ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1045 บุตรวิญญาณโลหิต
เนื่องจากลัทธิจิตมืดและสำนักสาปแห่งความตายสมคบคิดกับพวกชน ต่างเผ่า สี่สำนักเก่าแก่จึงเคียดแค้นพวกสำนักนอกรีตเช่นนี้อย่างมาก
ทั้งในดินแดนมนุษย์ยังเคยมีสงครามใหญ่กวาดล้างสำนักประเภทนี้เกิด ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
แต่เนี่ยเทียนกลับคิดไม่ถึงว่าสำนักโลหิตของอาณาจักรหลีเทียนก็ถือ เป็นสำนักประเภทนี้ด้วย
เขาจึงแอบระแวง
เขารู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อยว่าหากเรื่องที่สำนักโลหิตมีความเกี่ยวข้องกับ สำนักวิญญาณโลหิตถูกคนรู้เข้า ก็มีความเป็นไปได้ว่าสำนักโลหิตจะถูก สำนักอื่นร่วมมือกันกวาดล้าง
ตอนที่เขาขอบเขตยังต่ำ หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตเคยช่วยเหลือเขาไว้มาก
แม้แต่โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ยังผ่านการชุบหลอมจากสำนักโลหิต และส่งมอบให้แก่เขา
การดำรงอยู่ของโครงกระดูกปีศาจเลือด หากดูตามขอบเขตและ ศักยภาพของเนี่ยเทียนในเวลานี้ มันมิอาจช่วยเหลือเขาได้มากเท่าเกราะ มังกรเพลิงและกระดูกของสัตว์ยักษ์มวลดาราอีกแล้ว
ทว่าตอนที่เขายังอ่อนแอ โครงกระดูกปีศาจเลือดเคยช่วยให้เขาหลุด พ้นเงื้อมมือของคนอำมหิตมาได้หลายครั้ง
ซึ่งเขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของสำนักโลหิตมากเป็นพิเศษ จึงไม่ต้องการ ให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสำนักโลหิต
จากการพูดคุยกับคนที่อยู่เบื้องหน้า เนี่ยเทียนจึงรู้ว่าเขาคือเจ้าสำนัก วิญญาณโลหิตคนปัจจุบัน ได้ชื่อว่าเป็นบุตรวิญญาณโลหิตของรุ่นนี้
ผู้ที่ได้ฉายาบุตรวิญญาณโลหิต ก็หมายความว่าเขาคือเจ้าสำนัก วิญญาณโลหิต
สำนักวิญญาณโลหิตถูกหอทอดฟ้าทำลายล้าง เจ้าสำนักคนก่อนถูก สังหาร เซวี่ยเจวี๋ยจื่อหัวหน้าพรรคยอดโลหิตเองก็เคยออกแรงในเรื่องนี้ ด้วย
ตามคำบอกของบุตรวิญญาณโลหิต เนื่องจากการช่วงชิงตำแหน่งเจ้า สำนักของเซวี่ยเจวี๋ยจื่อล้มเหลว เขาจึงเคียดแค้นอยู่ในใจ ถึงเอาที่ซ่อนตัว ของเจ้าสำนักวิญญาณโลหิตไปบอกแก่หอทอดฟ้า เป็นเหตุให้สำนัก วิญญาณโลหิตถูกฆ่าล้างสำนัก
หลังจากที่บุตรวิญญาณโลหิตหนีออกมาได้ก็ไม่กล้าไปเคลื่อนไหวอยู่ใน ดินแดนดวงดาวระดับสูงของเผ่ามนุษย์ ได้แต่หาที่ซ่อนตัวไปเรื่อยๆ และ โชคดีคือตอนที่ลอดผ่านพื้นที่ต้องห้ามแห่งนั้นมาได้ก็ได้มาถึงดินแดนดาว ตก
ดินแดนดาวตกตั้งอยู่ในมุมที่กันดารของฟ้าดินเผ่ามนุษย์ บวกกับมี พื้นที่ต้องห้ามแห่งนั้นขวางกั้น จึงไม่เป็นที่รู้จักนัก
บุตรวิญญาณโลหิตทิ้งการสืบทอดไว้ในอาณาจักรหลีเทียน หลังจาก สร้างสำนักโลหิตขึ้นมาเรียบร้อย เขาก็แอบมาซ่อนตัวอยู่ในป่าม่านเทาของ อาณาจักรเลี่ยคง
