก็ยิ่ง ดุเดือด ยังมีชนต่างเผ่ามากมายที่ใช้ช่องทางลับเข้าออกอยู่ในดินแดนอื่นๆ ของเผ่ามนุษย์ การต่อสู้ระหว่างเผ่ามนุษย์กับชนต่างเผ่าย่อมต้องทำให้ชน ต่างเผ่าตายกันไปมากขึ้น”
“เมื่อเป็นอย่างนี้ ยิ่งสงครามดุเดือดมากเท่าไหร่ ศพของชนต่างเผ่าและ สัตว์วิเศษที่ข้าจะรวบรวมได้ก็น่าจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”
“บางทีในดินแดนของเผ่ามนุษย์ที่มีความวุ่นวาย ข้าอาจจะได้เจอ โอกาสที่ทำให้สายเลือดเลื่อนขั้นต่อไปก็เป็นได้!”
เนื่องจากทรัพยากรที่ให้จิงชี่เลือดเนื้อกับเขามีไม่มากพอ ช่วงเวลาหลัง จากนั้นเนี่ยเทียนจึงตั้งใจปรับปรุงชุบหลอมมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถีย นของตัวเอง ใช้วัตถุดิบวิเศษธาตุเปลวเพลิง ดวงดาว พืชหญ้ามาชุบหลอม โอสถวิญญาณทั้งวันทั้งคืน
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ครึ่งปีต่อมา ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขา โอสถวิญญาณ บริสุทธิ์ โอสถวิญญาณเปลวเพลิง โอสถวิญญาณดวงดาวล้วนผ่านการชำระ ล้างมาครั้งแล้วครั้งเล่า มีเพียงโอสถวิญญาณพืชหญ้าเท่านั้นที่ยังไม่ได้ชุบ หลอมจนถึงขีดสูงสุด”
“เลื่อนจากเขตลี้ลับเข้าสู่เขตวิญญาณ ยังมีด่านใหญ่ด่านสำคัญขวางกั้น อยู่ ทำอะไรคงต้องระวังให้มาก”
“การชุบหลอมโอสถวิญญาณพืชหญ้าก็มีทางลัดอยู่เหมือนกัน นอกจากจะใช้วัตถุดิบวิเศษแล้ว ยังจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ที่มีพลังพืช หญ้าเข้มข้น หากสร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณขึ้นมาก็จะเพิ่มความเร็วใน การปรับปรุงโอสถวิญญาณพืชหญ้าได้!”
“ก่อนหน้าที่ต้นกล้าของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ยังไม่เติบโต ก็จำเป็นต้อง ไปอยู่ในสถานที่วิเศษเช่นนี้”
พอคิดอย่างนี้ เขาก็นึกถึงอาณาจักรเลี่ยคงขึ้นมาได้
หลังจากที่ปราณวิญญาณฟ้าดินของอาณาจักรเลี่ยคงเกิดการ เปลี่ยนแปลง ปราณของสิ่งเจือปนนอกอาณาจักรที่แทรกซึมเข้ามาตา มรอยแยกห้วงมิติมากมายในเทือกเขาฮว้านคงก็ได้กลายมาเป็นปราณ วิญญาณฟ้าดิน
เมื่อผ่านการสั่งสมตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ระดับความเข้มข้นของ ปราณวิญญาณในอาณาจักรเลี่ยคงจึงโดดเด่นยิ่งกว่าในดินแดนปราการ ดวงดาว ดินแดนพงฟ้าหรือดินแดนอื่นๆ มากแล้ว
นี่ทำให้อาณาจักรเลี่ยคงกลายเป็นพื้นที่พิเศษซึ่งมีสิ่งมีชีวิตเจริญเติบโต ขึ้นมาอย่างไม่หยุดนิ่ง
อาณาจักรเช่นนี้มักจะถูกเรียกว่าเป็นอาณาจักรขนาดมหึมา ซึ่ง อาณาจักรที่สี่สำนักเก่าแก่ครอบครองก็ล้วนเป็นอาณาจักรเช่นนี้ทั้งหมด
—อาณาจักรที่มีปราณวิญญาณฟ้าดินคงอยู่ตลอดกาลไม่มีทางเหือด หาย
“ริมขอบของอาณาจักรเลี่ยคงมีพื้นที่อยู่หลายแห่งที่พลังชีวิตเปี่ยมล้น จิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นถึงที่สุด”
