ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1044 คนประหลาด
สัตว์วิเศษแปรสภาพแข็งแกร่งกว่าสัตว์วิเศษระดับเดียวกันไม่น้อย
ตรงทะเลสาบที่ขุ่นมัว มีสัตว์วิเศษแปรสภาพกระจายตัวกันอยู่มากมาย โดยมีสัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ดเป็นจ่าฝูง บวกกับสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับ หกอีกห้าตัว
โดยทั่วไปแล้ว สัตว์วิเศษระดับเจ็ดจะมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง ระดับ แปดจะสามารถจำแลงกายมาเดินอยู่ในโลกมนุษย์ในลักษณะต่างๆ ได้
สัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ดตัวนั้นก็คือตัวที่ส่งเสียงร้องคำราม
สายเลือดของสัตว์ปฐพีแตกสามารถเขย่าคลอนพื้นดิน ก่อนหน้านี้ที่ผืน ป่าของป่าม่านเทาสั่นไหวอย่างรุนแรง ก็เห็นได้ชัดว่าถูกสายเลือดของมัน ชักนำ
ดวงตาของมันที่เป็นสีแดงเข้มถลึงมองเนี่ยเทียนอย่างเย็นชา นัยน์ตา เปล่งประกายความเฉลียวฉลาด
ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในป่าม่านเทา การมาเยือนของ เนี่ยเทียน และการที่เขาใช้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณมาทำให้พื้นที่หลายแห่ง เกิดความเสียหาย ได้อยูในการรับรู้ของมันตั้งแต่แรกแล้ว
อันที่จริงเสียงคำรามของมันก็คือการข่มขู่เนี่ยเทียน บอกเนี่ยเทียนว่า อย่าได้เข้ามา
แต่เนี่ยเทียนกลับยังมา
“กะอีแค่สัตว์วิเศษระดับเจ็ด นึกว่าใช้เสียงคำรามสองทีก็จะทำให้ข้า ตกใจกลัวจนถอยหนีไปได้งั้นหรือ?” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้นิ้วลงไปที่ พื้น “ตลอดทั้งอาณาจักรเลี่ยคงล้วนเป็นดินแดนของข้า ข้ามาเคลื่อนไหว อยู่ที่นี่ สัตว์วิเศษอย่างพวกเจ้ามีปัญหาอย่างนั้นหรือ?”
“หากจะพูดกันตามความหมายที่จริงจังแล้ว พวกเจ้าล้วนเป็นของ ส่วนตัวของข้าทั้งสิ้น!”
“โฮก!”
เห็นได้ชัดว่าสัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ดเข้าใจคำพูดที่แฝงไว้ด้วยการหมิ่น เกียรติของเขา
หลังจากที่สัตว์ปฐพีแตกคำรามออกมาหนึ่งครั้ง สัตว์วิเศษแปรสภาพ อีกห้าตัวก็พากันห้อตะบึงใส่เนี่ยเทียน
สัตว์วิเศษแปรสภาพทั้งห้าตัวมีสัตว์ผลึกน้ำแข็ง สัตว์พายุ สัตว์สายฟ้า นิลกาฬและยังมีสัตว์เกราะทองที่ต่างก็ปรับตัวเข้ากับพลังสกปรกใน อาณาจักรเลี่ยคง เรือนกายจึงเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่ง
“สัตว์วิเศษระดับหก ต่อให้ผ่านการแปรสภาพมาแล้ว ทว่าในสายตา ของข้าก็ยังกระจอกมากอยู่ดี”
เนี่ยเทียนส่ายหน้าหัวเราะพรืด รอให้สัตว์วิเศษแปรสภาพเหล่านั้นขยับ เข้ามาใกล้อย่างไม่อนาทรร้อนใจ จนกระทั่งถึงระยะที่พอสมควรแล้วถึงได้ ยื่นมือออกไปแตะเรือดารา
แสงดาวกลุ่มหนึ่งพลันสาดยิงลงไปด้านล่าง
แสงดาวที่ระเบิดออกมาจากในเรือดาราปานประหนึ่งสายฟ้าที่พุ่ง ออกไปพร้อมแสงสว่างพร่างพราว
สัตว์ผลึกน้ำแข็งเรือนกายเป็นสีเงินยวงที่พุ่งเข้ามาก่อนใครมิอาจต้าน รับได้แม้แต่วินาทีเดียว ร่างทั้งร่างของมันระเบิดโพล๊ะออก กลายมาเป็นฝน เลือดที่ร่วงกราวสู่พื้น
แสงดาวสาดยิงออกไปติดต่อกัน
สัตว์วิเศษแปรสภาพตัวที่เหลือต่างก็ไม่มีตัวใดรอดไปได้ พวกมันล้วน ถูกแสงดาวเจิดจ้าที่เรือดาราปล่อยออกมาสังหารตายจนหมด
พริบตาเดียวสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับหกเหล่านั้นก็เหลือแต่ซาก
เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ ขับเรือดาราออกไป นิ้วทั้งสิบชักนำ เส้นเลือดสี แดงสดหลายเส้นบินออกมาแล้วรัดพันซากศพของสัตว์วิเศษแปรสภาพ เหล่านั้นเอาไว้ ก่อนจะลากเข้ามาไว้ในเรือดารา
เขากระตุ้นใช้การสูบดึงพลังชีวิต เส้นเลือดสีแดงสดหลายเส้นจึงหนา ใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จิงชี่เลือดเนื้อกลิ้งหลุนๆ เข้ามาหาเนี่ยเทียนราวกับธารน้ำ ก่อนจะถูก สายเลือดแห่งชีวิตของเขากลืนกินอย่างละโมบ
เนี่ยเทียนหันไปยิ้มให้กับสัตว์ปฐพีระดับเจ็ดตัวนั้น “เจ้าแข็งแกร่งกว่า พวกมันหลายเท่านัก ดูท่าผู้ครอบครองป่าม่านเทาก็คือเจ้าสินะ แต่ว่ายุค สมัยที่เป็นของเจ้าจะต้องสิ้นสุดลงในวันนี้แล้ว”
เรือดาราเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย ก่อนจะสาดลำแสงดวงดาวยิงเข้าใส่ สัตว์ปฐพีระดับเจ็ด
ในร่างของสัตว์ปฐพีมีแสงเลือดสีเหลืองเข้มไหลออกมาแล้วแทรกซอน เข้าไปยังพื้นดินใต้ฝ่าเท้า
พื้นดินส่งเสียงครืนครั่นแล้วระเบิดออก หินยักษ์จำนวนไม่น้อยที่ซ่อน ลึกอยู่ใต้ดินได้รับการชักนำจากสายเลือดของสัตว์ปฐพีจึงปริแตกตามมา
หินยักษ์ขนาดเท่าบ้านเรียงตัวกันอยู่กลางอากาศ ถูกสายเลือดสีเหลือง เข้มควบคุมจึงกลิ้งหลุนๆ เข้ามาโจมตีเนี่ยเทียน
“ไม่มีประโยชน์หรอก”
เรือดาราสาดยิงแสงดาวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่โดนหินยักษ์ หินเหล่านั้นก็ล้วนระเบิดกระจัดกระจาย
“สัตว์วิเศษสายเลือดระดับเจ็ด ศักยภาพเทียบเคียงได้กับเขตวิญญาณ ของเผ่ามนุษย์เท่านั้น” เนี่ยเทียนส่ายหัว “ข้าไม่ต้องใช้พลังวิญญาณในจุด ตันเถียน แค่ใช้เรือนกายที่แข็งแกร่งนี้ก็มากพอจะบดขยี้เจ้าได้แล้ว”
“ฟิ้ว!”
ระหว่างที่พูดเขาก็ทะยานตัวออกมาจากเรือดาราแล้วโฉบเข้าหาสัตว์ ปฐพีที่มีการแปรสภาพราวกับสัตว์ร้ายตัวหนึ่ง
หางที่ราวกับใบเลื่อยของสัตว์ปฐพี กรงเล็บที่แหลมคมของมันล้วนฟาด ตีลงบนร่างของเนี่ยเทียน แต่ก็เหมือนเอาเหล็กฟันใส่ก้อนหินที่แข็งแกร่ง ทนทาน มิอาจสร้างความเสียหายใดๆ ให้เขาได้เลย
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่ประสานนิ้วเป็นกระบี่แล้วจ้วงแทงทะลุร่าง ของสัตว์ปฐพีไปได้อย่างง่ายดาย
เวลาแค่ไม่กี่สิบวินาที บนร่างของสัตว์ปฐพีที่แปรสภาพตัวนั้นก็มีรูเลือด ปรากฏขึ้นมากมาย เลือดสดสีเหลืองอ่อนไหลทะลักจั๊กๆ
สัตว์ปฐพีระดับเจ็ดร้องคำรามไม่อยู่ เริ่มรู้สึกหมดเรี่ยวแรง
ในสายตาของมัน ชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ที่โผล่มากะทันหันผู้นี้ดุร้ายยิ่งกว่า เผ่าโครงกระดูกและเผ่าภูตผีปีศาจหลายเท่านัก
เมื่ออาการสาหัสยิ่งขึ้นเรื่อยๆ สัตว์ปฐพีก็พลันดิ้นรนรุนแรงจนหลุดจาก เงื้อมมือของเนี่ยเทียนไปได้ ครั้นจึงกระโดดตูมลงไปในทะเลสาบขุ่นมัวผืน นั้นทันที
ชั่วขณะที่สัตว์ปฐพีหายเข้าไปในทะเลสาบ มันก็ดำดิ่งลงไปด้านล่าง พริบตาเดียวก็ไม่เห็นร่องรอยอีก
เนี่ยเทียนร้องเอะเบาๆ ใช้สายเลือดแห่งชีวิตรับสัมผัสแล้วก็พลันหน้า เปลี่ยนสี
ในการรับสัมผัสของสายเลือดแห่งชีวิตเขา ด้านในทะเลสาบขุ่นมัวเบื้อง หน้านี้กลับมีเลือดลมที่อุดมสมบูรณ์อยู่ขุมหนึ่ง!