นั่นก็เป็นเพราะ ปีนั้นปราณวิญญาณฟ้าดินของอาณาจักรเลี่ยคงถูกทำ ให้สกปรก ไม่มีสำนักใหญ่ๆ ที่แข็งแกร่งมาตั้งถิ่นฐาน มีเพียงกองกำลัง อย่างกะโหลกเลือด เดือนดับและเปลวอัคคีที่มาเคลื่อนไหวอยู่ที่นี่ อีกทั้ง พื้นที่กว้างขวางด้านนอกยังมีพวกนักล่าปะปน เป็นเหตุให้อาณาจักรเลี่ยคง แทบจะถูกหลงลืม ซึ่งก็เหมาะสมให้เป็นที่ซ่อนตัวของบุตรวิญญาณโลหิต พอดี
เนื่องจากสัตว์วิเศษแปรสภาพของอาณาจักรเลี่ยคงมีเลือดลมอุดม สมบูรณ์ ค่อนข้างเหมาะให้บุตรวิญญาณโลหิตเอามาใช้ฝึกตน เขาจึงอยู่ ปักหลักอยู่ที่นี่ยาวนาน
เขาอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงมาหลายพันปีแล้ว ขอบเขตเปลี่ยนจากแดน เอตทัคคะช่วงต้น จนตอนนี้กลายมาเป็นแดนเอตทัคคะช่วงกลาง
หลายปีมานี้เขาพยายามหาวิธีการที่จะฝ่าทะลุขอบเขตเพื่อข้ามสู่แดน เอตทัคคะช่วงท้ายมาโดยตลอด เพราะหวังว่าจะมีอายุขัยเพิ่มมากขึ้น
ตอนที่สำนักวิญญาณโลหิตถูกทำลาย เขาเคยได้ทรัพยากรมากมายมา จากในสำนัก บวกกับที่ในอาณาจักรเลี่ยคงมีสัตว์วิเศษแปรสภาพ ทรัพยากรเหล่านี้จึงมากพอจะให้เขาฝึกตน ทว่าสิ่งที่เขาขาดแคลน นอกจากจะเป็นการทำความเข้าใจต่อวิชาของสำนักแล้ว ก็คือเวลา
เวลาของเขาลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนเขาเกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง แล้ว ก็เริ่มสูญเสียใจที่ห้าวหาญไป
เขาเองก็เข้าใจดีว่า ด้วยขอบเขตแดนเอตทัคคะช่วงกลางนี้ของเขา แม้ว่าอยู่ในดินแดนดาวตกจะไร้พ่าย แต่หากออกไปจากดินแดนดาวตก เข้าไปสู่ดินแดนดวงดาวที่อยู่ในสายตาของสี่สำนักใหญ่ ตัวตนถูกเปิดโปง เมื่อไหร่ เขาก็จะถูกหอทอดฟ้าหมายหัวทันที ดังนั้นเขาจึงซ่อนตัวอย่าง ระมัดระวังเสมอมา
ขนาดตอนที่ชนต่างเผ่าเข้ามารุกรานในดินแดนดาวตกติดต่อกันหลาย ครั้ง เขาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาก็ยังไม่ยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยว
หลายปีก่อนตอนที่เขายังอยู่ในสำนักวิญญาณโลหิตเคยได้เจอ เหตุการณ์ที่ดินแดนมากมายถูกชนต่างเผ่ายึดครอง จึงชินชามานานแล้ว
บวกกับที่ตอนที่เขายังอยู่ในฟ้าดินของเผ่ามนุษย์เคยถูกหอทอดฟ้า กดดันทำร้าย ทำให้สำนักถูกกวาดล้าง เขาจึงไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ในเผ่ามนุษย์ด้วยกัน แล้วก็เป็นกังวลว่าหากคลี่คลายวิกฤตให้ดินแดนดาว ตกแล้วจะนำภัยมาสู่ตัว จึงไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อครั้งที่ดินแดนดาวตกถูก ชนต่างเผ่ารุกราน เพียงแต่ปล่อยสัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ดตัวนั้นออกไป ทำ ให้ชนต่างเผ่ากริ่งเกรงจนไม่กล้าเข้ามาลึกในนี้เท่านั้น