พอคิดได้เขาก็ตัดสินใจเดินทางออกจากอาณาจักรวอหลิวไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงโดยใช้ค่ายกลนำส่ง จากนั้นก็แจ้งให้หลี่หลางเฟิงทราบ ครั้นจึงเรียกเรือดาราออกมาขับทะยานออกไป
ป่าม่านเทา
ป่านม่านเทานี้เนี่ยเทียนเคยมาเยือนมาก่อน จึงรู้ดีว่าที่นี่มีจิงชี่พืชหญ้า เข้มข้นสุดประมาณ
ไม่เพียงเท่านี้ ในป่าม่านเทาผืนนี้ยังมีปราณวิญญาณที่สกปรกอบอวล อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ตอนที่แผ่นดินของอาณาจักรเลี่ยคงยังไม่เกิดการ เปลี่ยนแปลง ป่าม่านเทาถือเป็นพื้นที่ต้องห้ามแห่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ของสัตว์ วิเศษที่แปรสภาพจนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายของ อาณาจักรเลี่ยคงได้
จนกระทั่งปราณวิญญาณที่สกปรกในอาณาจักรเลี่ยคงถูกค่ายกลใหญ่ ใต้ดินของตำหนักที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง ปราณวิญญาณที่สกปรกจำนวนมากจึงพากันไหลบ่าเข้ามา ป่าม่านเทา
แม้แต่ตอนที่ชนต่างเผ่ายกทัพมารุกราน ป่าม่านเทาก็ยังไม่ถูกชนต่าง เผ่าทำลาย ราวกับว่าชนต่างเผ่าเองก็กริ่งเกรงอะไรบางอย่างจึงไม่ได้เข้ามา สำรวจที่นี่
แล้วก็ด้วยเหตุนี้ ยามที่เนี่ยเทียนจนตรอก เขาถึงเคยมาซ่อนตัวอยู่ใน ป่าม่านเทา
เวลาผ่านไปนานหลายปี ตอนนี้เนี่ยเทียนได้ย้อนกลับมาที่ป่าม่านเทา เพียงลำพังอีกครั้ง
ท่ามกลางพื้นป่ารกครึ้ม จิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นอบอวล เนี่ยเทียนจอดเรือ ดาราลง หาพื้นที่เหมาะๆ ที่หนึ่งเจอก็หยิบเอากิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่งขึ้นมา สร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ
เมื่อค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก่อตัวสำเร็จ ในผืนป่ารกครึ้มรอบด้านก็มี จิงชี่พืชหญ้าที่บริสุทธิ์และเข้มข้นพากันไหลบ่ามารวมตัวกันอย่างไม่ขาด สาย
เมื่อเทียบกับจิงชี่ที่ดูดซับมาจากวัตถุดิบวิเศษธาตุไม้แล้ว พลังพืชหญ้า ที่ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณชักนำมาสามารถดูดซับและชุบหลอมได้ง่ายยิ่ง กว่า
ตอนที่เขาโคจรคาถาก็สังเกตเห็นด้วยว่าหน่ออ่อนต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และโอสถวิญญาณพืชหญ้าของเขาต่างก็รวบรวมจิงชี่พืชหญ้าขึ้นอย่าง รวดเร็ว
เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เขาเคลื่อนไหวอยู่ในป่าม่านเทา ยังกังวลว่าจะ เจอกับสัตว์วิเศษแปรสภาพที่ดุร้ายจึงไม่กล้าเข้าไปลึกนัก จะทำอะไรทีก็ ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
พริบตาเดียวหลายปีผ่านไปแล้ว ต่อให้ท่อนกระดูกของสัตว์ยักษ์มวล ดาราท่อนนั้นจะยังถูกเขาทิ้งไว้ในทางช้างเผือกนอกอาณาจักรวอหลิง แต่ เขาก็ยังมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถสังหารสัตว์วิเศษแปรสภาพทุกชนิดได้
“ต่อให้สัตว์วิเศษแปรสภาพของอาณาจักรเลี่ยคงจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ศักยภาพของพวกมันก็น่าจะมีจำกัด ไม่สามารถคุกคามข้าในตอนนี้ได้”