เลือดลมนี้ปะปนไปด้วยเลือดสดเหนียวหนืดของสัตว์วิเศษและชนต่าง เผ่ามากมาย ความรู้สึกนั้นใกล้เคียงกับดินแดนของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อหัวหน้า พรรคยอดโลหิตอย่างมาก!
“ดินแดน! ทะเลสาบนี้ก็คือดินแดนแห่งหนึ่ง!”
เขาพลันกระจ่างแจ้ง สีหน้าจึงเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมในบัดดล สายตา เย็นชาจ้องเขม็งไปที่ทะเลสาบขุ่นมัว
แล้วจู่ๆ ทะเลสาบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ มันกลายมา เป็นทะเลสาบหลากสีสัน แสงหลาสีสันเหล่านั้นหากมองอย่างละเอียดจะ เห็นได้ว่าแท้จริงแล้วคือเลือดสดหลายกลุ่มที่ต่างสีกัน
ในทะเลสาบมีเงาร่างหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
นั่นคือผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์ที่มีใบหน้าแก่ชรา แก้มของเขาซูบตอบ ริ้วรอย ยับย่นเต็มใบหน้า คล้ายว่าอายุขัยมาถึงจุดสิ้นสุด คงมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ ปีเท่านั้น
“เหตุใดต้องบีบบังคับกัน รังแกกันเกินไปหน่อยไหม?”
คนผู้นั้นถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “อายุขัยของ ข้าใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว หลายพันปีที่ผ่านมา ข้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่เอาชีวิต รอดไปวันๆ มีสัตว์วิเศษแปรสภาพเป็นเพื่อน ข้าใช้เลือดสดของสัตว์วิเศษ แปรสภาพมาสร้างดินแดนของตัวเอง ไม่เคยไปหาเรื่องใคร ไม่เคยก่อเรื่อง ให้กับใคร แล้วเหตุใดเจ้าต้องบีบบังคับข้าด้วย?”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว “เจ้าเป็นใคร? ปราณบนร่างของเจ้า ดินแดนที่เจ้า สร้างขึ้นแทบจะไม่ต่างจากเซวี่ยเจวี๋ยจื่อหัวหน้าพรรคยอดโลหิตเลยแม้แต่ น้อย เจ้ากับเซวี่ยเจวี๋ยจื่อเป็นอะไรกัน?”
“เจ้าเซวี่ยเจวี๋อจื่อสารเลวนั่นก็คือศิษย์น้องของข้า” คนผู้นั้นขมวดคิ้ว “เจ้าเคยเจอเซวี่ยเจวี๋ยจื่อด้วยรึ?”
“ข้าเคยพบหน้าเซวี่ยเจวี๋ยจื่อครั้งหนึ่งในดินแดนอื่น เขาถือว่าเป็นศัตรู ของข้า” เนี่ยเทียนมีท่าทางตกตะลึงเล็กน้อย “เจ้า ก็คือศิษย์พี่ของเขา? แล้วทำไมเจ้ามาหลบอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง? มาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?”
ไม่รู้ว่าทำไม แม้คนเบื้องหน้าผู้นี้จะบอกว่าตัวเองคือศิษย์พี่ของเซวี่ยเจวี๋ ยจื่อ ซ้ำเซวี่ยเจวี๋ยจื่อยังเป็นแดนเอตทัคคะช่วงต้น แต่เขากลับไม่ตื่น ตระหนกแม้แต่น้อย
เขาแอบรู้สึกว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ไม่มีเจตนาร้ายต่อเขา
“อันที่จริงบนร่างของเจ้าก็มีปราณของสำนักข้าเช่นกัน” คนผู้นั้นไม่ ตอบกลับเป็นฝ่ายถาม “ข้ารู้ว่าเจ้าคือใคร เจ้าเคยอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง มาหลายปี เจ้าน่าจะมาจากอาณาจักรหลีเทียนกระมัง?”