“บุตรวิญญาณโลหิต…”
เนิ่นนานหลังจากนั้น เนี่ยเทียนก็ได้เข้าใจความเป็นมาของเรื่องราว
“เมื่อสิบปีก่อน ผู้อาวุโสคนหนึ่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเราก็ เคยมาที่อาณาจักรเลี่ยคง ตอนนั้นเขา สัมผัสไม่ได้ถึงการดำรงอยู่ของเจ้า งั้นหรือ?”
“เจ้าหมายถึงผู้อาวุโสเหยียนจั้นสินะ?” บุตรวิญญาณโลหิตหัวเราะ แห้งๆ “วินาทีที่เขามาถึง ข้าก็สัมผัสได้แล้ว เขาเคยปลดปล่อยกระแสจิต วิญญาณออกมาตรวจสอบทั่วอาณาจักรเลี่ยคงและอาณาจักรแห่งอื่น แต่ ว่าวิชาที่ข้าฝึกตนมีความพิเศษอยู่ก็คือหากข้าคิดจะอำพรางปราณของ ตัวเอง ต่อให้เป็นเหยียนจั้นก็ยังหาข้าไม่พบ”
เหยียนจั้นคือแดนเอตทัคคะช่วงท้าย ตบะของบุตรวิญญาณโลหิตยัง ด้อยกว่าเขาอยู่หนึ่งขั้น แต่กลับมีความมั่นใจและความสามารถเช่นนี้ นี่จึง ทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“อืม เหยียนจั้นนั่นแหละ” เนี่ยเทียนนิ่วหน้า “ดูท่าเจ้าคงรู้เรื่องราว ของข้ามาไม่น้อยกระมัง?”
“เรื่องที่ข้าอยากรู้ ล้วนได้รู้” บุตรวิญญาณโลหิตกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเองก็เข้าใจดีว่าด้วยตบะของข้าสามารถแอบฟังบทสนทนาของใครก็ ตามที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงได้ จากบทสนทนาของคนเหล่านั้น ข้าจึงรู้ว่า ตอนนี้ดินแดนดาวตก รวมไปถึงดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟ้า ล้วนเป็นของเจ้าทั้งหมด”
“ข้ายังรู้ด้วยว่าเจ้าเคยได้ผลไม้แห่งชีวิตมาจากที่ใดที่หนึ่งในอาณาจักร ต้าฮวาง”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ดวงตาของบุตรวิญญาณโลหิตก็พลันเป็นประกาย
“ขอละลาบละล้วงถามสักหน่อย ตอนนี้ในมือเจ้ายังมีผลไม้แห่งชีวิตอยู่ อีกหรือไม่?” บุตรวิญญาณโลหิตถามอย่างมีความหวัง
เนี่ยเทียนส่ายหน้า “มอบให้คนอื่นไปนานแล้ว”
“เฮ้อ” บุตรวิญญาณโลหิตถอนหายใจ “ข้าควรจะรู้แต่แรกแล้ว คราวนี้ ที่ข้าปรากฏตัวให้เจ้าได้เห็น ก็เพราะหวังจะถามเจ้าว่าใช้วิธีการใดถึงได้ ผลไม้แห่งชีวิตมาครอง อายุขัยของข้ากำลังจะหมดลง แต่เพราะยังไม่บรรลุ เวทลับอีกหลายอย่างของสำนักจนแตกฉาน จึงยังไม่ฝ่าทะลุสู่แดน เอตทัคคะช่วงท้ายได้เสียที”
“อายุขัยของข้ามีจำกัด หากภายในร้อยปียังเลื่อนขั้นไม่ได้ ข้าก็จะต้อง ตาย”
เนี่ยเทียนมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ “หวังว่าเจ้าจะฝ่าปราการขอบเขต เลื่อนสู่แดนเอตทัคคะช่วงท้ายอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงแห่งนี้ได้ในเร็ววัน ช่วงเวลานี้ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรระวังตัวให้มากหน่อย ตอนนี้สำนักใหญ่ๆ ที่ แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ล้วนร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดสำนักที่ไปมาหาสู่กับ ชนต่างเผ่า”
