ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1047 กดดัน
เจ้าตำหนักและรองเจ้าตำหนักของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวต่างก็ เคยเป็นบุตรแห่งดวงดาวมาก่อน
ในบรรดาบุตรแห่งดวงดาวมากมายของแต่ละรุ่นจะมีเพียงคนเดียวที่ สามารถขึ้นนั่งตำแหน่งอันทรงเกียรติ กลายมาเป็นนายแห่งดวงดาว
ส่วนคนที่เหลือก็ล้วนมีโอกาสได้เป็นผู้อาวุโสและรองเจ้าตำหนัก
หลัวว่านเซี่ยงก็คือบุตรแห่งดวงดาวรุ่นที่แล้ว ทว่าเมื่อพ่ายแพ้ในศึกช่วง ชิงตำแหน่งเจ้าตำหนัก จึงกลายมาเป็นเพียงรองเจ้าตำหนักเท่านั้น
ชั่วชีวิตนี้เขาจะไม่มีโอกาสได้กลายมาเป็นเจ้าตำหนักของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวอีก เพราะต่อให้เจ้าตำหนักของรุ่นนี้ตายไป เจ้าตำหนัก คนใหม่ก็ยังต้องเลือกมาจากบุตรแห่งดวงดาวคนใหม่อยู่ดี
รองเจ้าตำหนัก ผู้อาวุโสแต่ละท่านมักจะลงเดิมพันไว้ล่วงหน้า โดยการ แสดงความเป็นมิตรกับคนที่พวกเขาคิดว่ามีศักยภาพแฝงสูงที่สุดและมี ความหวังที่จะกลายมาเป็นนายแห่งดวงดาวมากที่สุดไว้ก่อน
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเปูาหมายข้างที่หลัวว่านเซี่ยงลงเดิมพันก็คือบุตรแห่ง ดวงดาวคนที่หก ซือคงฉั่ว
หากซือคงฉั่วสามารถขึ้นสู่ต่ำแหน่งสูงสุด กลายมาเป็นเจ้าตำหนักของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ในอนาคต ซือคงฉั่วก็สามารถโยกย้าย ทรัพยากรในสำนักมาให้กับกองกำลังใต้บังคับบัญชาอย่างหลัวว่านเซี่ยงได้ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
สักวันหนึ่งหลัวว่านเซี่ยงก็ต้องแก่ตัวลง แล้วก็ต้องตายเช่นเดียวกับเจ้า ตำหนัก
เมื่อเขาตายไป ตระกูลของเขา ญาติมิตรของเขาก็จะได้รับการดูแลจาก ซือคงฉั่ว ทำให้มีตำแหน่งสูงส่งในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวสืบต่อไป
ตอนนี้ทุกสิ่งที่หลัวว่านเซี่ยงทำลงไปเพื่อซือคงฉั่ว ในอีกหลายพันปี หลายหมื่นปีให้หลัง รอจนซือคงฉั่วกลายมาเป็นเจ้าตำหนักคนใหม่แล้ว คน ในตระกูลและญาติของเขาก็จะได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย
“ภารกิจในดินแดนสวรรค์ทมิฬข้าได้ค่าคุณความดีห้าแสน แต่ซือค งฉั่วกลับได้ถึงแปดแสน! เซวี่ยเจวี๋ยจื่อลูกน้องที่ซือคงฉั่วรับมา เดิมทีก็เป็น พวกกบฏของสำนักวิญญาณโลหิต แต่กลับถูกมองข้าม…”
เนี่ยเทียนสีหน้าบึ้งตึง เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักได้ว่าภายในของ สำนักเก่าแก่อย่างพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็มีการช่วงชิงผลประโยชน์ เกิดขึ้นเช่นกัน
ความสูญเสียและการบาดเจ็บล้มตายของลูกน้อง ทำให้ศักยภาพของ ซือคงฉั่วที่ไปเยือนดินแดนสวรรค์ทมิฬถูกลดทอนลงไปมาก
แต่คาดไม่ถึงว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ หลัวว่านเซี่ยงก็ยังคิดว่าในอนาคตซือคง ฉั่วต่างหากถึงจะมีความหวังที่จะได้เป็นนายแห่งดวงดาวมากที่สุด