เขาเปลี่ยนทิศทางอยู่ในป่าม่านเทาไปอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ดูดซับเอา จิงชี่พืชหญ้าของพื้นที่หนึ่งมาชุบหลอมได้จนหมดแล้วก็จะขยับเข้าไปลึก มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหาจุดที่มีต้นไม้รกครึ้มกว่าเดิม แล้วสร้างค่ายกลกำเนิด ไม้โบราณขึ้นมาอีกครั้ง
ระหว่างนี้เขาเองก็ได้เจอสัตว์วิเศษแปรสภาพอยู่เป็นระยะ แต่ระดับ สายเลือดของสัตว์วิเศษแปรสภาพเหล่านั้นล้วนไม่สูงมาก ส่วนใหญ่ก็แค่ ระดับสี่ ระดับห้า หลังจากถูกเขาสังหารอย่างง่ายดาย ก็เอาพวกมันมา บำรุงปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น
โอสถวิญญาณพืชหญ้าของเขาและหน่ออ่อนต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ ดื่มด่ำไปกับพลังพืชหญ้าที่เข้มข้นบริสุทธิ์อย่างมีความสุข
ครึ่งวันต่อมา เนื่องจากมีจิงชี่พืชหญ้าที่เปี่ยมล้นมากพอ ในที่สุดโอสถ วิญญาณพืชหญ้าของเขาก็ชุบหลอมได้ถึงขีดสุด
ทว่าต้นกล้าของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นยังต้องการจิงชี่พืชหญ้าต่อ
“เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ที่ช่วยหล่อหลอมเรือนกายให้แข็งแกร่งมีทั้งหมด ห้าขั้นตอน ตอนนี้อยู่ในขั้นเนื้อหล่อหลอมซึ่งเป็นขั้นที่สี่ ขั้นนี้แช่อยู่นาน ไม่ได้เลื่อนขั้นเสียที การชุบหลอมด้วยเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ นอกจาก ต้องการจิงชี่เลือดเนื้อแล้ว ยังต้องการจิงชี่พืชหญ้าที่เข้มข้นด้วย ป่าม่าน เทาแห่งนี้ช่างเป็นพื้นที่ที่ดีจริงๆ”
“เพียงแต่ว่าปราณเลือดสีเขียวในร่างข้าเส้นนั้นก็กระหายในจิงชี่เลือด เนื้อเช่นกัน หากมีจิงชี่เลือดเนื้อส่วนเกินไหลเข้าไป เกรงว่าคงถูกมันแย่งชิง ไปก่อน การฝึกขั้นเนื้อหล่อหลอมนี้ก็อาจจะได้รับผลกระทบ”
“สัตว์วิเศษ เนื้อสัตว์วิเศษระดับสูงถึงจะเป็นของที่ข้าขาดแคลนมาก ที่สุดในตอนนี้!”
นั่งอยู่กลางค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ เนี่ยเทียนเหม่อมองป่าม่านเทาที่ เหมือนไม่มีขอบเขตสิ้นสุดด้วยสีหน้าครุ่นคิด
สัตว์วิเศษแปรสภาพที่เขาสังหารมาตลอดทางนี้ หากเป็นระดับเดียวกัน จะแข็งแกร่งกว่าสัตว์วิเศษทั่วไปอยู่หลายเท่า จิงชี่เลือดเนื้อที่ซุกซ่อนอยู่ใน ร่างก็ยิ่งเข้มข้น
เขาจึงเกิดความปรารถนาขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“สัตว์วิเศษแปรสภาพในป่าม่านเทาปรับตัวจนเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ เลวร้ายของอาณาจักรเลี่ยคงในอดีตได้ พวกมันสามารถกลืนกินปราณ วิญญาณสกปรกแล้วเอามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของตัวเอง ปี นั้นชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามา แต่ก็ไม่ได้เข้าไปในจุดลึกของป่าม่านเทา หรือ ว่าในป่าแห่งนี้จะมีสัตว์วิเศษแปรสภาพที่ทำให้ชนต่างเผ่าหวาดกลัวอยู่?”