“เจ้า ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักวิญญาณโลหิต หาก ตัวตนถูกเปิดโปงเมื่อไหร่ ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้”
แม้สำนักวิญญาณโลหิตและสำนักโลหิตจะมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึก ล้ำ แต่เนี่ยเทียนไม่คิดจะช่วยเขา
หลังจากที่สายเลือดแห่งชีวิตของเขาเลื่อนสู่ระดับเจ็ดได้สำเร็จและปลุก พรสวรรค์การมอบชีวิตขึ้นมา เขาจึงมีความสามารถที่จะใช้แก่นเลือดของ ตัวเองมาช่วยให้เผ่ามนุษย์ฝ่าทะลุขีดจำกัดของอายุขัย ต่ออายุให้ยืนยาวไป อีกได้
ทว่าแก่นเลือดของเขาล้ำค่ายิ่งนัก แก่นเลือดหยดเดียวก็เทียบเคียงได้ กับชนต่างเผ่าและสัตว์วิเศษระดับแปดแล้ว
ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุดก็คือจิ่งชี่เลือดเนื้อ แน่นอนว่าย่อมไม่ คิดจะลำบากตัวเองมาต่อชีวิตให้กับบุตรวิญญาณโลหิตคนนี้
ซ้ำเขากับบุตรวิญญาณโลหิตยังไม่สนิทสนมอะไรกัน แล้วก็ไม่รู้ว่าคำพูด ของอีกฝ่ายมีความจริงสักกี่มากน้อย
อีกทั้งสายเลือดพลิกฟ้าอย่างการมอบชีวิตนี้ก็น่าตะลึงพรึงเพริดเกินไป หากถูกเปิดเผยขึ้นมา เกรงว่าทุกคนบนโลกที่ถูกกำจัดด้านอายุขัยคงต้อง แห่กันมาหาเขาแน่นอน
เขารู้ดีว่าแม้แต่แดนเอตทัคคะหรือกระทั่งแดนเทพเจ้าของสี่สำนักใหญ่ ต่างก็ปรารถนาที่จะได้อายุขัยมามากกว่าเดิม
หากคนพวกนั้นรู้เข้าว่าเขามีความสามารถเช่นนี้ เขาก็อาจต้องเจอกับ ปัญหาใหญ่หลวง หากต้องคอยสิ้นเปลืองแก่นเลือดมาต่อชีวิตให้พวกผู้เฒ่า ประหลาดที่ใกล้ตายเหล่านั้น เกรงว่าตัวเขาเองคงไม่มีเวลามาฝึกตนอีก
“เข้าใจแล้ว ข้าคงต้องภาวนาขอให้ตัวเองโชคดีเท่านั้น” บุตรวิญญาณ โลหิตก้มหน้าลง “เรื่องที่ข้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ หวังว่าเจ้าจะช่วยปิดเป็น ความลับ ทางฝ่ายของสำนักโลหิต เจ้าเองก็ระวังให้มากหน่อย สำนักโลหิต คือผู้สืบทอดเดียวที่เหลืออยู่ของสำนักวิญญาณโลหิตเรา หากข้าตายไป สำนักโลหิตก็จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของสำนักวิญญาณโลหิต ข้าเคยรับปาก อาจารย์ว่าจะสืบทอดสำนักวิญญาณโลหิตให้คงอยู่ยืนยาวสืบไป”
“ข้าย่อมต้องปกป้องสำนักโลหิตอยู่แล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล” เนี่ย เทียนแสดงท่าที
จากนั้นบุตรวิญญาณโลหิตก็จมหายเข้าไปยังทะเลสาบขุ่นมัวผืนนั้นอีก ครั้ง
เขาเป็นฝ่ายอำพรางเลือดลมของตัวเอง ขนาดเนี่ยเทียนใช้สายเลือด แห่งชีวิตก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นเลือดลมที่เข้มข้นของเขาจากใน ทะเลสาบ