เจ้าตำหนักไปสำรวจดินแดนดวงดาวแห่งใหม่ยังไม่กลับคืนมาเสียที ทั้ง การติดต่อกับสำนักยังขาดหายไปชั่วคราว
รองเจ้าตำหนักอีกคนหนึ่งนั่งบัญชาการณ์อยู่ในหาสมุทรดาวมอดดับ ไม่ยื่นมือเข้าแทรกกิจภายในสำนัก โม่เหิงก็ปิดด่านรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะเพิ่งต่อสู้กับคูกู่ต้าจุนไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลัวว่านเซี่ยงจึงกลายมาเป็นคนที่กุมอำนาจใหญ่สุดใน สำนักอย่างสมเหตุสมผล
พอกลับมาสำนักก็ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เนี่ยเทียนย่อมไม่สบ อารมณ์ แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจความเป็นจริงได้ รู้ดีว่าศักยภาพของเขาใน เวลานี้ยังไม่มากพอ โม่เหิงที่สนิทสนมกับเขาก็ปิดด่าน เกรงว่าครั้งนี้เขาคง ต้องยอมเสียเปรียบ
“หอเก็บสมบัติของสำนักมีสัตว์วิเศษระดับสูงหรือศพของชนต่างเผ่า หรือไม่?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
“มี ทั้งจำนวนยังไม่น้อย” เว่ยไหลพยักหน้ารับ
“ค่าคุณความดีในมือข้าน่าจะแลกมาได้กระมัง?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“ย่อมได้อยู่แล้ว”
“เข้าใจแล้ว”
หลังจากพูดคุยกันง่ายๆ เนี่ยเทียนก็ถือปูายดวงดาวไปที่หอเก็บสมบัติ สอบถามผู้ดูแลเล็กน้อยก็เจอเขตที่จัดเก็บศพของสัตว์วิเศษและชนต่างเผ่า
มุมหนึ่งของตำหนักใหญ่ มีพื้นที่อิสระอยู่แห่งหนึ่งที่จัดวางชั้นวางไว้ มากมาย
บนชั้นวางมีแหวนเก็บของอยู่หลายวง ด้านหน้าแหวนมีปูายกำกับบอก ว่าในแหวนแต่ละวงบรรจุศพของเผ่าสัตว์โบราณ ภูตผีปีศาจ อสูรกาย เผ่า
ทมิฬหรือเผ่าโครงกระดูกไว้ แล้วต้องใช้ค่าคุณความดีเท่าไหร่ถึงจะแลกมา ได้
ศพของเผ่าสัตว์โบราณส่วนใหญ่เอามาชุบหลอมเป็นอาวุธได้ ระดับ สายเลือดจึงค่อนข้างสูง อีกทั้งสัตว์โบราณที่มีธาตุพิเศษยังเอามาทำสมบัติ ระดับเชื่อมโยงวิญญาณได้ด้วย
หัวใจและเลือดเนื้อของภูตผีปีศาจกับอสูรกาย เมื่อผ่านการชุบหลอม จากอาจารย์หลอมโอสถของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็นำมาทำเป็นยา ได้เช่นกัน
ศพของสัตว์โบราณและชนต่างเผ่าอย่างภูตผีปีศาจที่มีสายเลือดระดับ แปดแค่ใช้คุณความดีหนึ่งหมื่นคะแนนก็แลกเอาไปได้แล้ว
เดิมทีปูายดวงดาวแผ่นนี้ของเนี่ยเทียนยังเหลือค่าคุณความดีอีกหนึ่ง แสนเจ็ดหมื่น บวกกับที่เพิ่งได้รับมาจากภารกิจดินแดนสวรรค์ทมิฬอีกห้า แสน ตอนนี้จึงมีหกแสนเจ็ดหมื่นคะแนน
จิงชี่เลือดเนื้อที่เขาต้องการในตอนนี้มีมากเกินไป เขาจึงกัดฟันเอาค่า คุณความดีทั้งหมดไปแลกมา
รอจนเขาเดินออกมาจากหอเก็บสมบัติ ในมือก็มีแหวนเก็บของเพิ่มมา อีกหลายสิบวง ในแหวนเก็บของแต่ละวงล้วนมีศพของสัตว์โบราณและ ภูตผีปีศาจที่มีสายเลือดระดับแปด
จากการวิเคราะห์ของเขา สิ่งมีชีวิตที่เรือนกายแข็งแกร่งที่สุด จิงชี่เลือด เนื้อเปี่ยมล้นมากที่สุด นอกจากสัตว์ที่เรือนกายใหญ่โตอย่างสัตว์โบราณ แล้วก็คือภูตผีปีศาจกับเผ่าโครงกระดูก
ทว่าศพของเผ่าโครงกระดูกค่อนข้างขัดแย้งกับสายเลือดแห่งชีวิตของ เขา จึงถูกเขาตัดออก