“ถูกต้อง” เนี่ยเทียนตอบ
“เจ้าเคยฝึกเวทหลอมเลือดของสำนักโลหิตในอาณาจักรหลีเทียน สินะ?” คนผู้นั้นถามอีกครั้ง
เนี่ยเทียนตะลึง “เรื่องนี้เจ้าก็รู้ด้วยหรือ?”
พอมาคิดอีกที เขาก็พลันกระจ่างแจ้ง “ตอนที่ข้าเคลื่อนไหวอยู่ใน อาณาจักรเลี่ยคง เจ้าแอบจับตามองข้าอย่างนั้นรึ?”
ก่อนหน้าฝานข่าย ตลอดทั้งดินแดนดาวตกไม่เคยมีแดนว่างเปล่าถือ กำเนิด แต่จากการวิเคราะห์ของเนี่ยเทียน คนผู้นี้ต้องเป็นแดนเอตทัคคะ แน่นอน!
หากแดนเอตทัคคะคิดจะเก็บปราณของตัวเองและซ่อนตัวอยู่ในมุมใด มุมหนึ่งของดินแดนดาวตก เกรงว่าคงไม่มีใครจับได้
เขาคิดจะจับตามองใครสักคน ด้วยตบะแดนเอตทัคคะของเขาก็ สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
“สำนักโลหิตของอาณาจักรหลีเทียนก็คือการสืบทอดที่ข้าทิ้งไว้ในปีนั้น เจ้าเคยฝึกวิชาหลอมเลือด ทั้งยังเคยปรากฏตัวในอาณาจักรเลี่ยคง ข้าก็ ย่อมต้องมองออกอยู่แล้ว” คนผู้นั้นกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ “แต่แม้ว่าเจ้า จะเคยฝึกวิชาหลอมเลือด แต่กลับละทิ้งมันไปนานแล้ว ร่างของเจ้ามีความ มหัศจรรย์อย่างอื่นที่ข้ามองไม่ออก ถือว่าเป็นพวกเลือดผสมตัวประหลาด”
“สำนักโลหิตคือการสืบทอดที่เจ้าทิ้งไว้?” เนี่ยเทียนตะลึงไปอีกครั้ง
“ข้ากับเซวี่ยเจวี๋ยจื่อคือศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ชื่อเดิมของสำนักพวก เราคือสำนักวิญญาณโลหิต” น้ำเสียงของคนผู้นั้นขมขื่น “น่าเสียดายที่ สำนักวิญญาณโลหิตถูกหอทอดฟ้าทำลายล้างไปนานแล้ว สำนักวิญญาณ โลหิตของพวกเราถูกมองเป็นสำนักอธรรมชั่วร้าย ไม่ได้รับการยอมรับจาก เผ่ามนุษย์ การสืบทอดที่ข้าทิ้งไว้ในอาณาจักรหลีเทียน ได้ตัดคำว่าวิญญาณ ทิ้งไป เหลือแค่สำนักโลหิต ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกสี่สำนักใหญ่หมายหัว อีกครั้ง”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน
เรื่องเก่าๆ ที่สี่สำนักเก่าแก่ยกทัพไปกำจัดพวกฝ่ายอธรรมชั่วช้า เขาเอง ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
สำนักสาปแห่งความตาย ลัทธิจิตมืดล้วนถูกสี่สำนักใหญ่ให้คำจำกัด ความว่าเป็นกลุ่มอิทธิพลชั่วร้ายของเผ่ามนุษย์ จึงถูกกวาดล้างกันแทบ เกลี้ยง และต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ กันมานานปี
คาดไม่ถึงว่าสำนักวิญญาณโลหิตก็จะเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
“วิชาลับที่สำนักวิญญาณโลหิตใช้ฝึกตนคือใช้เลือดสดของสัตว์วิเศษ และชนต่างเผ่า ก็ไม่น่าจะถึงกับยอมรับไม่ได้ไม่ใช่หรือ?” เนี่ยเทียนขมวด คิ้ว
“พวกเราเองก็รู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะต้นกำเนิดพลังงานที่ทำให้ พวกเราแข็งแกร่งล้วนมาจากสายเลือดของสัตว์วิเศษและชนต่างเผ่า พลัง เลือดเนื้อที่อยู่ในร่างมนุษย์น้อยนิดจนไม่มีค่า ดังนั้นพวกเราจึงไม่ลงมือกับ เผ่าพันธุ์เดียวกัน” คนผู้นั้นถอนหายใจไม่หยุด “แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ พวก เราก็ยังถูกสำนักทอดฟ้าหมายหัว สุดท้ายก็ถูกพวกเขาทำลายทิ้ง”
——
*ตอนแถมวันนี้ขออนุญาตยกยอดไปวันพรุ่งนี้นะคะ