บุตรวิญญาณโลหิตและดินแดนของเขาที่ปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ ล้วนปลาสนาการไปจากทะเลสาบหมดแล้ว ไม่มีทิ้งร่องรอยใดๆ ทิ้งไว้ แม้แต่น้อย
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง สัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ดตัวนั้นถึงได้โผล่หัวออกมา จากทะเลสาบด้วยท่าทางหวาดหวั่น
มองสัตว์ปฐพีแตกแวบหนึ่ง เนี่ยเทียนก็ไม่สนใจมันอีก เพียงเรียกเรือ ดาราออกมาแล้วจากไป
เขาเข้าใจแล้วว่าสัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ดตัวนั้นก็คือพลังขุมหนึ่งที่บุตร วิญญาณโลหิตตั้งใจทิ้งไว้เพื่อเตือนพวกผู้บุกรุก หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกคนไม่ รู้จักที่ตายคนนั้นโผล่เข้ามาทำลายความสงบของเขาในจุดลึกของป่าม่าน เทา
ช่วงเวลาหลังจากนั้น เนี่ยเทียนก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่ไปยังจุดอื่น ของป่าม่านเทา แล้วใช้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณมารวบรวมพลังพืชหญ้า ให้กับต้นอ่อนของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต่อไป
แปบเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้วสองเดือน ต้นกล้าของต้นวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์ที่พอได้ปราณวิญญาณในช่วงที่ผ่านมาก็โตขึ้นมาอีกคืบใหญ่
ดูเหมือนว่าต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะไม่ปรารถนาพลังพืชหญ้าในป่าม่าน เทาอีกต่อไป เนี่ยเทียนจึงใช้ค่ายกลเดินทางไปยังท้องฟ้านอกอาณาจักรที่ เคยเอากระดูกสัตว์ยักษ์มวลดาราไปทิ้งไว้ก่อนหน้านี้
เขาทดลองไม่ใช้การปกป้องของเรือดารา แต่เปิดเปลือยร่างกายไว้ด้าน นอก
บัดนี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของ เขา เมล็ดพันธ์เปลวเพลิง บุปผาเก้าดาราและยังมีต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่โต ขึ้นมาอีกคืบต่างก็ดึงเอาพลังงานต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในทางช้างเผือกมาอย่าง เงียบเชียบด้วยตัวเอง เพื่อรวบรวมพลังงานมาทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง
เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับไฟศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหาก เอาเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงไปไว้ในอาณาจักรหนึ่งก็สามารถทำให้อาณาจักร นั้นชักนำพลังงานความร้อนของดวงดาวมาสะสมจนแปรสภาพกลายมา เป็นอาณาจักรเปลวเพลิง
ส่วนบุปผาเก้าดาราก็ดึงดูดพลังดวงดาว และต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็ สกัดเอาจิงชี่พืชหญ้า
——