ศพของสัตว์โบราณและภูตผีปีศาจคือเปูาหมายแรกของเขา ยังดีที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทำสงครามกับสัตว์โบราณและชนต่างเผ่ามา นานปี ปริมาณของศพสัตว์โบราณและภูตผีปีศาจที่สะสมไว้จึงมาก มหาศาล นี่จึงทำให้เขาสามารถเอาค่าคุณความดีไปแลกมาได้หมด
ถือแหวนเก็บของหลายสิบวงเอาไว้ เขาก็เดินออกจากหอเก็บสมบัติ กลับไปยังหอหงเทียน
เนื่องจากโม่เหิงไม่อยู่ เขาไม่รู้จะหาใครมาให้คำชี้แนะ ทั้งที่สัมผัสได้ถึง ปราการขอบเขตด่านสุดท้ายของเขตลี้ลับแล้ว แต่กลับมิอาจฝุาทะลุออกไป ได้ เขาจึงเปลี่ยนมาดูดซับพลังจากศพของสัตว์โบราณและภูตผีปีศาจแทน
ศพของสัตว์โบราณและภูตผีปีศาจที่แลกมาด้วยค่าคุณความดีหกแสน เจ็ดหมื่น ใช้เวลาไม่ถึงสามเดือนก็ถูกการดูดดึงพลังชีวิตของเขาดูดเอามา จนหมด
จิงชี่เลือดเนื้อทั้งหมดล้วนถูกปราณเลือดสีเขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจกลืน กินอย่างละโมบ
รอจนในแหวนเก็บของไม่มีจิงชี่เลือดเนื้อเหลือให้ใช้แม้แต่เส้นเดียว เนี่ยเทียนก็พอจะสัมผัสได้ว่าปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นยังไม่มีท่าทางจะ พอใจ
—มันยังปรารถนาจิงชี่เลือดเนื้อที่มากกว่านี้!
“เมื่อไหร่จะถึงจุดสิ้นสุดเสียที? ก็แค่สั่งสมจากสายเลือดระดับเจ็ดถึง ระดับแปด จิงชี่เลือดเนื้อที่เหลืออยู่ในศพของสัตว์โบราณและภูตผีปีศาจ ระดับแปดหลายสิบศพที่ตายไปก็ยังไม่พองั้นหรือ?”
“รอจนข้าเลื่อนสู่สายเลือดระดับแปดแล้ว การฝุาทะลุขั้นของสายเลือด ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเริ่มไปหาศพของมหาราชาสายเลือดระดับเก้าหรอกนะ?”
“หรือว่าต้องใช้ศพของมหาราชาระดับเก้าสิบกว่าศพ หรืออาจมากนับ ร้อยศพถึงจะฝุาทะลุขั้นได้ราบรื่น?”
“มหาราชาระดับเก้าของเผ่าสัตว์โบราณ ภูตผีปีศาจ อสูรกาย และเผ่า ทมิฬมีมากแค่ไหนกันเชียว?”
พอคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเทียนก็โมโหจนแทบจะด่ากราด
เขารู้อย่างลึกซึ้งดีว่าเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการเลื่อนขั้นของสายเลือด แห่งชีวิตนั้นเข้มงวดมากแค่ไหน
“ค่าคุณความดีทั้งหมดเอาไปใช้เกลี้ยงแล้ว ทว่าศพของสัตว์โบราณ และภูตผีปีศาจก็ยังไม่สามารถทำให้สายเลือดแห่งชีวิตพอใจจนเริ่มการจำ ศีลในครั้งต่อไปได้ การฝุาทะลุขอบเขตลี้ลับก็ติดขัด พอผู้อาวุโสโม่เหิงปิด ด่าน ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ข้าก็หาโอกาสที่จะฝุาทะลุขั้นอย่างรวดเร็วไม่เจอ”
“เส้นทางการฝึกตนของข้า พอมาถึงตอนนี้ก็คล้ายจะเริ่มหยุดชะงัก แล้ว”
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่การฝึกตนของเนี่ยเทียนเกิดการหยุดชะงัก
“ถ้าไม่หาโอกาสเลื่อนขอบเขตสู่เขตวิญญาณ ชุบหลอมวิญญาณโอสถ และพลังวิญญาณของเผ่ามนุษย์ต่อไป ก็ต้องหาศพของสัตว์โบราณและชน