“ปีนั้นชนต่างเผ่าที่รุกรานยังมีคนอย่างปาซือทัวที่เป็นสายเลือดระดับ เจ็ดขั้นสูงสุดด้วย”
เนี่ยเทียนคิดมาถึงตรงนี้ก็พลันเกิดความสนใจ เขาจึงหยุดการโคจรของ ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ และเกิดความคิดที่จะเริ่มสำรวจป่าม่านเทาอย่าง จริงจัง
“ต่อให้เป็นสัตว์วิเศษแปรสภาพสายเลือดระดับเจ็ดก็ยังไม่น่ากังวล มัน มีแต่จะกลายมาเป็นต้นกำเนิดจิงชี่เลือดเนื้อให้กับข้าเท่านั้น!”
เขาเรียกเรือดาราออกมาแล้วเริ่มทะยานเข้าลึกไปในป่าม่านเทา
ยิ่งขยับเข้าไปข้างใน จิงชี่พืชหญ้าก็ยิ่งเข้มข้น ต้นไม้ก็ยิ่งสูงใหญ่ พลังสิ่ง สกปรกที่เจือปนอยู่ในอากาศก็ยิ่งหนาขุ่นคลั่ก
บางครั้งก็มีสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับห้า ระดับหกร้องคำรามพุ่ง กระโจนเข้าใส่เป็นระยะ
เขาไม่ได้ร่ายใช้ผนึกแห่งชีวิต ไม่ได้สิ้นเปลืองแก่นเลือดแม้แต่หยดเดียว เพียงอาศัยความแข็งแกร่งของเรือนกาย บวกกับพลังงานความร้อนของ เกราะมังกรเพลิงก็สามารถสังหารสัตว์วิเศษแปรสภาพแต่ละตัว และใช้การ สูบดึงพลังชีวิตมาชุบหลอมพวกมันได้อย่างง่ายดาย
“โฮก!”
จู่ๆ ในป่าม่านเทาก็มีเสียงคำรามสนั่นผืนป่าดังขึ้นมา
พอเสียงคำรามนั้นดังขึ้นก็มีพลังงานสกปรกขมุกขมัวไหลบ่ารุนแรง ตลอดทั้งผืนป่าสั่นสะเทือนคล้ายเป็นการบอกเตือนคนที่บุกรุกเข้ามา
“หึหึ ในที่สุดก็มีสัตว์วิเศษแปรสภาพตัวหนึ่งที่พลังงานมากพอเผยกาย แล้ว! ดูจากปราณของมัน น่าจะเป็นระดับเจ็ด!”
“มิน่าเล่าปีนั้นพวกชนต่างเผ่าถึงไม่กล้าเข้ามาทำตัวเหลวไหลในป่าม่าน เทา สัตว์วิเศษแปรสภาพระดับเจ็ดสามารถทำให้หัวหน้ากองทัพของชน ต่างเผ่าบาดเจ็บและล้มตายได้จริงๆ”
เนี่ยเทียนพึมพำพลางขับเรือดาราบุกเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว
“ฟิ้ว!”
ไม่นานนักเรือดาราก็มาจอดอยู่ตรงทะเลสาบแห่งหนึ่งของป่าม่านเทา เหนือทะเลสาบมีปราณวิญญาณสกปรกลอยขมุกขมัว ก่อตัวกลายมาเป็น หมอกเมฆมลพิษ
น้ำของทะเลสาบขุ่นมัว อาณาบริเวณกว้างขวาง ต้นไม้รอบด้านลำต้น หน้าใหญ่ สูงสิบกว่าเมตร
และรอบๆ ทะเลสาบผืนนี้ก็มีสัตว์วิเศษแปรสภาพล้อมวงอยู่หลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับหก และยังมีสัตว์ปฐพีแตกตัวหนึ่งที่เป็นระดับเจ็ด
——