ต่างเผ่ามามากกว่าเดิม ทำให้สายเลือดแห่งชีวิตจำศีลอีกครั้ง มีเพียง สายเลือดแห่งชีวิตจำศีล ถึงจะเอาพลังของพืชหญ้ามาฝึกเวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่ต่อไปได้”
ด้วยความจนใจ เนี่ยเทียนไม่คิดจะออกไปไหนก็ยังจำเป็นต้องออกมา
“ทางฝุายดินแดนปราการดวงดาวและดินแดนพงฟูา แต่ละสำนักก็ช่วย หาเนื้อสัตว์วิเศษมาให้ข้ามากมายแล้ว ส่วนทางฝุายของฟางหยวนก็ให้ศพ ชนต่างเผ่าแก่ข้ามาไม่น้อย ข้าคงจะเอาแต่หน้าด้านขอพวกเขาต่อไปไม่ได้”
“ดูท่าคงมีเพียงไปทำภารกิจของสำนัก สะสมค่าคุณความดีให้มากขึ้น เท่านั้นถึงจะแลกเอามาจากสำนักมาได้”
พอคิดอย่างนี้เขาจึงเดินออกจากหอหงเทียนไปหาเว่ยไหลอีกครั้ง
“จะทำงานให้สำนัก?” เว่ยไหลมึนงง “ภารกิจตอนนี้ล้วนเป็นการถอน รากถอนโคนพวกสำนักต้องห้ามที่ฝึกวิชาชั่วร้าย และอีกอย่างก็คือไปทำ สงครามในมหาสมุทรดาวมอดดับ ขัดขวางไม่ให้ชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามา บุตรแห่งดวงดาวทั้งเจ็ดคน นอกจากฟางหยวนและซือคงฉั่วล้วนยุ่งวุ่นวาย อยู่กับเรื่องพวกนี้ เหล่าผู้อาวุโสแต่ละคนก็ล้วนพากันออกเดินทางแล้ว”
“พลังการต่อสู้ของเจ้าและลูกน้องเจ้าไม่นับว่าโดดเด่นนัก ข้าจะลอง ตรวจสอบดูว่ามีภารกิจอะไรที่ให้เจ้าทำคนเดียวได้หรือไม่”
พอได้ยินเขาพูดอย่างนี้ สีหน้าเนี่ยเทียนก็เริ่มไม่น่ามอง “จิ่งเฟยหยา งลูกน้องของข้าเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะช่วงกลางแล้ว ขนาดนี้ก็ยังไม่มี คุณสมบัติรับภารกิจของสำนักเพียงลำพังอย่างนั้นหรือ?”
“เนี่ยเทียน หาใช่ข้าจงใจสร้างความลำบากใจให้แก่เจ้า แต่ในความ เป็นจริงแล้ว ต่อให้จิ่งเฟยหยางผู้นั้นคือแดนเอตทัคคะช่วงกลาง พลังในมือ ของเจ้าก็ยังไม่พออยู่ดี” เว่ยไหลยิ้มจืดๆ “ทางฝุายของมหาสมุทรดาวมอด ดับ ผู้อาวุโส เทพบุตร เทพธิดาของสำนักมากมาย และยังมีพวกเจ้า ตำหนักยังคงเข่นฆ่ากับชนต่างเผ่าไม่เลิกรา นี่คือสงครามที่ยาวนาน พวก เราและชนต่างเผ่าต่างก็ส่งกองกำลังหลักไปทั้งนั้น แดนเอตทัคคะช่วงกลาง …ยังไม่พอจริงๆ”
“สำนักอื่นๆ ที่ฝึกวิชาต้องห้าม แต่ละฝุายต่างก็มีแดนเอตทัคคะช่วง ท้ายกันทั้งนั้น ทั้งยังแอบขอกองหนุนจากชนต่างเผ่าอย่างลับๆ เจ้ารับ ภารกิจเพียงลำพัง มีแต่จะทำให้ลูกน้องของเจ้าตายก่อนตั้งแต่ที่เจ้ายังไม่ ทันได้เติบโต”
“ข้าหวังดีต่อเจ้า ดังนั้นทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเจ้าอยู่ในหอหงเทียน แต่ก็ไม่ได้ มอบหมายภารกิจของสำนักให้เจ้าไปทำ”
เนี่ยเทียนกล่าว “ข้าต้องการค่าคุณความดีเพิ่มเติม!”
“ขอข้าคิดดูหน่อย” เว่ยไหล่หรี่ตา ก่อนจะชี้นิ้วไปยังผลึกใสลูกหนึ่ง ใน ผลึกใสเหล่านั้นมีข้อความหลายอย่างที่ถูกเขาปัดผ่านๆ คล้ายกำลังตามหา อะไร
ครู่ใหญ่ ดวงตาของเว่ยไหลก็เป็นประกาย ยิ้มออกทันใด “มีแล้ว!”
“อะไรหรือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างร้อนใจ
“เจ้าไปที่ดินแดนพลังฟูา ที่นั่นมีประตูข้ามอาณาจักรอยู่หลายบานที่ เชื่อมโยงไปยังดินแดนของชนต่างเผ่า ภารกิจนี้เจ้าทำร่วมกับสำนักห้า ธาตุ”
——